• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 143785
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันจันทร์ ที่ 19 ธันวาคม 2559
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 1659 , 11:27:26 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีคุณผู้อ่านทุกท่าน สำหรับช่วงปลายปีแบบนี้คงเป็นช่วงที่หลาย ๆ คนกำลังลุ้นกับตัวเลขมหัศจรรย์กันอยู่ เพราะผลงานที่ทุ่มเททำมาทั้งปีจะขึ้นอยู่กับตัวเลขต่าง ๆ แค่ไม่กี่ตัวเท่านั้นแหละ

หลายท่านรู้จักและคุ้นเคยกับ KPIs – Key Performance Indicators แล้วว่าเป็นเครื่องมือในการบริหารที่สำคัญอย่างไร เพราะ KPIs เป็นเครื่องนำทางที่จะบอกว่าองค์กรเรากำลังขับเคลื่อนไปในทางที่ถูกต้องหรือไม่และไปได้ดีแค่ไหน เพราะข้อมูลที่เราเห็นจาก KPIs จะถูกใช้ในการ “ตัดสินใจ” ว่าเราจะไปทางไหนต่อซึ่งสำคัญกับความอยู่รอดขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง

Ministry of Learning ฉบับนี้อยากจะชวนคุณผู้อ่าน โดยเฉพาะผู้บริหารหรือผู้ประกอบมีธุรกิจส่วนตัวมาลองสะท้อนกันดูสักหน่อยว่า เรากำลังใช้ KPIs ถูกต้องตามหลักการหรือไม่โดยการสรุปสิ่งที่ “ควร” และ “ไม่ควร” ปฏิบัติเกี่ยวกับ KPIs จากหนังสือ 25 Need to Know – Key Performance Indicators เขียนโดย Bernard Marr ออกมาให้ลองพิจารณา KPIs ที่มีใช้กันอยู่ง่าย ๆ ตามนี้

ขอเริ่มจาก สิ่งที่ควรปฏิบัติ ก่อน ซึ่งมี 5 ข้อดังต่อไปนี้

ประการแรก KPIs ต้องเริ่มจากยุทธศาสตร์องค์กร โดยหลักการแล้วทุกองค์กรจะต้องมียุทธศาสตร์ในการดำเนินงาน ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนให้สอดรับกับสภาวะการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี เช่นปีนี้ยุทธศาสตร์ของเราต้องการต้องการเพิ่มกำไร เพิ่มยอดขาย ขยายฐานลูกค้า เน้นการซื้อซ้ำ เสริมผลิตภาพหน่วยงาน หรือ ขายศักยภาพของบุคลากร อะไรก็ได้ที่เป็นสิ่งที่เห็นว่าเลือกแล้วจะมาเสริมให้องค์กรของเราเกิดความโดดเด่นและก้าวหน้าตามเป้าหมาย (Goals) ที่วางไว้ เพราะหากยุทธศาสตร์ขาดความชัดเจน ตัวชี้วัดก็จะมั่วไปหมด แบบนี้ก็จะควบคุมอะไรยาก

ประการที่สอง ตั้งคำถามสำคัญที่อยากรู้ เมื่อยุทธศาสตร์มาแล้วก็ต้องมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า ยุทธศาสตร์นั้น ๆ จะประสบความสำเร็จได้จากองค์ประกอบอะไร ศัพท์เทคนิคเรียก Key Performance Questions ยกตัวอย่างเช่น ยุทธศาสตร์ขององค์กรเราในปีนี้ ต้องการเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้า ดังนั้นคำถามของสำคัญที่เราต้องทราบ คือ ลูกค้าของเราจะแนะนำสินค้า/บริการของเราให้กับเพื่อนระดับไหน? เพราะพอเราได้คำถามสำคัญที่เราอยากรู้แล้ว เราจะสามารถเลือก KPIs ที่จะตอบคำถามนั้น ๆ ได้แม่นยำขึ้น ซึ่งในที่นี้ควรจะเป็น Net Promotor Score (NPS) แบบนี้เป็นต้น (ไว้จะมาคุยให้ทราบวันหลังว่า NPS คิดยังไง)

ประการที่สาม ปรับแต่ง KPIs ให้ตรงกับสิ่งที่องค์กรต้องการ เมื่อครู่มีพูดถึง NPS ซึ่งถือเป็น KPIs มาตรฐานที่องค์กรอื่น ๆ นิยมใช้กัน แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกองค์กรมีจุดเด่นและบริบทที่แตกต่างกัน ดังนั้นเราจะไม่สามารถจะลอก KPIs จากหน่วยงานอื่นมาใช้โดยไม่มีการปรับเปลี่ยน เพราะนั่นอาจจะเกิดปัญหาอื่น ๆ ตามมาให้เราปวดหัวอีกมากทั้งการจัดเก็บข้อมูลเพื่อตอบคำถามสำคัญที่เราอยากรู้

โดยจากที่ผมเคยเรียนรู้มาจากองค์กรที่ปรึกษาระดับโลก ที่ปรึกษาที่เคยเล่าประสบการณ์ให้ฟังแนะนำว่า KPIs ที่หน่วยงานหนึ่ง ๆ ต้องการไม่ควรมีมากเกินไป โดยมากกำหนดไว้แค่ 4 – 5 KPIs สำคัญจริง ๆ ในการติดตามว่าองค์กรเดินตามยุทธศาสตร์หรือไม่ก็เพียงพอแล้ว แล้วค่อยกระจายความรับผิดชอบลงไปยังหน่วยงานย่อย ๆ จนถึงรายบุคคล เพื่อให้สามารถสื่อสารและเข้าใจในสิ่งที่ทุกคนจะต้องช่วยกัน

