• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 141631
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันศุกร์ ที่ 11 กรกฎาคม 2557
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 4927 , 22:50:17 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน opads , losoboy โหวตเรื่องนี้

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่าน ผมเข้าใจว่าผู้อ่าน Ministry of Learning น่าจะมีหลายกลุ่มตั้งแต่การเป็นพนักงานในองค์กรเอกชน องค์กรรัฐบาล หรือ ออกมาทำธุรกิจของตัวเอง/ที่บ้านไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง สิ่งที่อยู่คู่กับโลกการค้าเสรีแบบนี้น่าจะเป็นเรื่อง “การขาย” ไม่ว่าจะเป็นการขายสินค้า/บริการ การโยกย้ายที่ทำงาน หรือ แม้แต่การขาย Idea/Project ดี ๆ ถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเสมอ ๆ

แน่นอนว่าคุณผู้อ่านต้องเคยเจอจังหวะหรือโอกาสที่เราจะได้พบกับบุคคลหรือลูกค้าสำคัญในเวลาสั้น ๆ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวที่เราจะต้อง Sale อะไรบางอย่างให้กระชับและรัดกุมหรือที่เรียกว่าการทำ Elevator Pitch นั่นเอง ผมได้อ่านบทความของ Geoffrey James จาก Inc. เห็นว่ามีประโยชน์ เลยหยิบเอาหลักคิดมาผูกกับบริบทบ้านเราดูนะ

หลายคนอาจจะสับสนระหว่าง Elevator Pitch กับ Sale Pitch แต่ในความเป็นจริงคนละเรื่องกันเลย เพราะอย่างหลังนั้นต้องการการเตรียมการอย่างเป็นการเป็นงาน (อาจจะมี Presentation ประกอบ สุดแล้วแต่สถานการณ์) แต่ Elevator Pitch นั้นเป็นอะไรที่กันเองกว่ามาก ดูไร้รูปแบบที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ และ แน่นอนไม่จำเป็นต้องเกิดในลิฟท์ทุกครั้ง บางครั้งจังหวะที่จะทำ Elevator Pitch จะมีแค่ไม่กี่นาทีในตอนพบเจอกันโดยบังเอญ หรือ ช่วงจะเดินเข้าห้องประชุมกันหากเหมาะสมกับกาละเทศะ หลัก ๆ แล้ว Elevator Pitch จะมีองค์ประกอบ 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

  1. บอกประโยชน์
  2. สร้างความแตกต่าง
  3. ทำนัด

ส่วนแรกเลยคือเราต้อง “บอกประโยชน์” ประโยชน์ที่ว่าไม่ใช่ตัวเรา สินค้า/บริการ หรือแม้แต่โครงการของเรา แต่เป็น “ผล” ที่ลูกค้าจะได้รับ ยกตัวอย่างว่าบริษัทของคุณผู้อ่านทำธุรกิจเกี่ยวกับโปรแกรมการวางแผนทรัยพากรในองค์กร (ERP) ก็อย่าไปมัวแต่พูดว่า “บริษัทผมทำ ERP ครับ” (ลูกค้าคงนึกในใจ “แล้วไง”) เพราะบอกแค่สินค้ากับบริการ หรือ “ผมขายระบบ ERP ที่ช่วยให้องค์กรทำงานมีประสิทธิภาพขึ้น” อันนี้ก็ดีขึ้นมาหน่อยแต่ยังไม่เจาะใจ

ส่งที่ควรกล่าวเป็นประโยคแรก ๆ หลังจากทักทายกัน คือ “บริษัทผมทำระบบ ERP ที่ช่วยให้ลูกค้าลดต้นทุนได้มากกว่า 30%” หรือ จะบอกว่าทำกำไรขึ้นมาอีกเท่าไหร่ก็ว่าไป คือบอกในสิ่งที่เขาจะได้ประโยชน์จากเราเฉพาะเจาะจง จะได้อะไรได้เท่าไหร่ก็บอกไปตามนั้น

ส่วนที่สองคือสร้างความแตกต่าง เมื่อได้บอกประโยชน์แล้วส่วนต่อมาคือความแตกต่างของบริษัทเราเอง เพราะส่วนแรกที่ว่าเจาะจงนั้นคือประโยชน์ของ ERP เฉย ๆ ว่าดีอย่างไรซึ่งก็มีหลาย ๆ บริษัททำธุรกิจลักษณเดียวกัน ดังนั้นการสร้างความแตกต่างคือการบอกว่าทำไมต้อง “เรา” นี่สิถึงจะนำไปสู่การตกลงทางการค้า

อย่างไรก็ดีระวังหน่อย อย่าเว่อร์เผลอทำให้ดูเป็นการคุยโม้โอ้อวดว่า “เราเจ๋งสุดในวงการ” หรือ “เราช่วยลดต้นทุนของลูกค้าได้เร็วที่สุด” หรือ “เราให้บริการให้ดีสุด” เพราะบอกลอย ๆ แบบนี้อาจโดนสวนมาได้ว่าใคร ๆ ก็อ้างแบบนี้ทั้งนั้น และ โชคร้ายกว่าหากเขาหลงเชื่อจะกลายเป็นการบอกความจริงเกินขนาด เป็นการ Over Promise ซึ่งจะตีกลับมาทำร้ายเราเองหากลูกค้ามีความคาดหวังสูงเกินไป

ทางที่ถูกที่ควรคือต้องบอกเนียน ๆ แบบกลาง ๆ เช่น “บริษัทเรามีสิทธิบัตรในการติดตั้งระบบ ERP มาจากบริษัทแม่ในประเทศ” ก็ว่าไปว่าเราดีและแตกต่างโดยไม่ให้เสียความน่าเชื่อถือหรือดูไม่งาม อันนี้แล้วแต่ประสบการณ์

ส่วนที่สามคือทำนัด ส่วนที่ยากและพลาดง่ายที่สุด เพราะหลายคนเผลอคิดว่าจะต้องปิดการขายหรือ Close Sale ให้ได้ในการทำ Elevator Pitch ยังก่อน ยิ่งถ้าสิ่งที่จะต้องตกลงหมายถึงมูลค่าทางธุรกิจเยอะ ๆ แล้วใคร ๆ ก็ต้องขอเวลากลับไปคิดกันหลาย ๆ หัวก่อนทั้งนั้นก่อนจะให้คำตอบ ดังนั้นสิ่งที่เราควรทำไม่ใช่การปิดการขายแต่เป็นการขอนัดเพื่อเข้าไปพูดคุยเพื่อให้มีเวลาในการค้นหาความต้องที่จะเป็นประโยชน์ให้กับคุณลูกค้าในอนาคตของเราให้ได้มากที่สุด ดังนั้นต้องตั้งสติดี ๆ อย่าไปเผลอยื่นนามบัตรเฉย ๆ แล้วบอกว่า “หากสนใจก็โทรมาหาผมได้นะ” หรือส่วนใหญ่ที่พลาดคือ “เดี๋ยวผมส่งใบราคาไปให้” (ลูกค้าคิด ใครซื้อ?)

ที่เหมาะที่ควรคือ “น่าจะมีประโยชน์ที่จะได้มีเวลานั้นคุยกัน สัปดาห์หน้าสะดวกวันไหนบ้าง” หรือ “ดูพี่สนใจนะครับ จะผมเข้าไปวันไหนดี” อะไรทำนองนี้ เพราะถ้างานหลักของคุณคือการขายก็อย่าออกมามือเปล่า ๆ

ประเด็นที่ต้องระลึกในใจเสมอ 2 ข้อเวลาทำ Elevator Pitch คือ 1) วางตัวให้เหมือนผู้เชี่ยวชาญหรือที่ปรึกษามากกว่าเป็นฝ่ายขาย และ 2) ใช้ภาษาง่าย ๆ อย่าเอาศัพท์แสงเทคนิคมาฉายเล่นเป็นการปล่อยของ ใช้คำง่าย ๆ ชัดเจนเป็นสำคัญ

อ่านถึงตรงนี้อาจจะคิดว่า Elevator Pitch นั้นไม่ได้ยากอะไรเลย ถูก เพราะส่วนที่ยากคือตอนที่ต้องหาให้เจอว่า Elevator Pitch จะอยู่ตอนไหน นั่นล่ะจุดตัดว่าใครเชี่ยวกว่ากัน บางทีเจอแบบใช่แต่มีอะไรมารบกวน เช่น Event จะเริ่มแล้ว เสียงดัง หรือ ดันตื่นเต้นซะเองจนข้อมูลร่วงหายไปนั่นก็เป็นเรื่องที่ต้องฝึกกันต่อไป

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว ขอให้มีความสุขในการสร้างโอกาสดี ๆ ให้ชีวิต แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี

อ้างอิงจาก http://www.inc.com/geoffrey-james/how-to-give-a-flawless-elevator-pitch.html?cid=sf01002

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2014 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]