• ว่านแสงจันทร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_tinamas@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 296347
  • ส่ง msg :
  • โหวต 36 คน
หมุนตามตะวัน
บันทึกส่วนตัว แต่หมุนตามโลกและตะวัน ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาอ่านและทักทายบ้าง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/moonandsun
วันพฤหัสบดี ที่ 3 มิถุนายน 2553
Posted by ว่านแสงจันทร์ , ผู้อ่าน : 7215 , 13:11:32 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ดิฉันเคยเขียนบันทึกเรื่อง "เมื่อดิฉันจะไปบวชเนกขัมมะ" ไว้ และในช่วงวันวิสาขบูชาที่ผ่านมาดิฉันก็ได้ไปบวชเนกขัมมะ ที่วัดอ้อน้อย (ธรรมะอิสระ) อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ตามคำสัญญาค่ะต้องกลับมาเล่าให้ฟัง ^_^

ช่วงนั้นนอกจากจะมีการบวชเนกขัมมะถือศีล 8 และทำบุญตักบาตร ฟังการแสดงธรรมของหลวงปู่พุทธะอิสระแล้ว ยังมีกิจกรรมอื่นๆด้วย ทั้งการแจกมหาทานแค่ชาวบ้าน 300 ครอบครัว พิธีไหว้ครูหมอยา ครูพระเวท ครูกรรมฐาน และพิธีหล่อพระ รวมถึงการตรวจรักษาฟันฟรีจากหมอโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นช่วงบวชถือศีลที่นอกจากจะได้ปฏิบัติธรรม อบรมวิถีจิตตามแนวทางของหลวงปู่พุทธะอิสระแล้ว ยังได้ร่วมพิธีหลายอย่างที่ไม่เคยเห็นด้วย


การเดินทางแม้จะมีขลุกขลักบ้าง ( นั่งรถเลยวัดอ่ะค่ะ 555) แต่ไม่เป็นปัญหา วันพระใหญ่ที่วัดอ้อน้อยมีกิจกรรมหลายอย่างคนเลยเยอะกว่าปกติ มาถึงวันแรกช่วงเย็นจะมีการลงทะเบียนและรับศีลสำหรับผู้บวชเนกขัมมะ แต่ก็มีคนทยอยเข้าเรื่อยๆ ไม่ได้มาวันแรก ก็มาบวชรับศีลวันที่สองได้

ช่วงค่ำก็จะมีการทำวัตรเย็น ครั้งแรกก็เจอบททดสอบเรื่องขันติเลย เพราะแมงเม่ามาตอมไฟเยอะมาก จะปัดแรงก็กลัวมันจะตาย ศีลขาดแน่ๆ ต้องปัดเบาๆ ยอมได้ก็ยอมให้มันไต่ไป แต่พอตอนนั่งสมาธินี่ดิ มันเข้าไปไต่ถึงข้างในเสื้อ ขันติแทบจะขันแตก แต่หลวงพี่บอกไว้ว่า มันอาจจะสร้างความรำคาญให้เราหน่อย แต่มันไม่ทำอะไรเราหรอก พอปล่อยมันสักพักไม่นานมันก็ไป

การนอนที่วัดคืนแรกก็นอนไม่ค่อยหลับ เพราะแปลกสถานที่ด้วยและคนก็เยอะ แต่ก็นอนได้ไม่เป็นปัญหาสำหรับคนง่ายๆอย่างเรา เรานอนที่หอฉัน วัดมีเสื่อ ผ้าห่ม หมอนให้พร้อม และมีพัดลมเพดานด้วย นอกจากหอฉันแล้ว ที่วัดอ้อน้อยยังมีสถานที่อื่นๆให้นอนอีก เช่น ศาลากรรมฐาน อาคารมูลนิธิ และสนามหญ้าสำหรับกางเต้นท์ การนอนคืนแรกหลังจากบวชและรับศีลแล้วเราก็ฝันถึงย่าเลย ปกติไม่เคยฝันนานมากแล้ว ตั้งแต่ย่าเสียไปเกือบสิบปี ท่านคงจะมาอนุโมทนากับหลานด้วย เพราะเคยได้ยินเค้าบอกว่าการบวชถือศีล เป็นการสร้างบารมีอย่างหนึ่ง ได้บุญมากและสามารถอุทิศให้แก่บิดามารดา ปู่ย่าตายายและผู้มีพระคุณได้

ผู้ที่มาบวชเนกขัมมะ บางส่วนก็กางเต้นท์นอนแถวหน้าโบสถ์

วันที่สองเป็นวันวิสาขบูชา ต้องตื่นมาตั้งแต่ตีสามเพื่อรอใช้ห้องน้ำเพราะคนเยอะ และเข้าสวดทำวัตรเช้าเวลาตีห้า ทำให้ขณะนั่งสวดมนต์ทำวัตรเลยนั่งสัปหงกเล็กน้อย ฮ่าๆๆ พยายามฝืนสวดให้ทันก็มีหลุดไปบ้าง เวลา 8 โมงพระมาบิณฑบาตรข้าวสาร เราได้ใส่บาตรหลวงปู่พุทธะอิสระครั้งแรกด้วย หลวงปู่บิณฑบาตรยังไม่ทันถึงปลายแถว ท่านหมดแรงเลยต้องนั่งพักที่เก้าอี้ก่อน มีลูกศิษย์ผู้ชายมาบีบนวดให้หลายคน มีพี่ๆครอบครัวธรรมอิสระบอกว่าหลวงปู่ทำงานเยอะ สุขภาพท่านเลยไม่ค่อยดี แต่ท่านก็ยังยิ้มแย้มกับลูกหลานตลอดเวลา

หลวงปู่เหนื่อยต้องนั่งพักก่อน

โบสถ์กลางน้ำ สวยงามมาก แต่ยังไม่มีโอกาสเดินเข้าไปชมข้างในเลย


พิธีเจริญมนต์ ก่อนเวียนเทียน ณ ศาลากลางน้ำ ช่วงมีงานวันวิสาขบูชา 

เวลา 9.30 น เป็นเวลาที่หลวงปู่แสดงธรรม หลวงปู่เทศน์สอนดีมาก ทุกครั้งที่เทศน์ หลวงปู่ก็มักจะแทรกคำสอนให้เรารักในหลวงด้วยทุกครั้ง และก็จะเล่าเรื่องราวที่ทันเหตุการณ์บ้านเมือง ไม่น่าเชื่อว่าหลวงปู่จะเรียนจบแค่ชั้น ป 4. ตามที่เคยอ่านในประวัติ เพราะหลวงปู่มีภูมิรู้และทันสมัยทุกเรื่อง พอช่วงบ่ายจะเป็นการอบรมวิถีจิต ด้วยการเดินกรรมฐาน ขั้นที่ 1-ขั้นที่ 6 เป็นการเดินกำหนดลมหายใจตามจังหวะดนตรีในบทเพลงปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร (บทสวดแบบธิเบต) ซึ่งฝึกได้ง่ายและเพลินดีด้วย แต่ก็ต้องใช้สติและสมาธิในการเดิน ไม่เช่นนั้นจะเดินผิดจังหวะได้

ในตอนค่ำหลังจากทำวัตรเย็นแล้ว เราก็ไปเวียนเทียนกันที่ศาลากลางน้ำ ซึ่งเป็นที่ศาลาตกแต่งด้วยจิตรกรรมและประติมากรรมที่สวยงามมาก และดูแปลกตาโดยเฉพาะที่เสารอบๆ มีรูปปั้นประดับอยู่ เสียดายเราไปช่วงมีงาน เลยไม่มีเวลาเดินดูอะไรเท่าไหร่เลย ถ้ามีโอกาสคงได้ไปอีก ช่วงเราเดินเวียนเทียน หลวงปู่ก็จะพรมน้ำมนต์ให้พวกเราด้วย และหลวงปู่ก็จะลอยโคมประทีป พร้อมกับมีโคมอื่นๆ อีกหลายโคมบนท้องฟ้า จากนั้นเราก็ไปเวียนเทียนที่ลานโพธิ์ ซึ่งหลวงปู่จะมาไหว้นมัสการรูปปั้นหลวงปู่ทวด และเวียนเทียนพร้อมกับพระที่วัดด้วย

ลานโพธิ์ ที่มีต้นโพธิ์ใหญ่ ว่ากันว่ามีนกคาบเมล็ดมาจากอินเดีย

รุ่งขี้นวันที่ 29 เป็นวันไหว้ครูหมอยาและไหว้ครูพระเวท ที่เขาจะมีการไหว้ครูหมอยาประจำทุกปี เพราะหลวงปู่เชี่ยวชาญเรื่องยาและสมุนไพร และมีพระอาจารย์ที่หลวงปู่เคารพอยู่หลายองค์ เช่น ฤาษีชีวกโกมารทัตย์ ฯ เครื่องเซ่นไหว้ก็เยอะมาก หลวงปู่ทำน้ำมนต์สมุนไพรไว้ด้วย เราได้กลิ่นโชยมา หอมมาก ตอนบ่ายเป็นการไหว้ครูพระกรรมฐาน ที่ต้องใช้ขันครูที่ใส่กรวยดอกไม้ ธูป เทียน และเหรียญ 16 บาทเป็นค่าครู แต่ละปีหลวงปู่จะมีวิธีการรับไหว้ไม่เหมือนกัน ปีนี้หลวงปู่เสี่ยงทายแล้วให้ลูกศิษย์ดู ปรากฎได้วิธีเจิมหน้าผาก หลวงปู่เจิมหน้าผากลูกศิษย์ที่มาไหว้ครู ทั้งผู้ที่บวชเนกขัมมะ และผู้ที่ไม่ได้บวชแต่มาไหว้ครูโดยเฉพาะอีก รวมแล้วสองพันกว่าคนได้ แต่ไม่ได้ยินหลวงปู่บ่นเลย ท่านนั่งโดยไม่ได้ลุกไปไหนเลยตั้งแต่บ่ายๆจนหกโมงเย็น จนเสร็จหมดทุกคน 

 

หลังจากนั้นก็จะมีทำพิธีหล่อพระต่อที่โรงหล่อพระด้านหน้าวัด ซึ่งมีขั้นตอนกรรมวิธีมาก พวกเรารอดูกันอยู่ข้างนอก เพราะเตาเผามันร้อน ซึ่งหลวงปู่ได้บอกเมื่อตอนบ่ายว่า กูขอเทวดาไว้ว่าอย่าให้มีฝนตกช่วงทำพิธีหล่อพระ แล้วก็ไม่มีจริงๆด้วย บางคนบอกว่า หลวงปู่สั่งเทวดาได้ด้วยแฮะ เสร็จกิจกรรมวันนี้เราเหนื่อยกันมาก แต่ยังเหนื่อยน้อยกว่าหลวงปู่หลายเท่านัก



เครื่องเซ่นและครูอาจารย์ที่เคารพของหลวงปู่



หลวงปู่ไหว้คุณย่า (คุณแม่หลวงปู่) ที่ท่านบอกว่าเป็น "ครูใหญ่"



หม้อต้มสมุนไพรของหลวงปู่ กลิ่นหอมมาก




นิทรรศการพืชสมุนไพร ที่มาของยาแผนไทยของหลวงปู่และผลิตภัณฑ์สมุนไพร 'หอมจัง'


พิธีไหว้ครู หลวงปู่เจิมพระก่อน

จากนั้นหลวงปู่ก็เจิมผู้บวชเนกขัมมะ และศิษย์ที่มาไหว้ครู

ภาพผู้บวชเนกขัมมะ ให้รู้มาบวชจริงๆนะคะ แต่เห็นแค่ด้านหลัง อย่าเห็นด้านหน้าเลย เพราะศีล 8 เขาห้ามทาเครื่องหอม ดิฉันถือเคร่งไม่ทาอะไรเลย ร้อนก็ร้อน โทรมเชียวค่ะ :-)


วันสุดท้าย 30 พฤษภาคม เป็นวันลาสิกขาบท หลวงปู่จะมาให้ปัจฉิมโอวาทด้วย ซึ่งก่อนจะลาสิกขาหลวงปู่ก็ยังเทศน์สอนอีก และก็ให้ฝึกเดินกรรมฐานกันอีกหน่อยก่อนกลับ ตั้งแต่ขั้นที่ 1-6 หลวงปู่นั่งดูพวกเราเดินไปด้วย แลัวก็สอนไปด้วย คอยบอกให้จับจังหวะให้ตรง ไม่ให้ใจลอย ในช่วงเวลาปัจฉิมโอวาท เป็นธรรมเนียมศิษย์ทุกคนจะร้องเพลงมาลาบูชาครูให้หลวงปู่ ส่วนใหญ่จะร้องไห้กัน เพราะซาบซึ้งในความเมตตาของหลวงปู่ เรามาใหม่ยังร้องเพลงไม่ได้ แต่ก็น้ำตาซึมตามเลยอ่ะ

เมื่อถึงเวลาลาสิกขาบท ต้องกล่าวคำลาสิกขาต่อพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ ทำให้เราบ่อน้ำตาแตกเลย เพราะรู้สึกตื้นตันที่แม้เป็นลูกผู้หญิง แต่ก็ได้บวชทดแทนคุณบิดามารดา ปู่ย่าตายาย พอนึกถึงว่าต่อไปนี้จะกลับไปเป็นคฤหัสถ์เหมือนเดิม ต้องกราบลาพระพุทธเจ้า กราบลาพระธรรม มีบทสวดท่อนหนึ่งบอกว่า


" พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งสุดท้ายในโลกของข้าพเจ้า ที่พึ่งอื่นใดในโลกข้าพเจ้าไม่มี " ... เท่านี้แหละน้ำตามันมาจากไหนไม่รู้ .. มีคนบอกว่าบวชเนกขัมมะ ถือศีล 8 นี้ก็ถือว่าเป็นการสร้างบารมีอย่างหนึ่ง ได้บุญมากเหมือนกัน ทำให้เราอยากบวชอีกถ้ามีโอกาส โดยเฉพาะที่ทองผาภูมิ จ. กาญจนบุรี สถานที่ปฏิบัติธรรมอีกแห่งของวัดอ้อน้อย คงจะบรรยากาศดีมาก


สิ่งที่ตัวเองสังเกตได้อีกอย่างหลังจากการไปบวชเนกขัมมะคือ การมีวิธีคิดที่ทำให้รู้สึกทุกข์น้อยลง มีความอดทนและใช้อารมณ์น้อยลง อย่างที่หลวงปู่บอกว่า " อย่าใช้อารมณ์นำปัญญา " วิถีคิดก็เปลี่ยนไปจากเดิม อะไรที่ทำให้ทุกข์ก็พยายามจะไม่ไปคิดอีก เรียกว่าวางทุกข์ให้เป็น มีความสุขกับตัวเอง และสิ่งที่เป็นอยู่มากขึ้น ไม่รู้หลวงปู่ให้พลังอะไรมานะเนี้ย พอเวลาอาหารมื้อเย็น ยังอดนึกถึงขณะบวชถือศีล 8 ไม่ได้เลย แล้วก็ไม่รู้สึกอยากกินนั่นอยากกินนี่ด้วย กินแค่พออิ่มและไม่รู้สึกหิว จนแม่ต้องถามว่าเย็นนี้กินข้าวไหม .. เป็นการฝึกตัวเองที่ดีจริงๆ แม้ว่าตัวเองจะยังฝึกกรรมฐานได้แค่ขั้นต้น และเพิ่งเริ่มเรียนรู้ที่จะปฏิบัติธรรม แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่มีค่ายิ่ง


ถ้ามีโอกาสว่าง ตั้งใจว่าจะไปวัดอ้อน้อย เพื่อไหว้หลวงปู่อีก เพราะได้ไหว้ครูเป็นศิษย์หลวงปู่แล้ว และท่านก็เป็นตัวอย่างหลายอย่างสำหรับศิษย์ทุกคน ทั้งเรื่องความเพียร ความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ ความรักชาติและสถาบัน ซึ่งเวลาหลวงปู่แสดงธรรมจะพูดเรื่องนี้เสมอๆ

ถ้าท่านใดสนใจลองติดตามฟังรายการแสดงธรรมที่หลวงปู่พุทธะอิสระไปแสดงได้ทาง 

ASTV วันศุกร์ เวลา 11.00-12.00 น หรือวันอาทิตย์ช่อง 5 เวลา 05.00-06.00 รายการอาทิตย์สดใสได้ค่ะ

อบรมขยับกายสบายชีวีวิถีพุทธ มีทุกอาทิตย์ที่สามและเสาร์ที่ 4 ของเดือน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ 

http://www.onoi.org 

หรือติดตามข่าวสารจาก facebook หลวงปู่พุทธะอิสระได้ที่ http://www.facebook.com/buddha.isara





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
my-name-is-gee วันที่ : 04/06/2010 เวลา : 13.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gee-diary

เคยไปบวชเนกขัมมะที่วัดปทุมวนาราม 3 วัน
เป็นช่วงเวลาที่ดี ใจสงบนิ่ง และได้คิดอะไรได้หลายอย่าง
และคิดไม่ได้ก็หลายอย่าง
ทั้งนี้...อยู่ที่ใจของเราจริงๆ

ขออนุโมทนาด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปรากฏการณ์หลังม่านสีฟ้า วันที่ : 04/06/2010 เวลา : 12.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poetguide

อนุโมทนาในการเล่าเรียน ปฏิบัติตาม และเผยแผ่ พุทธวจนะ ครับ

...ในโลกนี้ ศาสตร์ใดก็ตาม ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนโดยมุมมอง (ศิลป์) หากมุมมองส่วนหนึ่งถูกเรียกว่า กระแสหลัก อีกส่วนหนึ่งจะถูกผลักเป็น มุมมอง กระแสรอง (ทางเลือก) โดยปริยาย

เรามักจะเห็น...
พรรคการเมืองกระแสหลัก & พรรคการเมืองทางเลือก
การแพทย์กระแสหลัก & การแพทย์ทางเลือก
สื่อกระแสหลัก & สื่อทางเลือก(กระแสรอง)

และอื่น ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น
ไม่ต่างกัน พุทธทางเลือก ก็แปลกแยกออกไปจาก พุทธกระแสหลัก

หากพุทธกระแสหลัก คือ กลุ่มชาวพุทธที่มั่นคงในคำสอนของสาวก การจะสรุปว่า พุทธทางเลือก คือ กลุ่มชาวพุทธที่มั่นคงในคำสอนของพระศาสดา ก็คงไม่ผิดนัก

และขณะนี้ พุทธกระแสหลัก ได้หยั่งรากลึกลงไปครอบงำ คณะสงฆ์ไทย จนทำให้การเล่าเรียน ปฏิบัติตามและเผยแผ่ อรรถกถา เป็นเริ่องปกติในสังคมปัจจุบันไปเสียแล้ว

โดยลืมไปว่า นั่นไม่ใช่คำสอนของพระศาสดาโดยตรง เป็นเพียงอธิบายด้วยสาวกเท่านั้น
โดยอ้างเอาเองว่า คำสอนของพระศาสดายากเกินความเข้าใจ ทั้ง ๆ ที่ ความถูกต้อง ไม่ถูกต้อง จะต้องเป็นเกณฑ์ที่นำมาใช้ก่อนความยากและความง่ายในการเล่าเรียน

อย่าปล่อยให้ อรรถกถาครอบงำสังคมไทยอีกต่อไป
อย่าปล่อยให้หัวใจเอียงไปหา คำสอนของสาวก ซึ่งไม่เป็นอกาลิโก

โปรดสะดุดแล้วหยุดคิด ในเมื่อสมาทาน พุทธศาสนา เป็นสรณะแล้ว

สิ่งที่จำเป็นเร่งด่วนคือ การเล่าเรียน ปฏิบัติตามและ เผยแผ่คำพูดที่ออกจากพระโอษฐ์ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มิใช่หรือ

ถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่เราจะร่วมกันสังคายนา พุทธศาสนา ไม่ใช่สิ
หมดเวลาแล้วที่เราจะเถียงกันและกันด้วยคำสอนของสาวกเสียที

มาทางนี้...การสังคายนา พุทธศาสนา ครั้งใหม่กำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว !

และคุณ กำลังจะเป็นหนึ่งในนั้น หากคุณเลือกด้วยตัวเอง
ไม่ต้องพึ่งใครพึ่งตน พึ่งธรรมเท่านั้น

เริ่มต้นทำความเข้าใจได้ที่นี่ ปาฏิหาริย์แห่งพุทธวจนะ = สังคายนา 3 เสาหลักแห่งพระ (พุทธ) ศาสนา
http://www.oknation.net/blog/bluecurtain/2010/06/04/entry-1

เครือข่ายพุทธวจนะ พุทธ(ะ)ทางเลือก
บลู เลอสง่า
แรม 7 ค่ำ เดือน 7

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ไส้ครีม วันที่ : 03/06/2010 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aaromd

เคยไปบวชเนขขัมมะที่นี่เหมือนกานค่ะ ปีที่แร้วไปเวียนเทียนที่นี่ด้วย และไปปฏิบัติธรรมกับหลวงปู่ที่กาญจนบุรีด้วยค่ะ ดีมากเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสจะไปอีกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
nangrong วันที่ : 03/06/2010 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nangrong

อนุโมทนา สาธุ.
ผมเคยไป ปฏิบัติธรรมที่ วัดอัมพวัน หลวงพ่อจรัล สิงห์บุรี
แต่ที่วัดอ้อน้อย ของหลวงปู่พุทธะอิสระ ยังไม่เคยไปถ้ามีโอกาส ก็จะไปนมัสการหลวงปู่สักครั้งครับ.

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รายการประเด็นข่าวประเด็นธรรม สถานี ASTV วันที่ 07/01/54

สนทนาธรรมกับหลวงปู่พุทธะอิสระ ช่วงที่ 1 สุขใจเปลี่ยนแปลงตนเองรับปีใหม่ ช่วงที่ 2 กฎอนิจจัง ช่วงที่ 3 คำขวัญวันเด็กจากหลวงปู่พุทธะอิสระ

View All
<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]