ประการที่สี่ ทุกคนเข้าใจตรงกัน เมื่อคัดเลือก KPIs จะต้องที่สำคัญได้แล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการสื่อสารให้บุคลากรในองค์กรเข้าใจตรงกันใน 2 ประเด็น นั่นคือ 1) ทำไม เพราะความเข้าใจใน เหตุผล ของการเลือก KPIs นั้น ๆ เป็นประเด็นสำคัญที่สุดเพื่อให้เกิดการปฏิบัติอย่างเข้าใจ และ 2) เท่าไหร่ เพื่อให้เข้าใจว่าแต่ละหน่วย/บุคคลจะต้องรักษาเป้าหมายของผลลัพธ์การดำเนินงานมากน้อยแค่ไหนในแต่ละปี หรือ แต่ละไตรมาส ก็สุดแล้วแต่

ประการสุดท้าย ใช้ KPIs ในการเพิ่มสมรรถนะองค์กร หากเริ่มมีการเก็บรวบรวมข้อมูลและเมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า KPIs บางตัวไม่ได้ส่งผลต่อการกำกับติตตามให้องค์กรเดินตามยุทธศาสตร์ เราควรใจเข็ง ๆ ยอมตัด KPIs ที่ไม่ต้องการออกไป เหลือไว้แต่ KPIs ที่จำเป็นจริง ๆ เท่านั้นพอ เพราะสิ่งที่เราต้องเข้าใจคือ KPIs แต่ละตัวต้องการทรัพยากรในการจัดทำ อย่าได้ปล่อยให้เกิด Bad Busy จะดีที่สุด

มุมมองต่อมาคือ สิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ มาลองดูกันหน่อยว่ามีอะไรบ้าง

ประการแรก เลือก KPIs ตามคนอื่น หลุมพลางใหญ่สุดของการใช้ KPIs คือเรื่องนี้ นั่นคือเลือกให้เหมือนกับที่คนอื่น ๆ เขาใช้กัน บางรายหนักกว่านั้นคือการสำรวจความคิดเห็นด้วยคำถามชุดเดียวกันโดยที่ลืมหันไปพิจารณาด้วยว่าเรากำลังใช้ยุทธศาสตร์เดียวกันรึเปล่า ผลร้ายคือก็คือองค์กรเราจะหลงทางเอาได้ง่าย ๆ ซึ่งอันตรายมาก

ประการที่สอง เก็บเฉพาะ KPIs ที่เก็บได้ง่าย อันนี้ก็เป็นอีกหลุมพรางที่ต้องระวังให้ดี หลายองค์กรเลือกใช้ KPIs เพราะว่าสะดวกต่อการนำเสนอเป็น “ตัวเลข” ทั้งที่จริง ๆ ตัวเลขที่ได้มาไม่ได้ตอบสนองกับยุทธศาสตร์อย่างที่กำหนดไว้ ผลคือเราก็จะเสียเวลาในการทำตัวเลขไปอย่างไม่จำเป็น

ประการที่สาม เก็บ KPIs ที่หมดอายุแล้วไว้ในระบบ แน่นอนว่าทุกอย่าง Out Date ได้ และ KPIs ก็เป็นแบบนั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงส่วนมากคือ “เสียดาย” ทำให้การปรับปรุง KPIs ในองค์กรจะใช้การ “เพิ่ม” KPIs ใหม่ ๆ เข้าไปมากกว่าการคัด KPIs ที่ไม่เกิดประโยชน์แล้วออก ผลก็คือ KPIs เราจะเยอะขึ้นเรื่อย ๆ แต่ใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่นัก ทั้งยังเสียเวลาเก็บและยากต่อการสื่อสารให้คนในองค์กรทราบ พอพอกพูนไปเรื่อย ๆ ก็จะเกิดความเละในที่สุด

ประการที่สี่ ผูก KPIs ไว้กับ Bonus เป้าหมายของ KPIs คือเครื่องมือในการสะท้อนผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ในภาพรวมขององค์กร แน่นอนว่า KPIs จะต้องถูกแจกลงไปตามโครงสร้างจนถึงระดับบุคคล แต่ต้องระวังก็คือการผูก KPIs ไว้กับการให้รางวัลต่าง ๆ มากไป เพราะนั่นจะทำให้เกิดปัญหาในเชิงวัฒนธรรมองค์กรอย่างมาก

ประการสุดท้าย ใช้ KPIs ไปควบคุมการทำงานมากเกินไป KPIs เป็นสิ่งสำคัญ แต่ก็เป็นตัวชี้วัดที่เป็นกลาง ๆ ดังนั้นต้องระวังไม่นำเอา KPIs ไปใช้ในการจับจ้องประเมินผลการทำงานเป็นรายบุคคลจนกลายเป็นการจับผิด หรือ จดจ้องลงไป Micro-Management กับทีมงานมากเกินไป เพราะ KPIs ไม่ใช่ Personal Appraisal ขอให้ใช้ได้ถูกต้อง

เป็นอย่างไรกันบ้างกับเรื่องของ ที่ผ่านมาเราอาจจะลืมตั้งคำถามกับ KPIs ว่าเราใช้ถูกหรือใช้ผิด เราเดินตรงหรือหลง หรือ เราใช้มากหรือน้อยจนเกินจำเป็น หวังว่าบทความนี้น่าจะช่วยแลกเปลี่ยนเป็นแนวทางคร่าว ๆ ให้ไปคิดต่อยอดกันนะ

Ministry of Learning ฉบับนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว ขอให้มีความสุขในการวางแผน และ ตั้งเป้าหมายองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดี


ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ธันวาคม 2016 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]