• หมอเด่น
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-04-07
  • จำนวนเรื่อง : 313
  • จำนวนผู้ชม : 437215
  • ส่ง msg :
  • โหวต 234 คน
C.E.O. DEN.COM INTERNATIONAL
ข่าวสาร ความเคลื่อนไหว สุขภาวะที่ดี ของคนไทยที่ร่วมแรงร่วมใจสร้างสรรค์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/moh-den
วันอังคาร ที่ 29 กันยายน 2552
Posted by หมอเด่น , ผู้อ่าน : 5090 , 09:41:20 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในปี พ.ศ. 2493 พระครูพินิจสมณวัตร เจ้าคณะกิ่งอำเภอบำเหน็จณรงค์ และพระครูมนูญชัยกิจ (หลวงพ่ออ่วม) ได้ประชุมปรึกษาญาติโยม และประชาชนชาวบ้านเพชร บ้านชวน และชาวบ้านวังเสมาอำเภอจัตุรัส ประชาชนก็พร้อมใจกันที่จะเดินทางไปค้นหารอยพระพุทธบาท

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 ท่านพระครูพินิจสมณวัตรผู้นำได้พร้อมกันออกเดินทางไปโดยมีพระครูมนูญชัยกิจ (หลวงพ่ออ่วม) ตาคำ (หลวงตาคำ) นายอ่ำ นายหิน ร่วมด้วยตาขำ นายหมี และชาวบ้านร่วมไปด้วยอีกจำนวนมาก จนเวลาเย็นจึงขึ้นไปถึงเขายายเหม็น ด้วยความอ่อนเพลียเพราะต้องปีนป่ายขึ้นเขาลงเขา จึงได้จัดหาที่พักผ่อนหลับนอน ครั้นรุ่งเช้าก็หุงหาอาหารกินเสร็จแล้ว พระครูพินิจสมณวัตรและพระครูมนูญชัยกิจ จึงได้ให้ตาขำและนายหมี ผู้ที่เล่าเรื่องราวรอยคนใหญ่เป็นผู้นำทางชี้สถานที่ ตาขำและนายหมีบอกว่าไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน เพราะไม่ได้มาพบเห็น เพียงแต่ได้รับความบอกเล่าติดต่อกันมาจาก ปู่ ย่า ตา ยายว่ามีรอยคนใหญ่อยู่ข้างบ่อน้ำหินตาทอง ถ้าวิดน้ำจากบ่อนี้สาดขึ้นไปจะตกถึงรอยพอดี จากนั้นจึงได้ช่วยกันกระจายกำลังกันออกค้นหาบ่อแต่ก็ยังไม่พบ ก็ช่วยกันค้นหาต่อไปอีก 3 วันก็ยังไม่พบ

ครั้นอยู่มาคืนวันหนึ่ง เวลาประมาณ 5 ทุ่ม คณะที่ค้นหายังสุมไฟนั่งคุยกันอยู่ก็ปรากฏการมีแสงเป็นลำสีแดงเขียวพุ่งขึ้นในกลางป่า ทางทิศอาคเนย์จากที่พักทุกคนก็ตั้งตาดูแสงนั้นเป็นเวลานานพอสมควรแสงนั้นจึงหายไป พระครูพินิจสมณวัตร จึงได้บอกญาติโยมว่า แสงนั้นเป็นนิมิตหมายอันดีที่พระพุทธองค์ อาจจะทรงแสดงปาฏิหาริย์ให้คณะค้นหาได้ทราบว่ามีรอยพระพุทธบาทที่พระองค์ประทับไว้ พระครูพินิจสมณวัตร จึงบอกญาติโยมว่าอาจจะเป็นแนวทาง

บอกให้ค้นพบรอยพระพุทธบาทเป็นแน่นอน ครั้นรุ่งขึ้นเป็นวันที่ 4 คณะหุงหาอาหารเช้ากินเสร็จแล้ว ก็รีบเดินทางมุ่งหน้าไปค้นหาตามที่เห็นแสงขึ้นทางทิศอาคเนย์ ก็จึงพบและได้พากันพิจารณาดูตามคำบอกเล่าว่าข้างบ่อนั้นมีรอยคนใหญ่ และมีต้นหญ้าปกคลุมต้นสลักใดขึ้นอยู่ ราวปาฏิหาริย์เมื่อคณะค้นหาเหลือบไปพบต้นสลักใด และดอกไม้นานาชนิดวางเรียงรายอยู่ ซึ่งมีอยู่แห่งเดียวใกล้กับบ่อตาทอง จึงได้ลงมือช่วยกันขุดคุ้ยดินหินทรายขึ้นอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย เสร็จแล้วก็จัดหาน้ำมาล้างให้สะอาดจึงปรากฏเห็นเป็นรูปรอยเท้าคนจริง ๆ แต่มีขนาดใหญ่โตกว่าบุคคลธรรมดาหลายเท่า มีรอยนิ้วเท้ายาวเสมอกัน มีเส้นวงก้นหอยเห็นชัดเจนปรากฏว่าเป็นรอยเท้าข้างซ้าย หันรอยเท้าไปทางทิศอาคเนย์ จึงวัดตรวจสอบมีความยาว 185 เซนติเมตร กลางพระบาทกว้าง 63 เซนติเมตร ลึกจากลานหินเดิมลงไป 32 เซนติเมตร ปลายพระบาทกว้าง 72 เซนติเมตร ส้นพระบาทกว้าง 48 เซนติเมตร ลักษณะของหินมีสีแดงเพราะถูกไฟเผา ฝั่งด้านซ้ายและปลายเท้ามีรอยแตก เพราะถูกไฟเผาและทุบเป็นแน่ ตรงกับคำบอกเล่าของยายนายหมี พระครูพินิจสมณวัตรและพระครูมนูญชัยกิจ พร้อมด้วยญาติโยมได้พิจารณาเป็นอย่างดี เห็นว่ารูปร่างลักษณะรอยสวยงามมาก มีรอยหินหลินตามง่ามนิ้วเท้าเห็นได้ชัดเจน และมีรูปวงกลมคล้ายกรงจักรนูนอยู่กลางเท้าเป็นรูปเงาราง ๆ ทั้งนี้เพราะมีร่องรอยถูกไฟเผา

ดังนั้นเมื่อข่าวการค้นพบรอยพระพุทธบาท ทราบไปถึงพระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ประชาชนชาวอำเภอบำเหน็จณรงค์ อำเภอจัตุรัสและต่างจังหวัดโดยทั่วไป ต่างก็จัดหาเสบียงอาหารพากันหลั่งไหลเดินทางเท้ารอนแรมกันเป็นหมู่คณะเป็นจำนวนมากเขาไปยังลานเขายายเหม็น ถึงแม้ว่าจะเป็นถิ่นธุระกันดารอย่างยิ่งก็ตาม ทั้งนี้ด้วยแรงศรัทธาเพื่อจะได้ชมและนมัสการปิดทองรอยพระพุทธบาท เป็นความจริงตามคำเล่าลือ ประชาชนที่มีความเชื่อความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาจึงเคารพนับถือว่าพระพุทธบาทเป็นปูชนียวัตถุสำคัญทางพระพุทธศาสนา จึงได้ทำการเคารพสักการบูชาตลอดมา

สถานที่รอยพระพุทธบาทประทับอยู่เป็นลานหินอยู่บนยอดเขายายเหม็น มีบริเวณกว้างขวาง เมื่อมองไปโดยรอยลานหินแห่งนี้ จะมองเห็นทิวเขาล้อมรอบเป็นวง เปรียบเสมือนเขาวงกต เป็นภาพและทิวทัศน์ที่สวยงามมากหาดูได้ยาก และยังมีสิ่งแปลกประหลาดมหัศจรรย์ เกิดขึ้นโดยธรรมชาติ คือ อ่างน้ำหินทั้งใหญ่และเล็ก อยู่บนลานพระพุทธบาท เรียงรายรอบรอยพระพุทธบาท มีจำนวนหลายสิบอ่าง แต่ละอ่างมีน้ำขังเต็มใสสะอาดมาก บางอ่างก็มีสีแดง บางอ่างก็มีสีเขียว ซึ่งใช้ดื่มได้เป็นอย่างดี ในอ่างน้ำจะมีสาหร่ายบัวและปลาแหวกว่ายน่าดูมาก พูดถึงเรื่องน้ำแล้วถึงแม้จะอยู่บนภูเขาแต่ก็มีอ่างน้ำหินดังกล่าวแล้วอยู่มากมาย มีน้ำดื่มและน้ำใช้สอยจนพอเพียงตลอดทุกฤดูกาล ถึงแม้ว่าจะมีประชาชนขึ้นไปใช้เป็นหมื่นเป็นแสนก็ตามจะไม่มีแห้งเลย นอกจากนี้แล้วยังมีพันธุ์ไม้นานาชนิด เช่นไม้ดอก และไม้ยืนต้นทั้งเล็กใหญ่ เครือเถาวัลย์ และพืชที่ใช้เป็นยาสมุนไพรด้วย มีภูเขาสูงชัน เป็นหน้าผาสลับซับซ้อน มีก้อนหินงอกขึ้นตามธรรมชาติมากมาย ดูไปก็คล้ายกับกองพระทรายแปดหมื่นสี่พันพระธรรมขันธ์ มีร่องน้ำไหลผ่านลานพระพุทธบาท ลงไปตามซอกเขาไปรวมกับห้วยลำกระจวน มีก้อนหินใหญ่ ๆ ยื่นชะเง้อออกมาเป็นบริเวณกว้างเรียกว่าถ้ำเพิงอยู่หลายแห่ง ถ้ำเพิงนี้ประชาชนจะเข้าไปพักอาศัยอยู่หลายแห่งได้เป็นจำนวนร้อย ๆ คนอย่างสบาย มีก้อนหินสลับซับซ้อนกันเป็นชั้น ๆ สูงขึ้นไปมองดูคล้าย ๆ ธรรมมาส มีแท่นหินดูเหมือนคล้ายกับแท่นบรรทม มีหินแยกออกเป็นร่องราง กว้างยาวมากดูเหมือนคล้ายเรือสำเภา มีถ้ำเป็นรูและโพรงลึกบ้าง ตื้นบ้างอยู่หลายแห่ง แต่ก่อนมามีสัตว์ป่านานาชนิด เช่น ช้าง เสือ กวาง เก้ง หมี กระต่าง นก และไก่ป่าทั้งนี้เพราะบริเวณเขายายเหม็นนี้เป็นดงดิบป่าทึบ เมื่อคณะไปค้นพบรอยพระพุทธบาทยังเห็นกระดูกช้างตายกองอยู่บนลาน ใกล้ ๆ พระพุทธบาทด้วย หลังจากนั้นก็มีลูกช้างมากินน้ำตกลงไปในบ่อหินทิศเหนือของรอยพระพุทธบาท จึงใช้ชื่อว่าอ่างลูกช้างมาจนปัจจุบันนี้ แต่เวลานี้สัตว์ต่าง ๆ เช่น เสือ ช้าง กวาง เก้ง หมี ไม่มีอาศัยอยู่แล้วเพราะว่าป่าได้ถูกตัดฟันจนโล่งเตียน และประชาชนก็เข้าไปตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัยบริเวณไหล่เขาและถางป่าทำไร่ สัตว์ป่าต่าง ๆ ก็หนีไปอยู่ที่อื่นหมด แต่มีสิ่งที่ควรทราบและอัศจรรย์คือ บริเวณลานพระพุทธบาทเขายายหอมไม่มีสัตว์ร้าย เช่น งู ตะขาบ มด แมลงต่าง ๆ เลย อากาศเย็นสบายดีตลอดเวลา นอกจากนี้ยังมีสิ่งธรรมชาติต่าง ๆ ที่น่าดูอีกมากสุดที่จะบรรยายจึงนับว่าเป็นโชคดีสำหรับผู้ที่จะขึ้นไปแสวงบุญ และยังได้มีโอกาสท่องเที่ยวพบเห็นสิ่งธรรมชาติอีกมากมาย

ครั้นเมื่อได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทแล้ว พระครูพินิจสมณวัตร เจ้าคณะกิ่งอำเภอบำเหน็จณรงค์ ท่านก็ได้พาคณะสงฆ์และญาติโยมได้ไปอยู่ประจำ ณ ที่พระพุทธบาทเขายายหอม ซึ่งขณะนั้นถนนหนทางที่จะขึ้นไปยังเขายายเหม็น แสนธุระกันดารที่สุด ต้องบุกป่าดงขึ้นเขาลงห้วย ทางจะไปเป็นทางเท้า การเดินไปลำบากมากเพราะบางตอนเป็นทราย บางตอนเป็นเนินสูง มีหินและต้นไม้ขึ้นหนาแน่น ทางบางตอนก็คดโค้งเลี้ยวไปตามไหล่เขา มีลำน้ำกระจวนขวางอยู่ เป็นลำห้วยลึกฝั่งสูงชันมีน้ำไหลอยู่ตลอดปี สำหรับลำห้วยกระจวนนี้อยู่ห่างจากลานพระพุทธบาท ประมาณ 1 กิโลเมตรเศษ ทางตอนนี้จะลำบากมากเพราะจะต้องขึ้นเขาและเดินลัดเลาะเรียบไปตามช่องเขาและซอกหิน ต้องปีนป่ายขึ้นไปประมาณ 7 พัก จึงจะถึงเส้นทางแสนลำบากที่สุด

พ.ศ. 2493 พระครูพินิจสมณวัตร จึงได้ปรึกษาญาติโยมได้ช่วยกันสร้างทาง ก็ได้รับความร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ จากญาติโยมประชาชนช่วยสละกำลังกาย กำลังทรัพย์ สร้างทางขึ้นไปยังลานพระพุทธบาท ขึ้นต้นโดยการถางป่าขุดตอ ยกคันดินบางตอน จนสามารถนำรถยนต์ขึ้นไปได้ ในงานเทศกาลครั้นฤดูฝนถนนก็ชำรุด เมื่อถึงกำหนดจะจัดงานเทศกาล (ภายในขึ้น 11 – 15 ค่ำเดือน 3 ของทุกปี) พระครูพินิจสมณวัตรก็นำญาติโยมประชาชนช่วยกันซ่อมอยู่อย่างนี้ทุกปี

ครั้นเมื่อ พ.ศ. 2494 ในสมัยที่พระครูพินิจสมณวัตร เจ้าคณะกิ่งอำเภอบำเหน็จณรงค์เป็นผู้นำพัฒนาพระพุทธบาทเขายายหอมอยู่นั้น ประชาชนได้ถวายที่ดินในบริเวณพระพุทธบาท ให้เป็นที่ตั้งของสำนักสงฆ์และวัดต่อไป

ครั้งเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2495 ท่านพระครูพินิจสมณวัตร ท่านก็ได้มรณภาพ ณ ที่สำนักสงฆ์พระพุทธบาทเขายายหอม ท่านพระครูมนูญชัยกิจ จึงได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าคณะกิ่งอำเภอบำเหน็จณรงค์แทนต่อไป พระครูมนูญชัยกิจ เป็นผู้นำพัฒนาสำนักสงฆ์พระพุทธบาทสืบต่อไป

ครั้นในปี พ.ศ. 2498 ทางราชการกรมที่ดินได้ประกาศให้ผู้ที่มีที่ดินอยู่ ได้แจ้งการครอบครองต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พระครูมนูญชัยกิจ อดีตเจ้าคณะกิ่งอำเภอบำเหน็จณรงค์ จึงได้มอบหมายให้นายสหัส แสนสูงเนิน อดีตศึกษาธิการอำเภอบำเหน็จณรงค์ แทนกรมการศาสนา ได้ทำหน้าที่แจ้งการครอบครองที่ดินแทนสำนักสงฆ์พระพุทธบาทไว้ แต่วันที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2498 ได้ออก ส.ค. 1 เล่มที่ 20 ได้ยึดถือไว้จำนวนเนื้อที่ 625 ไร่ ทิศติดต่อข้างเคียง ทิศเหนือจดห้วยหัน สันเขายายเหม็น ทิศใต้จดลำกระจวน ทิศตะวันออกจดห้วยหัน-ลำกระจวน ทิศตะวันตกจดห้วยน้อย ตีนเขายายเหม็น รูปที่ดินโดยประมาณ กว้าง 25 เส้น ยาว 25 เส้น มณฑณ

