*/
  • มนนิตา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : monnita_m@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-08-26
  • จำนวนเรื่อง : 82
  • จำนวนผู้ชม : 186326
  • จำนวนผู้โหวต : 95
  • ส่ง msg :
  • โหวต 95 คน
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 2 เมษายน 2551
Posted by มนนิตา , ผู้อ่าน : 2080 , 15:55:03 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลไทย ที่ประกาศใหม่ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเฉลิม อยู่บำรุง มีทีท่าว่าจะเดินซ้ำรอยนโยบายฆ่าตัดตอน ที่เคยประกาศใช้ในยุคอดีตนายรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร และมีเหตุให้ผู้บริสุทธิ์ถูกฆ่าไปจำนวนมาก

 

มีเด็กจำนวนมากกลายเป็นเด็กกำพร้า และผู้หญิงจำนวนมากต้องกลายเป็นแม่ม่ายเพราะสามีถูกฆ่าตาย จากนโยบายปราบปรามของรัฐ ผู้หญิงม่ายจำนวนมากต้องออกจากบ้านเพื่อหาเงินจุนเจือครอบครัวโดยทำงานขายบริการทางเพศ

 

นอกจากนั้นการปราบปรามการใช้ยาเสพติดแบบประกาศสงคราม ก็ยิ่งทำให้กลุ่มผู้ใช้ยาเกิดอาการ เกร็ง และต้องหลบๆซ่อนๆ ด้วยเกรงว่าจะต้องถูกสังหารโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ

 

รัฐบาลในยุคของนายกรัฐมนตรีทักษิณ ประกาศสงครามเพื่อเอาชนะยาเสพติดขั้นแตกหักและมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ปี 2546

 

องค์การ Human Right Watch มีข้อมูลที่ไม่มีการตีพิมพ์ เปิดเผยผลการสอบสวนของรัฐบาลในกรณีสงครามปราบปรามยาเสพติดเมื่อ 5 ปีก่อน ว่าเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 2,819 ราย จากคดีฆาตกรรมทั้งหมด 2,559 คดี ที่เกิดขึ้นระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงเมษายน ปี 2546 แต่จากการเก็บข้อมูลพบว่าเกินครึ่งของผู้ที่ถูกสังหารไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด และไม่ชัดเจนด้วยว่าถูกสังหารไปเพราะเหตุใด และนับตั้งแต่นั้นมายังไม่มีมาตรการอย่างเป็นรูปธรรม

 

ประเด็นที่กลุ่ม Human Right Watch เป็นห่วงอย่างมากก็คือ อัตราการติดเชื้อเอชไอวีในบรรดาผู้ใช้ยาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและรายงานการใช้อำนาจอย่างไม่ถูกต้องของเจ้าหน้าที่ผู้บังคับใช้กฎหมาย เพราะแทนที่จะมุ่งปราบปรามผู้ใช้ยาอย่างไร้ยุทธวิธี กลับควรจะส่งเสริมให้ผู้ใช้ยามีส่วนร่วมอย่างแข็งขันและจริงจังเพื่อส่งเสริมให้เกิดการลดอันตรายในประเทศไทย เพราะการจับกุมคุมขังบุคคลหลายพันคนหรือการบังคับบำบัดเป็นวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่มีประสิทธิภาพและขัดต่อหลักศีลธรรม

 

ในการระดมความคิดเห็นขององค์กรพัฒนาเอกชนหลายแห่งที่ทำงานด้านการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด สุขภาพ และสิทธิมนุษยชน เป็นห่วงอย่างมากกับผลกระทบที่เกิดจากนโยบาย “สงครามยาเสพติด” ที่มีขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อน

 

เมื่อปลายเดือนที่แล้วฉันมีโอกาสเข้าร่วมรับฟังในเวทีเสวนา ที่จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างคนทำงานองค์กรพัฒนาเอกชน แกนนำเจ้าหน้าที่ภาครัฐ นักวิจัย ที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อหารือในประเด็นนโยบายการควบคุมยาเสพติดในประเทศไทย งานนี้มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 30 คนค่ะ โดยส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ ที่ทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชน และเป็นห่วงสถานการณ์ในประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง มีตัวแทนจากกลุ่มชาติพันธุ์และเครือข่ายผู้ใช้ยาเสพติด ประเทศไทยเข้าร่วมด้วย

 

นักวิจัยจากสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผู้ศึกษานโยบายผลกระทบของนโยบายปราบปรามยาเสพติดส่งผลต่อการทำงานวิจัยร่วมกับผู้ใช้ยา ได้รวบรวมข้อมูลที่เป็นผลมาจากโครงการ “เพื่อนสอนเพื่อน” ที่มีขึ้นเพื่อช่วยป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อเอช ไอ วี ในกลุ่มและเครือข่ายผู้ใช้ยาเสพติดชนิดฉีด คือโครงการนี้ได้ผ่านการริเริ่มมาระยะหนึ่งแล้วเพื่อพยายามลดปัญหาสุขภาพให้กับผู้ใช้ยาเสพติด

 

แต่ผลการศึกษากลับพบว่า ผลกระทบจากนโยบาย สงครามยาเสพติด นั้นยิ่งสร้างแรงกดดันให้กลุ่มผู้ใช้ยาให้เลิกใช้หรือเข้ามอบตัว เพื่อรับการบำบัดรักษา คนในชุมชนต่อต้านผู้ค้าและผู้ใช้ยาเสพติดเริ่มขาดแคลนและยามีราคาสูงขึ้นมาก

 

ตอนแรกก็มีอาสาสมัครซึ่งเป็นผู้ใช้ยาเข้าร่วมโครงการถึง 263 คน แต่เมื่อทำการวิจัยไปแล้ว คนที่มาเข้าร่วมน้อยลง เหลือเพียง 165 คน ส่วนอีก 93 คนนั้นไม่พบตัว  แต่ผลการวิจัยในเบื้องต้นเห็นว่า เมื่อคนเหล่านี้ผ่านโครงการ “เพื่อนสอนเพื่อน” แล้วก็ทำให้ไม่ต้องการกลับไปใช้ยาอีก และรู้สึกว่าตนได้รับโอกาสให้ผู้เสพได้เลิกยาโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ มีโอกาสกลับตัวเป็นคนดี สุขภาพแข็งแรงขึ้น และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเพราะไม่มีชื่อในบัญชีดำ

 

แต่ในทางกลับกัน เมื่อมีโนบายปราบปรามอย่างหนักหน่วง ทำให้คนที่ใช้ยาเสพติดจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะผู้เสพแบบฉีด ต้องย้ายที่อยู่ หลบซ่อนตัว กลัวโดนฆ่า กลัวกรรมการหมู่บ้านให้ออกจากหมู่บ้าน  และอาจจะส่งผลให้มีการใช้เข็มฉีดยาร่วมกันมากขึ้น และจะยิ่งเพิ่มจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวี ในกลุ่มผู้ใช้ยาให้สูงขึ้นไปอีก

 

ผู้เข้าร่วมประชุมกำลังระดมสมอง เพื่อหาทางออกในกรณีที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์ทวีคูณหนักขึ้น เพราะผลพวงจากยุทธศาสตร์ปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาลไทย ปัญหาเช่นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในพรมแดนประเทศไทยเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับสภาวะสุขอนามัยของคนทั่วโลก จึง

ต้องเร่งช่วยกันแก้ไข และลดปริมาณผู้ติดยาและผู้ติดเชื้อ แต่ขณะเดียวกันมาตรการที่จะนำมาใช้นั้นต้องคำนึงถึงหลักมนุษยธรรมด้วย

ภาพ war on drugs จาก sweatshopproductions.com


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ก้อนหินรูปหมู วันที่ : 20/04/2008 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/piglet22

เราว่าเน้นให้การศึกษาน่าจะให้ผลลัพธ์ที่ดีนะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มะอึก วันที่ : 06/04/2008 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

น่ากลัวนะครับปัญหาสังคมแบบนี้
ยิ่งนายเหลิมใช้ปากทำงาน ผมยิ่งกลัวใหญ่เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 03/04/2008 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

การทำงานแบบแยกส่วนและไม่มองปัญหาให้รอบด้านก้เป็นเช่นนี้แล

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
กรมกุชะ วันที่ : 03/04/2008 เวลา : 00.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cradm

แค่ขายความคิด คะแนนคนไทยก็เทให้เป็นกระบุงโกยแล้ว
ฆ่าคนผิดสักหยิบมือหนึ่งแล้วสถิติค้ายาลดน้อยลง
มันว่าคุ้มหรือ?
ระวัง โรคฆ่าตัดตอนแพร่ระบาดถึงคนในครอบครัวของคุณ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
LittleLee วันที่ : 02/04/2008 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LittleLee

ขอบคุณสำหรับข้อมูลครับ
เป็นอีกปัญหาที่กัดกร่อนสังคมไทย
ยิ่งรัฐบาลดำเนินนโยบายผิดก็ยิ่งไปกันใหญ่
น่าเป็นห่วงครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อะตอม วันที่ : 02/04/2008 เวลา : 16.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/atom240
....คิดดี..คือ ดี

เข้ามามุง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน