• ว่านแสงจันทร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_tinamas@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 296262
  • ส่ง msg :
  • โหวต 36 คน
หมุนตามตะวัน
บันทึกส่วนตัว แต่หมุนตามโลกและตะวัน ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาอ่านและทักทายบ้าง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/moonandsun
วันอาทิตย์ ที่ 28 กรกฎาคม 2556
Posted by ว่านแสงจันทร์ , ผู้อ่าน : 2553 , 15:17:17 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน เทียนธรรม , BlueHill และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

 

ไม่ได้เขียนบันทึกนานเป็นปีเลย นับจากครั้งที่เคยไปบวชศีล 8 ที่ทองผาภูมิเมื่อปี 53 หลังจากนั้นนานๆได้ไปบวชที่วัดปีละครั้ง อย่างมากก็สองครั้ง  สำหรับปีนี้เราไปบวชเนกขัมมะที่วัดอ้อน้อยนับเป็นครั้งที่สองของปี  ครั้งที่แล้วไปเมื่อวันมาฆบูชาตอนต้นปี

                ความจริงการบันทึกเรื่องราวก็เป็นเรื่องธรรมดา ตื่นเช้าทำอะไร กลางวันทำอะไร ทานข้าวแล้วบ่ายทำอะไร ไม่เห็นจะน่าสนใจเลยเนอะ แต่บางครั้งความทรงจำบางอย่างเล็กๆน้อยๆ เราไม่อาจบันทึกได้จากเทปเสียง หรือภาพถ่าย การบันทึกเป็นตัวหนังสือ มันมีอารมณ์ และช่วยสร้างจินตนาการให้คนอ่านได้ด้วย

วันเสาร์ที่ 20 กค เราเดินทางจากพิษณุโลกเช้าเก้าโมงกว่า ท่ามกลางฝนปรอยๆ อากาศค่อนข้างดี แต่รถติดระหว่างทางเป็นระยะ ไปถึงหมอชิตสายกว่าเวลาเกือบชม  ทำเอาเรากังวลว่าจะเดินทางถึงวัดอ้อน้อยเย็นค่ำหรือป่าว  เพราะเคยไปครั้งหนึ่งกว่าจะถึงวัดเอาซะค่ำ (เพราะนั่งรถเลยไปถึงรร การบินกำแพงแสน)  คราวต่อๆมาเลยรู้ละว่านั่งรถบขส จากหมอชิตไปสายกำแพงแสน ต้องลงหน้าม เกษตรกำแพงแสนนะ แล้วถึงต่อรถบัสสายบางเลนมาหน้าวัดอ้อน้อย แต่ต้องข้ามถนน ตรงที่มีโรงงานอาหารสัตว์ที่เคยมีข่าวคราวน่ะแหละ แต่หลายปีก่อนตอนไปครั้งแรกๆ โรงงานยังไม่ได้สร้าง

                เรามาถึงหมอชิตบ่ายสามกว่าเกือบสี่โมง เดินหาช่องขายตั๋วสายกำแพงแสน ตรงไหนหว่า หาไม่เจอเดินสองรอบ แล้วก็เจอจนได้อยู่แถวท้ายๆ ปรากฏว่าเป็นรถตู้ไปแล้ว เดี๋ยวนี้จังหวัดใกล้ๆกท เค้ามีรถตู้สัมปทาน บขส แถวสุพรรณ กาญจน์ นครปฐม ราชบุรี ส่วนใหญ่เค้าจะไปนั่งแถวอนุสาวรีย์ ที่ตอนนี้จะเปลี่ยนไปจอดแถวซอยหมอเหล็งแล้ว แต่ที่หมอชิตก็ยังมีช่องขายตั๋ว  แต่เดินไปขึ้นไกลจากที่ขายมาก อยู่ฝั่งที่รถทัวร์ขาเข้าจอดเลยทีเดียว

