• หมอแมว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mormaew@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 165143
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
หมอแมว เรื่องเล่าที่(เหมือนจะ)เกี่ยวกับการแพทย์
สุขภาพ การแพทย์ และเรื่องรั่วๆของหมอแมว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mor-maew
วันอาทิตย์ ที่ 10 มิถุนายน 2555
Posted by หมอแมว , ผู้อ่าน : 8331 , 12:23:07 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 5 คน arattikron , BlueHill และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

เนื่องจากระยะนี้มีข่าวโรคจิตที่ตระเวนฉีดน้ำกรดใส่คนตามที่ต่างๆ ดังนั้นหมอแมวจะขอเสนอเรื่องวิธีปฐมพยาบาลเมื่อพบกับเหตุการณ์แบบนี้นะครับ

ก่อนที่จะไปถึงวิธีปฐมพยาบาล หลายคนอาจจะสงสัยที่ว่าหลายช่องเสนอข่าวว่าหมอยังไม่ทราบว่ามันเป็นสารตัวไหน ... แต่เราเห็นๆอยู่ว่านั่นมันคือกรดไม่ใช่เหรอ ?
ดังนั้นเรามารู้จักกับสารที่ทำให้เกิดอาการเหมือนโดนน้ำกรดสาดดีกว่า

สารกลุ่มนี้เราเรียกรวมๆว่าสารมีฤทธิ์กัดกร่อนและสารที่ทำให้เกิดผิวหนังไหม้ครับ
1. กรด : กรดที่เจอบ่อยๆในชีวิตประจำวันคือพวกกรดไฮโดรคลอริคที่เจอได้ในน้ำยาล้างห้องน้ำ นอกจากนี้ยังมีพวกน้ำยาขัดพื้น น้ำยาเช็ดสนิม
2. ด่าง : ด่างที่เจอได้บ่อยในชีวิตประจำวันได้แก่พวกน้ำยาล้างห้องน้ำบางยี่ห้อ และผงทะลวงท่อล้างสิ่งอุดตันในท่อน้ำ ปูนซีเมนต์(ทั้งผงและน้ำ)
3. สารออกซิไดซ์ : คือกลุ่มสารที่ทำลายผิวหนังด้วยการออกซิไดซ์เป็นหลัก ที่เจอบ่อยๆคือกลุ่มคลอรีน สารในชีวิตประจำวันที่เจอได้ก็คือพวกน้ำยาซักผ้าขาว น้ำยาเติมสระน้ำ
4. โลหะ : พวกตัวแร่ธาตุแม็กนีเซียม โซเดียม โปแตสเซี่ยม ลิเที่ยม พวกสารเหล่านี้ในสภาพโลหะบริสุทธิ์จะเกิดความร้อนหรือลุกไหม้เป็นไฟได้หากถูกน้ำ
5. ฟอสฟอรัสขาว : พวกนี้เผาไหม้ได้ที่อุณหภูมิร้อนๆ พอจุ่มน้ำก็ดับ พอพ้นน้ำร้อนมานิดนึงก็ไหม้ต่อ
สารพวกนี้มันต่างกันยังไง
ในระดับการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจะต่างกันเล็กน้อยครับคือ
ถ้าสารมาในรูปแบบน้ำ เราต้องทำความสะอาดด้วยการล้างน้ำ ในขณะที่หากสารนั้นมาในรูปของของแข็ง การโดนน้ำอาจจะทำให้สารบางตัวเกิดปฏิกริยา เช่นพวกผงล้างห้องน้ำ หรือโลหะบริสุทธิ์ ดังนั้นพวกที่มาในรูปของแข็งก็ต้องปัดออกให้มากที่สุดก่อนการล้างน้ำครับ

วิธีปฐมพยาบาลและจัดการเมื่อถูกน้ำกรดสาดสารเคมีราด

1. หากเห็นคนพยายามสาดน้ำหรืออะไรใส่

ให้หลบและหาอะไรก็ได้บังดวงตา , ไม่ต้องอายที่จะหลบหรือร้องขอความช่วยเหลือ เพราะว่าคนที่จู่ๆสาดน้ำใส่เรา ไม่ใช่คนปกติอยู่แล้ว


2. เมื่อหลบแล้วปรากฎว่ามีส่วนใดของร่างกายที่โดนสารนั้นแล้วเกิดเจ็บแสบร้อน แปลว่าถูกสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อนแล้ว

ให้ตะโกนขอความช่วยเหลือทันที

3. พยายามล้างน้ำให้เร็วที่สุด  ล้างมากๆ ล้าง ล้าง ล้าง และก็ล้าง จนกระทั่งไปถึงคาร์เนกี้ฮอลล์
 

- การล้างเร็วที่สุดจะยิ่งดี ไม่ควรหวังไปล้างที่โรงพยาบาล เพราะการล้างหลังจากโดนแล้วเกิน 10 วินาที มีความสัมพันธ์กับการบาดเจ็บที่ผิวหนังที่มากขึ้น ดังนั้นต้องล้างให้เร็วที่สุด
- หากพบว่าสารที่มาติดตัวเราจนไหม้เป็นของแข็ง ให้ปัดให้มากที่สุด แล้วก็เริ่มล้าง
- ไม่ควรเสียเวลาไปหาผ้าหรือกระดาษมาซับก่อนล้างน้ำ เพราะการล้างน้ำอย่างเดียวเพียงพอที่จะล้างเอากรดด่างออกจากผิวได้ในเวลาสั้นๆ  อีกทั้งการใช้ผ้าหรือกระดาษซับ หากไปถูก็มีโอกาสไปทำให้ผิวหนังเกิดความชอกช้ำบาดเจ็บมากยิ่งขึ้น , จะใช้กระดาษซับก็เพียงกรณีที่หาน้ำไม่ได้เลยจริงๆ (จะว่าไป ลองเปิดดูในหนังสือและPaperต่างๆ ยังไม่เจอฉบับไหนที่พูดถึงกระดาษซับเลย)

4. สารที่ใช้ล้าง
น้ำเปล่าดีที่สุดครับ น้ำประปาก็ได้
คำถามคือใช้สารที่เป็นกรดหรือด่างล้างได้หรือไม่ จะเอาด่างทับทิมหรือโซเดียมไบคาร์บอเนตผงฟูล้างได้ไหม คำตอบคือไม่ควรด้วยสองเหตุผลครับ เหตุแรกคือ การล้างด้วยสารที่ตรงข้ามกัน ปฏิกริยาเคมีที่เกิดขณะหักล้างกันจะเกิดความร้อนขึ้นทำให้เกิดการไหม้ได้เพิ่มขึ้น และประการที่สองคือ เราไม่มีทางรู้เลยว่าน้ำที่เราคิดว่าเป็นน้ำกรดนั้นเป็นกรดหรือด่าง
หากเราคิดว่าอีกฝ่ายใช้น้ำกรดมาราดเลยไปเอาด่างมาล้าง แล้วจริงๆมันคือโซดาไฟล่ะครับ
อาการเผาไหม้ของผิวหนังที่เกิดจากน้ำกรดและน้ำด่างไม่มีความแตกต่างกันครับ ที่เรียกๆกันว่าน้ำกรดๆในหนังสือพิมพ์นั่นคือภาษาทั่วไป ไม่ได้หมายความว่ามันคือกรด มันอาจจะเป็นด่างก็ได้

5. วิธีการล้าง
- หากของอยู่ในสภาวะของแข็ง ให้ปัดออกให้มากที่สุด ถอดเสื้อผ้าที่ถูกสารนั้นออก จากนั้นล้าง
- วิธีการล้างคือการล้างให้ผ่านน้ำโดยที่น้ำจากการล้างนั้นไม่ไหลไปโดนส่วนอื่นของร่างกาย และใช้น้ำที่เปิดเบาๆอย่าเปิดแรง เพราะเนื้อเยื่อส่วนที่บาดเจ็บจะแย่กว่าเดิมหากถูกแรงดันน้ำมากๆ
- หากสารนั้นเป็นของเหลวและเปื้อนเสื้อผ้า ให้ถอดเสื้อผ้าออกหรือตัดเสื้อผ้าส่วนนั้นออก ในกรณีที่ไม่มีถุงมือ ควรระมัดระวังเวลาถอดตัดเสื้อผ้า เพราะสารกัดกร่อนนั้นอาจจะมาไหม้มือเราแทนได้ และในกรณีที่มีน้ำมากพอ(น้ำเป็นถังๆ สายยางฉีดน้ำหรือฝักบัวอาบน้ำ) ให้ใช้ล้างน้ำให้มากและถอดตัดเสื้อผ้าส่วนนั้นขณะที่ล้างน้ำไปเลย

- หากสารนั้นเข้าตา ให้ล้างน้ำให้มากที่สุด ควรใช้น้ำเปล่า น้ำก๊อก น้ำดื่ม  ไม่ควรใช้น้ำยาล้างตาพวกกรดบอริค (เสียเวลา อันตรายกว่า)
-ในกรณีโดนเข้าที่ตาพร้อมๆกันกับโดนตามตัวหลายที่พร้อมๆกัน ให้ล้างโดนฝักบัวอาบน้ำจะลดอาการบาดเจ็บได้ดีที่สุด
- การล้างควรล้างให้มากที่สุดและใช้เวลานาน อย่างน้อย 5-10นาที และหลังจากล้างเสร็จและรอการนำส่งโรงพยาบาล หากยังมีอาการแสบร้อนอยู่ ให้ล้างซ้ำอีกรอบ

สำหรับหลายหลากคนที่บอกว่าไม่ควรล้างด้วยน้ำทันทีเพราะมีความเสี่ยงหากเป็นสารที่ทำปฏิกริยากับน้ำอาจจะแย่ได้ ก็ต้องชั่งน้ำหนักนะครับ เพราะอย่าลืมว่าเราต้องจัดการล้างให้ได้เร็วที่สุดหรือใน10-15วินาทีแรก และถ้าลองดูดีๆจะเห็นว่าสารพวกที่ทำปฏิกริยากับน้ำจึงจะกัดผิวได้ ล้วนแต่หายาก ... โลหะโซเดียม ก็ไม่ได้หาง่ายๆ

ยกเว้นว่าเรามีนักวิทยาศาสตร์โรคจิตออกมาจากห้องแลป -_-‘


6. การใช้ยาทาหลังการล้าง
ไม่ควรใช้ยาฆ่าเชื้อ หรือยาใดๆทาผิวหนังหลังจากล้างครับ

7. การเคลื่อนย้ายไปรพ.
1669 สายด่วนเรียกรถพยาบาลจากรพ.ที่ใกล้ที่สุด
191 ตำรวจ ถ้าคุณโทรติดหรือจับคนร้ายได้
1677 ร่วมด้วยช่วยกัน
ถ้าอาการไม่หนักมากและคิดว่าไปรพ.ได้เร็วกว่าก็ไปรพ.ก่อนครับ แจ้งแพทย์ด้วยว่าโดนอะไรจะได้ตรวจเพื่อเตรียมใช้ในใบแจ้งความครับ จะได้ไม่ต้องเทียวไปเทียวมา

 

เอกสารอ่านเพิ่มเติม

1. Tintinalli - Emergency medicine 6th ed - บทที่ 181 Caustics
2.  Chemical Burns in Emergency Medicine Treatment & Management http://emedicine.medscape.com/article/769336 
3.  Approach to Chemical Burns Treatment & Management http://emedicine.medscape.com/article/1215950




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Hiriotappa วันที่ : 11/06/2012 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Hiriotappa

ดังนั้นเขาน่าจะเป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดกับสิ่งเหล่านั้นหรือเปล่าครับ การสาดน้ำกรดนั้นจุดประสงค์นั้นคือการทำให้เสียโฉมคนอื่นไม่กล้าเข้าใกล้ การสาดน้ำกรดทางวาจาก็เป้นที่นิยมเหมือนกัน แต่ตั้งแต่เข้าชุมชนเนชั่นมา ผมรู้เลยครับว่าแน่นหนาขนาดไหนขนาดที่รู้ได้เลยว่าใครโกหก ตอแหล หรือคิดจะแกล้งใคร ตัวเองก็รอดมาได้ทุกครั้งเพราะคนในชุมชนมีหูตากว้างไกลนั่นแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
deeryarch วันที่ : 11/06/2012 เวลา : 08.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deeryarch

ขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
arattikron วันที่ : 11/06/2012 เวลา : 08.15 น.

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
BlueHill วันที่ : 11/06/2012 เวลา : 08.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ข้อมูลเป็นประโยชน์มากทีเดียวครับ
วิธีนี้ นำไปประยุกต์ใช้กับคนที่โดนสารเคมีอื่น ๆ ได้ด้วยหรือเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ni_gul วันที่ : 11/06/2012 เวลา : 07.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ข่าวทีวีว่า ให้ล้างด้วยน้ำสะอาดตั้ง 15 นาที แน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ni_gul วันที่ : 11/06/2012 เวลา : 07.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

เกิดคนบ้าผู้นี้เปลี่ยนจากกรดเป็นด่างซึ่งเราไม่อาจรู้ว่าโดนกรดหรือด่าง ...
ดังนั้นถ้าโดน...ก็ล้างด้วน้ำสะอาดมากๆ ไว้ก่อน น่าจะปลอดภัยที่สุดนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ฅนเมือง วันที่ : 10/06/2012 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toncmi
 

ถ้าสังเกตเห็นและพอรู้เป็นโรคจิต จะพยายามไม่เข้าใกล้
ขอบคุณข้อมูลดีๆ ครับ
https://sites.google.com/site/discountstoreandcompare/link-promote

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
missvanda วันที่ : 10/06/2012 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/missvanda

ขอบคุณที่สำหรับข้อมูลค่ะ อันตรายจริงๆ ทำไมคุณตำรวจไม่รีบๆจับผู้ร้ายไปสักที สะเทือนขวัญสาวชาวกรุงมาก

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน