• หมอแมว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mormaew@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 165672
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
หมอแมว เรื่องเล่าที่(เหมือนจะ)เกี่ยวกับการแพทย์
สุขภาพ การแพทย์ และเรื่องรั่วๆของหมอแมว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mor-maew
วันพุธ ที่ 8 เมษายน 2552
Posted by หมอแมว , ผู้อ่าน : 5137 , 22:14:15 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 Milk

 

อาหารแสลง ในความจริงก็คืออาหารที่แพทย์มักแนะนำให้หลีกเลี่ยงหรือไม่ควรกินในบุคคลที่ มีโรคใดโรคหนึ่งอยู่ ซึ่งหากจะลองแบ่งกว้างๆก็แบ่งออกได้เป็นสามจำพวก
มี โรคอยู่กลุ่มหนึ่ง ร่างกายมีความเสื่อมในการขจัดหรือทำลายสาร การได้สารพวกนี้เข้าไปเพิ่มเติมจะยิ่งเสริมให้เกิดอาการ นี่คืออาหารแสลงอย่างแรก
แสลงที่สอง ร่างกายมีความผิดปกติในระบบการย่อยการกิน ลักษณะทางกายภาพของอาหารจะเป็นตัวกำหนดว่าอาหารนี้จะแสลงหรือไม่
อีกชนิด ตัวอาหารที่กินอยู่ในขั้นที่มีพิษ หรือส่งผลต่อร่างกาย

เรามาดูกันทีละอย่างครับ


 

แสลงแบบแรก
อวัยวะ หลายชนิดของร่างกายเรา จะมีความเสื่อมถอยลงไปตามวัยที่ล่วงเลย ในสภาพที่ร่างกายปกติ เมื่อมีการกินหรือได้สารใดเข้าไป ก็จะทำลายหรือขับออกก่อนที่จะเป็นอันตราย แต่หากอวัยวะที่ทำหน้าที่เหล่านี้เสื่อมถอยลงไป การขับถ่ายสารก็จะแย่ลงและอาจเกิดอาการ
และเนื่องจากไม่ได้มาบรรยาย วิชาการ ชื่อโรคบางโรค จะใช้ตามที่คนทั่วไปเข้าใจและชอบถามกัน (อย่างเช่นที่เจอบ่อยคือโรคไต ซึ่งคนบางคนบอกหรือจำได้แค่นี้จริงๆ ซึ่ง ข้อมูลแค่นี้ไม่มีความหมายใดๆเลยในการรักษา เพราะโรคไตมีทั้งหายแล้วก็เป็นปกติและกลุ่มที่ไม่หายตลอดชีวิต)

เบาหวาน : เป็นโรคอันเกิดจากความผิดปกติของร่างกายในการใช้น้ำตาล ร่างกายไม่สามารถใช้น้ำตาลได้อย่างเต็มที่ และส่งผลให้มีน้ำตาลในเลือดสูง ทางหนึ่งที่ช่วยใน การลดอันตรายจากการที่น้ำตาลสูงก็คือการลดการนำเข้าน้ำตาลสู่ร่างกาย โดยหลีกเลี่ยงอาหารที่ปล่อยน้ำตาลเข้าสู่ร่างกายอย่างรวดเร็วและปริมาณมาก
- ผลไม้ ผลไม้ส่วนใหญ่มักมีน้ำตาลผสมอยู่ แม้ว่าแพทย์จะแนะนำให้กินอาหารที่มีเส้นใยมาก แต่การกินผลไม้เพื่อเอาเส้นใยในผู้ป่วยเบาหวานเห็นจะเป็นการเพิ่มน้ำตาล เสียมากกว่า ... (ผลไม้ในที่นี้รวมไปถึงน้ำผลไม้ ผลไม้อบแห้ง หรือผลไม้กวน.. เอาเป็นว่าขอให้หวานอร่อยเป็นอันหลีกเลี่ยง)
- อาหารที่ย่อยเร็ว น้ำตาลที่ร่างกายเราใช้คือกลูโคส ซึ่งเราถือเอาการดูดซึมกลูโคสเข้าสู่ร่างกายเป็นเกณฑ์ในการเปรียบเทียบว่า อาหารใดดูดซึมได้เป็นกี่เท่าเมื่อเทียบกับ กลูโคส (glycemic index) อาหารที่มีค่านี้สูงก็จะดูดซึมเร็ว และทำให้น้ำตาลในเลือดขึ้นสูงได้มากกว่าอาหารที่ให้พลังงานเท่ากันแต่มี Glycemic indexต่ำ
คนที่เป็นเบาหวานมักรู้เรื่องการหลีกเลี่ยงของหวาน ผมเชื่อเช่นนั้น แต่ก็เชื่อว่าหลายๆคนคงจะไม่ได้นึกถึงเรื่องการดูดซึม ... ใบ้ให้ว่า ในปริมาณแป้งและน้ำตาลที่เท่ากัน ระหว่าง 1. ข้างเหนียว 2. ข้าวเจ้า 3. ทุเรียน ในสามตัวนี้ ทุเรียนทำให้น้ำตาลขึ้นได้ไม่สู้ข้าวเจ้า และข้าวเหนียวที่เราๆท่านๆว่ากันว่ากินแล้วอยู่ท้องย่อยช้าน่ะ ที่จริงย่อยเร็วและทำให้น้ำตาลสูงได้มากกว่าเสียอีก(ในปริมาณน้ำตาลที่เท่า กัน)

ตับแข็ง : เป็นโรคที่เป็นผลของโรคตับหลายๆโรค เช่นตับอักเสบ กินเหล้ามาก ได้รับสารพิษ แต่จะอะไรก็แล้วแต่ ผลที่ออกมาก็คือ ตับจะอยู่ในสภาพที่ทำงานไม่ค่อยได้เหมือนกันเนื่องจากตับมีหน้าที่หลักเป็น โรงงานในการทำลายสารพิษของร่างกาย การที่ตับเสียไป ก็จะขับถ่ายทำลายของเสียบางชนิดไม่ได้
- เหล้า เป็นอาหารที่แสลงตับมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากสาเหตุของตับแข็งนั้นเกิดจากการกินเหล้ามาก , ข้อนี้ถือว่าเป็นข้อสำคัญ เนื่องจากมีคนจำนวนมากที่มี ความเชื่อว่า "การหยุดเหล้าจะแสลงตับ" ตัวผมเองยังเคยโดนญาติคนไข้ตำหนิว่าที่คนไข้อาการแย่ลงเป็นเพราะหมอสั่งห้าม เหล้า
สาเหตุที่คนจำนวนมากยังเชื่อว่าการกินเหล้าจะช่วยรักษาตับ ส่วนการหยุดเหล้าจะทำลายตับ ก็น่าจะมาจากเมื่อหยุดเหล้าจะเกิดอาการของการขาดเหล้า(สั่น เห็นภาพหลอน การรับรู้ลดลง ความดันโลหิตผิดปกติ) แต่เมื่อดื่มเหล้ากลับเข้าไป อาการเหล่านั้นก็จะหายไป
ดังนั้นต้องยืนยันอีกครั้งว่า เหล้า เป็นของแสลงต่อร่างกาย
- ยา โดยทั่วไปยาหลายชนิดจะทำลายที่ตับ ซึ่งก็ยังพอจะสามารถทำลายได้แม้จะมีตับแข็งอยู่บ้าง.. แต่มียาหลายชนิดที่มีผลต่อตับมากและควรหลีกเลี่ยงในคนที่เป็นตับแข็ง ดังนั้นควรบอกแพทย์และเภสัชทุกครั้งที่รับยาว่ามีโรคนี้อยู่

หัวใจ : คำว่าโรคหัวใจ มีได้หลายโรค แต่ละโรคมีความแตกต่างกัน(อย่างเช่นบอกว่าหัวใจโต แต่โรคที่ทำให้หัวใจโตมีตั้งหลายโรคยุ่บยั่บไปหมด) ... การจะรู้จักอาหารแสลงก็ควรถามจากหมอที่รักษาครับ
ความดันโลหิตสูง : เป็นโรคที่มีสาเหตุหลายสาเหตุ ซึ่งหนึ่งในนั้นมีเรื่องเกลือเข้ามาเกี่ยวข้อง อาหารที่ถือว่าอาจจะแสลงสำหรับคนที่เป็นความดันโลหิตสูง คือเกลือชนิดต่างๆ ทั้งนี้ นอกจากเกลือแกง ต้องอย่าลืมนึกถึงเกลือที่ผสมปนในเครื่องปรุงหรืออาหารสำเร็จรูปต่างๆ

ไต : เช่นเดียวกับหัวใจ คำว่าโรคไตไม่ได้บอกอะไรนัก ดังนั้นคงจะบอกได้แต่ว่า ถ้าสงสัยว่าเป็นก็ให้ลดอาหารที่มีเกลือ(เพราะไตทำหน้าที่ขับถ่าย ซึ่งรวมทั้งขับถ่ายเกลือ) และหยุดการกินยาที่ไม่จำเป็น (ยาหลายชนิดและสารหลายๆอย่างในอาหารสำเร็จรูป ก็ขับทางไต) จากนั้นก็ไปหาตัวคนที่บอกว่าคุณเป็นโรคไต แล้วก็ถามว่าห้ามกินอะไรหรือเปล่า

แสลงแบบที่สอง ทางเดินอาหาร
ทาง เดินอาหารของคนเรา เป็นเหมือนท่อที่เริ่มมาตั้งแต่ปากไปจนถึงทวารหนัก โดยระหว่างทางมีท่อน้ำย่อยต่อจากอวัยวะอื่นๆเข้ามา เช่นเดียวกันกับอย่างแรก ในกรณีที่ทางเดินอาหารมีโรคบางอย่างหรือมีภาวะบางอย่าง การทำงานก็จะผิดแผกไปจากเดิม

กระเพาะอาหาร : การทำงานของมันคือหลั่งกรดย่อยอาหารและส่งต่ออาหารที่ย่อยแล้วไปที่ลำไส้ เล็ก การมีอาหารค้างอยู่ในกระเพาะนาน ก็จะเกิดอาการของท้องอืดเฟ้อ การหลั่งกรดมาก บางครั้งก็ส่งผลให้เกิดอาการของท้องอืดเจ็บเสียดท้อง (ภาษาชาวบ้านเรียกว่าโรคกระเพาะ ภาษาหมอเรียกว่าDyspepsia ซึ่งไปแยกเป็นกลุ่มโรคกระเพาะแบบมีแผลหรือไม่มีแผล) จะเป็นโรคใดก็ตามที สิ่งที่คล้ายๆกันคือเมื่อมีอาการ ก็ควรให้กระเพาะทำงานน้อยลง
การทำงาน ของกระเพาะ มีคำๆหนึ่งที่เรียกว่า Gastric emptying time คือ เวลาที่กระเพาะใช้ในการส่งอาหารออกจากกระเพาะไปลำไส้ โดยขึ้นอยู่กับอาหารว่าเป็นอาหารแข็งอ่อนชิ้นใหญ่เล็ก และอาหารที่มีไขมันผสมอยู่มาก การย่อยในกระเพาะจะช้า เวลาที่ใช้ก็จะนาน.... ยิ่งอาหารนั้นใช้เวลาในกระเพาะนานเท่าใด อาการทางกระเพาะก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้น
ดังนั้นถ้าหากเป็นโรคกระเพาะ(ไม่ ว่าจะอะไร) ควรหลีกเลี่ยงอาหารประเภทไขมัน,อาหารปริมาณมากๆในมื้อเดียว,หรืออาหารที่ ชิ้นใหญ่ๆ(ในคนที่กินแล้วเคี้ยวไม่ละเอียด)

ถุงน้ำดี : เป็นอวัยวะที่อยู่ในตับ ทำหน้าที่ปล่อยน้ำดีซึ่งเป็นน้ำที่มีหน้าที่ย่อยไขมันที่เรากิน โรคที่เป็นกันของถุงน้ำดี ก็ได้แก่นิ่วในถุงน้ำดีและถุงน้ำดีอักเสบ ซึ่งมักมีอาการปวด ดังนั้นถ้าหากรู้ว่าเป็นโรคดังกล่าวหรือมีความเสี่ยงจะเป็นโรคดังกล่าว ก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารกลุ่มที่มีไขมันปนมากๆ

ตับอ่อน : มีหน้าที่หลั่งน้ำย่อยสารพวกโปรตีนและไขมัน โรคเจ้าประจำของอวัยวะนี้ก็คือตับอ่อนอักเสบ... เพียงแต่ว่าการกินอาหารมักไม่ได้กระตุ้นให้อาการของโรคกำเริบ แต่มีอาหารแสลงกลุ่มที่สำคัญกว่าคือเหล้า.. คนที่เคยเป็นตับอ่อนอักเสบ ต้องงดเหล้าเป็นหลัก

ลำไส้ : โดยปกติ ถ้าอาหารผ่านมาถึงแถวๆนี้ได้ มักจะไม่ค่อยมีปัญหาอะไรแล้ว หากแต่ว่ามีคนไข้กลุ่มหนึ่งที่หมอจะต้องจำกัดเรื่องอาหาร

- ผ่าตัดอะไรก็ตามในช่องท้อง : เวลาผ่าตัดไม่ว่าจะเป็นผ่าคลอด ผ่าไส้ติ่ง ผ่ากระเพาะฯลฯ หมอจะต้องเอามือเข้าไปจับของในท้อง ช่วงที่ลำไส้โดนมือจับ มันจะหยุดการเคลื่อนไหวไป1-3วันแล้วแต่รายๆ ดังนั้นหลังการผ่าตัด หมอจะให้งดน้ำงดอาหาร จากนั้นจะค่อยๆให้กินน้ำ อาหารอ่อน และอาหารปกติตามลำดับ การขัดคำแนะนำและไปกินก่อนเวลา จะทำให้อาหารที่กินเข้าไปไม่สามารถเดินทางผ่านลำไว้ได้ เกิดอาหารอืดและอ้วก
- ผ่าตัดการแตก ทะลุ ฉีกขาด ของทางเดินอาหาร ... เช่นรถชนท้องกระแทกลำไว้ฉีก ,กระเพาะทะลุ พวกนี้ก็งดน้ำงดอาหารเช่นกัน แต่งดนานกว่า เนื่องจากอวัยวะพวกลำไส้กระเพาะ มีผนังอยู่สามชั้นคือผิวนอก ผิวใน และเนื้อ เวลาผ่าตัดต่อหรือเย็บรูรั่ว พวกผิวๆจะสมานเต็มที่ในสามวัน ส่วนเนื้อในจะสมานในเจ็ดวัน (นึกภาพแผลมีดบาด ถึงผิวจะปิดแล้วแต่ถ้ากระแทก ข้างในก็ฉีก) ดังนั้นหมอจะให้งดอาหารเป็นเวลาเจ็ดถึงสิบสี่วัน... การขัดคำสั่ง อาจส่งผลทำให้ส่วนที่ผ่าไว้ขาดออกจากกันถึงตายได้
- โรคทางลำไส้บางชนิด อย่างเช่นลำไส้อักเสบ ท้องเสีย , พวกนี้ลำไส้ต้องการการพัก อาหารที่จะกินก็ควรจะเป็นกลุ่มที่ย่อยง่ายไม่ระคายพื้นผิวลำไส้ ก็ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสจัด อาหารมื้อโตๆหรือว่าการเคี้ยวอาหารไม่ละเอียด(เพราะย่อยในกระเพาะนาน กระเพาะก็ค่อยๆส่งให้ลำไส้ ลำไส้ต้องทำงานนาน) ,และอาหารที่สร้างแก๊สในกระเพาะ(เช่น นม ถั่ว)

แสลงอย่างที่สาม อาหารมันแสลงเอง
มีแค่ตัวอย่างอาหารที่พบประจำ

นม : ในหลายๆคนที่ไม่เคยชินกับการดื่มนม เวลากินเข้าไปอาจมีอาการท้องเสียได้ เนื่องจากในลำไส้ไม่มีเอนไซม์ย่อยน้ำตาลแลคโตสในนม

อาหารรสจัด : ในบางคน การกินอาหารที่รสจัด ก็ส่งผลให้เกิดอาการท้องเสีย ปวดมวนในท้อง (และแสบรูตูดเวลาถ่าย)

เหล้า : เป็นอาหารที่แสลงตั้งแต่ปากยันรูก้น เพราะกระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยจากส่วนต่างๆ และทำลายตับ ในคนที่มีอาการปวดท้องของโรคกระเพาะ เหล้าก็กระตุ้นให้เกิดอาการปวดได้ กระตุ้นการหลั่งน้ำย่อยของตับอ่อน อาจทำให้เกิดตับอ่อนอักเสบได้ และเหล้าก็ทำให้ตับต้องทำงานมากขึ้นในการกำจัดสารพิษนี้ออกจากร่างกาย
-_-'''''''' อาหารที่เหลือนึกไม่ออกแล้วครับ





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน