• หมอเด่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-07
  • จำนวนเรื่อง : 313
  • จำนวนผู้ชม : 437223
  • ส่ง msg :
  • โหวต 234 คน
C.E.O. DEN.COM INTERNATIONAL
ข่าวสาร ความเคลื่อนไหว สุขภาวะที่ดี ของคนไทยที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/moh-den
วันอังคาร ที่ 13 พฤศจิกายน 2550
Posted by หมอเด่น , ผู้อ่าน : 1597 , 13:25:05 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

หลักการเกี่ยวกับความรู้สึกและการกระทำ  ซึ่งเป็นสิ่งที่เราพบในชีวิตประจำวัน เพียงแต่ไม่ได้สังเกตอย่างจริงจังว่าทั้งสองส่วนนี้มีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างไร  ผมอยากให้อ่านและค่อยๆ พิจารณาตาม เนื่องจากจะเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติและแก้ไขปัญหาต่างๆ             หลักการในแง่ของความรู้สึกข้อแรก  คือ  อารมณ์ความรู้สึกเป็นสิ่งที่ตั้งใจควบคุมบังคับโดยตรงไม่ได้   เราไม่อาจบังคับให้ตัวเองรู้สึกตามต้องการได้   หากเราควบคุมความรู้สึกได้   ทุกคนคงทำให้ตัวเองมีแต่ความรู้สึกดีๆ อยู่ตลอด  แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหากรู้สึกโกรธ หงุดหงิด  ขึ้นมา ก็จะเป็นอย่างนั้นไปตลอด  เราทำให้ความรู้สึกนี้เบาบางลงได้โดยวิธีการทางอ้อม ซึ่งจะกล่าวถึงต่อไป 

            หลักการข้อที่สองคือ  จงตระหนักและยอมรับต่อความรู้สึกที่เกิดขึ้นตามที่มันเป็น ไม่ต้องพยายามปฏิเสธ หรือบิดเบือน ในเมื่อความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอะไรที่เราควบคุมไม่ได้   คงไม่มีใครที่อยากจะมีความรู้สึกที่ไม่ดี รวมทั้งตัวเราเองด้วยเหมือนกัน

          สิ่งสำคัญประการแรกคือ  การตระหนักรู้ว่าเรากำลังมีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไร เนื่องจากเรามักทำอะไรออกไปตามความเคยชิน จนลืมที่จะมาสนใจว่าตนเองรู้สึกจริงๆ อย่างไร    หากความรู้สึกที่มีเป็นด้านลบ เช่น โกรธ เกลียด  ขี้เกียจ อิจฉา  ก็ยอมรับอย่างที่มันเป็น เพราะมันเป็นความจริง และเราบังคับไม่ได้    การมีความรู้สึกเช่นนี้มิได้หมายความว่าเราเป็นคนเลว หรือแย่มาก    ถ้าเราเกิดความรู้สึกอิจฉาขึ้น ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้สึกผิด    แต่ถ้ารู้สึกผิดก็ไม่เป็นไร  ขอเพียงให้รู้ถึงอารมณ์ของตัวเองจริงๆ ว่าเป็นอย่างไร และลองคิดดูว่าอารมณ์ที่เกิดขึ้นนี้ช่วยเตือนหรือให้บทเรียนอะไรแก่เราได้บ้าง    ถ้ารู้สึกกังวลก่อนสอบสัมภาษณ์สมัครงาน ก็อาจต้องเตรียมตัวให้พร้อม ฝึกซ้อมการสัมภาษณ์   แทนที่จะเสียเวลาไปกับการปฏิเสธ หรือเก็บกดความรู้สึกนี้     ถ้ารู้สึกน้อยใจที่หัวหน้างานไม่ส่งเสริม   ก็อาจต้องพูดคุยปรึกษากับเพื่อนฝูงหรืออาจจะกับตัวหัวหน้าเองก็ได้ ว่าเรามีจุดบกพร่องหรือควรปรับปรุงตรงไหน

หลักการข้อที่สามคือ  ความรู้สึกทุกชนิด  ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกที่ดีหรือไม่ก็ตามจะมีด้านที่เป็นประโยชน์อยู่ด้วยเสมอ  ความเจ็บปวดจะดึงเรามาสู่สถานการณ์ในปัจจุบัน ความรู้สึกผิดจะทำให้เราหันมาพิจารณาตัวเอง   ความวิตกกังวลทำให้เราต้องมีการเตรียมพร้อมต่อสถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น แต่สำหรับบางคนความรู้สึกเหล่านี้อาจทำให้ยิ่งแย่ไปกันใหญ่     อย่างไรก็ตาม การตระหนักว่า เราสามารถใช้ประโยชน์จากความรู้สึกที่มักจะคิดกันว่าไม่ดีได้  ทำให้เราหันมาใส่ใจต่อความรู้สึกที่เกิดขึ้นว่าบ่งถึงอะไร จะแก้ไขอย่างไร  หาทางเรียนรู้จากความรู้สึกที่เกิดขึ้นแทนที่จะหลีกเลี่ยงไม่ยอมรับ     

หลักการข้อที่สี่คือ  ความรู้สึกทุกชนิดจะเบาบางลงเมื่อเวลาผ่านไป   นอกจากจะถูกกระตุ้นซ้ำอีก   นี่เป็นสิ่งที่เห็นกันโดยทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว  เมื่อคนที่เรารักจากไปจะรู้สึกโศกเศร้าสูญเสีย อยากให้เขากลับมา ไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับใครได้เหมือนแต่ก่อน  แต่พอเวลาผ่านไปความรู้สึกเหล่านี้จะค่อย ๆ ลดลง เราจะเริ่มมีสัมพันธภาพกับผู้คนได้มากขึ้น  ผู้ที่มีอารมณ์เศร้า มีความรู้สึกหดหู่หมดหวัง ขอให้แน่ใจได้ว่าความรู้สึกที่มีมากนี้ จะลดลงเมื่อเวลาผ่านไป 

ความจริงอีกอย่างหนึ่งที่เราต้องยอมรับก็คือ   ความรู้สึกที่เบาบางลงตามเวลานี้ยังรวมไปถึงความรู้สึกที่ดีด้วยเหมือนกัน   ความรู้สึกเบิกบานใจ ความสุขสดชื่น จะค่อย ๆ ลดลง นอกจากจะได้รับการกระตุ้นอีก  

อะไรที่ทำให้ความรู้สึกที่เบาบางลงแล้วนี้กลับมามีมากขึ้นอีก     เหตุการณ์ที่มากระตุ้นความรู้สึกนี้ เป็นเหตุการณ์ที่เราพบในชีวิตประจำวัน  ซึ่งจะมีความหมายต่อแต่ละบุคคลแตกต่างกันไป การทะเลาะถกเถียงกันทำให้ความโกรธขุ่นเคืองซึ่งหายไปนานแล้วถูกกระตุ้นขึ้นมาอีก  การดูหนังบางเรื่องอาจกระตุ้นให้เรานึกถึงความรู้สึกดี ๆ ที่เคยมี    อย่างไรก็ตาม การที่จะมัวรอให้เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นแล้วจึงจะรู้สึกนั้น ดูจะเป็นการฝากชีวิตไว้กับโชคชะตาเกินไป   ในความเป็นจริงแล้วเราสามารถที่จะปฏิบัติตนเพื่อให้ส่งผลต่อความรู้สึกของเราอีกทอดหนึ่งได้      

   

หลักการข้อที่ห้าคือ  เราสามารถปรับความรู้สึกของเราได้ทางอ้อมโดยผ่านทางพฤติกรรมการกระทำ    เราสามารถใช้พฤติกรรมการกระทำของเราเพื่อส่งผลให้เกิดความรู้สึกที่ต้องการหรือลดความรู้สึกที่ไม่ต้องการได้   โปรดสังเกตว่าเราใช้คำว่า ส่งผล มิใช่ ควบคุมบังคับ  ทั้งนี้  เนื่องจากความรู้สึกที่รุนแรงนั้นมักจะเปลี่ยนแปลงยาก ต้องใช้เวลาบ้างกว่าจะเบาบางลง  อย่างไรก็ตาม การทำอะไรบ้างเพื่อช่วยส่งผลย่อมจะดีกว่าที่จะเพียงแต่รออยู่เฉย ๆ 

แดงอายที่เพื่อนล้อว่าเธออ้วน รู้สึกแย่ที่ตัวเองอ้วน  การแก้ปัญหานั้นดูจะไม่ยาก เพียงแค่กินอาหารให้น้อยลง ออกกำลังกายให้มากขึ้น แต่เธอมักจะบอกว่าไม่มีอารมณ์  นอกจากนั้นยังชอบกินจุบกินจิบตามใจตัวเอง  จะเห็นว่าปัญหาอยู่ที่แดงปล่อยให้อารมณ์  อยู่เหนือพฤติกรรมของตัวเอง  ทำให้เธอยิ่งรู้สึกผิดและยิ่งอับอายในเรื่องความอ้วนของตัวเองมากขึ้น  

การแก้ไขที่ตรงจุดก็คือ แดงจะต้องเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเองใหม่  ในขณะที่ยอมรับความจริงว่าเธอไม่ชอบออกกำลังกาย และชอบกินจุบกินจิบ    แดงจะต้องควบคุมตัวเองให้มากขึ้นในเรื่องของอาหาร  และการออกกำลังกาย  นั่นคือถึงแม้เธอจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ แต่สามารถควบคุมพฤติกรรมของตนเองได้

หลักการข้อสุดท้ายคือ เราเท่านั้นที่เป็นผู้ซึ่งรับผิดชอบต่อการกระทำของเรา ไม่ว่าจะมีความรู้สึกอย่างไรในขณะนั้น    ความรับผิดชอบ คือการยอมรับว่าตนเองเป็นผู้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งลงไป และเต็มใจรับผลของการกระทำนั้น เรามักได้ยินการใช้ความรู้สึกเป็นข้อแก้ตัวต่อการกระทำของตัวเองอยู่บ่อย ๆ เช่น "ที่ฉันตีลูก เพราะตอนนั้นฉันโกรธมาก" "ผมไม่กล้าบอกอาจารย์ เพราะผมอายหรือ "เราขับรถไม่ได้ เพราะเรากลัว"

เราไม่สามารถควบคุมความรู้สึกของเรา โดยการหวังจะให้เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ได้ แต่ไม่ว่าเราจะรู้สึกอย่างไรก็ตาม เราสามารถควบคุมการกระทำของเราได้ ถ้าจะทำ   
 เราเลือกได้ว่าจะทำหรือไม่ทำตามความรู้สึกของเราที่มีในขณะนั้น  ผลที่ตามมาย่อมเป็นจากการกระทำของตัวเราเอง    คนส่วนมากมักจะปล่อยตัวเอง  ใช้อารมณ์ความรู้สึกในการตัดสินใจหรือการกระทำ   ซึ่งผลที่ติดตามมามักจะเป็นความล้มเหลว และบ่อยครั้งที่เราจะกล่าวโทษสถานการณ์หรือผู้อื่น  โดยที่ไม่ได้มองเข้าด้านใน ค้นหาข้อบกพร่องของตนเอง

เราสามารถรู้ถึงความโกรธเกลียดที่มีอยู่มากในตัวเรา เพราะเราแน่ใจว่า เราจะไม่ไปทำอะไรเขาเข้า การคุมพฤติกรรมส่งผลให้เรามีอิสระที่จะรู้สึก  มีผู้กล่าวไว้ว่าเราจะเข้าใจถึงความรู้สึกที่มีอย่างแจ่มชัด ก็ต่อเมื่อเราแข็งขืนต่อมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า    การคุมการกระทำนั้นทำให้เราต้องหันมาให้ความใส่ใจต่อความรู้สึกที่มี อาจจะในมุมมองใหม่ ๆ ที่ไม่เคยตระหนักมาก่อน   ซึ่งถ้าเราปล่อยให้ความรู้สึกอยู่เหนือตนเอง  ก็อาจจะไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย                  

นอกจากนั้น พฤติกรรมที่ผ่านการควบคุมของเรา ยังจะส่งผลถึงอารมณ์ความรู้สึกอีกโสดหนึ่งด้วยเช่นกัน  เราสามารถสร้างความรู้สึกที่เบิกบานได้ โดยการเล่นกีฬา ฟังเพลงที่ชอบ หรือพูดคุยกับเพื่อนที่ถูกใจ  ในทำนองเดียวกันถ้าเราต้องการความรู้สึกที่สงบเยือกเย็น ก็อาจจะนั่งสบาย ๆ  ฟังเพลงเบา ๆ  ไปพักผ่อนชายทะเล หรือเข้าวัด                   

ยังมีอีกหลาย ๆ วิธีที่จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกที่ดีกับเรา  คนที่ชอบเขียนหนังสือก็จะรู้สึกชื่นชม พึงพอใจ เมื่อเห็นสิ่งที่เราเขียนได้ตีพิมพ์ คนที่ชอบเล่นกล้วยไม้ก็จะรู้สึกเบิกบานที่ได้  เห็นการผลิดอกของมัน การที่ได้เห็นความพยายาม การกระทำของเราส่งผลที่ดีติดตามมา ย่อมจะทำให้เกิดความชื่นใจ ความพึงพอใจ อันจะเป็นแรงเสริมให้มีกำลังใจที่จะกระทำต่อไป

ความรู้สึกและการกระทำ 1
ความรู้สึกและการกระทำ 2
ความรู้สึกและการกระทำ 3

ที่มา  http://gotoknow.org/blog/depression/111218




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
วางระบบร้านเน็ตร้านเกมส์ วันที่ : 19/04/2011 เวลา : 16.09 น.
http://ww.liewnetwork.com/service/netshop.php

เราต้องมีสติอยู่ทุกลมหายใจครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
chedtha วันที่ : 15/11/2007 เวลา : 18.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

แวะมาอ่านสาระน่ารู้เรื่องของอารมณ์และความรู้สึก
พอดีผมใช้ชีวิตอยู่กับคนที่ควบคุมอารมณ์และความรู้สึกได้เก่งมากๆ
อยู่ใกล้คนเย็น เราก็เย็นตาม
อยู่ใกล้คนมีเหตุผล เราก็มีเหตุผลตาม
เวลาผมเกิดอารมณ์โมโห หงุดหงิด เขาก็จะเฉย
แล้วบอกว่า เรื่องแค่นี้ ไม่เห็นต้องใช้อารมณ์โมโหเลย
อะไรที่ทำบ่อยๆ ใช้บ่อยๆ จะเกิดเป็นความเคยชิน
ถ้าเอาแต่เหตุผลมาคิด อารมณ์ก็จะไม่เกิด
เพราะฝึกใช้เหตุผลให้มากกว่าใช้อารมณ์

อยู่ใกล้คนที่ควบคุมอารมณ์เก่ง เราก็เลยพลอยไม่ใช้อารมณ์ไปด้วย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
หมอเด่น วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moh-den
...D....dEn....N...

ต้องทำอย่างไรบ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
หมอเด่น วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/moh-den
...D....dEn....N...

ต้องทำอย่างไรบ้างครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนสองแผ่นดิน วันที่ : 13/11/2007 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hemophilia
ผู้ปฏิบัติงานสารสนเทศอิสระเพื่อผู้เป็นฮีโมฟิเลีย


ขอบคุณทุกท่านที่สนับสนุนงานเพื่อผู้เป็นฮีโมฟิเลีย ขอให้ท่านมีความสุขทั้งกายและใจตลอดไป

คนสองแผ่นดิน
http://www.oknation.net/blog/hemophilia1/2007/11/08/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เทศกาล.....................พาช้างกลับชัยภูมิ

งานกาชาดชัยภูมิ 12 -20 ม.ค. 2554

View All
<< พฤศจิกายน 2007 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าวัดความสำเร็จของครูจากอะไรดีที่สุด
จำนวนนักเรียนที่สอบเข้า
14 คน
จำนวนนักเรียนที่จบ
35 คน
ผลงานของนักเรียนระหว่างเรียน
27 คน
ผลงานนักเรียนหลังจบ
49 คน
เงินเดือนของครู
23 คน

  โหวต 148 คน