• Nane
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2009-02-20
  • จำนวนเรื่อง : 204
  • จำนวนผู้ชม : 262305
  • ส่ง msg :
  • โหวต 62 คน
เรื่องเล่าของ เกษตรกรจอมขี้เกียจ
คนเมืองเกษียณตัวเองมาอยู่ต่างจังหวัด ในที่ที่น้ำไฟเข้าไม่ถึง แต่ใช้ชีวิตอย่างสบาย แค่ไม่มีแอร์เท่านั้นเอง ผมไม่ใช่คนพอเพียงที่ขยันอดทนเก่งน่านับถือ แค่ Lazy Farmer ที่เน้นงาน ง่ายๆ โง่ๆ สบายๆ เท่านั้น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/monomusic
วันศุกร์ ที่ 29 พฤศจิกายน 2562
Posted by Nane , ผู้อ่าน : 346 , 15:53:47 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน wullopp โหวตเรื่องนี้

ฟื้นฟูสภาพแบตเตอรี่ เพื่อการใช้งาน SolarCell เบื้องต้น #1 ชาร์ทสลายซัลเฟต
 
 
 
 
" อย่าผลักภาระด้านสิ่งแวดล้อมที่เราก่อขึ้นไปให้คนอื่นนะครับ ถ้าคุณจะลดค่าใช้จ่ายของคุณก็ต้องไม่ผลักภาระของเราให้สังคม ถ้าเราจะฟื้นพูแบตเตอรี่ เราก็ต้องมั่นใจว่าเราไม่ได้เอาสารเคมีที่เราใช้ไปปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคนที่มีกำลัง มีทางเลือก ถ้าคุณมีทางเลือก แต่ไม่ทำคุณก็เอาเปรียบสังคมอยู่หล่ะครับ คนที่ไม่มีกำลังไม่มีทางเลือกผมก็เข้าใจแต่คุณก็ควรจะพยายามให้เต็มที่นะครับ   ไม่ใช่แค่เรื่องนี้เท่านั้น เราไม่ควรทำตัวเราเป็นโรงงานที่ปล่อยของเสียลงคลอง ปล่อยไปในอากาศ  ความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อมสำคัญ  แต่ผมว่าทุกคนรู้ดีแก่ใจว่าเราเอาปรียบสังคมหรือไม่ ถ้าทุกคนมีความรับผิดชอบต่อสังคม เราคงไม่มีปัญหาเรื่อง ฝุ่น ควัน สารพิษตกค้าง และอีกสารพัดปัญหา อย่างแน่นอน" 
 

นอกเหนือจากการออกแบบระบบ พลังงานแสงอาทิตย์ ให้ถูต้อง และทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ จะทำให้แบตเตอรรี่มีอายุยืนยาวขึ้น การฟื้นฟูแบตเตอรี่ ก็ จะเป็นตัวช่วยหนึ่งที่สามารถทำให้เราประหยัดเงินไปได้มาก และยังช่วยสิ่งแวดล้อมได้อีกด้วย  การฟื้นฟูแบตเตอรี่ที่ผมทำเอาแบตที่ใช้ได้ที่เริ่มมีอาการมาทำเน้นดูแลแบตเตอรี่ของเราเองเป็นหลักนะครับ 

ผู้ใช้พลังงานแสงอาทิตย์โดยใช้แบตเตอรี่ย่อมเข้าใจดีว่า การที่เราสามารถยืดการใช้งานแบตเตอรี่ได้ยาวนานขึ้นจะช่วยเราประหยัดได้ขนาดไหน โดยทั่วไปเราอาจประมาณการใช้งานแบตเตอรี่ไว้ที่ 3 ปี  แต่ถ้าเราสามารถยืดเวลาให้นานขึ้นหล่ะ แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายจะลดลงมาก  อย่างไรก็ดี ทุกอย่างเริ่มต้นจากการออกแบบระบบอย่างถูกต้อง การฟื้นฟูแบตเตอรี่ เป็นแค่ตัวช่วยเท่านั้น 
 
เมื่อเราใช้งานแบตเตอรี่ไปนานๆ ซัลเฟตอาจไปเกาะแผ่นธาตุแบบถาวร จนไม่สามารถสลายได้ตามกระบวนการปกติ ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ ผลดังกล่าวจะทำให้แบตเตอรี่มีประสิทธิภาพน้อยลง  กรดจืด ซึ่งเราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพของแบตเตอรี่ลูกเก่า ด้วยการชาร์ตกระตุ้น โดยการชาร์ตไฟที่สูงกว่าการชาร์ตปกติ ซักที่ 14.6v-15v โดยไม่ควรใช้กระแสเกินกว่า 10% เช่นแบต 100A ก็ไม่ควรเกิน 10A ไม่ทำให้แบตมีอุณภูมิสูงเกินไป จริงๆ ค่าต่างๆ มันเป็นหลักคร่าวๆนะครับ มันปรับได้บ้างเช่น อาจจะชาร์ต 15% ของกระแสช่วงสั้นๆ ทั้งนี้ก็ลองหาข้อมูลกันดู แต่ต้องไม่ให้อุณหภูมิแบตสูงมากไปครับ 
 
ขั้นตอนเบื้องต้น
 
- ตรวจสอบค่าต่างๆของแบตเตอรี่ที่ชาร์ทเต็มแล้วก่อนทำ เช่นชาร์ตเต็มแล้วทิ้งไว้ 3 ชม ไฟเหลือเท่าไร  ,ความเข้มกรดเริ่มต้น, ความเข้มกรดในกรณีดูดออกแล้วเติมน้ำ,ค่า CCA เอาไว้อ้างอิงได้ แต่ไม่ได้สนใจนัก เพราะ เราดูเรื่องแบตเตอรี่พลังงานเป็นหลักไม่ได้เอามาสตาร์ทรถ
- ใส่อุปกรณ์ Safety ให้ครบ ระวังไม่ให้เกิดการลัดวงจรทุกกรณี
- ตอนที่แบตชาร์ตจนเต็มแล้ว - ลองใช้ hydrometer วัดความเข้มของกรดในแต่ละช่อง โดยปกติแบตเตอรี่ออกจากโรงงาน ความเข้มที่ 1.250 -1.275  ถ้ายังอยู่ใกล้ๆ 1.250 ก็ไม่ต้องทำอะไร  โดยปกติแบตที่ใช้มาซักระยะจะมีอาการกรดจืด
- ถ้าพบว่ากรดจืด นำแบตมาชาร์ต กับเครื่องชาร์ต ลองที่ 14.6-14.7 V ดู ว่ามีฟองอากาศปุดๆ ไหม ไม่ให้กระแสเกิน 10% คอยดูไม่ให้อุณหภูมิสูงเกินไป ( ได้ข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญของโรงงานผลิตแบตว่าไม่ควรเกิน 45 องศา)  กาเพิ่มลดไฟสามารถทำได้โดยดูกระแสเป็นหลักและพยายามไม่ให้เกิน 15v การชาร์ตอาจกินเวลาหลายชั่วโมง ขึ้นกับขนาดแบต และเครื่องชาร์ต สภาพแบตเตอรี่  
- ถ้ากรดเข้มขึ้นตามปกติแล้วก็เลิกเสร็จไม้ต้องทำอะไร  แต่ถ้าความเข้มยังไม่ได้ คอยสังเกตเป็นช่วงๆ ถ้าฟองยังปุดๆ แต่ กรดไม่เข้มขึ้นแล้วก็เลิก - ต้องปรับกรดต่อ (ระหว่างชาร์ทหลีกเลี่ยงจะอยู่ใกล้นะครับเพราะมีก๊าซที่อันตรายออกมาด้วย โดยเฉพาะช่วงปฏิกริยาแรงๆจนน้ำขุ่นดำนี่ อย่าอยู่ใกล้เลย ควรทำในที่อากาศถ่ายเทหน่อย) 
- ตรวจสอบค่าต่างๆ เทียบกับของเดิม ไฟควรจะเก็บได้ดีขึ้นเช่น ก่อนทำแบตชาร์ตจนเต็มทิ้งไว้ 3 ชม ไฟเหลือ 12.2V แต่ทำแล้วอาจขึ้นมาเป็น 12.6v เป็นต้น  
 
ส่วนใหญ่จะนิยมดูดน้ำกรดออกบางส่วน เติมน้ำ แล้วค่อยชาร์ต จะทำให้เกิดปฎิกรยาได้ดีขึ้น ซัลเฟตสลายได้ง่ายขึ้น โดยหลักการซัลเฟตจะสลายมาเพิ่มจนความเข้มของกรดได้ แต่ที่เกิดขึ้นกับผมคือถ้าเอาน้ำออกมากไป ชาร์ตแล้วกรดเข้มขึ้นแต่ไม่พอก็เลยไม่ค่อยเอาน้ำออกหรือเอาออกนิดหน่อย ถ้าช่องไหนไม่เกิดฟองอากาศลองดูดกรดออก บางส่วนแล้วเติมน้ำ 
 
ที่ผมเจอสำหรับแบตเตอรี่ที่ผมใช้งานเองซึ่งปกติผมดูแลด้วยการเติมน้ำ RO อย่างเดียว การชาร์ตสลายซัลเฟต มักจะทำให้ กรดกลับมาเข้มได้ใกล้เคียงเดิม หรือน้อยกว่าเดิมเล็กน้อย ผมจึงไม่นิยมดูดน้ำกรดออกผสมน้ำให้เจอจางก่อนชาร์ตครับ คือดูดดออกที่ไร ต้องมาปรับกรดเยอะ ในขณะที่แบตที่ผมไม่ได้ทำกรดให้เจือจาง มักจะชาร์ตกลับมาพอดีไม่ต้องปรับกรดอีก  
 
ถ้าการชาร์ตทำให้ซัลเฟตสลาย กรดกลับมาเข้มขึ้นในระดับที่พอใจก็น่าจะเพียงพอในการยืดอายุแบตแล้ว แต่ในบางกรณีแบตเตอรี่ลูกที่ชาร์จไฟมาหลายชั่วโมงแล้วน้ำกรดไม่ขึ้น กรดยังจืดอยู่ ให้หยุดการชาร์จครับ จากอาการดังกล่าวสันนิฐานได้ว่าซัลเฟตที่มีอยู่บนแผ่นธาตุ คงถูกขับออกมาหมดแล้ว หรือขับไม่ออกแล้ว เพื่อให้กรดกลับมาเข้มดังเดิมต้องปรับกรด  ซึ่งจะแนะนำในตอนต่อไปครับ  ในฐานะคนใช้งานเอาแค่ ดีขึ้นระดับนึงไม่ต้องถึงกับค่าโรงงานก็พอละครับ กรณีที่มีการดูดน้ำกรดออก อย่าทิ้งมั่วให้ปนเปื้อนสิ่งแวดล้อม จริงๆควรเก็บไว้เพราะเอาไว้ปรับกรดได้ด้วย 
 
ทั้งนี้การทำ Battery Equalization เป็นประจำก็จะช่วยให้ซัดเฟตสลายและกรดเข้มขึ้นได้เช่นกัน ควรเลือกซื้อ Solar Charger / Inverter ที่มีฟังกชั่นนี้ 
 
สำหรับท่านที่ไม่มีเครื่องชาร์ตแบตสามารถแปลง แผงโซลามาชาร์ตได้เช่นกัน โดยนำมาแปลงให้ปรับไฟได้ระดับที่เหมาะสมต่อการชารต์ แอมป์อาจจะน้อยหน่อย ชาร์ตช้าหน่อยแต่ก็ทำได้เช่นเดียวกัน นอกจากเครื่องชาร์ต ปกติผมจะใช้แผง 285w ที่มีอยู่แปลงมาชาร์ตแบตเตอรี่ที่ 13.8V และ 24V ( ปรับให้เหลือ 14V-15V เพื่อชาร์ทกระตุ้น) 
 

ทำความเข้าใจเรื่องแบตเตอรี่พลังงานกันนิด แบตเตอรี่พลังงานเน้นจ่ายไฟต่อเนื่องนาน ไม่เหมือนแบตเตอรี่รถยนต์ ที่เน้นเรื่องการจ่ายไฟมากในระยะเวลาสั้นเพื่อใช้ในการสตาร์ทรถ มันไม่ได้เหมาะกับการใช้ร่วมกับพลังงานแสงอาทิตย์เท่าไร อยากรู้รายละเอียดคงต้องไปหาอ่านเพิ่มเอานะครับ 

ผมไม่เอาแบตเตอรี่รถยนต์มาใช้กับพลังงานแสงอาทิตย์เพราะมันไม่เหมาะ  ยิงถ้าเอาแบตมือสองมาฟื้นฟูเอาจริงๆนะ ไม่ work เลยครับ ผม เอาแบตสารพัดสภาพ แม้กระทั่ง สารพัดยี่ห้อ มาใช้ร่วมกัน ใช้งานจริงจังไม่ได้หรอกครับ ทดลองกับใช้งานจริงจังมันไม่เหมือนกัน  ใช้ไม่นานเดี่ยวก็มีปัญหา ส่วนใหญ่เลย ถ้าคุณจะใช้งานพลังงานแสงอาทิตย์จริงจังนี่ ชุดเล็ก ก็ต้องมี 200ah@24V เอาง่ายๆ แบต 200ah 2 ลูก  หรือใหญ่ขึ้นมาหน่อยก็ 135ah 4 ลูก  นี่แค่ทั่วๆไปนะครับ แค่ พัดลม เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ บ้าง เล็กๆ น้อยๆ ลองไปอ่าน "แนวทางการออกแบบและใช้งาน พลังงานแสงอาทิตย์ Solar Cell พื้นที่ไม่มีไฟฟ้า#1 วางแผน  "  จะพอเข้าใจบ้างว่าต้องใช้แบตเตอรี่ขนาดไหน แล้วถ้าจะเอาแบตมือสองซึ่งส่วนใหญ่เป็นแบตรถยนต์มาใช้ ถ้าโชคดีได้สภาพเดียวกันนะ แบตพลังงานไม่หลุดมาให้เห็นง่ายๆหรอกคุณต้องโชคดีมาก แถมหลุดมาก็ใช่ว่าจะสภาพเหมือนกัน ยี่ห้อเดียวกันอีก    

แต่ก็ใช่ว่าจะใช้ไม่ได้ซะเลย ถ้าเอามาใช้กับแสงสว่างหลอดไฟ 12v เป็นหลัก ไม่ต้องงฟื้นฟูให้เมื่อย แบตเหลือ 10V หลอดไฟก็ยังสว่างแบบรับได้ ถ้าใช้พลังงานแสงอาทิตย์แบบจริงจังผมแนะนำให้แยกไฟส่องสว่างมาเป็น 12v นะครับ จุดนี้คุณสามารถใช้แบตที่คุณภาพไม่ต้องดีมากได้ แต่ถ้าคุณใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าจริงจัง ต้องการความเสถียรของระบบ ซื้อใหม่ดูแลดีๆ ระยะยาวคุ้มกว่าครับ เพราะแบตเตอรี่ที่อยู่ในระบบเดียวกันคุณสมบัติทางไฟฟ้าต้องใกล้เคียงกันครับ 

ที่กล่าวมานี้ ผมเล่าจากประสบการการใช้พลังงานแสงอาทิตย์แบบ Offgrid คือไฟฟ้าเข้าไม่ถึงนะครับ น่าจะ 7- 8 ปีละแบตพลังงาน ชุดแรกยังใช้งานได้อยู่

 
ข้อมูลอาจมีผิดพลาด เพราะไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แค่อ่านทดลอง และทำเองเท่านั้น แค่ต้องการแบ่งปันให้คนหาความรู้ด้านนี้เผื่อจะประหยัดเวลาได้บ้างครับ 
 
 
 



เรื่องวันนี้ปิดแสดงความคิดเห็น


<< พฤศจิกายน 2019 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30



[ Add to my favorite ] [ X ]