พ.ศ. 2501 – 2512 พระอาจารย์นเรนทร์ ผู้ซึ่งได้มอบหมายจากเจ้าคณะอำเภอบำเหน็จณรงค์ ให้มาอยู่ประจำสำนักสงฆ์พระพุทธบาทเขายายหอม และปรับปรุงพระพุทธบาท ท่านอาจารย์นเรนทร์ มีความรู้ความสามารถและความชำนาญในการปั้นพระต่าง ๆ ท่านก็มาปรึกษาเจ้าคณะอำเภอว่าจะปั้นพระพุทธรูปปางต่าง ๆ เพื่อเป็นการส่งเสริมพระพุทธศาสนา และประดับบุญญาบารมีของพระพุทธเจ้า เจ้าคณะอำเภอเห็นชอบอาจารย์นเรนทร์ จึงได้ชักชวนบอกบุญญาติโยม บริจาควัสดุ เช่น เหล็ก ปูน ทราย หิน ประกอบในการปั้นพระพุทธรูปเมื่อได้วัสดุแล้ว อาจารย์นเรนทร์ก็เป็นช่างปั้น โดยมีสามเณรเป็นผู้ช่วยปั้นพระพุทธรูปใหญ่ปางต่าง ๆ ไว้ดังนี้ พระพุทธไสยาส พระนาคปรก พระปางปาลิไลย์ พระปางมารวิชัย พระอุ้มบาตร พระสังกัจจาย ฯลฯ

พ.ศ. 2517 พระครูอเนกธรรมประสาธน์ อดีตเจ้าคณะอำเภอบำเหน็จณรงค์ ได้ประชุมคณะสงฆ์และประชาชน ปรึกษาหารือเรื่องการสร้างทางถาวร ขึ้นสู่สำนักสงฆ์พระพุทธบาทเขายายหอม ซึ่งขณะนั้นยังเป็นเส้นทางชั่วคราว แต่ละปีก็ย้ายเส้นทางใหม่ ที่ประชุมลงมติเห็นชอบที่จะให้มีเส้นทางถาวร โดยขอให้ทางราชการช่วยสำรวจ และดำเนินการสร้างในโอกาสต่อไป ดังนั้นเรื่องนี้พระครูอเนกธรรมประสาธน์จึงได้มอบหมายให้พระครูปราโมทย์สีลคุณ อดีตเจ้าคณะตำบลบ้านชวนเจ้าอาวาสวัดบึงชวน ได้เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้ ร่วมกับญาติโยมส่วนหนึ่ง และข้าพเจ้านายวิทยา สกุลอนันท์ ผู้รวบรวมประวัติก็มีส่วนร่วมในการนี้ด้วย จากนั้นพระครูปราโมทย์สีลคุณ พร้อมด้วยญาติโยมได้ทำเรื่องราวเสนอผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ขอความอุปถัมภ์จัดช่างออกไปสำรวจเส้นทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ได้สั่งให้หน่วย ร.พ.ช.ชัยภูมิไปสำรวจเส้นทางขึ้นพระพุทธบาทถาวร จากทางแยกบ้านซับใหญ่ 6 กิโลเมตรเศษ แล้วหน่วย ร.พ.ช. ยังได้นำเครื่องจักรกลมาดำเนินการบุกเบิกป่า ขุดตอ ยกคันดินเป็นถนน และจัดหาลูกรังมาลงถนนเป็นบางตอน ค่าใช้จ่ายทางคณะกรรมการวัดพระพุทธบาท ได้จัดหาเงินมาให้เป็นค่าน้ำมัน เพราะงบของทางราชการไม่มี ในการดำเนินการสร้างทางครั้งนี้ ก็นับว่าเป็นการวางรากฐานได้เท่านั้นเพราะงบของทางราชการไม่มี แต่ในปีแรก ๆ นี้ประชาชนที่ขึ้นไปบำเพ็ญกุศลในเทศกาลก็มีรถโดยสารขึ้นลงได้ นับว่าได้รับความสะดวกสบายกว่าแต่ก่อนมาก ครั้นปีต่อ ๆ มาถนนดังกล่าวก็ชำรุดสะพานไม้ข้ามลำกระจวนซึ่งสร้างมานานนับสิบ ๆ ปีแล้ว ก็ชำรุดหักพังไปตามกาลเวลา เมื่อถึงฤดูเทศกาลจัดงานประจำปีก็ต้องซ่อมแซมพอข้ามไปได้ ส่วนเส้นทางก็ขอความกรุณาจากผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ นำเครื่องจักรกลมาช่วยซ่อมพอใช้ได้ในเทศกาลเท่านั้น ทางคณะกรรมการก็ได้จัดหาเงินให้เป็นค่าน้ำมันเช่นเคยเพราะงบประมาณทางราชการไม่มีในการซ่อมเส้นทางและสะพาน ก็จะต้องกระทำอยู่อย่างนี้เป็นประจำทุกปี ดังนั้นรายได้จากการจัดงานประจำปีส่วนหนึ่งก็ต้องเจียดจ่ายมาไว้เป็นค่าน้ำมันรถที่จะมาซ่อมทางและค่าซ่อมสะพาน แต่อย่างไรก็ตามคณะกรรมการก็ยังได้นำรายได้จากการจัดงานประจำปี มาพัฒนาพระพุทธบาทแห่งนี้คือ ได้วางรากฐานโครงร่างสร้างมณฑปครอบรอยพระพุทธบาท เป็นคอนกรีตเสริมเหล็กถาวร สิ้นเงินไปแล้ว 114,826 บาท 25 สตางค์ จัดสร้างกุฎี จัดสร้างศาลา ถังน้ำ ค.ส.ล. ศาลาพัก โรงครัวถาวร ซ่อมแซมขอบบ่อน้ำหินและอย่างอื่นอีก

สำหรับเส้นทางจากทางแยกถนนซับใหญ่ ขึ้นไปยังพระพุทธบาทนี้ คณะกรรมการทั้งฝ่ายสงฆ์และฝ่ายฆราวาสหลายฝ่าย ได้จัดทำโครงการสร้างถนนและสะพานถาวรขึ้นไปยังพระพุทธบาท มีความยาว 6 ก.ม. 325 ม. ส่งเสนอจังหวัดชัยภูมิเพื่อของบประมาณจัดสร้างต่อไป และยังได้รับความอุปถัมภ์จากคณะพลังธรรมกรุงเทพฯ ได้ช่วยติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ในการจัดหางบประมาณสร้างทางและสะพานถาวรอีกส่วนหนึ่งด้วย พ.ศ. 2529 ทางราชการได้อนุมัติเงินงบประมาณ 3,869,100 บาท ตามโครงการแผนพัฒนาจังหวัดชัยภูมิ ให้ก่อสร้างที่ ชย. 12090 จากบ้านซับใหญ่ถึงพระพุทธบาทเขายายหอม และสร้างสะพาน ค.ส.ล. ข้ามลำกระจวนอยู่ในระหว่างเส้นทางนี้อีก 1 แห่งด้วย ซึ่งทางจังหวัดชัยภูมิได้มอบหมายให้หน่วยงานราชการเร่งรัดพัฒนาชนบท จังหวัดชัยภูมิ (ร.พ.ช.) รับไปดำเนินการต่อไป ทางหน่วย ร.พ.ช. จังหวัดชัยภูมิก็ได้ลงมือดำเนินการสร้างทางตามโครงการนี้ โดย ร.พ.ช. จังหวัดชัยภูมิเป็นผู้ควบคุมดูแล การก่อสร้างได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วในปี 2529 พระภิกษุสามเณร ชีพราหมณ์ อุบาสก อุบาสิกา และพุทธศาสนิกชนผู้ไปแสวงบุญ ก็ได้ใช้ยวดยานพาหนะขึ้นลงได้สะดวกสบายมาก นอกจากนี้ประชาชนตามหมู่บ้านต่าง ๆ ก็ยังได้ใช้ประโยชน์ของเส้นทางนี้ไปประกอบอาชีพ

ที่มา  http://gotoknow.org/blog/sangob/162965




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เทศกาล.....................พาช้างกลับชัยภูมิ

งานกาชาดชัยภูมิ 12 -20 ม.ค. 2554

View All
<< กันยายน 2009 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณคิดว่าวัดความสำเร็จของครูจากอะไรดีที่สุด
จำนวนนักเรียนที่สอบเข้า
14 คน
จำนวนนักเรียนที่จบ
35 คน
ผลงานของนักเรียนระหว่างเรียน
27 คน
ผลงานนักเรียนหลังจบ
49 คน
เงินเดือนของครู
23 คน

  โหวต 148 คน