• หมอแมว
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mormaew@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2009-03-26
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 165216
  • ส่ง msg :
  • โหวต 23 คน
หมอแมว เรื่องเล่าที่(เหมือนจะ)เกี่ยวกับการแพทย์
สุขภาพ การแพทย์ และเรื่องรั่วๆของหมอแมว
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/mor-maew
วันศุกร์ ที่ 29 มิถุนายน 2555
Posted by หมอแมว , ผู้อ่าน : 1622 , 06:26:21 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน พันธุ์สังหยด , rosawan โหวตเรื่องนี้

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา มีข่าวน่าสนใจเกี่ยวกับการกินแคลเซี่ยมเสริมว่าอาจจะทำให้เกิดโรคหัวใจเพิ่มขึ้นได้
เริ่มมาจากบทควาที่ลงในเว็บหนังสือพิมพ์ New York Timesเมื่อ24พฤษภาคม2555เรื่อง Taking calcium may pose heart risks และในเว็บหนังสือพิมพ์ Daily Telegraph เรื่องCalcium pills 'double heart attack risk.' 
ในเวลาไม่นาน หัวข้อนี้ถูกนำไปพูดกันทั่วไป แม้แต่ในนิตยสารสุขภาพและความงามก็มีคนถามกันพอสมควร   ดังนั้นเราจะไปดูที่มาที่ไปครับ
เรื่องเริ่มมาจากมีงานวิจัยที่จะลงตีพิมพ์ในวารสารโรคหัวใจ
LI K, Kaaks R, Linseisen J, et al. Associations of dietary intake and calcium supplementation with MI and stroke risk and overall CV mortality in the Heidelberg cohort of the European Prospective Investigation into Cancer and Nutrition Study (EPIC-Heidelberg). Heart 2012; 98:920-925.
ในงานวิจัยชิ้นนี้ทำโดยสำรวจจากประชากรยุโรปจำนวน 23980 คน ที่อายุระหว่าง 35-64 ปี และยังไม่เคยเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจหรือสมองมาก่อน โดยให้คนเหล่านี้ตอบแบบสอบถามเรื่องการใช้ชีวิต การกินอาหาร และอาหารเสริมที่ได้รับในช่วง 1 ปีก่อนหน้านั้น จากนั้นติดตามผลการศึกษาไป 10ปี 10ปีผ่านไป ก็พบว่ามีคนเป็นโรคหัวใจขาดเลือด 354คน เส้นเลือดสมอง260คน และตายจากโรคหลอดเลือดสมองหรือหัวใจ267คน จากนั้นเค้าก็เอาคนที่ตายหรือป่วยมาเทียบประวัติอาหารการกินกันครับ  พบว่า

1. คนที่กินแคลเซี่ยมที่ได้จากอาหารประจำวันมากกว่ามาตรฐาน ป่วยด้วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด น้อยกว่ากลุ่มที่ได้แคลเซี่ยมจากอาหารน้อย
2. แต่ในกลุ่มนี้เรื่องเส้นเลือดสมองตีบหรือการตายจากโรคเส้นเลือดสมองและหัวใจ ไม่ได้ต่ำกว่า ก็เท่าๆกัน
3. แต่หากเปรียบเทียบในกลุ่มที่กินแคลเซี่ยมแบบอาหารเสริม พบว่ากลุ่มที่กินมีอัตราการเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดมากกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้
4. และพอตัดกลุ่มย่อยลงไปอีก กลุ่มที่ใช้แคลเซี่ยมอาหารเสริมอย่างเดียวโดยไม่ใช้อย่างอื่น มีอัตราการเป็นกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดที่สูงกว่ากลุ่มที่ไม่ใช้

ทางคณะผู้วิจัยเอง มีแนวคิดว่า อาจจะเป็นไปได้จากการที่แคลเซี่ยมในอาหารเสริม เวลาเข้าไปเป็นเม็ดๆ การดูดซึมอาจจะเร็วกว่าและทำให้แคลเซี่ยมในเลือดสูงแบบมากๆในเวลาสั้นๆ ซึ่งตรงนั้นอาจก่อเรื่องต่อหัวใจได้มากกว่าปกติ ต่างจากแคลเซี่ยมที่มีในอาหารที่ดูดซึมได้ช้ากว่า
แต่อย่างไรก็ตามผู้วิจัยเองก็บอกว่าจากงานวิจัยนี้ไม่สามารถสรุปได้ว่าแคลเซี่ยมในอาหารเสริมจะอันตรายและเป็นสาเหตุของโรคหัวใจ ทั้งในแง่ของข้อจำกัดของงานวิจัยที่มีหลายอย่าง (ลองคิดเอาว่าระดับแคลเซี่ยมที่กิน อาหารที่ใช้ ปัจจัยเสี่ยงต่างๆ สาเหตุที่กินอาหารเสริม พวกนี้คือของที่ผู้ถูกวิจัยเป็นคนรายงานเอง แถมไม่มีการลงรายละเอียดของอาหารเสริมแคลเซี่ยมว่ามาจากไหนขนาดเท่าไร)
เพียงแต่สิ่งที่ผู้วิจัยคิดถึงคือ แม้จะยังไม่แน่ชัดว่ามันเพิ่มความเสี่ยงต่อหัวใจก็จริง แต่มันก็มีความเสี่ยงต่อการเกิดนิ่วและอาการของทางเดินอาหาร ดังนั้นไม่ควรมองว่ามันเป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัย100%แต่ควรระวังผลแทรกซ้อนด้วย หากใครกินเองโดยที่หมอไม่ได้สั่งจ่าย ก็ควรระวังไว้ให้ดี




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 29/06/2012 เวลา : 15.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ไม่ควรกินมากเกินไปครับ กิน ๆ หยุด ๆ ไปมั่งก็ได้ ไม่ควรกินติดต่อกันนาน ๆ ทุกอย่างมีผลร้ายทั้งนั้นหากมากเกินไป

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
แม่หมี วันที่ : 29/06/2012 เวลา : 09.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

กินแคลเซียมทุกวันเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
rosawan วันที่ : 29/06/2012 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rosawan
AT  THE  END  OF  THE  STORM  THERE'S  A  GOLDEN  SKY.

ขอบคุณข้อมูลที่เสมือนคำเตือนที่ดีมีประโยชน์
ถึงแม้บางส่วนของผลไม่ได้หมายถึงชัวร์ 100%


อยากมองถึงประเด็นงานวิจัยสักหน่อยนะคะ
ประมาณว่าที่มาและปัจจัยเออออกันมาเองในกลุ่มวงแคบ ผลวิจัยเลยยังไม่แน่ชัด
นี่เป็นงานวิจัยที่เกี่ยวกับการแพทย์(ไม่ใช่แบบผลโพลสำรวจอารมณ์ผู้คนที่แค่ส่งแบบสอบถาม-ถามนำให้ได้ผล-ที่ยกเมฆกันมาก็แค่เหน็บแนมค่อนแคะกัน)อย่างนี้แล้ว---ใครคือผู้กำหนดหลักการหรือมาตรฐานการวิจัยและงานวิจัยที่จะมาสรุปแล้วสามารถนำมาลง"เผยแพร่"ต่อสาธารณชนกันล่ะ จริงมั้ย
หรืองานวิจัยที่ไม่พร้อมสรรพแบบนี้ทำกันได้แล้วตีพิมพ์กันได้ง่ายดาย
...ต่อมาถ้ามีใครเห็นแย้งก็ว่ามา แล้วเรื่องจะค่อยๆถูกตีแตกไป
ทีนี้ใครจะรับผิดชอบความเชื่อบางส่วนที่ผู้คนหลงเชื่อและเข้าใจผิดกันไปแล้วละเนี่ย

อย่างนี้แล้วงานวิจัยหรือแม้แต่วารสาร(แทนที่จะเป็น)ความรู้เรื่องยาก็ไม่ผิดกับแหล่งทำการตลาดทั่วไป
เผลอๆยังจะเป็นตัว ad ที่ตีกินผลิตภัณฑ์คู่แข่งได้ง่ายๆเลยนะคะ

คุยกันยามเช้าสบายๆ ไม่เครียด---แค่เขียนยาว อิอิ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน