• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 139961
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันเสาร์ ที่ 14 มิถุนายน 2557
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 2686 , 20:19:23 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน วรรณสุข โหวตเรื่องนี้

สวัสดีคุณผู้อ่าน ทำงานกันเพลิน ๆ ก็ผ่านไปสัปดาห์หนึ่งอีกแล้ว ความตึงเครียดทางการเมืองหลังจากนี้คงเบาลงบ้างนะ ล่าสุดนี้ก็เพิ่งยกเลิกเคอร์ฟิวกันไป ซ้ำยังมีฟุตบอลโลกมาช่วยสร้างสีสันบันเทิงใจกันได้ไม่มากก็น้อย เชื่อมั้ยมีข้อมูลที่สำรวจโดยสำนักวิจัยที่น่าเชื่อถือแห่งหนึ่งบอกว่า ดัชนีความสุขของประชากรโลกจะเพิ่มสูงขึ้นถึงร้อยละ 80 ในระหว่างที่มีการแข่งขันฟุตบอลโลก ฟังดูดีมั้ย?

.

.

.

อย่าเพิ่งเชื่อนะเพราะผมอำ แต่สิ่งที่ผมเชื่อกลับคือผมคุณผู้อ่านต้องได้เคยได้ยินได้ฟังข้อมูลอะไรทำนองนี้มาอยู่เนือง ๆ ล่ะ ไม่ว่าจะเป็น แปรงสีฟันที่ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่เลือกใช้ สาว ๆ กลุ่มนิสิตนักศึกษา 88% Love น้ำหอมกลิ่นนี้ หรือ รับประกันความพึงพอใจคืนเงิน 100% สังเกตมั้ยว่าเวลามีข้อมูลที่เชียร์แขกแบบพ่วงตัวเลขเข้าไปด้วยช่วยให้อะไรน่าเชื่อถือกว่าการบอกสรรพคุณเฉย ๆ

Ministry of Learning ฉบับนี้อยากมาชวนคุณผู้อ่านคุยกันถึงเทคนิคในการใช้ตัวเลขที่ทำให้เราหลงกลกันบ่อย ๆ กันดีกว่า บังเอิญผมได้อ่านหนังสือที่สนุกมากเล่มหนึ่งชื่อว่า “วิธีปั่นหัวคนด้วยสถิติ” เขียนโดย Darrell Huff ตั้งแต่ปี 1954 นู่นแล้ว แปลเป็นภาษาไทยโดยสำนักพิมพ์ We Learn ซึ่งผมขอชมจากใจจริงว่าแปลได้ดีมาก อ่านแล้วสนุกและเข้าใจสะดวกจริง ๆ

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยแนวคิดที่ว่าข้อมูลทางสถิติสามารถนำมาสร้างความน่าเชื่อถือเพื่อให้เกิดผลบางอย่างไม่ว่าจะเป็นการสร้างผลกำไร การสร้างความน่าเชื่อถือ หรือ ความชอบธรรมในแง่มุมต่าง ๆ ตามแต่ผู้นำเสนอข้อมูลต้องการ ทำได้แม้กระทั่งใช้ข้อมูลชุดเดียวกันแท้ ๆ แต่ใช้แค่บางส่วนหรือรวบนิดรวมหน่อยก็อาจจะทำให้อะไร ๆ ไกลกว่าความเป็นจริงได้มากทีเดียว โดยในเล่มหลักเชิงทฤษฎีและกรณีศึกษาที่สนุกสนาน แต่เพื่อให้เกิดประโยชน์กับคุณผู้อ่าน ผมจึงขอสรุปเทคนิคมาเล่าให้ฟัง 5 ข้อ เพื่อให้คุณผู้อ่านดึงหูตัวเองเบา ๆ เวลาเราได้ยินอะไรหรู ๆ ดูนะ

