*/
  • miraclecommunity
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2013-02-27
  • จำนวนเรื่อง : 25
  • จำนวนผู้ชม : 25836
  • จำนวนผู้โหวต : 4
  • ส่ง msg :
  • โหวต 4 คน
วันพุธ ที่ 20 มีนาคม 2556
Posted by miraclecommunity , ผู้อ่าน : 1177 , 15:28:43 น.  
หมวด : ดารา/นักร้อง/คนดัง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน miraclecommunity โหวตเรื่องนี้

 

Everything is Illuminated

แสตมป์ – อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข

 

เรื่องโดย :  เจิมสิริ เหลืองศุภภรณ์

 

 

นักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลงที่มาแรงที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา นึกชื่อออกในหัวทันใด ต้องยกให้แสตมป์ –อถิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ผู้ส่องประกายแรกจากการแต่งเพลงเงินล้านให้กับวงโมเดิร์นด็อก ความสามารถของเขาฉายแววสว่างขึ้นเรื่อยๆ มีผลงานเพลงที่ผู้คนร้องตามได้จำนวนไม่น้อย และส่องแสงสว่างยิ่งขึ้นในปีที่ผ่านมาจากการรับหน้าที่โค้ชในรายการเดอะวอยซ์ ไทยแลนด์

แสตมป์กำลังนั่งลงตรงหน้า เพื่อเปิดเผยตัวตนอย่างที่เป็น คนธรรมดาที่รักในเสียงดนตรี คนธรรมดาที่ใช้ข้อมูลและประสบการณ์ชีวิตที่มี สรรสร้างบทเพลงมากมายเพื่อให้คนฟังมีความสุขไปกับเพลงของเขา คนธรรมดาคนนี้มีดีอย่างไร บรรทัดต่อไปคือคำตอบ

“เคยมีคนวิจารณ์ในเฟสบุ๊คซึ่งผมชอบมาก เขาบอกว่าแสตมป์หมกตัวอยู่กับตัวเองนานมาก ถึงเขียนเพลงพวกนี้ออกมาได้ คือผมเป็นคนใช้ชีวิตอยู่ในหัวสมองมาโดยตลอดจริงๆ เราเสพทุกอย่างจากหนังสือการ์ตูน วีดีโอเกม เล่นทวิตเตอร์เฟสบุ๊คยูธูบ มันเลยออกมาเป็นอะไรที่เนิร์ดมากเพลงที่ออกมาก็จะเป็นเพลงของเด็กที่เก็บตัวในห้องและผมอาจจะเป็นไอดอลทางความเกรียน เพราะผมเขียนเพลงแล้วไม่เท่ไม่หล่ออะไร ซึ่งเราก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว”

ทุกชีวิตมีความทุกข์ แสตมป์ก็มีความทุกข์ แต่ทุกข์ของเขาก็เปลี่ยนมาเป็นบทเพลงเชิงปรัชญาฟังง่าย มันสะท้อนให้เห็นว่า เขาไม่ยึดติดในความทุกข์ และทุกครั้งที่ทุกข์ เขาเลือกเผชิญหน้ากับมันพร้อมๆ กับเสียงเพลง

“เพลงที่ผมยกให้เป็นมาสเตอร์พีซคือเพลง แอนิเมชั่นจำได้ว่าคืนนั้นจะนอนแล้ว อยู่ๆ เมโลดี้ก็ขึ้นมาในหัว เราก็อัดไว้ แล้วเปิดสมุด เจอคำที่จดไว้ว่า “ภาพเคลื่อนไหว” ก็เลยแต่งเกี่ยวกับเรื่องเอนิเมชั่นเข้าไป ทำเดโมเสร็จก็เช้าพอดี ตื่นเต้นมาก นอนไม่หลับเลย เพราะเรารู้สึกข้ามขั้นว่าแต่งเพลงที่ไม่คิดว่าจะแต่งได้

“เพลงแอนิเมชั่นเกี่ยวข้องกับคำสอนขององค์ศาสดา ซึ่งการแต่งเพลงศาสนาไม่ได้แปลว่าผมนับถือศาสนาอย่างหนักนะ แต่ที่แต่งเพลงที่อิงศาสนาเพราะมันคือฟังก์ชั่นหนึ่งในการเยียวยาหัวใจ สมมุติว่าเราเจอเรื่องนี้แล้วมีคนมาปลอบเรามากมายเลย แต่เราก็ข้ามมันไม่ผ่านสักที ยังอยู่กับเหตุการณ์นั้น ถ้าเราจะแต่งเพลง เราจะเอาคำคมทั้งหลายที่ได้ฟังเอามาใช้ เพื่อเวลาที่เราร้องจะได้เตือนตัวเอง มันเป็นฟังก์ชั่นที่ทำให้ใจเราเองเดินหน้าด้วย

“ที่ผมมาศึกษาเรื่องศาสนาเพราะว่าเราทุกข์ คือในวัยเด็กๆ เราก็ไม่สนใจหรอก ชีวิตมันแฮปปี้ดีนี่หว่า ทุกข์ก็ไปเที่ยวกับเพื่อน แต่ตอนนี้เราจะเข้าหามันมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาที่เราทุกข์ แล้วเวลาทุกข์เราก็มักจะต้องการเพลง มันก็เลยจะมาในช่วงเวลาเดียวกัน”

ทุกข์ สุข เข้ามาแล้วก็จากไป การทำงานของแสตมป์ก็เช่นกัน เขาเล่าว่ามันมีช่วงขึ้นลงเหมือนน้ำทะเล มีบางครั้งที่เขาก็เหมือนวนอยู่ในทะเลคลื่นลมแรง แต่มันก็คลี่คลาย ผ่านมาได้ทุกครั้ง

“การทำงานเพลง มันมีช่วงของมันนะ มันมีง่าย มีซับซ้อน แล้วก็มีช่วงแต่งไม่ออก เราก็เริ่มเครียด หมดไฟ ลอกเพื่อน โดนด่าในเว็บ แล้วเราก็แต่งเพลงใหม่ ทำได้บ้าง แล้วก็ทำไม่ได้บ้าง ปะปนกันไปครับ มีช่วงหนึ่งเป็นช่วงที่เครียดมาก จนผมหยุดทำงานไปหลายเดือน ชีวิตแห้ง ตูดหมึก มันไม่พอใจงานตัวเองซักทีพยายามแต่งเพลงก็แต่งไม่ออก จนเกลียดตัวเอง พี่บอย โกสิยพงศ์ ก็บอกว่าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ พอไม่ทำสักพักก็ดีขึ้น แล้วก็ทำได้เอง เหมือนกันว่าถ้ามันไม่ได้นอนนานๆ แล้วจะง่วง พอเรานอนทั้งวันเราก็อยากตื่น”

ทุกวันนี้ เขาเดินทางมาไกลจากคนธรรมดาที่รักเสียงเพลง กลายเป็นคนดนตรีแถวหน้าของวงการ และถึงจะกลายเป็นไอดอลของคนรุ่นใหม่ในยุคนี้ แต่แสตมป์ไม่เคยล่องลอยหลงใหลไปกับมัน เขาพยายามมองให้เห็นสัจธรรมของกาลเวลา อย่างที่บอย โกสิยพงศ์ ผู้ใหญ่ที่เขาเคารพรัก พร่ำสอนตลอดมา

“ถึงวันนึงเราคงเชยนะ เพราะเราสื่อสารได้แค่กับคนในยุคหนึ่งที่เติบโตมาด้วยกัน ใช้ชีวิตแบบเดียวกับกัน เราก็เลยพูดภาษาเดียวกัน แต่พออีกยุคหนึ่งก็จะมีเด็กที่เติบโตมาพร้อมกับยุคนั้น ที่จะสื่อสารได้ดีกว่า เราก็ต้องปล่อยให้เขาทำไปเถอะ เราจะไปแย่งเขาทำไม พี่บอยยังเคยบอกว่าพี่ก็เอาท์ไปแล้วเมื่อเทียบกับพวกเรา พี่บอยเขาเห็นสัจธรรม คนเราเกิดมาก็ต้องแก่ ก็ต้องตาย ก็ต้องหาย พี่เขาบอกว่าโยนหินขึ้นฟ้าไม่มีทางลอย มันต้องตกพื้น คิดแค่นี้ล่ะ ท้ายที่สุดถ้าถึงวันนั้น ผมก็ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ผมคงเปิดร้านเสื้อเล็กๆ กับแฟน”

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน