• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 143835
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันอาทิตย์ ที่ 17 สิงหาคม 2557
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 2141 , 15:58:08 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีคุณผู้อ่านในสัปดาห์ที่สบาย ๆ ในวันฝนพรำแบบนี้ แม้ว่าฝนจะดูเป็นอุปสรรคสำหรับคนเมืองส่วนใหญ่ แต่อย่างน้อยก็ช่วยให้เราได้รู้ถึงช่วงเวลาในแต่ละปี

สำหรับ Ministry of Learning สัปดาห์นี้ผมอยากมาชวนคุณผู้อ่านคุยกันถึงแนวคิดที่สามารถนำไปสังเกตตัวเองกันสักหน่อยดีกว่า ว่าประสบการณ์ชีวิตหรือประสบการณ์การทำงานคุณผู้อ่านมีอยู่นั้นมีที่มาที่ไปอย่างไร เพื่อให้เกิดการถอดแบบไปเรียนรู้เรื่องใหม่ ๆ หรือเติมเต็มเรื่องเดิมที่มีอยู่ให้แหลมคมขึ้น ว่าแต่ละขั้นที่เราต้องค่อย ๆ เดินขึ้นไปมีอะไรบ้าง

ขั้นที่ 1 ต้องรู้ได้ นี่เป็นขั้นแรกสุดก่อนที่จะไปเดินขึ้นบันไดขั้นอื่น เพราะก่อนจะทำอะไรได้อย่างแรกเลยคือที่เราต้องรู้ข้อมูลพื้นฐานให้ครบ ง่าย ๆ คือ Who What When Where หรือ ใคร อะไร เมื่อไหร่ ที่ไหนก่อน โดยถามว่าจะครบหรือลึกได้แค่ไหนสุดแล้วแต่เรื่องที่สนใจจะศึกษา เพราะถ้าไม่รู้เราจะไม่มีต้นทุนในการเดินสู่บันไดขั้นถัดไป

ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น คุณผู้อ่านเห็นคนออกมาขี่จักรยานกันเยอะ ๆ ก็เกิดความสนใจในการขี่จักรยานขึ้นมา แทนที่เราจะเดินไปร้านจักรยานและสับสนกับความหลากหลายของสินค้าและราคา จะดีกว่ามั้ยถ้าคุณผู้อ่านหาความรู้อะไรบางอย่างที่จำเป็น เช่น จักรยานมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับการขี่ลักษณะไหน ราคาประมาณเท่าไหร่ (อันนี้สำคัญเพราะราคาจักรยานนี้กว้างมากจริง ๆ) เอาแบบง่าย ๆ ไปก่อน ถ้าอยาก “รู้ลึก” ก็ต้องไปต่อว่าเขานิยมไปขี่ที่ไหนกัน นิยมกลางวันกลางคืน มีสไตล์พิเศษที่น่าสนใจสำหรับเรา

ขั้นที่ 2 ต้องเข้าใจได้ เมื่อมีความรู้แล้วต้องเข้าใจด้วยหมายถึงการรู้ที่มาที่ไปของเรื่องนั้น ๆ คล้าย ๆ กับการเพิ่ม Why เข้าไปอีกคำ นั่นคือการรู้ถึงเหตุผลหรือหลักการที่มีความเชื่อมโยงกันในเบื้องลึกเบื้องหลัง ความรู้ของเราจะแตกหน่อต่อยอดไปอีกขั้นเมื่อเทียบกับตอนที่เราแค่รู้เฉย ๆ วิธีการวัดเราเข้าใจในเรื่องอะไรแล้ว คือ เราสามารถอธิบายสิ่งนั้น ๆ เป็นคำพูดของตัวเองได้ บอกความแตกต่างของสิ่งนั่นนี่นู่นได้

ตัวอย่าง เมื่อคุณผู้อ่านทราบแล้วว่าจักรยานมีกี่ประเภท สักพักก็จะเริ่มรู้ว่าจักรยานแต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานแบบไหน เช่น ขี่เร็ว ขี่ไกล หรือ ขี่ลุย วัสดุแต่ละแบบทำมาทำไม ต้องเบาถึงขี่ดีใช่หรือไม่ หรือ ทำไมแต่ละลักษณะถึงราคาต่างกันมาก เป็นต้น จะเห็นได้ว่าเราจะเริ่มสามารถเปรียบเทียบได้

ขั้นที่ 3 ต้องพลิกแพลงได้ เมื่อมีความเข้าใจแล้ว บันไดทองขั้นต่อมาคือต้องพลิกแพลงหรือประยุกต์ได้ เปรียบง่าย ๆ เหมือนการเพิ่ม How เข้าไปอีกตัวหนึ่ง หมายความว่าเราจะสามารถใช้ความเข้าใจที่มีมาแล้ว “ปรับ” ให้เข้ากับสถานการณ์หรือความต้องการได้อย่างไร

ตัวอย่าง พอคุณผู้อ่านมีความเข้าใจระดับหนึ่งแล้วก็จะสามารถ “เลือก” จักรยานที่เหมาะกับการใช้งานเรา เช่น ใช้การออกกำลังกาย ใช้ไปกลับที่ทำงาน หรือ ใช้ท่องเที่ยวแบบยาว ๆ เป็นสัปดาห์ ได้ชัดเจนกว่าการตัดสินใจที่รถ “สวยหรือเท่ห์” อันนี้สำคัญมากและพลาดกันบ่อยจริง ๆ โดยการพลิกแพลงนี้จะต้องรวมถึงความพลิกแพลงตัวเองให้เหมาะกับรูปแบบการขี่จักรยานที่ตรงวัตถุประสงค์นั้น ๆ ด้วยนะถึงจะเกื้อหนุนกัน

ขั้นที่ 4 ต้องแยกแยะได้เรียกให้วิชาการหน่อยคือ “การวิเคราะห์” หมายถึงการที่ใช้ความรู้ระดับพลิกแพลงได้แล้วมาแยกหรือแตกประเด็นโดยละเอียดเป็นเรื่อง ๆ ได้ เช่น พิจารณาองค์ประกอบ ความสำพันธ์ หลัการ หรือ กฎต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนั้น ๆ คนที่เกิดการเรียนรู้มาถึงขั้นนี้จะดูเป็นคนที่ฉลาดเหนือชั้นขึ้นมาทันที เรียกว่าเข้า Guru Zone แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องมีหลักการอ้างอิงนะ ไม่ใช่ลอย ๆ มาแล้วบอกว่ารู้แบบนี้ไม่นับเหมือนกัน ในการทำงานจะมีกลุ่มคนที่เรียกว่า “นักวิเคราะห์” หรือ Analyst ที่จะมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางเป็นเรื่อง ๆ ไปในวงการต่าง ๆ ก็จะเป็นคนที่รู้จริงระดับนี้

ตัวอย่าง นอกจากจะรู้ตารางการฝึกฝนแล้ว การมีความรู้ระดับนี้จะช่วยให้สามารถมองหาอาการและวิเคราะห์สาเหตุต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้องชัดเจนด้วย เช่น อะไรที่ช่วยให้ขี่ทำเวลาได้เร็วขึ้น วิธีการใดที่ช่วยให้การขี่ลดน้ำหนักได้ผล แม้กระทั่งการวิเคราะห์ท่าขี่กับการปรับตั้งรถ (Fitting) ฯลฯ ตรงนี้ถ้าเปรียบคงต้องเป็นระดับ Coach นักกีฬา หรือ Technician ที่จะสามารถวิเคราะห์ให้คำแนะนำอย่างเฉพาะเจาะ

ขั้นที่ 5 ต้องประกอบร่างสร้างสิ่งใหม่ได้ ศัพท์วิชาการเรียก “สังเคราะห์” หมายถึงการใช้ความรู้ระดับแยกแยะมาสร้างสิ่งใหม่ ๆ หรือทางเลือกใหม่ ๆ ที่ทดแทนวิถีแบบเดิม ๆ ขั้นนี้มีน้อยคนที่จะไปแตะถึงนอกจากจะเป็นการทำงานที่เน้นด้านนวัตกรรม นักวิจัย หรือ ผู้ที่ต้องทำการค้นคว้าทดลองตลอดเวลา เพราะจะต้องการเครื่องมือพิเศษที่แตกต่างจากการทำงานปกติพอสมควร

ตัวอย่าง หากคุณผู้อ่านมีความรู้ในขั้นนี้จะกลายเป็นผู้คิดค้นและพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ให้กับวงการจักรยานแล้ว เช่น การพัฒนาวัสดุใหม่ ๆ สำหรับโครงจักรยาน ระบบเบรค หรือ ระบบกลไกใหม่ ๆ ที่ช่วยให้การขี่จักรยานมีประสิทธิภาพหรือความปลอดภัยมากขึ้นซึ่งถือว่าล้ำหน้ามากไปอีกขั้น

