• โชดก
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chodokp@kenan-asia.org
  • วันที่สร้าง : 2013-09-05
  • จำนวนเรื่อง : 58
  • จำนวนผู้ชม : 139930
  • ส่ง msg :
  • โหวต 9 คน
Ministry of Learning
The roots of education are bitter, but the fruits are sweet. - Aristotle
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/ministryoflearning
วันจันทร์ ที่ 10 เมษายน 2560
Posted by โชดก , ผู้อ่าน : 3220 , 16:19:38 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สวัสดีคุณผู้อ่าน Ministry of Learning ช่วงสงกรานต์แบบนี้หลายคนคงได้แตะเบรคเพื่อชะลอความร้อนจากการทำงานลงสักหน่อย เปิดทางให้กับสภาพอากาศที่ร้อนปรอทแตกแซงขวาไปก่อน เลยเป็นช่วงดี ๆ ที่ถือโอกาสเดินทางท่องเที่ยว แน่นอนหลายคนคงไม่พันเรื่องของการทำบุญทำทานรับปีใหม่แบบไทย

เมื่อพูดถึงเรื่องทำบุญ แน่นอนว่าบ้านเรามีทางเลือกเยอะหลากหลายรูปแบบมาก บางคนก็ถนัดทำบุญกับศาสนสถานที่ตนเองนับถือ บางคนก็ถนัดทำบุญกับมูลนิธิ บางคนก็ทำบุญกับหน่วยงาน NGO อื่น ๆ ที่เอาไปสร้างประโยชน์กับผู้รับตามความมุ่งหมายของการบริจาคกันต่อไป

แน่นอน สำหรับผู้รับบริจาคที่มีการจดทะเบียนตามกฎเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว ก็จะสามารถออกใบเสร็จให้ผู้บริจาคนำไปหักลดหย่อนภาษีเงินได้ประจำปีได้ด้วย แต่คำถามก็คือเงินที่เราบริจาคไปแล้วจะเกิดผลอะไร เท่าไหร่ และ แค่ไหน นี่แหละคือที่มาของการคุยกันในวันนี้

Ministry of Learning ฉบับนี้เลยจะมาเปิดประเด็นถึงเรื่อง Social Return On Investment หรือ ที่เขียนกันย่อ ๆ ว่า SROI กัน โดยในฉบับนี้จะเป็นการเปิดประเด็นโดยภาพรวมก่อน และ จดตัดเป็นตอนสั้น ๆ ที่เจาะประเด็นเฉพาะเรื่องในฉบับต่อ ๆ ไป

คำถามแรก ทำไมต้องมี Social Return On Investment ก็เพื่อให้หน่วยงานที่ทำงานด้านการพัฒนาตอบคำถามกับสังคมได้ว่า ทรัพยากรที่ใช้ช่วยให้เกิดผลลัพธ์อะไรตามเป้าหมาย คุ้มค่าหรือไม่ หลักเดียวกับองค์กรธุรกิจที่ลงทุนอะไรไปแล้วต้องได้ผลตอบแทนเท่าไหร่ (Return of Investment) โดย SROI จะสะท้อนผลที่เกิดจากกิจกรรมต่าง ๆ ออกมาเป็นผลที่เกิดทางสังคมในรูปตัวเงินตามมุมมองของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders)

นอกจากนั้น SROI ยังช่วยให้องค์กรมีข้อมูลในการกำหนดปรับกลยุทธ์การทำงาน ว่างานไหนจะให้ผลตอบแทนทางสังคมที่คุ้มค่า สร้างความน่าเชื่อถือ และ เสริมความเป็นมืออาชีพในการทำงานพัฒนาด้วย

คำถามต่อมา แล้วจะเริ่มการวิเคราะห์ SROI อย่าไร ตอบได้ตรงนี้เลยว่ายาว ซึ่งจะเขียนเป็นตอน ๆ เพื่อเจาะรายละเอียดเชิงเทคนิคให้อ่าน หลัก ๆ ที่เกริ่นกันก่อนก็คือเราต้องเริ่ม กำหนดกรอบ (Scope) และ ระบุว่าใครคือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง (Stakeholders) เพราะเป็นจุดตั้งต้นที่สำคัญ จากนั้นก็จะทำการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของการทำงานกับผลลัพธ์ ซึ่งตรงนี้กระบวนการประเมินผลโครงการที่ระบุผลผลิต ผลลัพธ์ ผลกระทบ ฯลฯ จะตามมา จากนั้นก็จะไปต่อในเรื่องของรวบรวมหลักฐานที่ยืนยันผลจากการทำงานจริง ๆ นำไปสู่การต่อยอดไปยังผลกระทบ เพื่อเอาทั้งผลลัพธ์และผลกระทบที่เกิด (ทั้งด้านบวก และ ลบ) มาทำการคำนวณ SROI อย่างเป็นระบบ จบด้วยการรายงานผลเป็นอันครบวงจรตามแผนภาพนี้

ประเด็นสำคัญคือผลลัพธ์ (Outcomes) และ ผลกระทบ (Impacts) ก็มีความเป็นไปได้ที่จะเกิดในเชิงบวก และ เชิงลบ ซึ่งตอนเราต้องหักลบกลบหนี้ให้เรียบร้อยก่อนการเอามาคำนวณเป็น SROI ตามขั้นตอนการทำงานที่กล่าว ๆ มา ในทางปฏิบัติแล้วเรายังสามารถเลือกวิธีการหา SROI ได้ทั้งในรูปแบบของการมองย้อนหลังไปยังสิ่งที่เกิดมาแล้วในแง่ของการประเมินผล (Evaluative) หรือ จะคำนวณไปล่วงหน้าในแง่ของการประเมิน (Forecast) ตั้งแต่ที่ยังไม่เริ่มโครงการเลยก็สามารถก็ได้เช่นกัน

สุดท้าย ตกลงแล้ว SROI คืออะไรกันแน่ นั่นน่ะสิ โดยสรุป SROI คือกรอบในการวัดคุณค่าเพื่อการประเมินผลโครงการรวมถึงงานพัฒนาอย่างเป็นระบบที่สามารถครอบคลุมไปถึงผลที่เกิดในเชิงสังคม และ สิ่งแวดล้อมด้วย

เพื่อให้เป็นภาพว่า SROI จะออกมายังไง ลองมาดูตัวอย่างวิธีการทำงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ซึ่งลงทุนในแผนควบคุมการบริโภคยาสูบตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 จนถึงปี พ.ศ. 2553 ใช้งบประมาณไปประมาณ 1,433 ล้านบาท ผลที่เกิดคือมีจำนวนผู้สูบบุหรี่ลดลง ทำให้ค่ารักษาพยาบาลลดลง ค่าใช้จ่ายด้านบุหรี่ลดลง และ เพิ่มผลิตภาพการทำงานดีขึ้น เมื่อคำนวณออกมาได้มูลค่าประมาณ 29,873 ล้านบาท แสดงให้เห็นว่าเงินลงทุน 1 บาทช่วยให้เกิด SROI ที่ 18 บาท เป็นต้น

เป็นอย่างไรบ้างกับแนวคิดในเบื้องต้นเกี่ยวกับ SROI แน่นอนว่าอาจจะมีคำถามว่าเราจะหาข้อมูลพวกนี้มาจากไหน ซึ่งจะได้มีโอกาสมาชวนคุยในฉบับถัด ๆ ไป อย่างไรก็ดี ต้องบอกกันตรง ๆ ว่าไม่มีวิธีการที่ “ดีที่สุด” อย่างสมบูรณ์แบบ ก็ไม่ได้ต่างกับงานวิจัยที่จะต้องมีการกำหนดข้อตกลง และ บทวิเคราะห์ที่พูดถึงข้อจำกัด แต่อย่างน้อย SROI ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่สะท้อนผลการทำงานให้เป็นรูปธรรมมากกว่า “ความรู้สึก” แต่เพียงอย่างเดียว

สำหรับ Ministry of Learning ฉบับนี้ก็สมควรแก่เวลาแล้ว และ จะมาชวนกันคุยถึงรายละเอียดในเรื่อง SROI ในตอนต่อ ๆ ไป แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า สวัสดี...

สรุปจาก A Guide To: Social Return On Investment โดย Cabinet Office (LINK)

 

ผู้เขียน ดร.โชดก ปัญญาวรานันท์ CEO จาก JobNow Healthcare Network ผู้ซึ่งมีประสบการณ์ในการบริหารโครงการ (Project Management) บริหารจัดการระบบในองค์กร (Business Process) การอบรมและการพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ (Human Capacity Development)

JobNow Healthcare Network ให้บริการด้านการจัดหางานแบบออนไลน์ด้านธุรกิจ Healthcare โดยเฉพาะ โดยเพื่อน ๆ ที่กำลังมองหาโอกาสในการทำงานใหม่ หรือ น้อง ๆ ที่กำลังมองหางานสามารถฝาก profile ไว้กับเราได้ฟรีโดยไม่ค่าใช้จ่ายที่ www.jobnowhcn.com รวมถึงสามารถติดตามเราได้จากช่องทางต่าง ๆ ได้แก่

Facebook: https://www.facebook.com/jobnowhealthcarenetwork

IG: https://www.instagram.com/jobnowhealthcarenetwork

Twitter: https://twitter.com/JobnowNetwork




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< เมษายน 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]