พี่คนขายตั๋วบอกว่ารถตู้ผ่านกำแพงแสนมาสี่โมงเย็น แล้วก็มีห้าโมงเลย โอย ห้าโมงกว่าจะถึงวัดก็ค่ำ ตกรถเมล์พอดีกัน  เรารอกว่าคนขับรถตู้จะมาสี่โมงเกือบครึ่ง  แม่ก็โทรมาเช็คว่าเดินทางรึยัง ออกเดินราวสี่โมงครึ่ง  ไปถึงกำแพงแสนห้าโมงกว่าๆ ยังไม่ค่ำ เราได้ถามคนขับรถตู้ว่าผ่านวัดอ้อน้อยไหม เค้าบอกว่าไม่ผ่าน (สำเนียงเหน่อกาญจน์เลย)  เพราะเป็นรถตู้ไปกาญจนบุรี แต่ที่ท่ารถกำแพงแสนมีรถตุ๊กๆ  ค่อยยังชั่ว ถึงตลาดกำแพงแสนเค้าจอดที่ท่ารถตุ๊กๆเลย  เลยว่าจ้างรถตุ๊กๆ ต่อไปวัดอ้อน้อย คนขับถามอีกว่า ลงวัดอ้อน้อยเลยหรอ รู้จักป้า … ไหม (จำชื่อไม่ได้ละ) เลยบอก ไม่รู้จักหรอก นานๆมาทีน่ะ 

                แหม่ เดินทางแต่ละครั้งไม่ได้เหมือนกันเล้ย  รถเมล์สายสุพรรณ-ท่าช้างบ้าง รถตู้สุพรรณบ้าง ขากลับก็ไม่ต่างกัน คือ ไม่ได้เหมือนกันเลยเลย กลับรถตู้ที่หน้าม เกษตรกำแพงแสนบ้าง รถบัสทัวร์ บขส บ้าง เหอๆๆ รสชาดชีวิตการเดินทาง

                มาถึงวัดอ้อน้อย ได้ยินเสียงเครื่องเสียงเปิดเพลงเดินเจริญสติ แสดงว่าเค้าเตรียมทำวัตรเย็นละ  เดินไปที่อาคารมูลนิธิฯ ชั้นบนมีสัมภาระวางเกือบเต็มทุกที่นอน เดินดูๆ มองๆ สงสัยจะไม่มีที่ว่าง เลยเดินไปที่เรือนไม้ติดกันที่เคยนอนครั้งแรกๆ ยังมีแค่หมอนกับผ้าห่มวางว่างๆไว้ คงจะได้ศาลานี้แหละ นอนตรงไหนดีหว่า ไม่มีคนอยู่ซักคน  นอนตรงกลางๆ ตอนกลางคืนมืดๆ คนเดินผ่านเสี่ยงโดนเหยียบแน่ เอาริมๆหน้าต่างละกัน  มีว่างถัดจากริมๆที่กระเป๋าวางไว้สองที่ มีปลั๊กไฟตรงริมๆด้วย เอาละวะ ไม่รู้ใคร แต่ตรูนอนได้ล่ะ  ( เมื่อก่อนถ้ามาบวชจะมีพี่จุ๋ม พี่กัลยาณมิตรผู้ใจดีจองที่ไว้ให้เสมอ ตอนนี้พี่จุ๋มแขนหัก กายภาพบำบัดรักษาตัวอยู่ เราเลยฉายเดี่ยว )

                จัดที่ทางข้าวของแล้วมีเวลาเลยไปหาซื้อของแห้งไว้ตักบาตรวันอาสาฬหบูชา ที่ร้าน 7-11 ตรงปั้มตรงข้ามวัด ก่อนกลับแวะเดินไปกินก๋วยเตี๋ยวชามละ 40 บาทเลยวัดไปหน่อย  ร้านนี้พี่ๆเคยพาเดินไปกิน หมูหมักเค้าชิ้นใหญ่มาก เยอะสมกับสี่สิบบาท  มื้อนี้เราเลยยังไม่ได้ถือศีล 8 สบายท้องไป  คืนแรกคนไม่ค่อยเยอะนัก อาบน้ำสบายๆ ไม่ต้องแย่งกัน

 

หนุ่มน้อยนอนข้างกัน คุณน้ากลัวจะนอนดิ้น เลยเอาหมอนมาคั่นให้ สุดท้ายสอนป้าเล่นเกมไรไม่รู้ ป้าไม่รู้จักเลย

เช้าวันอาทิตย์ที่ 21 กค  เราตื่นมาตีสามกว่า มีคนเริ่มลุกไปอาบน้ำแล้ว  ตอนแรกว่าจะตื่นสายหน่อย เพราะยังไม่ได้รับศีล 8 ไม่ต้องทำวัตรเช้าก็ได้มั๊ง  แต่ว่าไหนๆก็ตื่นแล้วเนาะ นอนเต็มที่ตั้งแต่สามทุ่ม เลยลุกมารอคิวอาบน้ำ ไปสวดมนต์ทำวัตรเช้าตีห้ากับเค้า ทำวัตรเช้าเสร็จ ตามด้วยพระอาจารย์รูปหนึ่งมานำขยับกายสบายชีวี ยืดแข้งยืดขา พร้อมลมหายใจเข้าออก สบายตัวดีเหมือนกัน

                หลังจากทำวัตรเช้าและกายบริหารแล้ว ก็แยกย้ายไปบำเพ็ญประโยชน์ กวาดขยะ เก็บใบไม้ ทำความสะอาดตามที่ต่างๆ  เราเดินไปเก็บใบไม้ แล้วไปกวาดตรงลานหน้าอุโบสถกลางน้ำ แล้วก็ถือโอกาสไปไหว้พระกรรมฐานในโบสถ์

แม่ชีท่านหนึ่ง นั่งท่านี้นานแล้ว ไม่กล้าทำเสียงดังเลย

  

ศาลาปฏิบัติธรรม และพระกรรมฐาน

บริเวณรอบอุโบสถกลางน้ำ รายล้อมด้วยรูปปั้นอรหันต์ ทุกทิศ

            ราวเจ็ดโมงเค้าจะเรียกรวมเพื่อมารับอาหารที่โรงทาน สำหรับผู้ถือศีล 8 รอรับหลังจากพระคุณเจ้ารับบิณฑบาตแล้ว  คราวก่อนๆ เราจะทานอาหารเช้าที่โรงทานพร้อมๆกับเค้าบ้าง บางทีก็ทานอาหารชุดง่ายๆที่โรงเจมาขายเอาเงินเข้าวัด พวกข้าวต้มเจ แต่เราตั้งใจว่าไหนๆมาบวชก็ทานอาหารพร้อมกับว่าบทพิจารณาอาหารเหมือนกับเค้าแหละ จะได้ละกิเลสด้วย ทานง่ายๆ มีอะไรก็ทานเนาะ  ตักมาจานเดียวกัน เหมือนกับอาหารสำรวม ที่วัดหาดมูลกระบือบ้านยายเลย  แต่วัดบ้านยายจะมีขนมสำรวมพ่อเคยเอามาให้ลอง หลังจากทำบุญเสร็จ ขนมหวานวัดเค้าจะเอามาขายเอาเงินเข้าวัดด้วยนะ เค้าว่าอร่อย หวาน มัน เพราะขนมหวานเค้าก็จะตักบาตรรวมกันเฉพาะขนม  เคยลองแล้วอร่อยจริงๆ (เล่าเลยไปบ้านเราหน่อย อิอิ)

              

วันสุดท้ายดูดีสุดแล้ว เพราะเป็นกับข้าวถุง จากที่เราตักบาตรพระ มื้ออื่นๆ ปนกันมั่วจนไม่กล้าถ่ายมาเลย

พิธีกรประกาศเสียงตามสายว่าเก้าโมงเช้า หลวงปู่พุทธะอิสระจะลงมาแสดงธรรม ส่วนมากเวลาวันพระใหญ่ๆ หลวงปู่จะแสดงธรรมทุกวัน วันนี้หลวงปู่แสดงธรรมเรื่อง บุญ 10 อย่าง หรือบุญกริยาวัตถุ  10 ประการ ที่เป็นการทำบุญ ที่ไม่ได้มีแต่เฉพาะการทำบุญตักบาตรเท่านั้น  การฟังธรรม รักษาศีล การบำเพ็ญภาวนา อนุโมทนากับผู้อื่นก็ได้บุญด้วย 

สวนช่วงบ่าย จะเป็นการบันทึกเทป รายการวิถีธรรม วิถีไทย ทางช่อง 5 ที่ทำเป็นประจำทุกวันอาทิตย์ที่ 1,2 และ 4 โดยมีคุณมนัส ตั้งสุข เป็นพิธีกรดำเนินรายการ  ช่วงปุจฉา วิสัชนา จะมีคำถามเรื่องเกี่ยวกับกรณีอดีตเณรคำ และกรณีที่หลวงปู่ไปขึ้นศาลฟ้องร้องเณรคำ และพระเถระชั้นผู้ใหญ่ ท่านบอกว่าได้ไปให้ข้อมูลกับ DSI แล้ว DSI ยังถามว่า แล้ววัดจานบินล่ะหลวงปู่  เมื่อไหร่จะถึงคิว (เราเรียกจานบินเองแหละ 555 ก็วัดธรรมกายไง)  หลวงปู่ว่าเดี๋ยวก่อน จะเป็นคิวต่อไป แต่วัดนี้มันใหญ่มากนะ คนเกี่ยวข้องนี่ไม่ธรรมดาแน่ๆ

 

                หลังจากรายการบันทึกเทปรายการแล้ว หลวงปู่ให้พักและปฏิบัติธรรมกันสักสองชั่วโมง โดยเดินเจริญสติตามจังหวะ เพลงปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตร สักสามขั้น เราทำแล้วรู้สึกว่า ไม่ค่อยผิดเหมือนสมัยก่อนเลย ท่าบางขั้นเราจำไม่ได้ แต่พอดูตามๆเค้าก็เริ่มนึกออก กลับบ้านจะได้เอาไปฝึกอีกครั้ง หลังจากไม่ได้อยู่หอ ก็ไม่ค่อยได้ทำเลย

บอร์ดที่ติดไว้ในศาลาปฏิบัติธรรม อธิบายวิธีการเดินกรรมฐาน ป๊อกๆ เพื่อผู้มาใหม่และผู้เคยมาแต่ลืมแล้ว

ตอนเย็นทุกคนแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัว ก่อนกลับมาทำวัตรเย็น และฟังพระไตรปิฏก  ช่วงห้าโมงครึ่งแจกน้ำปาณะ เราได้ทานทุกวัน นมถั่วเหลืองกล่องที่เราเตรียมมาเลยไม่ต้องใช้  เพราะกลางคืนนอนเร็วไม่ค่อยหิวแล้ว  เราชอบทานน้ำปาณะ ที่เป็นน้ำถั่วเหลืองข้นๆ  น้ำถั่วเขียวข้นๆ อร่อยมาก (น้ำฟักทองอีกอย่าง เคยทานที่ทองผาภูมิ อร่อยมาก ^^)

            คืนนี้ก่อนนอนเราได้ฟังพระไตรปิฏกจากพระอาจารย์ธีระ หรือหลวงพี่โต๊ด พอพิธีกรบอกว่า วันนี้หลวงพี่โต๊ดจะมาอ่านพระไตรปิฏก พี่ๆ นั่งแถวๆเราดีใจกันยกใหญ่ เพราะหลวงพี่โต๊ดรูปนี้เล่าพระไตรปิฏกได้สนุก และเร้าใจได้อรรถรสดีมากค่ะ

             วันนี้หลวงพี่โต๊ดเล่าเรื่องเล่าจากพุทธวจนะ หลายเรื่อง ที่เป็นเหตุเป็นผลกันจากการกระทำ หรือกรรม เช่น ผู้ใดไม่มักโกรธ และละกิเลสได้ จะได้เป็นพราหมณ์หรือนักบวช   ผู้มักทำให้ชีวิตสัตว์ตกล่วง (ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต) เป็นคนเหี้ยมโหด มือเปื้อนเลือด กรรมจะทำให้อายุสั้น  เป็นต้น

                คืนนี้ได้ฟังเรื่องพุทธวจนะ จากพระไตรปิฏกแล้ว คงทำให้นอนหลับดี  ลืมเล่าว่า คืนแรกที่มานอนวัด ได้ฝันว่าหลวงปู่พุทธะอิสระแวะมาดูที่หลับที่นอนของลูกหลานด้วย ว่าอยู่กันยังไง ปกติไม่เคยฝันถึงหลวงปู่เลย ครั้งแรกที่เคยมาบวช คืนแรกเคยฝันถึงย่าเราเอง  เลยเชื่อว่าการบวชถือศีล 8 ปู่ย่าตายายบรรพบุรุษท่านต้องรับรู้ด้วยและได้กุศลผลบุญด้วย                   

เช้าวันจันทร์ ที่ 22 กค  วันอาสาฬหบูชา  เช้ามืดเราตื่นมาตีสามครึ่ง อาบน้ำอาบท่าแล้วเตรียมไปทำวัตรเช้า  มาบวชรอบนี้เป็นอะไรไม่รู้ สัปหงกได้ทุกรอบ ฮ่าๆๆ  ทุกทีจะสัปหงกเฉพาะทำวัตรเช้าตีห้า เพราะว่ากว่าจะได้นอนก็ดึก รออาบน้ำกว่าจะเสร็จ พอตื่นก็ตื่นเช้ามาก กลางวันนั่งฟังหลวงปู่แสดงธรรม ยังมีแอบวูบ ฮ่าๆๆ  หลวงปู่ต้องว่า ยัยหนูนี่มันหลับทุกรอบ แน่ๆเลย (ดันนั่งหน้าอีก)

                เช้านี้แปดโมง จะมีการตักบาตรอาหารแห้ง และตักบาตรทองเหลืองทองแดง สำหรับสร้างพระมหาพุทธพิมพ์ พระพุทธรูปปางนาคปรกเก้าเศียรที่กำลังสร้างอยู่ และยังอยู่ในระหว่างหล่อเศียรพญานาค  ตอนนี้ขึ้นรูปไปครึ่งองค์แล้ว  เราได้เขียนชื่อเราพร้อมครอบครัว และปู่ย่าตายายญาติสนิทมิตรสหาย และครูบาอาจารย์ที่ล่วงลับลงในแผ่นทองเหลืองทองแดง และแผ่นโลหะสำหรับเอาไปหล่อพระด้วย


                วันนี้เก้าโมงเช้า หลวงปู่แสดงธรรมเนื่องในวันอาสาฬหบูชา วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวามปาติโมกข์ และพุทธศาสนาครบองค์ 3 คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์  หลังจากแสดงธรรม หลวงปู่ได้ตอบคำถาม ปุจฉา วิสัชนา เช่น เรื่องวินัยสงฆ์  หลวงปู่อธิบายว่า  พระวินัยในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้บางข้อที่ไม่ล่วงต่อกาลสมัย ต่อประเทศมณฑล  ทรงเปิดช่องให้ยืดหยุ่นได้ โดยพิจารณาถึงเหตุผล ท่านกล่าวว่าวินัยทุกข้อ มีเจตนากำหนด  การจะอาบัติหรือไม่อาบัติ อาบัติประเภทใด ก็ดูที่เจตนาด้วย และศาสนาพุทธในนิกายแต่ละนิกายก็จะมีจำนวนข้อของวินัยไม่เท่ากัน 

ตัวอย่างที่มีคนโจมตีหลวงปู่อยู่ตอนนี้ในเรื่อง ปลูกป่าบ้าง ทำกับข้าวบ้าง หลวงปู่ให้เหตุผลว่า  วินัยข้อนึงที่กล่าวว่า ห้ามภิกษุตัดต้นไม้ เพราะสมัยนั้นมีความเชื่อที่มีมาแต่โบราณว่า ต้นไม้มีชีวิต มีวิญญาณครอง  แต่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติข้อนี้ไว้เพื่อป้องกันโลกติเตียน  กรณีพระต้องไปตัดต้นไม้ทั้งตั้งใจและไม่ได้ตั้งใจ  แต่สมัยนี้ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้ว  หรือกรณีภิกษุรับเงินทอง ถ้าพระสงฆ์จับเงินทองโดยไม่ยินดี ไม่เก็บไว้เพื่อตน มีเจ้าหน้าที่ทำการแทนสงฆ์  และเก็บไว้เพื่อใช้ในประโยชน์สำหรับสังฆมณฑล ก็สามารถทำได้

                อีกเรื่องที่หลวงปู่แสดงธรรม ตอบคำถามที่ถามว่า ทำไมถึงเรียกว่าหลวงปู่ ทั้งที่ยังไม่แก่อายุถึงขนาดนั้น  หลวงปู่ได้ยกตัวอย่างเรื่องเล่าจากพระไตรปิฏก  เรื่องสามเณรเรวัตตะ ที่บวชได้ 7 วัน ก็สำเร็จพระอรหันต์ เมื่อไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า ได้นั่งแถวหน้าๆ เช่นเดียวกับมหาเถระชั้นผู้ใหญ่  ใครไปนั่งใกล้ๆ ก็เข้าไปแกล้ง จับหัวจับแก้มบ้าง จึงมีคนสงสัย  ท่านได้ตอบว่า ดูกรท่านเห็นไหมพระมหาเถระที่นั่งอยู่แถวหน้านั้น คือพระอรหันตสาวกของพระองค์ที่ชื่อ เรวัตตะ   หลวงปู่ท่านให้เหตุผลว่า ในศาสนาพุทธ ไม่ได้เรียกชื่อคนแก่ที่อายุ แต่เพราะมันมีที่มาดังตัวอย่างนี้

                ช่วงบ่าย หลวงปู่แสดงธรรม และถวายทานผ้าป่าสร้างอาคารโรงเรียนที่แม่ริม จ.เชียงใหม่ ส่วนผ้าอาบน้ำฝน และเทียนจำนำพรรษา  ที่ญาติโยมทำบุญ  หลวงปู่จะนำไปใช้ในกิจการของวัด และส่วนหนึ่งนำไปถวายให้วัดในสามจังหวัดภาคใต้ ซึ่งหลวงปู่ทำอย่างนั้นทุกครั้ง

หลังจากนั้นบ่ายแก่ๆ หลวงปู่ให้ฝึกเดินกรรมฐานอีกสองชั่วโมง  ตั้งแต่วันเริ่มบวชเนกขัมมะวันเสาร์ อาทิตย์ หลวงปู่อยู่สอนเดินกรรมฐานช่วงบ่ายด้วยตลอดเลย  ทั้งๆที่หลวงปู่ก็ป่วยสุขภาพไม่ดี ตั้งแต่กลับมาจากไปปลูกป่าที่เชียงใหม่

                ช่วงค่ำหลังจากทำวัตรเย็นแล้ว มีพิธีเวียนเทียนที่อุโบสถกลางน้ำ และลานโพธิ์ ทั้งพระสงฆ์และฆราวาสบรรยากาศไม่ร้อนมาก ท้องฟ้าก็แจ่มใสแลเห็นพระจันทร์เต็มดวงเชียว


 

วันอังคารที่ 23 กค  วันเข้าพรรษา   เช้านี้พิธีกรแจ้งว่าหลวงปู่จะเดินบิณฑบาตร  พี่ๆเล่าว่าวันพระสำคัญ โดยเฉพาะช่วงเข้าพรรษา หลวงปู่จะออกบิณฑบาตทุกวัน  พอทำวัตรเช้าและขยับกายสบายชีวีด้วยการทำกายบริหารเสร็จ แล้วเราก็รีบเดินไปต่อแถวซื้ออาหารชุดสำหรับไปใส่บาตรหลวงปู่ที่หน้าวัด อาหารดังกล่าวพอทำบุญไปแล้ว เดี๋ยวหลวงปู่และพระก็จะนำมาให้โรงครัวจัดเข้าสำรับ ให้ทั้งพระสงฆ์และผู้ถือบวชเนกขัมมะทาน วันนี้ได้เป็นลูกศิษย์วัดด้วยเลย

                เราไปนั่งรอตรงถนนทางเข้าวัด ร่วมกับญาติธรรมหลายๆคน ที่เดินตามมาอีกหลายสิบคน โชคดีเราเดินไปกลุ่มแรกๆ  พอใส่บาตรหลวงปู่แล้วก็รีบคว้าโน้ต 8 มาถ่ายรูปเก็บไว้  มีคนเพิ่งขับรถเข้ามารอตักบาตรเช้ากับหลวงปู่หลายคันเหมือนกัน  วันนี้เลยรู้สึกอิ่มใจและอิ่มบุญถ้วนหน้า  มาวัดได้ใส่บาตรหลวงปู่ด้วย 


                วันนี้เป็นวันสุดท้ายสำหรับการบวชเนกขัมมะ  กำหนดการตอนบ่ายจะเป็นปัจฉิมโอวาทและลาสิกขา แต่เราต้องออกเดินทางกลับตอนเที่ยงๆ เพราะจะได้ไม่ถึงบ้านดึกมาก  เลยต้องขอลาศีลตอน 8 โมงครึ่งก่อนหลวงปู่จะลงแสดงธรรม แต่ก็รอฟังหลวงปู่แสดงธรรมจนถึงมื้อเพล


                เช้าวันนี้หลวงปู่แสดงธรรมหลายเรื่อง พร้อมตอบปัญหา ปุจฉาวิสัชนา เช่น เรื่องหลักสติปัฎฐาน 4 โภชงค์ 4  หรือธรรมที่เป็นเครื่องระงับความกระวนกระวาย   เรื่องของสติ และสมาธิ  ที่เป็นวิหารธรรม หรือธรรมที่เป็นเครื่องอยู่

                ช่วงปุจฉา วิสัชนา สองวันที่ผ่านมา มีคำถามที่หลากหลาย หนีไม่พ้นคำถาม เรื่องสมีคำ เรื่องของปัญหาวงการสงฆ์ ไปจนถึงเรื่องสุขภาพ เรื่องการปฏิบัติธรรม  หลายคำถามฮาๆ (เค้าใช้วิธีเขียนโน๊ตมาให้พิธีกรอ่านนะคะ ไม่ได้มีคนถามเอง)  แถมหลวงปู่ก็ตอบฮาอีก แต่ทุกคำตอบหลวงปู่แสดงถึงปัญญาในการตอบได้อย่างกระจ่าง บางคำถามที่ไม่น่าถามเล้ย  หลวงปู่ก็ตอบด้วยวิธีแยบยล  แบบเราฟังเราก็ใช้ปัญญาด้วย บางทีคนถามอาจจะหน้าหงายไปเลย ถ้าถามมาแบบไม่ค่อยใช้ปัญญาอ่ะ แต่ว่าพอได้ฟังแล้วคงได้ปัญญาเพิ่มขึ้นแน่ๆ  อันนี้ต้องหาฟังจากคลิปเอาเองนะคะ เล่ามันก็จะไม่มันส์เหมือนได้ฟังเอง

                ก่อนจะไปพักช่วง 11 โมงเช้า เวลาอาหารเพล เรารีบไปเอากระเป๋า อ้อ  ตอนรอหลวงปู่กลับ ได้อธิษฐานลาหลวงปู่และขอพรให้เดินทางกลับปลอดภัยด้วย  มื้อกลางวันไม่ได้อยู่ทานข้าววัด รีบลากกระเป๋าออกมาหน้าวัด แต่โชคดีมากๆ  มีรถยนต์คันหนึ่งแล่นออกมาหน้าวัดพอดี เค้าเหมือนชะลอๆดูเรา แล้วถามเราว่าจะเข้ากท หรือเปล่า เราบอกว่าเข้าค่ะ  เค้าก็เลยชวนนั่งรถไปด้วย เป็นน้องสองคนที่เคยเห็นที่วัดและบนเฟสบุ้คแหล่ะค่ะ  ใจดีมีน้ำใจจังเลย ต้องขอบคุณมากๆ  เพราะให้เรานั่งไปถึงกท เลย  อนุโมทนาสาธุอีกครั้งค่ะ   คราวก่อนนู้นก็เคยเจอคุณป้าแดง  ที่ชอบนั่งปฏิบัติธรรมแถวหน้าๆ เคยรับขึ้นรถไปส่งถึงหน้าม เกษตรกำแพงแสนเชียว  ลงบันไดที่พักปุ๊บ เจอรถคุณป้าจอดทักทายกับพระรูปนึง แล้วเลยถามเราว่าจะไปไหน ไปด้วยกันเลย เป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดทั้งสองเหตุการณ์  แต่ปกติก็วางแผนการเดินทางเองไว้แล้ว เพราะมาหลายครั้งเริ่มชำนาญ

                มาทำบุญและปฏิบัติธรรมครั้งนี้ หลวงปู่แจก หนังสือใบไม้แห่งชมพูทวีปแก่ผู้ที่มาทำบุญวันเข้าพรรษาด้วยคนละ 1 เล่ม ตอนที่ 12 แล้ว  หนังสือชุดนี้ภาพปกสวยน่าอ่าน ตัวหนังสือใหญ่ดีมากสำหรับผู้สูงอายุ (เราด้วย) ที่บ้านมี 5-6 ตอนแล้ว ได้มาทั้งซื้อเอง และมีกัลยาณมิตรมอบให้  แต่ยังอ่านไม่ครบทุกเล่มเลย อยากอ่านเล่มไหนตอนไหนก่อนก็หยิบมาอ่าน บางทีไปราชการก็หยิบติดไปด้วย 


                พี่ๆ ที่เจอที่วัดบอกว่า อนุโมทนาด้วยที่ได้มาครั้งนี้อีก  เพราะเรามักจะบ่นว่า จะได้มาป่าวไม่รู้ แล้วแต่ธรรมะจะจัดสรรเนาะ  ปีหนึ่งได้มาบวชปฏิบัติธรรมสักครั้งก็ยังดี ได้ขัดเกลาขยะ และกิเลสในใจตน  มันไม่ถึงกับหมดไปหรอก ยังเป็นมนุษย์ปุถุชนอยู่เนาะ  และสำหรับบุญกุศลที่ได้จากการทำบุญและไปบวชเนกขัมมะครั้งนี้ ข้าพเจ้าขออุทิศให้กับบิดา มารดา ญาติพี่น้อง หลานๆ ปู่ย่าตายายและบรรพบุรุษ ครูบาอาจารย์ และญาติสนิทมิตรสหาย ทั้งที่ล่วงลับและยังมีชีวิตอยู่  พร้อมทั้งเจ้ากรรมนายเวร และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ให้ได้รับกุศลผลบุญนี้ด้วยเทอญ

                

 

        

 

ขอขอบคุณ รูปภาพจาก facebook หลวงปู่พุทธะอิสระค่ะ





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เทียนธรรม วันที่ : 17/09/2013 เวลา : 13.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/songtang

สาธุ สาธุ สาธุ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ยามเสาร์ วันที่ : 28/07/2013 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

ไปวัดอ้อน้อยล่าสุดตอนเอาหนังสือเรียนชั้นประถมของลูกสาวไปบริจาคที่วัด...นับได้สิบสองปีแล้วซิ
แล้วไม่ได้ไปเสียนาน...แต่ดูสภาพวัดไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก
ขออนุโมทนาบุญที่คุณว่านแสงจันทร์ได้บวชเนกขัมมะครั้งนี้ด้วย
คงได้ธรรมดีจากหลวงปู่ไม่น้อยทีเดียว...สาธุ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รายการประเด็นข่าวประเด็นธรรม สถานี ASTV วันที่ 07/01/54

สนทนาธรรมกับหลวงปู่พุทธะอิสระ ช่วงที่ 1 สุขใจเปลี่ยนแปลงตนเองรับปีใหม่ ช่วงที่ 2 กฎอนิจจัง ช่วงที่ 3 คำขวัญวันเด็กจากหลวงปู่พุทธะอิสระ

View All
<< กรกฎาคม 2013 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      



[ Add to my favorite ] [ X ]