• ว่านแสงจันทร์
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : s_tinamas@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-12-13
  • จำนวนเรื่อง : 66
  • จำนวนผู้ชม : 297448
  • ส่ง msg :
  • โหวต 36 คน
หมุนตามตะวัน
บันทึกส่วนตัว แต่หมุนตามโลกและตะวัน ขอบคุณค่ะ ที่แวะมาอ่านและทักทายบ้าง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/moonandsun
วันเสาร์ ที่ 6 มิถุนายน 2558
Posted by ว่านแสงจันทร์ , ผู้อ่าน : 2268 , 23:21:40 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปเที่ยวสังขละบุรี แบบแบ้คแพ้คหนึ่งวันหนึ่งคืน สมใจที่ไฝ่ฝันมานาน หลังจากไปฟังสัมมนาเราเตรียมแผนการเดินทางก่อน  แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ สองจิตสองใจว่าจะกลับมาทำบุญวัดอ้อน้อยไม่ทันวันวิสาขบูชา หรือถ้าไม่งั้นต้องเลือกว่าจะอยู่ที่สังขละซะ 2 คืนเพื่อใส่บาตรวันวิสาขบูชาด้วย แต่ก็จองห้องพักไว้แค่คืนเดียวอาจลำบากเดินหาที่พักใหม่

ข้อมูลที่ได้ก่อนการเดินทางมีเยอะแยะในเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งเว็บการท่องเที่ยว ตามเว็บบอร์ดพันทิป ทำให่มั่นใจว่าเดินทางคนเดียวได้ไม่มีปัญหา ที่พักแบบราคาไม่แพงและดูท่าทางเป็นกันเองมีอยู่หลายแห่ง ทั้งแบบรีสอร์ตวิวสวยๆ หรือแบบโฮมสเตย์เรียบง่าย ในที่สุดวันเดินทางเราตัดสินใจแน่นอนไปขึ้นรถบขส ที่หมอชิต เพราะในเน็ตบอกว่ามีรถทัวร์จากกรุงเทพฯไปถึงสังขละบุรีเลย รถบัสสาย 9918 นั่งสบายๆ ออกจากกท เที่ยว 9.30 น จริงๆ ก็มีรถตู้ออกทุก 30 นาที แต่เราไม่ชอบนั่งรถตู้ที่คับแคบ แม้จะใช้เวลาเร็วกว่า แต่ด้วยสัมภาระกระเป๋าสองใบกระเตงไปด้วย (เสื้อผ้าจากไปสัมมนาสองวัน ไม่รู้จะเอาไว้ไหน 555 เหมือนย้ายบ้านเล็กๆ)

การเดินทางโดยรถบัสบขส ใช้เวลานานอย่างที่บนเว็บบอร์ดเค้าคุยกัน เพราะจอดที่บขส กาญจน์ แล้วก็ยังจอดทานข้าวที่พระแท่นอีก 20 นาที ก็ดีไปอย่างเพราะไม่รีบไม่ร้อน โชเฟอร์ขับไม่เร็ว และไม่ทำเวลามาก ใช้เวลาจากเมืองกาจน์ถึงสังขละบุรีราว 4 ชม อย่างที่เค้าว่าจริงๆ นับรวมจากกทถึงเมืองกาญจน์ก็เกือบ 7 ชม เรียกว่านั่งตั้งแต่เช้ายันเย็น


 20 ปีก่อนเคยเดินทางไปกลับบ้านอยู่หลายเดือน รู้สึกคุ้นเคยจัง

 

เราสังเกตจากเพื่อนร่วมทางบนรถ มีทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและชาวไทย ทั้งวัยรุ่น วัยกลางคน บางส่วนน่าจะเป็นคนในพื้นที่ มีทั้งที่ขึ้นกลางทางจากตัวเมืองกาญจน์ และทองผาภูมิ รถแวะจอดที่ทองผาภูมิอีกแห่งเพื่อให้เข้าห้องน้ำ เราไม่ได้ลง แต่รู้สึกเออ เค้าใส่ใจผู้โดยสารแฮะ เพราะเดินทางไกลหลายชม นี่้ต้องเมื่อยกันบ้างล่ะ ถ้าปวดห้องน้ำนี่แย่เลย

รถบัสจอดที่ด่านตรวจทองผาภูมิอีกจุด เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารขึ้นมาตรวจบัตรประชาชน ใครไม่ได้พกมาต้องลงไปอธิบายเจ้าหน้าที่อีกที มีบางคนน่าจะไม่ได้พกมาหายไปพักนึง รถบัสวิ่งลัดเลาะสันเขามองเห็นภูเขาใหญ่น้อยและต้นไม้ต้นฤดูฝนค่อนข้างชุ่มชื้น อากาศตอนบ่ายคล้อยเริ่มมีเมฆคลุม เรามองเห็นทิวเขาแนวยาวอยู่ไกลๆ น่าจะเป็นช่วงที่ติดเขตชายแดนไทยพม่า พอเริ่มเข้าเขตสังขละบุรี ได้เห็นแผ่นน้ำผืนใหญ่ๆ น่าจะเป็นเขื่อนวชิราลงกรณ์ และรถแล่นผ่านเส้นทางเข้าอุทยานแห่งชาติเขาแหลม และเขื่อนเขาแหลมด้วย บรรยากาศดีมากๆ พอเริ่มเข้าตัวเมืองสังขละบุรี
เราได้มองเห็นเจดีย์พุทธคยาของหลวงพ่ออุตตมะอยู่ไกลๆ ลิบ รู้สึกตื่นเต้นมากๆ ในที่สุดเราก็ทำความฝันให้เป็นจริงได้เห็นกับตาแล้วเว้ย

ผ่านแม่น้ำแคว

รถแล่นผ่านถนนหลวงในเขตเมืองสังขละ เราก็พยายามนึกถึงแผนที่ๆอ่านมาในเว็บท่องเที่ยวต่างๆ แต่ยังนึกไม่ค่อยออก ถนนหนทางและชุมชนแลดูเงียบๆ จนเข้าตัวตลาดสังขละและศูนย์ราชการ จึงเริ่มมีความเป็นชุมชน ตัวเมืองไม่ใหญ่นัก เดินลัดเลาะได้ หลังจากได้เดินไปกลับที่พักแล้วรู้สึกว่าสบายมาก นี่ถ้าอยู่หลายคืนได้เดินคล่องเลย เราลงจากรถบัสมองหาวินมอเตอร์ไซต์ก่อนเลย เจออยู่เป็นกลุ่มที่ป้ายรอรถเมล์ เราบอกว่าจะไปสถานีตำรวจสังขละ ทีแรกวินเข้าใจว่าไปที่นั่นเลย แต่นึกได้เลยบอกว่าไปบ้านพักที่เจ้าของเป็นตำรวจใกล้ๆสถานีตำรวจน่ะ พี่วินร้องอ๋อเลย บ้านหมวดบุญช่วย
ยังถามต่ออีกว่าพักที่นั่นเหรอ เราเลยบอกว่าจองไว้ที่นั่น เห็นพี่วินอัธยาศัยดีเลยถามว่าไปสะพานมอญไกลไหม แกบอกว่าไม่ไกล เลยถามว่าเช้าตักบาตรกี่โมง แกบอกว่าหกโมงกว่า หกโมงครึ่งก็ทัน สังเกตว่าสำเนียงไทยเค้าไม่ค่อยชัด ตอนแรกดูเงียบๆ อาจจะเห็นเราเป็นคนไทยพื้นราบรึป่าวไม่รู้


มาถึงที่พักโฮมสเตย์หมวดบุญช่วย พี่ผู้หญิงน่าจะเป็นผู้ที่เราติดต่อทางเฟสบุคไว้ล่วงหน้าออกมารับ พอเช้คข้อมูลได้ความแล้วพาไปที่ห้องพักด้านหลังเป็นเรือนไม้ติดกันปลูกลดหลั่นเป็นชั้น ต้องเดินขึ้นๆลงๆ ตอนแรกทำเอางง แต่เห็นวิวข้างหลังเป็นทิวเขา บรรยากาศดีเชียว เราได้ห้องพักที่มีห้องน้ำในตัว ราคา 350 เลือกไว้เพราะมาคนเดียวไม่อยากใช้กับใครและเพื่อความปลอดภัยที่เราไปพักวันนั้นมีแขกรายอื่นมาพักเกือบเต็มทุกห้อง เท่าที่ฟังจ้าของคุยกับแขกรายอื่นที่มาเป็นกลุ่ม มีนักท่องเที่ยวมาตัวเมืองสังขละแล้วยังหาที่พักไม่ได้อีกก็มี แต่ที่พักเราเต็มหมดเหมือนกัน เราเก็บข้าวของแล้วดูเวลาประมาณ 5 โมงกว่าแล้ว คงจะต้องเดินไปตลาด พี่ผู้หญิงบอกว่าในตลาดมีของขายทั้งของกินและมีเซเว่น พอดีตอนนี้เข้าหน้าฝน เค้าเลิกถนนคนเดินไป ถ้าปกติจะมีถนนคนเดินด้วย น่าเสียดายจัง

 

บีโฮมสเตย์ของหมวดบุญช่วย ป้ายไม่ค่อยชัด เป็นร้านทำผมด้วย 


 ระเบียงหน้าห้องพักของชั้นสอง

 

รีวิวที่พักซะหน่อย กินง่ายอยู่ง่ายน่ะ

 มีผ้าขนหนูและสบู่ให้เสร็จสรรพ

 

เราเดินลัดเลาะผ่านหน้ารพ สังขละบุรีจนมาถึงตลาดไม่นาน ราว 300 เมตร มีอาหารการอินขายทั้งแบบรถเข็นและเป็นร้านอาหารตามสั่ง เราอยากเดินดูไม่เน้นอาหารหนัก เดินไปเห็นหมูลวกจิ้มแบบที่เห็นตามเว็บมีคนรีวิวไว้ ที่ขายไม้ละบาทนั่งกินจนกว่าจะอิ่ม แต่เราเห็นคนมารอนั่งเยอะ เลยเดินดูอย่างอื่น อาหารเหมือนตามตลาดทั่วไปก็มี กับข้าวกับปลาสำเร็จ มีลูกชิ้น ฮอตดอก ไก่ย่าง หมูปิ้ง เราเดินผ่านโรตีเลยได้โรตีแขกพม่าแต่เป็นผู้หญิงทำ อันละ 10 บาทไม่ใส่ไข่ และเดินไปมองเห็นเซเว่น รอดตายละ 5555 ก่อนจะเข้าเซเว่นเหลือบเห็นร้านแผงขายผ้าพื้นเมือง รีบแวะไปดูเลย มีผ้าสวยๆแปลกตาเยอะแฮะ แต่ป้าคนขายพูดฟังไม่ค่อยชัด ดีที่ลูกสาวขายของกินใกล้ๆกันพูดชัดหน่อย มีผ้าถุงลายลุนตยาอชิกด้วย หามานานแล้ว แต่ลุนตยาที่แผงร้านนี้ขายเป็นผ้าบางๆ นิ่มๆ คล้ายผ้าอินเดีย แต่ลายปักสวยดี เราเลือกไปเลือกมาแต่ไม่เอาเพราะผืนใหญ่กว่าตัวเรามาก และยังเย็บไม่สำเร็จ เลยได้ผ้าลุนตยาอีกผืนที่เป็นผ้าฝ้ายปักลายลุนตยาอชิก คนขายบอกอันนี้ผ้าถุงอองซาน เราก็อ๋อ เหรอๆ เลยเอาผืนนี้แหละ 555

สรุปได้ผ้าถุงพม่ามาสองผืน ชุดแซกแบบกะเหรี่ยงให้หลานสาว พอเราแวะเซเว่นได้ชาเย็นๆชื่นใจแล้วเลยเดินกลับทางเดิม อ้าว เจอร้านผ้าอีกหลายร้านเลย แวะดู โห มีที่สวยกว่าอีก ไม่น่ารีบซื้อ แต่ดูแล้วก็เหมือนๆกัน ราคาก็ไม่ต่างกัน ผืนละ 250-350 แต่ผ้าถุงลุนตยายังไม่ถูกใจ เพราะเป็นผ้าแบบแขก เราอยากได้ผ้าทอมือหรือแบบผ้าพื้นเมืองมากกว่า ตามที่อ่านๆมาผ้าถุงลุนตยาของพม่าจะนิยมทำด้วยผ้าโทเร น่าจะยังไม่ใช่ แต่เราก็ได้เสื้อแบบกระเหรี่ยงสำหรับผู้หญิงมาตัวนึง พอละ เผื่อไปเจอที่ตลาดพม่าตอนเช้าอีก


 โรตีก็เหมือนทั่วไปแหละ

เรากลับถึงห้องพักอาบน้ำอาบท่าเตรียมเข้านอน เพราะต้องตื่นเช้าๆ จะได้ทันใส่บาตรที่สะพานมอญ วันนี้มีแขกมาพักห้องใกล้ๆกันเป็นกลุ่ม และด้วยความเป็นเรือนไม้ไม่เก็บเสียง เลยได้ยินเค้าคุยกันจนดึก นึกในใจไม่หลับนอนกันรึไง และด้วยความที่หมวดเจ้าของที่พักแกคงจะอัธยาศัยดีด้วยแกเลยมีเรื่องคุยเรื่องความเป็นมาของท้องถิ่น เรื่องแหล่งที่เที่ยวต่างๆแถบฝั่งพม่า ไม่ตั้งใจฟังแต่ก็ดันได้ยิน พักโฮมสเตย์ท้องถิ่นก็งี้เนาะ ต้องทำใจ

เช้าเราสะดุ้งตื่นก่อนนาฬิกา เพราะได้ยินเสียงห้องน้ำข้างๆ ติดกับห้องเรา เวลาตีห้ายี่สิบกว่านาที เรารีบล้างหน้าอาบน้ำอาบท่า แล้วเดินออกมาที่ท่ารอรถมีวินมอไซต์ประจำที่อยู่แล้ว เราว่าไปสะพานมอญทันที เส้นทางไปสะพานมอญลัดไปตามซอย เราพยายามนึกแผนที่อีกครั้ง ความจริงไม่ไกลมากเท่าไหร่นะ แต่มันซอกแซกหลายซอย ถ้าจำแผนที่ได้ต้องเดินได้แน่ แต่ก็คงเมื่อยอยู่ น่าจะซัก 1 กิโลได้ ความจริงมีที่พักที่อยู่ใกล้สะพานมอญมาก ชนิดที่เดินแค่ไม่กี่ร้อยเมตร จนถึงกับใกล้สะพานมองเห็นวิวเลย แต่เต็มหมดทุกที่ ยกเว้นโฮมสเตย์ที่ไม่รับจองล่วงหน้าต้องวอล์คอินเท่านั้น
ซึ่งเราไม่มั่นใจว่าจะว่างเมื่อเราไปถึงเลยไม่เสี่ยงดีกว่า

 

ลงมอเตอร์ไซต์พอดี มีร้านขายชุดตักบาตรตั้งแต่ตรงนี้เลย

 

เด็กๆชาวมอญ

ทางเดินลงสะพานมอญ

พอวินมอไซต์มาส่งถึงทางเดินลงไปสะพาน  เราเห็นมีคนเดินมารอไปสะพานมอญเหมือนเราเป็นกลุ่มๆ บ้างก็เอารถมาจอด บ้างก็เดินมาจากที่พักใกล้ๆ เราแวะซื้อของใส่บาตรที่มีวางขายข้างทางหลายจุด ชุดละ 100 มีหลายอย่างมีดอกไม้ด้วย เดินๆไปที่สะพานก็มีขายอีกเพียบ บางเจ้ามีที่กรวดน้ำให้ด้วย คนมารอที่สะพานเต็มไปหมด มีหลายคนกำลังใส่บาตรพระตั้งแต่ต้นๆสะพาน เราถ่ายป้ายสะพานชื่ออุตตมานุสรณ์ แล้วรีบเดินไปใส่บาตร พอตอนถ่ายรูปได้แต่ถ่ายรูปคนอื่นที่ไม่มีตัวเอง เอาวะ มาเอาบรรยากาศเนาะ มาคนเดียวก็เสียตรงนี้แหละ

 


ใส่บาตรพระได้รูปนึง เสร็จแล้วก็หันมาใส่บาตรเณรอีกสองรูป พอเราเดินมาเรื่อยๆ ถ่ายรูปบรรยากาศ รูปวิวภูเขาไกลๆ จากบนสะพาน ตลอดความยาวของสะพาน 1 กิโลก็ยังมีพระสงฆ์บิณฑบาตรและนักท่องเที่ยวยืนใส่บาตร ส่วนสาวๆ และบ้างก็ไม่สาวแล้ว หลายคนนุ่งผ้าซิ่นพม่า ผ้าซิ่นมอญมาใส่บาตรด้วย สวยงามดีเหมือนกัน

 

แต่บางทีดูๆไปเหมือนกับว่าเป็นการเตี้ยมสิ่งต่างๆให้นักท่องเที่ยวมากไปหรือเปล่าไม่รู้ แต่ก็เข้าใจได้แหละว่านักท่องเที่ยวมาจากที่อื่นๆ เค้าก็อยากสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ ขณะที่คนท้องถิ่นเค้าคงทำเป็นวิถีชีวิตปกติ เห็นเค้าว่าถ้าอยากเห็นวิถีชีวิตชาวบ้านจริงๆ ต้องเดินไปดูตามบ้านในหมู่บ้าน จะมีลุงป้าตายายยืนใส่บาตรหน้าบ้าน  

ส่วนเราพอเดินเรื่อยๆจะสะพานมาถึงฝั่งมอญ ยิ่งเห็นผู้คนยืนรอเป็นแถวอีกเพียบ โห ไม่รู้นี่หว่าว่ามีฝั่งนี้อีก จะได้มารอยืนใส่บาตรแถวนี้ เราเดินดูร้านค้าต่างๆข้างทาง คงจะเป็นตลาดมอญ มีร้านกาแฟด้วยหลายร้าน และมีผ้าพื้นเมืองขาย เครื่องเงิน และพวกเครื่องแป้ง ทานาคาต่างๆ เราได้ยินไกด์ที่มากับกลุ่มนักท่องเที่ยวตะโกนเรียกลูกทัวร์ นัดแนะอธิบายจุดยืนใส่บาตร ได้ยินว่าพระคุณเจ้าจากวัดวังวิเวการามท่านจะเดินออกมาบิณฑบาตรไม่กี่นาที เราเลยยืนดูและถ่ายรูปไว้

 

กลุ่มนักท่องเที่ยวตักบาตรบนสะพาน

 

เด็กที่ไหนๆก็น่ารัก เลยถ่ายรูปเด็กมอญไว้

นี่กายกรรมมอญป่าวเนี้ย

มีเด็กมอญ ก็ต้องมีน้องหมามอญด้วยสิ

 

พอเดินข้ามสะพานไปอีกฝั่ง ยังมียืนรอใส่บาตรอีกเยอะ รวมทั้งชาวมอญสังขละด้วย

 

ถ่ายจากบนสะพาน เป็นตลาดฝั่งมอญ สินค้าพื้นเมืองเยอะแยะ ถ้าเดินนานจะต้องหมดตัวแน่

 

บรรยากาศตลาดฝั่งมอญ มีทั้งร้ายขายของที่ระลึกและของใช้ ร้านอาหารเช้า โจ๊ก กาแฟ

 

ป้าคนนี้แกยืนขายชุดตักบาตรตรงฝั่งมอญ เห็นท่ายืนแล้วน่ากลัวแฮะ อิอิ

 

เราเดินดูร้านค้าของคนมอญหลายร้าน มีผ้าลุนตยาสวยๆด้วย แต่ว่าร้านนึงจะมีไม่กี่ผืน นอกนั้นเป็นลายอื่น เจอที่สวยถูกใจสีเหลืองกับสีม่วงอดใจไม่ไหวเลยเอามาสองผืน ไว้วันหน้าจะไปอีก อิอิ อ้อ แม่ค้าสาวชาวมอญแนะนำเสื้อผู้หญิงพื้นเมืองแบบมอญด้วย สวยดีนะ เป็นผ้าบางๆ มีลูกไม้ มีสีสรรสดใส แต่ไม่รู้จะใส่ไปงานไหนอ่ะเลยไม่ได้เอามา


ผ้าซิ่นลุนตยาที่เราเอามาจากตลาดมอญ

 
พอแดดเริ่มมา ดูนาฬิกา เกือบจะ 8 โมงละ มีเสียงเรียกลงเรือ เราคงต้องไปดูบ้าง ไปยืนดูป้ายและถามชาวบ้านที่มาคอยรับนักท่องเที่ยวลงเรือ เลยได้ข้อมูลว่านั่งเรือไปสามจุด 500 ถ้ามาเป็นกลุ่มเฉลี่ยนคนละไม่ถึง 100 ถ้าจุดเดียวเหมา 300 แล้วแต่จะเลือกไปวัดจมน้ำ ไปวัดวังวิเวการามและไหว้เจดีย์พุทคยา และวัดสมเด็จ เราเข้าใจว่าเป็นวัดที่อยู่ริมถนนก่อนเข้าตัวตลาด มาคนเดียวและกลัวขึ้รถกลับไม่ทันเช้านี้ เลยเลือกไปดูแค่วัดจมน้ำ 300 บาท ส่วนวัดสมเด็จเห็นแล้วอยู่ฝั่งไทย ค่อยจ้างวินมอไซต์ไปก่อนกลับ

 

ท่าขึ้นเรือเร็วล่องไปชมทิวทัศน์และวัดจมน้ำ สังเกตมีแพที่พักตรงนี้ด้วย แต่เราคงไม่ชอบ

 

วัดสมเด็จที่เรือจะพาไปถ้าเที่ยวนั้น เป็นวัดสมเด็จ(เก่า) ที่เป็นวัดร้าง เคยดูในรูป พระประธานองค์เดิมยังคงไว้ ส่วนวัดสมเด็จ(ใหม่) เป็นวัดฝั่งไทย ซึ่งเราเพิ่งมารู้ทีหลัง แบบว่าอ่านข้อมูลจนจับต้นชนปลายไม่ถูก 555 เราตกลงนั่งเรือเหมาไปดูวัดจมน้ำ โดยเรือที่เรานั่งเป็นโชเฟอร์ชาวมอญนุ่งโสร่ง ก็ดันแล่นไปติดๆดับๆ ตายละตรู นึกในใจ จะเอาชีวิตมาทิ้งซะที่นี่ไหมหนอ เรือติดแล้วก็ดับอยู่สองรอบ ตอนพี่แกแล่นมาใกล้ๆฝั่งก็ดับอีก เห็นตะโกนคุยกับเพื่อนอีกลำอะไรซักอย่าง น่าจะเป็นเครื่องมอเตอร์ไม่ดีรึไงเนี้ย 


 

สะพานมอญที่ถ่ายบนเรือ

 

สะพานลูกบวบสร้างตอนที่น้ำท่วมปีก่อน

บรรยากาศระหว่างเรือแล่นดีมากๆ ธรรมชาติสุดๆ ล้อมรอบไปด้วยทิวทัศน์ขุนเขาและสายน้ำ พอมาถึงทางขึ้นวัดจมน้ำ มีเด็กๆชาวมอญถือดอกไม้มาขายรุมกันเป็นกลุ่ม เสียงเซ็งแซ่ จนโชเฟอร์ที่นั่งรอเราอยู่ในเรือตะโกนบอกไม่ต้องซื้อหรอก แต่เราก็ซื้อของเด็กผู้ชายคนนึงที่แนะนำตัวว่า "เอาของดอกไม้ของไกด์ไหมครับ" เออ มีไกด์นำเที่ยวด้วยดีจัง


เราปล่อยให้น้องหนุ่มน้อยตัวดำๆแนะนำตัว ชื่อไรก็จำไม่ได้ซะแล้ว รู้แต่ว่าเป็นนักเรียนโรงเรียนวัดวิเวการาม เค้าคงสอนมาดี อธิบายเป็นเรื่องเป็นราวเลยล่ะ เริ่มต้นจาก "พี่เคยรู้ประวัติวัดจมน้ำของหลวงพ่ออุตตมะมาก่อนหรือเปล่าครับ" อืม นึกในใจต้องตอบยังสินะ ถึงแม้จะอ่านมาแล้วบ้าง เลยบอกว่า "ยังจ่ะ" เด็กชายตัวน้อยเลยเริ่มอธิบายเรื่อยมา ตั้งแต่ความเป็นมา เกร็ดต่างๆ เราก็มีถามแทรกบ้าง ไรบ้าง

 

 

เจดีย์พุทธคยาที่วัดวังก์วิเวการาม เราไม่ได้แวะ ได้แต่ยกมือไหว้บนเรือ

บริเวณรอบวิหารเก่าของวัด

หอระฆังยังตั้งตระหง่าน

โบสถ์ที่หลวงพ่ออุตตมะได้เคยฝังพระไว้ที่ผนัง

มุมนี้สวยตรงประตูวัด ถ่ายด้านหน้าย้อนแสง

 

 ถ่ายเซลฟี่กับไกด์หนุ่มน้อยชาวสังขละบุรีหน่อย

 

เรานั่งเรือกลับมาทางเดิมแล้วเดินขึ้นสะพานลูกบวบ รีบหามอไซต์ที่วิ่งมารอคิวพอดีให้ไปส่งวัดสมเด็จ และขอให้รอรับกลับด้วย แกถามนานไหม เราบอกไม่นานหรอก ไหว้แล้วก็กลับ พอไปถึงก็รีบไหว้พระและถ่ายรูปท่ามกลางแดดที่เริ่มร้อนไหว้พระนอนองค์ใหญ่ และถ่ายรูปโบสถ์แล้ว เดินกลับมาหน้าวัด พระท่านนั่งกันอยู่หน้าศาลาวัดเรียกให้โยมเข้ามาไหว้พระก่อนได้ เราเลยเดินเข้าไปไหวพระในศาลาพร้อมทำบุญด้วย พอเสร็จจากไหว้พระแล้ววินไปส่งถึงที่พัก หมดไป 20บาท เรารีบอาบน้ำอีกรอบเพราะเหงื่อโทรมกายเลย

พระนอนวัดสมเด็จ

 

    ไหว้พระท่ามกลางแดดเปรี้ยง

แวะไหว้พระในศาลา


เดินออกมาจากที่พัก ก่อนกลับคืนกุญแจพี่ผู้หญิงภรรยาหมวด แกบอกว่าแฟนแกพาแขกกลุ่มนึงไปเที่ยวฝั่งพม่า เราเลยบอกว่าไว้วันหน้ามีโอกาสจะพาเพื่อนมาเที่ยว พอดีต้องรีบกลับไปทำบุญอีกที่หนึ่ง

เราเดินจากที่พักลัดไปถึงตลาด เดินหาจุดรอรถบขส ตรงใกล้ที่ลงรถเมื่อวาน ถามพนักงานที่จุดขายตั๋ว เขาว่ารถใกล้มาแล้ว เที่ยว 9 โมงครึ่ง เราไม่ได้กินอะไรตอนเช้านอกจากซาละเปาเซเว่น  ซื้อเมื่อวานกับชานมที่ตลาดมอญ เลยแวะซื้อขนมปังไว้กินบนรถ เราถามพนักงานขายตั๋วรถผ่านม เกษตรกำแพงแสนไหม เขาบอกว่าผ่าน แต่ไม่เคยไปเหมือนกันนะ จะลงจุดจอดบขส ใช่ไหม (ด้วยสำเนียงไทยไม่ชัด) 

กลับแล้ว บ้ายบายสังขละบุรี 


ไม่นานรถบัสน่าจะคันเดิมก็มา  เที่ยวกลับนี้คนไม่เยอะ นั่งสบายๆ ไม่มีใครนั่งข้างด้วย เบาะนั่งหลังๆ ดูท่าเป็นคนมอญสังขละ พูดภาษาอะไรไม่รู้ พาลูกพาเต้ามาด้วยกระจองอแงเชียว พอถึงแถวทองผาภูมิก็มีนั่งท่องเที่ยวต่างชาติขึ้นมาอีก รถมาถึงเมืองกาญจน์ประมาณเที่ยง กว่าจะถึงกำแพงแสนก็บ่ายสองกว่า อากาศร้อนมาก 

นึกแล้วก็สนุกดีกับการผจญภัยในการเดินทางไกลคนเดียว ได้รสชาดของชีวิตอีกแบบ ถ้ามีโอกาสจะไปเยี่ยมอีกนะ สังขละบุรี

 





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

รายการประเด็นข่าวประเด็นธรรม สถานี ASTV วันที่ 07/01/54

สนทนาธรรมกับหลวงปู่พุทธะอิสระ ช่วงที่ 1 สุขใจเปลี่ยนแปลงตนเองรับปีใหม่ ช่วงที่ 2 กฎอนิจจัง ช่วงที่ 3 คำขวัญวันเด็กจากหลวงปู่พุทธะอิสระ

View All
<< มิถุนายน 2015 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]