• ปลา-ประภาพร
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pola_love1@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2013-02-09
  • จำนวนเรื่อง : 5
  • จำนวนผู้ชม : 53678
  • ส่ง msg :
  • โหวต 2 คน
Miracle Me
อัศจรรย์ ตัวฉันเอง........Blog ที่คุยเรื่องสุขภาพ, ชีวิต, แง่คิดดี ๆ, ปรัชญา, ความสุข, โยคะ และอื่น ๆ อีกมากมาย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/miracleme
วันจันทร์ ที่ 11 มีนาคม 2556
Posted by ปลา-ประภาพร , ผู้อ่าน : 10682 , 07:30:53 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน เพลงกระบี่ฯ , hayyana และอีก 3 คนโหวตเรื่องนี้

ทำในสิ่งที่คุณรัก....รักในสิ่งที่คุณทำ


 

         หลายเดือนที่ผ่านมาได้มีโอกาสฟังคำบรรยายจาก Alan Watts นักปรัชญาชาวอังกฤษทาง Youtube (หนึ่งในกิจวัตรประจำวันที่ปลาทำนอกเหนือไปจากอ่านหนังสือ ก็จะฟังคำบรรยายจากนักพูดต่างชาติ เกี่ยวกับโยคะ ปรัชญา ศาสนาและจิตวิญญาณ) หลายอาทิตย์ที่ผ่านมาได้อ่านการ์ตูนเกี่ยวกับเรื่องเดียวกันนี้อีกรอบก็เลยเก็บข้อมูลนั้นเอาไว้ใน laptop จนวันนี้ที่บังคับตัวเองให้ลุกขึ้นมาโพสต์ (หลังจากเกเรไปหลายวันเพราะไม่รู้จะเขียนอะไรดี หาแรงบันดาลใจไม่ได้) ก็กลับมาเจอข้อมูลนี้โดยบังเอิญ ถือว่าเทวดาดลใจแล้วกัน 

         Alan Watts เป็นชาวอังกฤษที่ศึกษาปรัชญาตะวันออกและเผยแพร่สู่ตะวันตก ทัศนคติหลักสำหรับผลงานของเขานั้นอ้างอิงหลักทางศาสนาพุทธนิกายเซน อลันเสียชีวิตไปหลายสิบปีแล้วแต่ผลงานของเค้ามีมากมายให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ทั้งหนังสือและคลิปบรรยาย

         สาเหตุที่ทำให้ปลาประทับใจกับการ์ตูนชุดนี้ เนิ่องจากตัวเองเคยตั้งคำถามและสับสนกับทิศทางการใช้ชีวิตของตนเองอยู่บ่อยครั้ง ว่าอะไรคือสิ่งที่ปลาควรจะทำ อะไรคือความฝันของตัวเอง (ซึ่งอาชีพที่ใฝ่ฝันก็เปลี่ยนไปตามอายุและสถานการณ์ของชีวิต) เคยอยากจะเลือกทำสิ่งที่คิดว่าสังคมยอมรับและคิดว่าน่าจะให้ผลตอบแทน (ทางการเงิน)ที่ดีกว่า เคยอยากจะทำงานอย่างที่พ่อแม่ฝันอยากให้ทำไม่ให้เสียแรงที่อุตล่าห์ส่งเสียเราเรียนสูง ๆ และหมดเงินค่าการศึกษาไปกับเรามากมาย แต่สุดท้ายแล้วเมื่อต้องทำในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ ก็รู้ได้ว่าไม่อยากใช้ชีวิตที่ไม่ใช่ของเรา เพราะก็เหมือนว่ากำลังหลอกตัวเอง (การหลอกตัวเองในความคิดปลานั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นและจุดที่สำคัญมากที่เราจะไม่ซื่อสัตย์กับผู้อื่นด้วย)  แต่อยากทำอะไรที่ตื่นเช้ามาแล้วมีพลัง ไม่รู้สึกว่านั่นคืองาน และอยากจะรีบออกไปทำสิ่งนั้น 

         ปลามาค้นพบตัวเองว่าชอบสิ่งที่เกี่ยวกับสุขภาพ ปรัชญา ศาสนา ความผ่อนคลาย การนั่งสมาธิ และจิตวิทยา หากได้เจอหนังสือทั้งหลายที่เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้ก็จะอ่านได้ไม่มีวันเบื่อ และมักต่อยอดความรู้ด้านวิชาเหล่านี้ให้ตัวเองเสมอ มองตัวเองว่าเป็นคนที่มีอิสระทางความคิด มีโลกส่วนตัวสูงและชอบใช้เวลาอยู่คนเดียว (ชอบดูหนังคนเดียว shopping คนเดียว เดินออกกำลังกายคนเดียว เพราะรู้สึกว่าได้ใช้เวลาเหล่านั้นเพื่อเรียนรู้และเข้าใจตัวเองมากขึ้น แต่บางครั้งก็สนุกกับการใช้เวลาอยู่กับเพื่อนสนิทเหมือนคนทั่วไป) มองดูก็เหมือนตัวเองมาถูกทางแล้วที่เลือกโยคะ แต่กว่าจะถึงวันนี้อายุก็ปาไป 30 กว่า.......(กว่าต้นๆ แค่นั้นค่ะ)

         การ์ตูนที่ปลานำเสนอข้างล่างนี้ เขียนมาจากวีดีโอคลิปของอลัน วัตส์ ใน Youtube ที่มีผู้ชมมากกว่า 8 แสนคน http://www.youtube.com/watch?v=2L_cGjQSR80 (คลิปนี้เป็นภาษาอังกฤษ เนื้อหาเหมือนกับการ์ตูนข้างล่างค่ะ)  ปลามองว่าอาจจะช่วยให้คุณที่กำลังสับสนกับตัวเอง มีแรงผลักดันเพื่อตามหาความฝันได้ 

 

 

ในการ์ตูนนี้อลันพูดถึงคำตอบที่มักจะได้รับเมื่่อเวลาไปแนะแนวผู้ที่่ใกล้จะสำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย แปลได้ใจความดังนี้ค่ะ

         -คุณจะเลือกสิ่งใด?

         -อะไรที่ทำให้คุณเกิดแรงบันดาลใจ?

         -คุณจะเลือกนสถานการณ์แบบไหน?

โดยมากเวลาที่ผมแนะแนวนักเรียน พวกเค้ามักจะพูดว่า "พวกเรากำลังจะเรียนจบจากมหาลัย แต่เราไม่รู้จะทำงานอะไรดี"

 

 

ผมก็จะถามกลับไปว่า "ถ้าหากว่าเงินไม่ใช่เป้าหมายหลัก....

คุณอยากจะทำอะไร..... จะใช้ชีวิตอย่างไรถึงมีความสุข"

 

 

จากระบบการศึกษาของเรา น่าเหลือเชื่่อมากที่นักเรียนส่วนใหญ่มักตอบว่า

"พวกเราอยากเป็นศิลปินวาดรูป"

"พวกเราอยากเป็นนักกวี"

 "พวกเราอยากเป็นนักเขียน"

"ฉันอยากอยู่ท่ามกลางธรรมชาติและขี่ม้า"

แต่นักเรียนทุกคนรู้ว่า พวกเขาคงไม่มีเงิน ถ้าเลือกอาชีพเหล่านั้น

 

หากในที่สุดแล้ว ถ้าคนแต่ละคนรู้ว่าอาชีพที่เขาอยากทำ หรือสิ่งที่เขาอยากเป็นคืออะไร และถ้าเขาอยากได้สิ่งเหล่านั้นจริงๆ  ผมก็จะบอกกลับไปว่า.......

"จงทำมัน

แล้วก็ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องเงิน"

 

 

 

 

เพราะถ้าคุณคิดว่าเงินเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

คุณก็จะใช้ชีวิตของคุณ แบบเสียเวลาเปล่า

 

 

 

 

คุณจะใช้ชีวิตแบบจำใจ ทำสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ

ซึ่งก็หมายถึง ทำสิ่งที่คุณคิดว่า "ไม่ใช่" ต่อไปเรื่อยๆ 

 

 

 

 

 

อันนี้ผมมองว่าเป็นสิ่งที่โง่เขลา

 

 

 

 

 

 

 

มีชีวิตสั้นแล้วได้ทำสิ่งที่ตัวเองชอบ

 ยังดีซะกว่ามีชีวิตยืนยาวแต่ไม่มีความสุข

(ถ้าคุณชอบขี่ม้าและชอบอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ คุณอาจจะเลือกเป็นครูสอนขี่ม้า)

 

 

และในที่สุด หากคุณชอบในสิ่งที่คุณทำอย่างจริงจัง ไม่ว่ามันจะคืออะไรก็ตาม 

คุณก็จะเป็นผู้เชี่ยวชาญในเรื่องนั้นอย่างถ่องแท้ 

 

หนทางเดียวที่จะรู้ลึกในสิ่งหนึ่งได้ คือเราต้องจดจ่อและจริงจังกับมัน

 

แล้วในที่สุดคุณก็จะได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม

 

 

 

 

(อลันได้กล่าวในคลิปเพิ่มอีกว่า "ถือเป็นสิ่่งที่โง่มาก หากคุณใช้เวลาในชีวิตทำสิ่งที่คุณไม่ชอบ ซึ่งทำให้คุณได้มาซึ่่งสิ่งที่คุณไม่ชอบ จากนั้นคุณก็จะสอนลูกหลานให้ดำเนินตามวีถีชีวิตแบบที่คุณทำ   นั่นหมายถึงคุณกำลังเป็นตัวอย่างให้เด็กเยาวชนใช้ชีวิตแบบที่คุณกำลังใช้อยู่ (แบบไม่มีความสุข) 

หากคุณอยากให้ลูกหลานของคุณได้ทำในสิ่งที่ตนชอบและมีความสุขกับชีวิต                                                                           และเผยแพร่หลักชีวิตนี้สู่รุ่นต่อๆ ไปในอนาคต

 

 คุณจึงควรจะพิจารณาตอบคำถามที่ว่า........

 


คุณจะเลือกสิ่งใด ?

 

 

 

 

         ดูคลิปนี้ก็ทำให้ปลามองย้อนกลับไปถึงตอนก่อนตัดสินใจเรียนครูโยคะ (2 ปีกว่าที่ผ่านมา) ว่าหากไม่ทำสิ่งที่ตัวเองชอบก็เหมือนหลอกตัวเอง หากยังทนอยู่กับสิ่งที่ทำให้เป็นทุกข์ก็ไม่มีทางหลุดออกมาจากปัญหานั้นได้ หากฝืนตัวเองเพื่อให้คนอื่นมีความสุขมันก็ไม่อยู่ยืนยงได้เพราะเราไม่สามารถฝืนไปได้ตลอด แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นคนไม่มีความรู้สึก(ด้านชากับความเบื่อหนาย ชีวิตที่ไร้ความหมาย) อยู่ไปวันๆ กับสิ่งที่ตัวเองมองว่าไม่สำคัญ ไม่แคร์ ไม่กระตือรือร้น ตอนนั้นปลาได้ยินเสียงกระซิบจากข้างในตลอดเวลาว่า นี่เรากำลังทำอะไรอยู่....อยากจะใช้ชีวิตแบบนี้เหรอ....จะทนอีกนานแค่ไหน? ปลามองว่าเราควรใส่ใจกับความรู้สึกข้างในและเชื่อในสัญชาติญาณของตัวเอง เราเองเท่านั้น...ที่รู้ว่าอะไรใช่...หรือไม่ใช่สำหรับเรา

         ขอต่อยอดนิดหนึ่่งเกี่ยวกับการตามล่าหาความฝัน บางคนเหมือนจะรู้ว่าตัวเองต้องการอะไร แต่มักจะมีคำว่า "แต่" ต่อท้าย 

"แต่ชั้นไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง"    

"แต่มันยากเหลือเกินกว่าจะไปถึงฝันนั้นได้"  

"แต่ถ้าชั้นลาออกมาจากงานประจำ ชั้นก็ไม่มีอะไรจะกิน"    

"แต่ชั้นอายุมากแล้ว จะให้เริ่มต้นใหม่เหรอ?" 

         การที่คุณมีคำว่า"แต่" ให้กับความฝันและเป้าหมายในชีวิตของคุณ นั่นหมายถึงคุณไม่อยากได้ความฝันนั้นอยากจริงจัง ไม่ต่างอะไรจากคนที่ฝันกลางวันอยากทำโน่นทำนี่ อยากเป็นโน่นเป็นนี่ ในทางกลับกัน....หากคุณแคร์สิ่งนั้นๆ จริง คุณจะเริ่มต้นศึกษามัน จากที่คุณมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งนั้นน้อยนิดคุณก็จะเก็บเกี่ยวความรู้ คุณจะเริ่มใช้เวลาว่างแทนที่จะปล่อยให้มันสูญเปล่าไปจากการเที่ยวเตร่กินเหล้าหลังเลิกงาน นั่งดูละคร หรือเม้าท์กับเพื่อน มาศึกษามันมากขึ้น คุณจะมีความอดทนรอคอยความฝันของคุณที่เริ่มก่อตัวเป็นความจริงทีละน้อย โดยที่คุณไม่รู้สึกว่าเวลาและแรงกายแรงใจเหล่านั้นเสียไปอย่างไม่มีค่า

         ในวันนี้ปลามีความฝันที่เริ่มจะเป็นรูปเป็นร่าง รู้ว่าต้องใช้เวลาและความพยายามอีกมากกว่ามันจะสำเร็จ แต่ปลาไม่รีบเร่งเหมือนในอดีตที่รออย่างใจจดใจจ่อว่าเมื่อไหร่จะมาถึง เปลี่ยนความคิดใหม่เป็นมองว่าเส้นทางที่ปลากำลังเดินอยู่นั้น เต็มไปด้วยความหมาย และประสบการณ์ชีวิตที่ล้วนก่อตัวให้เป็นเราคนปัจจุบันนี้ (ปลาเชื่อว่า ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในชีวิตเราล้วนมีความหมายทั้งสิ้น ไม่มีประสบการณ์ใดที่เกิดขึ้นอย่างสูญเปล่า ทุกสิ่งเกิดขึ้นเพื่อให้เราได้เรียนรู้และเติบโต และช่วยให้เราเป็นคนที่เราหวังอยากที่จะเป็น)  เมื่อรู้ว่าเป้าหมายคืออะไรแล้วก็ตั้งใจทำปัจจุบันให้ดี เพลิดเพลินไปกับการเดินทาง อย่ามัวนึกถึงแต่เส้นชัย เพราะสิ่งที่คุณพบเจอระหว่างทาง อาจจะน่าทึ่งและมีความหมายไม่น้อยไปกว่าเส้นชัยที่คุณรอคอย

 

         สุดท้ายขอย้ำคำคมที่ อลัน วัตส์ ได้พูดในคลิปอีกครั้ง

         

มีชีวิตสั้น แต่ได้ทำในสิ่งที่คุณชอบ

ยังดีกว่ามีชีวิตยืนยาวที่มีแต่ความทุกข์

 

 

คนชอบฝันคนนี้ ขอเอาใจช่วยแก่บรรดาคนช่างฝันทั้งหลายค่ะ 

 





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
MaMaYzo วันที่ : 12/03/2013 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mamayzo

ที่จริงก็อยากทำอะไรตามที่ฝันค่ะ

ก็เหมือนในตัวอย่างคะ ถ้าไม่มีเงินจะทำได้ไง

สรุปคือคนที่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินถึงจะสามารถทำในสิ่งที่มีความสุขได้จริง สิ่งที่รักน่ะคะ

สำหรับคนอื่นไม่รุนะคะ สำหรับชั้น พร้อมทำและอยากทำในสิ่งที่รัก เสียงเพลง

แต่....คำดูถูก คำสบประหม่า การเหยีดหยาม

ของคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าญาติ มันตอกย้ำค่ะ ว่าต้องสร้างฐานะให้สูงกว่าเขาให้ได้

ไม่ให้เขากดขี่เหมือนทุกวันนี้ เบื่อเหลือเกิน กับการเป็นลูกไก่ในกำมือคะ

เขาจะพูดอย่างไรก็ได้ เสมือนเราไม่มีเงินก็ไม่จำเป็นต้องมีศักดิ์ศรีน่ะคะ

ขอบคุณนะคะ สำหรับข้อความดีๆ มนุษย์เราแท้จริงก็มีความสุขได้ถ้าไม่มีเงินคะ

ถ้าเราไม่มีค่านิยมเรื่องวัตถุ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
hayyana วันที่ : 11/03/2013 เวลา : 22.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เคยอ่าน Alan Watts มาบ้างนิดหน่อยครับ
ยืมจากห้องสมุดมาอ่าน
คลิ๊ปนี้ก็เคยเอาไปให้เพื่อนๆดูเหมือนกัน
เวลาฝรั่งมีการวิภากษ์ Athiest กับ believer บางทีจะได้ยินชื่อ Alan Watts มาเกี่ยวด้วย และพลอยทำให้ผมนึกไปถึง Sam Harris คนเขียน The End of Faith

จริงๆปัญหาใหญ่คือไม่รู้ว่าอยากทำอะไร ค้นไม่พบว่าต้องการอะไร

ผมชอบที่เขาเคยอุปมาถึงผู้ที่อุทิศตนมุ่งมันจะไปถึงจุดหมาย แล้วแต่ว่าสิ่งนั้นจะเป็นอะไร อาจจะเป็นสวรรค์หลังความตาย แต่ลืมไปว่าระหว่างทางมีเสียงดนตรีที่เราควรจะร้องหรือเต้นรำไปกับมัน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฟ้าน่าน วันที่ : 11/03/2013 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NamnanFanan

ขอบคุณมากมายครับ

ความคิดเห็นที่ 2 เพลงกระบี่ฯ ถูกใจสิ่งนี้ (1)
กาน่า วันที่ : 11/03/2013 เวลา : 10.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bingo
ลูซู

คุณปลา ในชีวิตผมเคยคิดแบบนี้ 2ครั้ง ครั้งแรกตอนเรียนมัธยมปลาย ครั้งที่ 2 ตอนจบปริญญาตรีแล้วเริ่มทำงานบริษัท ครั้งแรกผิดพลาดอย่างมากแต่ต้องอดทนเรียนจนจบม.ปลาย แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ครั้งที่ 2 มีความสุขเพราะสนุกแต่ก็ต้องลาออกมาเลือกเส้นทางมาประกอบอาชีพอิสระ ซึ่งเราก็เข้าใจว่าเป็นสิ่งที่เราไม่ชอบและไม่พร้อมแต่ก็ต้องจำนนด้วยเหตุผลเรื่องเงินต้องเสี่ยง ต้องอดทนและอดกลั้น ปัจจัยตอนนั้นมันบังคับเพราะเรามีภาระต้องดูแลและช่วยเหลือครอบครัว ถึงตอนนี้เรามีทุกอย่างแล้ว มีศักยภาพจะทำอะไรก็ได้ในระดับหนึ่งแต่มันขาดแรงบรรดาลใจไปแล้วเพราะมีอายุมากขึ้น คงทำได้แค่งานอดิเรกที่ชอบและวางแผนเรื่องเกษียนก่อนอายุ 60 สรุปว่าคนที่โชคดีในเรื่องนี้คือคนที่ไม่เดือดร้อนเรื่องเงินและคนที่รู้ตัวเองว่าตัวเองชอบอะไร ลูกของผมโชคดีกว่าผมมากเลย.

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
su วันที่ : 11/03/2013 เวลา : 09.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

ยังไม่รู้เลย ขอหาเงินก่อน

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน