• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 141942
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันอาทิตย์ ที่ 24 สิงหาคม 2557
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 4663 , 17:28:41 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน สมชัย , รวงข้าวล้อลม และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่าน ช่วงหลัง ๆ มานี้ผมพยายามปรับบทความ Ministry of Learning ให้เน้นการเสนอแนะและ How to มากกว่าการเขียนในเชิงวิพากษ์วิจารณ์ จนข่าวล่าสุดพบว่า สพฐ. จะปรับลดเวลาเรียนโดยให้เหตุผลว่า "ไม่ได้อยากให้เด็กเรียนน้อยลงแต่อยากให้เด็กเรียนอย่างมีประสิทธิภาพขึ้น" ซึ่งตรงนี้ผมอดเป็นห่วงไม่ได้เลยขอมาทำความเข้าใจกันสักหน่อย

วันนี้ผมจึงอยากมาชวนคุณผู้อ่าน โดยเฉพาะคุณผู้อ่านที่เป็นผู้ปกครองให้ได้เห็นความจริงของการศึกษาไทยที่ท่านอาจจะยังไม่รู้จัก โดยรวมรวมจากประสบการณ์ตรงของผมเองมาเป็นข้อสรุปง่าย ๆ ถึงความจริง 5 ข้อที่อยากให้รู้เพื่อที่จะช่วยกันคิดอ่านในโอกาสต่อไปได้สะดวก

ความจริงที่ 1 เวลาในการเรียนรู้ (อย่างมีคุณภาพ) ไม่เพียงพอ อันนี้แย้งกับประเด็นที่จั่วหัวไว้ตรง ๆ เลย คิดตามง่าย ๆ นะว่าเวลา 1 ปีการศึกษาไทยโรงเรียนเปิด 8 เดือน แต่ในช่วงเดือนที่เปิดเทอมมีวันหยุดราชการอย่างเป็นทางการที่ไม่ใช่วันเสาร์อาทิตย์ประมาณ 12 – 13 วันเข้าไปแล้ว พอมารวมกับวันหยุดชดเชยและวันหยุดอุดฟันหล๋ออีก เวลาเรียนของเด็กไทยจริง ๆ จะหายไปทันทีร่วม 20 วัน หรือ 1 จาก 8 จากเวลาทั้งหมด

เวลา 7 ใน 8 ที่เหลือยังต้องถูกแบ่งไปทำกิจกรรมเสริมอื่น ๆ อีกตามแต่ว่าแต่ละโรงเรียนไปเข้าโครงการไหนบ้าง พอโครงการมากภาระงานครูก็มากตาม (บางโครงการลามไปถึงเด็ก) พอครูงานยุ่งการจะสอนให้เด็กคิดเห็นเชื่อมโยงได้นี่ไม่ต้องพูดเลย แค่อัดความรู้ให้ทันตารางสอนก็หืดขึ้นคอแล้ว ดังนั้นการที่บอกว่าเด็กเครียดเพราะเรียนหนักน่าจะเปลี่ยนเป็นเครียดเพราะเวลาไม่พอที่จะ “ย่อย” ความรู้ให้เป็นความเข้าใจมากกว่า ไม่งั้นเด็ก ๆ จะต้องไปเรียนพิเศษกันทำไม? ดังนั้นการปรับลดเวลาไม่ใช่การแก้ปัญหาแต่ควรปรับลดกิจกรรม งานเสริม และ งานธุรการของโรงเรียนลงแล้วค่อยมากวดเรื่องคุณภาพน่าจะเป็นการจัดลำดับความสำคัญที่ถูกต้องกว่า

ความจริงที่ 2 เนื้อหาเยอะเกิน คุณผู้อ่านที่เป็นผู้ปกครองอาจจะไม่ทราบว่า “วิชา” เรียกอย่างเป็นทางการว่า “กลุ่มสาระการเรียนรู้” แต่ละกลุ่มประกอบไปด้วย “สาระ” ต่าง ๆ ตั้งแต่ 3 จนถึง 8 สาระ เปรียบเสมือนเหมือนรากแก้วที่แตกเป็นรากแขนงและรากฝอยอีกที แต่ละรากฝอยคือสิ่งที่เด็ก ๆ จะต้องต้องรู้ให้ได้ตามหลักสูตร โดยเด็กไทยจะต้องเรียน 8 วิชานับตั้งแต่ขึ้น ป. 1 เป็นต้นไป ดังนั้นในเวลา 6 – 8 ชั่วโมงที่โรงเรียน (ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ได้เหลือให้แบบนั้นเท่าไหร่หรอก) ตรงนี้คุณผู้อ่านในฐานะคนทำงานแล้วจะรู้ทันทีว่ามันไม่ใช่แล้ว เพราะในโลกแห่งการทำงานที่ต้องคิด วางแผน และ แก้ปัญหาเพื่อให้งานสำเร็จได้มันต้องใช้ความรู้เชิงลึกมากกว่ารู้กว้าง นั่นถึงเป็นเหตุผลว่าเด็กไทยเรียนอะไรมากมายแต่ตกม้าตายตอนทำงานกันหมด

อีกประการหนึ่ง เคยคิดมั้ยว่าทำไมเนื้อหาต้องเยอะ? แน่นอนเวลาร่างหลักสูตรเขาจะต้องเชิญผู้มีความรู้ความสามารถในแต่ละรากแขนงมาเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งองค์ความรู้ต่าง ๆ ของท่านย่อมสำคัญมากใน “สายตาของท่าน” ผลก็คืออุปทานทางการศึกษาพุ่งพ้นล้นเหลือ แต่อุปสงค์ที่ต้องเอาไปใช้จริง ๆ ว่าเด็กจะรู้และเอาความรู้ไปใช้ประโยชน์ได้อาจจะแค่ติ่งเดียวเท่านั้น นี่แหละว่าเด็กไทยจริง ๆ เรียนหนักเพราะเนื้อหาไม่ใช่เวลา ดังนั้นหากอยากปรับหลักสูตรมาปรับลดที่ความจำเป็นในการใช้ความรู้ให้เหมาะสมกับวัยน่าจะเหมาะกว่าเป็นไหน ๆ

ความจริงที่ 3 สอนทางลัด เรื่องนี้คุณผู้ปกครองมีส่วนนะ ผมเจอถามมาเยอะเลยว่าให้ลูกไปเรียนที่ไหนดีที่สอนแล้วเด็กอ่านออกคิดเลขเป็นได้ไว ๆ บางคนคุย ๆ ไปทราบว่าที่บ้านแทบจะเอาบัตรคำ A B C ไปปั่นชงเป็นนมให้ลูกดื่มเพราะอยากให้ลูกมีพัฒนาการ “ก่อนวัย” ความต้องการแบบ “เร่งสี เร่งโต” แบบนี้แหละทำให้โรงเรียนจำเป็นต้องมาสอนทางลัดกันเยอะ ยกตัวอย่างง่าย ๆ คนไทยเรียก “วิชาคณิตศาสตร์” (Mathematics) เป็น “วิชาเลข” (Numbers) กันหมด ท่องสูตรคูณแต่อ้อนแต่ออก ซึ่งผู้ปกครองจะปลื้มมากหากลูกสามารถคิดเลขได้อย่างว่องไว แต่คนไทยเราสักกี่คนที่เรียนถึง “หลักการคูณ” ง่าย ๆ เลยคุณผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าทำไมต้อง X แทนการคูณ? (ผมเพิ่งมาทราบเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง)

ในระยะสั้นเด็กไทยจะดูเก่งมากเพราะคำนวณ (Calculation) คล่องแคล่ว คนไหนไปเรียนต่างประเทศก็จะได้รับคำชมว่าจาก Professor ว่าทำโจทย์ได้ถูกต้องฉับไว ในขณะที่เด็กฝรั่งซึ่งคำนวณได้ช้ากว่ากลับมีความสามารถมองในการมองหาเหตุผลเชิงคณิตศาสตร์ (Math Reasoning) ทำให้เวลาเด็กฝรั่งเวลาฟังเรื่องราวต่าง ๆ แล้วสามารถเขียนเป็นสมการออกมาเพื่อใช้ในการพิสูจน์หรือคาดคะเนเหตุการณ์ได้ ซึ่งตรงนี้จุดปลายทางต่างกันเพราะเราเป็นได้แค่คนแก้โจทย์แต่เขาสร้างโจทย์ใหม่ ๆ ได้ตลอดเวลา ดังนั้นหากเราปรับความคาดหวังในการเรียนรู้ของเด็ก ๆ ให้ตรงกันระหว่างผู้ปกครองและโรงเรียนได้เพื่อให้เด็ก ๆ เรียนรู้ได้สมวัย เขาสามารถปรับใช้ และ ต่อยอดได้อย่างยั่งยืนกว่าการสอนทางลัดมาก

ความจริงที่ 4 ใคร ๆ ก็ไปโรงเรียน คุณผู้อ่านที่เป็นผู้ปกครองรู้จัก “สมศ.” และ “สทศ.” บ้างหรือไม่? (อยากให้เข้าไป Website เพื่อดูบทบาท/หน้าที่) สองหน่วยงานนี้มีขึ้นมาเพื่อต้องการความเป็นอิสระในการทำงาน เพื่อช่วยปรับปรุงและตรวจสอบคุณภาพของระบบการศึกษาให้สามารถเดินหน้าไปได้อย่างที่ควรจะเป็น เอาง่าย ๆ คือ สมศ. จะเข้าไปตรวจ Process และ Output ด้วยวิธีการที่เรียกว่า “การประเมินภายนอก” และ สทศ. จะเข้าไปตรวจ Outcome ด้วย “การสอบ O-Net” ประมาณนี้นะ

แนวคิดนี้จริง ๆ เข้าท่าแต่ทำไปทำมากลายเป็นภาระกับโรงเรียน เพราะโรงเรียนโดนคีบให้อยู่ตรงกลางที่ต้องรับศึกสองด้าน เพราะสองหน่วยงานสำคัญนี้ใช้การ “อ้างอิง” เอกสารกับเกณฑ์หรือมาตรฐานต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นแทนการดู “ความจริงในโรงเรียน” ดังนั้นผลผลการประเมินที่ดีเกิดจากการเตรียม “เอกสาร” ที่ดี กอปรกับการ "ติว O-Net" ให้คะแนนออกมาสวย ๆ มากกว่า เป็นความผิดพลาดของระบบการศึกษาบ้านเราที่เอา Proxy เหล่านี้ไปผูกกับ “KPI ของโรงเรียน” ดังนั้นโรงเรียนมี “ความจำเป็น” ที่จะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้รองรับกับการประเมินภายนอกและการสอบ O-Net ให้ได้ หากลองย้อนไปอ่านความจริงที่ 1 จะไม่แปลกใจเลยว่าเวลาหายไปไหน

ในบางประเทศ (บ้านเรายังทำไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้แน่นอน) เขาใช้การสอบปฏิบัติโดยครูและให้ครูเป็นผู้รับรองเกรดนักเรียนในการเรียนต่อ หากคนไหนปล่อยเกรดนักเรียนที่ความสามารถไม่ถึงไปเรียน ทางโรงเรียน/มหาวิทยาลัยสามารถร้องเรียนและจะมีการตรวจสอบย้อนกลับ เพื่อให้โรงเรียนและครูแสดงความรับผิดรับชอบ แบบนี่สิเด็กจะได้รับการเรียนรู้ที่ถูกทางจริง ๆ โดยไม่มีใครจะกล้ามั่วเกรดด้วย

ความจริงที่ 5 พิธีกรรมนำชีวิต เรื่องนี้ผู้ปกครองทั้งหลายอาจจะไม่ทราบเลยต้องออกตัวก่อนว่าไม่ได้อยากให้กระทบใจ “ผู้ใหญ่” แต่ต้องยอมรับว่าเวลาท่าน ๆ จะไปไหนต้องมีใครอีกหลายคนที่ไม่ได้หลับได้นอน เพราะครูและนักเรียนก็ต้องเตรียมต้อนรับตั้งแต่ซ้อมรำ ทำซุ้ม รุมเตรียมสถานที่เอย ไป ๆ มา ๆ ขาดการเรียนการสอนเป็นสัปดาห์เพื่อนาทีแห่งพิธีเปิดแค่นั้นจริง ๆ (ซ้อนกับความจริงที่ 1 อีกแล้ว) เพราะเชื่อกันว่าความพร้อมของกิจกรรมสะท้อนความพร้อมในการเรียนรู้ของนักเรียน ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่เกี่ยวกันเลย ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผู้ปกครองและชุมชนสามารถร่วมกันแสดงความคิดเห็นผ่าน “คณะกรรมการสถานศึกษา” ได้ เพราะตามระบบเขาส่งเสริมให้มีการกระจายอำนาจอยู่แล้ว หากลด ละ เลิกความเชื่อที่ให้คุณค่ากับกิจกรรมที่ไม่มีความจำเป็นเหล่านี้ลง จะช่วยนำเวลาและโอกาสในการเรียนรู้กลับมาให้ลูกหลายของท่านได้อีกเยอะ

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับความจริงเกี่ยวกับการศึกษาไทย อาจจะดูมืดครื้มนิดหน่อยก็อย่าเพิ่งท้อ เพราะจริง ๆ แล้วมีหลายอย่างที่ผมก็ยั้ง ๆ มือไว้ แต่ที่อยากเล่าเพราะเห็นว่าคุณผู้อ่านที่เป็นผู้ปกครองควรจะได้ทราบ เพราะอยากให้เข้าใจว่าความรับผิดชอบต่อการศึกษาไม่ใช่หน้าที่ของโรงเรียนฝ่ายเดียว แต่เป็นของทุกคนที่ต้องช่วยกัน

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว ขอให้ทุกท่านให้ความสำคัญกับอนาคตของชาติให้มาก ๆ แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า สวัสดี

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 โชดก ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 25/08/2014 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

เห็นด้วยอย่างยิ่ง โดยเฉพาะข้อสุดท้ายสังคมไทบชอบเน้นพิธีการ มากกว่าเนื้อหา
ดูง่ายๆ เวลานักมวยจะต่อยกัน ท่านนั้นท่านี้ กล่าวเปิดงาน มอบของที่ระลึก จนนักมวยที่วอร์ม มาอย่างดี ยืนจนขาแข็ง ไม่ได้ต่อยสักที

ความคิดเห็นที่ 3 โชดก ถูกใจสิ่งนี้ (1)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 25/08/2014 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ขออนุญาติดึงลิงค์ไปยัง เฟสบุคนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 โชดก ถูกใจสิ่งนี้ (1)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 25/08/2014 เวลา : 13.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เขียนได้โดนใจมากกค่ะ และตรงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ตอนนี้จริงๆ อยากให้ผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ มาอ่านนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 รวงข้าวล้อลม , โชดก ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Chaoying วันที่ : 24/08/2014 เวลา : 17.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

หวังว่าการศึกษาไทยจะดีขึ้นในไม่ช้า เพราะเราช้ามามากแล้ว..
สำหรับครูที่ต้องทำเอกสาร น่าเห็นใจมากๆ น้องสาวเป็นครู หมดเวลาไปกับการทำเอกสารเยอะมาก แล้วจะเอาเวลาไหนมาสอนอีก..ผู้บริหารนั่นแหละควรทบทวนก่อนเพื่อนเลย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]