• Monchai
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : monchai83@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-08-07
  • จำนวนเรื่อง : 1106
  • จำนวนผู้ชม : 3169153
  • ส่ง msg :
  • โหวต 331 คน
การตลาด แบบธรรมชาติ
การสร้างแบรนด์, การตลาด, การบริหารงานขาย, Trade Marketing, Leadership, General Knowledge
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/monchai83
วันอังคาร ที่ 23 ตุลาคม 2561
Posted by Monchai , ผู้อ่าน : 811 , 08:20:28 น.  
หมวด : เศรษฐกิจ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน สุรศักดิ์ , แม่หมี โหวตเรื่องนี้

การศึกษา พฤติกรรม การตัดสินใจ เลือกซื้อ ของผู้บริโภค มีประโยชน์ทางการตลาด 3 ประการ ดังนี้

1. ช่วยให้ นักการตลาดเข้าใจถึง “ปัจจัย” ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าของผู้บริโภค กลุ่มเป้าหมาย

2. ช่วยให้ การพัฒนา “ผลิตภัณฑ์” ได้ดีขึ้น ประสบผลสำเร็จมากขึ้น เพราะสามารถตอบสนอง ให้ตรง กับความต้องการของผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย  

3. ช่วยให้ การพัฒนาตลาด และการแสวงหา ความได้เปรียบ ในการแข่งขัน เป็นไปได้ อย่างยั่งยืน

 

พฤติกรรม “การซื้อ” (Shopping Behavior) ของผู้บริโภค จะแปรเปลี่ยนไปตาม ปัจจัยทาง ประชากรศาสตร์, ภูมิศาสตร์, จิตวิทยา และพฤติกรรม ฯลฯ

นักการตลาด จึงต้อง เลือก และระบุ “กลุ่มเป้าหมาย” (Target Market) ให้ชัดเจน จึงจะเข้าใจ ปัจจัย ที่ใช้ในการตัดสินใจ “เลือกซื้อ” ของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งโดยทั่วไป มี 2 ปัจจัยหลัก ดังนี้

1. ความแตกต่างของผลิตภัณฑ์ (Product Differentiation)

2. ความสำคัญ (ความเสี่ยง) ในการตัดสินใจ (Involvement)

เมื่อนำเกณฑ์ทั้ง 2 วิเคราะห์ จะพบพฤติกรรมการซื้อ 4 กลุ่ม ดังนี้

 

 

Involvement

 

 

High

Low

Differentiation

Significant

Complex

Variety

Few

Dissonance

Habit

 

นำมาประยุกต์ เป็น ประเภทของผลิตภัณฑ์ ได้ 4 กลุ่ม ดังนี้

 

 

Involvement

 

 

High

Low

Difference

Significant

1.Specialty Goods

3.Shopping Goods

Few

2.Unsought Goods

4.Convenience Goods

 

1. สินค้าเจาะจงซื้อ (Specialty Goods) เป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีราคาแพง ซื้อไม่บ่อย และมีความเสี่ยงสูง โดยทั่วไปผู้บริโภคมีความรู้ ในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ไม่มากนัก

 2. สินค้าไม่เจาะจงซื้อ (Unsought Goods) เป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีความเสี่ยงสูง ซื้อไม่บ่อย ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่าง ต่ำ ความแตกต่างในตราสินค้าน้อย ความสลับซับซ้อนในการตัดสินใจซื้อสูง

3. สินค้าเลือกซื้อ (Shopping Goods) เป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีความเสี่ยงไม่สูง ซื้อบ่อย ผลิตภัณฑ์มีความแตกต่างมาก

4. สินค้าสะดวกซื้อ (Convenience Goods) เป็นผลิตภัณฑ์ ที่มีความเสี่ยงไม่สูง ซื้อบ่อย ผลิตภัณฑ์ที่มีความแตกต่างน้อย ความสลับซับซ้อนในการตัดสินใจซื้อต่ำ เช่น การซื้อน้ำตาลทราย น้ำเปล่า กระดาษทิชชู ฯลฯ

 

ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ก็มี ปัจจัย และกระบวนการตัดสินใจซื้อ (Buyer Decision Process) ที่แตกต่างกัน (ซึ่งจะไม่ลงรายละเอียด)

 

การประเมินทางเลือก (Evaluation procedure)

การตัดสินใจ เลือกซื้อ ของผู้บริโภค เป็นขั้นตอนที่กลุ่มเป้าหมาย ใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการพิจารณาเลือก ทางเลือก (แบรนด์)

เริ่มจากการพิจารณา ข้อมูล แบรนด์ ต่าง ๆ แล้วเปรียบเทียบ เพื่อหาว่า จะเลือกซื้อ แบรนด์ ไหน

เพื่อช่วยลดภาระในการตัดสินใจที่ซับซ้อนโดยการให้แนวทาง หรือขั้นตอนการปฏิบัติ

ที่ทำให้ กระบวนการ การตัดสินใจ ที่วกวน หรือวกไปเวียนมา น้อยลง

การตัดสินใจ เลือกซื้อ “แบรนด์” ของผู้บริโภค โดยทั่วไป มี 2 แนวคิด 4 รูปแบบ ดังนี้

1. แนวคิด การชดเชย (Compensatory Rule)

กลุ่มเป้าหมาย กำหนด ตัวเลือกแบรนด์ โดยพิจารณา

  1. ทุกคุณลักษณะ (Attribute) ที่เกี่ยวข้อง
  2. ให้น้ำหนัก (Weight) แต่ละคุณลักษณะ
  3. ให้คะแนน แต่ละคุณลักษณะ ของแต่ละแบรนด์ (สูงสุด 10 คะแนน)
  4. และคำนวณ คะแนน (น้ำหนัก x คะแนน) ของแต่ละแบรนด์
  5. แล้ว รวมคะแนน สำหรับ แต่ละแบรนด์

เช่น รถยนต์

1.คุณลักษณะ(Attribute)

2.Weight

3. A*

B*

C*

4.Weighted A

Weighted B

Weighted C

Well-known Brand

30

 

 

 

 

 

 

Design

40

 

 

 

 

 

 

Fuel Consumption

20

 

 

 

 

 

 

Price

10

 

 

 

 

 

 

5. Total

100

 

 

 

 

 

 

* Maximum 10 Point for each Attribute

สมมติฐาน คือ กลุ่มเป้าหมายจะเลือก แบรนด์ที่มี คะแนนรวม สูงสุด (ในจินตนาการ)

การตัดสินใจชดเชย ผลเชิงบวกของคุณลักษณะหนึ่ง กับ ผลเชิงลบ ของคุณลักษณะอื่น ๆ ในแต่ละแบรนด์ ที่ประเมิน เพื่อให้เกิดความสมดุล (Optimization)

ส่วนมากใช้กับ กลุ่มผลิตภัณฑ์ High Involvement

 

2. แนวคิด การไม่ชดเชย (Non-Compensatory Rule)

การตัดสินใจที่ ไม่ชดเชย ผลเชิงบวก ของคุณลักษณะหนึ่ง กับ ผลเชิงลบ กับคุณลักษณะอื่น ๆ

ส่วนมากใช้กับ กับ กลุ่มผลิตภัณฑ์ Low Involvement

แนวคิดการไม่ชดเชย มี 3 รูปแบบ ดังนี้

ก. การตัดสินใจ แบบจุดเดียวจอด (Conjunctive Decision Making Rule)

ข. การตัดสินใจ แบบผ่านทุกจุด (Disjunctive Decision Making Rule)

ค. การตัดสินใจ แบบรอบละอย่าง (Lexicographic Decision Making Rule)

 

ก. การตัดสินใจ แบบจุดเดียวจอด (Conjunctive Decision Making Rule)

กลุ่มเป้าหมาย กำหนดระดับการยอมรับ ที่ยอมรับไม่ได้ (Need) สำหรับ แต่ละคุณลักษณะ(Minimally Acceptable Level as cut off point for each Attribute)

คุณลักษณะ(Attribute)

A

B

C

Well-known Brand (Top 10)

 

x

 

Design (Modern)

 

 

 

Fuel Consumption (> 10 Kg. / Liter)

 

 

 

Price (< 1.0 Mil.)

 

 

 

Choice

 

x

 

ถ้าแบรนด์ใด มีคุณลักษณะอย่างหนึ่ง ต่ำกว่า จุดที่ยอมรับไม่ได้ แบรนด์นั้น จะถูกตัดออก

เช่น ถ้า แบรนด์ B ไม่ได้อยู่ใน Top 10 Well-known Brand ก็จะถูกตัดออก

ฯลฯ

รูปแบบการตัดสินใจนี้ อาจไม่ได้ แบรนด์สุดท้าย แต่เป็นการตัดทางเลือก / ลดทางเลือก ที่ไม่ต้องการ

หลังจากนั้น อาจใช้ รูปแบบการตัดสินใจอื่น ที่ละเอียดอ่อน มากขึ้น

 

. การตัดสินใจ แบบผ่านทุกจุด (Disjunctive Decision Making Rule)

กลุ่มเป้าหมาย กำหนดระดับที่ยอมรับไม่ได้ ในแต่ละคุณลักษณะ (Minimally Acceptable cut off level for each Attribute) กำหนดระดับต่ำสุด ของคุณลักษณะ สินค้าที่ต้องการ

คุณลักษณะ(Attribute)

A

B

C

Well-known Brand (Top 10)

P

 

 

Design (Futurist)

P

 

 

Fuel Consumption (> 10 Kg. / Liter)

P

 

 

Price (< 1.0 Mil.)

P

 

 

Choice

A

 

 

ถ้าแบรนด์ใด มี ทุกคุณลักษณะ มากกว่าจุดที่ยอมรับไม่ได้ จะเลือก แบรนด์นั้น เช่น

ถ้า แบรนด์ A ผ่านเกณฑ์ ขั้นต่ำ ทุก คุณลักษณะ

กลุ่มเป้าหมาย อาจยอมรับ แบรนด์ที่น่าพอใจเป็นอย่างแรก (Accept the First Satisfactory Alternative)

แต่วิธีนี้ ไม่ได้บอกว่าเขาชอบรถยนต์ แบรนด์ใด มากที่สุด

 

ค. การตัดสินใจ แบบรอบละอย่าง (พจนานุกรม - Lexicographic Decision Making Rule)

กลุ่มเป้าหมาย กำหนด คุณลักษณะ มีที่ความสำคัญ มากที่สุด (The Most Importance Attribute)

เปรียบเทียบ แบรนด์ ต่างๆในแง่ของคุณลักษณะ ที่สำคัญมากที่สุด (Expectancy-value model – Dominant)

หากแบรนด์ ที่มี คะแนนสูงสุด ในคุณลักษณะที่กำหนด จะถูกเลือก

ถ้า มี 2 แบรนด์ มี คะแนน เท่ากัน ในคุณลักษณะที่กำหนด

ก็จะพิจารณา คะแนนสูงกว่า ในคุณลักษณะสำคัญที่กำหนด ขั้นที่สอง จะถูกเลือก

ถ้า มี 2 แบรนด์ มี คะแนน เท่ากัน ในคุณลักษณะที่กำหนด อีก

ก็จะเปรียบเทียบ ในคุณลักษณะ สำคัญที่กำหนด ขั้นที่สาม

ต่อไป เรื่อย ๆ ... จนกว่ากระบวนการเลือก จะสิ้นสุดลง

(People don’t buy products for what they do

but for what they mean)

 

ที่สำคัญ กลุ่มเป้าหมาย ของ “แบรนด์” คือใคร และใช้เกณฑ์ การตัดสินใจแบบไหน?

จาก

www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=355852688320753&id=171491530090204&__tn__=K-R

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2018 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]


เมื่อคุณอายุ 60 ปี คุณมีเป้าหมาย อะไร
มีเงินเก็บ มากกว่า 1 ล้านบาท
167 คน
มีตำแหน่ง เทียบเท่า หรือสูงกว่าผู้จัดการ
16 คน
เป็นที่รู้จัก ของประชาชน
13 คน
มีความสุข อยู่กับครอบครัว
537 คน
มีสุขภาพแข็งแรง
757 คน

  โหวต 1490 คน