เทคนิคที่ 1 ใช้ใครก็ไม่รู้มาเป็นกลุ่มตัวอย่าง เช่น คนไทยส่วนใหญ่อายุเฉลี่ย 74.09 ปี เคยสงสัยมั้ยว่าเขาไปเก็บข้อมูลถามจากใคร กี่คน และ อยู่ที่ไหนบ้าง? แม้ว่าตำราสถิติจะมีสูตรคำนวณว่าประชากรจำนวนเท่าไหร่ควรใช้กลุ่มตัวอย่างเท่าไหร่ถึงจะได้ค่าความคลาดเคลื่อนน้อยตามต้องการ แต่ถ้าผมส่งคุณผู้อ่านทีมหนึ่งไปเก็บข้อมูลในหมู่บ้านห่างไกลจากการรักษาและส่งอีกทีมหนึ่งไปเก็บจากครอบครัวที่ฐานะดีในย่านสุขุมวิท แน่นอนว่าตัวเลขคงห่างกันพอสมควร เห็นรึยังว่าลำพังแค่การสุ่มก็ทำให้ข้อมูลคลาดเคลื่อนไปได้มากเลยล่ะ

เทคนิคที่ 2 บอกค่ากลางของข้อมูลคนละตัว สมมติว่าเราสนใจเงินเดือนของพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่ง มีพนักงาน 7 คน ได้เงินเดือนดังนี้
คนที่ 1 พนักงาน 8,000
คนที่ 2 พนักงาน 8,000
คนที่ 3 พนักงาน 8,000
คนที่ 4 ผู้จัดการ 10,000
คนที่ 5 ผู้จัดการอาวุโส 16,000
คนที่ 6 รองประธาน 20,000
คนที่ 7 ประธาน 70,000

ง่าย ๆ เลย ถ้าอาจจะบอกเป็นค่าเฉลี่ย หรือ Mean ก็ให้เอาเงินเดือนของพนักงานทุกคนบวกกันแล้วหารด้วยจำนวนพนักงานตรง ๆ เลย จะบอกว่าบริษัทนี้พนักงานได้เงินเดือนเฉลี่ย 20,000 บาท ถ้าจะบอกเป็นค่า Mode ที่ว่าคนส่วนใหญ่ได้เงินเดือนเท่าไหร่จะบอกได้ทันที่ว่าพนักงานบริษัทนี้ส่วนใหญ่ได้เงิน 8,000 บาท (จำนวนพนักงานเยอะที่สุดถึง 3 คน) หรือ จะบอกเป็นค่า Median ที่ใช้เงินเดือนของพนักงานคนที่ยืนอยู่ตรงกลาง ซึ่งก็คือผู้จัดการที่ได้เงินเดือน 10,000 บาท คราวนี้อยู่ที่ว่าเขาจะเลือกบอกอะไร ถ้าอยากอยากให้ดูรวยก็บอก Mean ถ้าอยากให้ดูจนก็บอก Mode แล้วแต่เหตุการณ์ ทั้งที่จริง ๆ เป็นข้อมูลชุดเดียวกันนะเนี่ย

เทคนิคที่ 3 ใช้อะไรที่ไม่ได้เกี่ยวกันจริง ๆ เช่น มีงานวิจัยที่สรุปผลว่าฐานะทางการเงินของผู้ปกครองส่งผลต่อความสามารถในการเรียนของเด็ก อืมม... แบบนี้คุณผู้อ่านไปขยันทำมาหากินให้รวย ๆ ดีกว่าแล้วลูกจะได้เรียนเก่งได้เองใช่มั้ย เปล่าเลยจริง ๆ แล้วมีตัวแปรตรงกลาง คือ พ่อแม่ที่มีฐานะทางการเงินดีระดับหนึ่งจะมีเวลาพอที่จะมาให้ความสำคัญกับการเรียน เช่น การตรวจการบ้าน ส่งไปเรียนพิเศษ หรือ ไปร่วมประชุมผู้ปกครอง ในขณะที่พ่อแม่ที่จำเป็นต้องหาเช้ากินค่ำแทบจะไม่ได้หยุดไม่ได้หย่อน แค่รู้ว่าลูกไม่โดดเรียนก็พอใจแล้ว แบบนี้ผลจะไม่ได้ต่างกันได้ไง ดังนั้นการบอกแค่ผิว ๆ หรือตัวแปรที่ไม่ได้เกี่ยวกันแล้วทำให้เข้าใจผิดก็มีเยอะแยะ เช่น ดื่มน้ำนี้แล้วฉลาด สวย ขาว ลองไปศึกษาลึก ๆ ให้ว่าจริง ๆ แล้วตัวแปรที่อยู่ตรงกลางคืออวัยวะส่วนใดของร่างกายเราที่ต้องมารับหน้าที่ให้เกิด Side Effect ดังกล่าว