ขั้นที่ 6 ต้องประเมินได้ ความรู้ขั้นนี้เป็นขั้นสูงสุดตามกรอบของทฤษฎีนี้แล้ว เพราะนอกจากจะต้องคิดอ่านเพื่อพัฒนาสิ่งใหม่ ๆ ได้แล้ว ยังต้องสามารถมองให้ลึกไปอีกเพื่อกรองว่าสิ่งที่พัฒนาขึ้นมาใหม่จะไปรอดหรือไม่อย่างมีหลักมีเกณฑ์ (ตัดอคติให้ได้ด้วยนะ) โดยใช้ใช้องค์ความรู้ของศาสตร์ในวงการนั้น ๆ มาเป็นเครื่องมือในการหาคำตอบ เพราะการประเมินจะกว้างและลึกมากขึ้น เช่น นวัตกรรมบางอย่างยอดเยี่ยมากแต่ไม่ผลิตได้ในแง่ของต้นทุน การตลาด หรือ แม้แต่เรื่องทางศิลธรรม เป็นต้น

ตัวอย่าง บริษัทกำลังทำวิจัยและพัฒนาระบบเบรคแบบใหม่ให้กับรถจักรยาน ผู้เชี่ยวชาญกลุ่มนี้จะมาช่วยกันประเมินความเป็นไปได้ในแง่มุมต่าง ๆ ว่าจะต้องพัฒนาต่อไปในด้านไหนอีกบ้าง เพื่อช่วยให้เกิดการปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์อย่างลึกซึ้งจริง ๆ โดยจะต้องมีเกณฑ์ในการทดสอบที่จะต้องควบคู่กับเครื่องมือเหมาะสมเป็นตัวช่วย

ที่เล่ามาทั้งหมดนี้คือทฤษฎีการเรียนรู้ที่คุณครูและวงการศึกษาในหลาย ๆ ประเทศรวมถึงประเทศไทยใช้กันนั่นคือ Bloom's Taxonomy ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้กับการเรียนรู้เรื่องอะไร วัยไหน ก็ได้ทั้งนั้น ดังนั้นหากคุณผู้อ่านมีความสนใจจะศึกษาเรื่องอะไรใหม่ ๆ หรือ อยากต่อยอดความรู้ที่ตนเองมีอยู่ให้เป็นระดับ Guru แล้วล่ะก็ลองพิจารณาบันไดทองทั้ง 6 ขั้นที่กล่าวมานี้เป็นการเทียบเคียงกันไป

ข้อสังเกตแรกที่ผมอยากฝากไว้ คือ บันไดทองนี้เป็นแค่กรอบคร่าว ๆ อย่าไป Fix ตัวเองให้ตกระกำลำบากว่าถ้าฉันไม่ผ่าน 1 ฉันจะไม่มีวันไป 2 แบบนี้ไม่เอา เพราะหลายครั้งเราเดินขึ้น ๆ ลง ๆ นี่แหละจะทำให้เก่งเร็วกว่า เพราะพอเราศึกษา เราอ่าน เราฟัง เราคุยกันคนอื่น เราอาจจะรู้ตัวว่า “อ๋อ ที่รู้มาอาจจะผิด” ก็ไปเก็บไปแก้ ไม่มีอะไรเสียหายกับการเป็น Lifelong Learner ซึ่งนั่นคือสิ่งจะช่วยให้สังคมเราอุดมปัญญาอย่างยั่งยืน

ข้อสังเกตที่สอง คือ ผู้ปกครองหลายคนเข้าใจผิด กลัวว่าลูกหลานจะเรียนหนังสือแบบ "รู้จำ" ทำให้หลาย ๆ โรงเรียนพยายาม "ข้ามขั้น" เพื่อให้ดูก้าวหน้า ซึ่งตรงนี้ต้องบอกว่ามีความเสี่ยงที่ต้องระวังกันพอสมควรเพราะหากเราไปคาดหวังว่าเด็กต้องวิเคราะห์เป็น แก้ปัญหาได้ แต่ไม่มีความรู้อะไรเลย โตขึ้นเขาจะกลายเป็นผู้ใหญ่ที่เอาแต่วิพากษ์วิจารณ์โดยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร (ซึ่งมีให้เห็นบ่อย ๆ)

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว ขอให้มีความสุขในการเป็น Guru ในสิ่งที่สนใจ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]