เทคนิคที่ 4 ทำให้ดูแม่น อันนี้เด่นด้านแบบวัดหรือการสอบทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น O-Net, GAT, PAT, หรือแบบวัด IQ อะไรก็ตาม ทั้งที่ต่าง Claim ว่าทดสอบค่าความเที่ยง (Reliability) และ มีความตรง (Validity) มาเรียบร้อยแล้วแต่เอาจริงๆ ทุกอย่างมันไม่เป๊ะขนาดนั้นหรอกมันมีตัวแปรแทรกซ้อนเยอะ เช่น ข้อสอบใช้คำสั่งสับสน นักเรียนมีทักษะในการทำข้อสอบต่างกัน นักเรียนสายตาไม่ดี (แต่ตัวเองไม่รู้) นักเรียนป่วยในวันสอบ ฯลฯ พอคะแนนออกมาก็ขีดเส้นใต้สองเส้นกันแล้วเอาตัวเลขมาจัดลำดับว่าคนไหนเก่งกว่า หัวดีกว่า ทั้งที่จริง ๆ แล้วความแม่นที่คิดว่าใช้นั้นมันวัดความสามารถที่ต้องการได้แคบมาก ๆ

เทคนิคที่ 5 อ้างสูตรด้วยตัวเลขหรู ๆ ง่าย ๆ เลยเราทุกคนรู้แหละว่าเหรียญมี 2 ด้าน ถ้าผมถามว่าโอกาสออกหัวหรือก้อยจะมากกว่าก็จะได้คำตอบตามสามัญสำนึกว่าเท่ากันหรือ 50 50 ฟังดูดีมีหลักการ แต่ผมอยากให้คุณผู้อ่านลองไปโยนดูจริง ๆ สิว่ากว่าจะได้หัวกับก้อยเท่ากันเป๊ะ ๆ ต้องโยนกันกี่ครั้ง เพราะมันจะไม่เป๊ะขนาดนั้นในทางปฏิบัติ ดังนั้นค่าอะไรก็แล้วแต่ที่บอก ๆ เรามามันมีความคลาดเคลื่อนได้ทั้งนั้น ซึ่งตรงนี้ก็ต้องระวังนะอย่ารีบเชื่อ ยิ่งถ้ามีปัจจัยแทรกซ้อนอื่น ๆ อีก ค่าดังกล่าวคงบอกได้แค่โอกาสแบบคร่าว ๆ เท่านั้นเอง

เป็นไงบ้างสำหรับความเชื่อเดิม ๆ ที่เราเคยหลงไหลกันมา อย่าเพิ่งคิดว่าสถิติหรือการตลาดเป็นเรื่องเลวร้าย แต่เพราะความความน่าเชื่อถือนี้แหละทำให้เรามีช่องโหว่ทางภูมิคุ้มกันได้ ถ้าเราอุดทันและคิดอย่างรอบคอบก็จะใช้ชีวิตได้มีความสุขขึ้นอีกเยอะ

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว ขอให้มีความสุขในการเลือกสิ่งดี ๆ ให้ชีวิตอย่างถูกต้อง แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
โชดก วันที่ : 14/06/2014 เวลา : 21.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning

5555 ผมก็ไม่เคยได้มีโอกาสเป็นกลุ่มตัวอย่างเลยเหมือนกันครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
วรรณสุข วันที่ : 14/06/2014 เวลา : 21.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/outofstep

ที่ไม่เข้าใจ คือ โพลล์ต่างๆ ที่สำรวจกันเนี่ย ทำไมถึงไม่เคยสุ่มมาโดนเรามั่งเลย เคยถามคนรอบตัวหลายกลุ่มหลายอาชีพ ว่าเคยมีคนทำโพลล์มาสำรวจความคิดเห็นจากคนรู้จักหรือเพื่อนของคนรู้จักบ้างไหม ไม่เคยมีเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2014 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          



[ Add to my favorite ] [ X ]