• มนุสฺเสสุ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pa.worn@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-06-19
  • จำนวนเรื่อง : 7
  • จำนวนผู้ชม : 42469
  • ส่ง msg :
  • โหวต 7 คน
กลุ่มชนบทภุมิใจนำเสนอ
6/3 สานฝันสู่รั่วมหาลัย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/moves
วันพุธ ที่ 20 มิถุนายน 2550
Posted by มนุสฺเสสุ , ผู้อ่าน : 1113 , 19:18:07 น.  
หมวด : งานอดิเรก

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                    เช้าวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2546 เวลา 9.00 น. ตามเวลาตะวันออกของสหรัฐฯ ยานขนส่งอวกาศโคลัมเบียขององค์การนาซา ต้องพบกับอุบัติเหตุครั้งร้ายแรงที่สุดอย่างไม่คาดคิด ด้วยการระเบิดเป็นลูกไฟพวยพุ่งเหนือท้องฟ้าของสหรัฐฯ ขณะกำลังเดินทางกลับสู่พื้นโลก อุบัติเหตุครั้งนี้คร่าชีวิตนักบิน 7 คน ซึ่งมีนักบินชาวอิสราเอลหนึ่งคนรวมอยู่ด้วย ยานขนส่งอวกาศโคลัมเบียระเบิดเมื่อเวลา 16 นาทีก่อนที่จะได้ร่อนลงจอดที่ศูนย์อวกาศเคเนดีในฟลอริดาตามกำหนดการ โคลัมเบียเพิ่งจะกลับจากการปฏิบัติภารกิจในวงโคจรรอบโลกเป็นเวลานาน 16 วัน ซึ่งมีเป้าหมายในการทดลองทางวิทยาศาสตร์หลายสิบรายการ นักบินอวกาศบนยานขนส่งอวกาศโคลัมเบียประกอบด้วย ผู้บังคับการริค ฮัสแบนด์ นักบินนำร่องวิลเลียม แม็คคูล ผู้เชี่ยวชาญภารกิจ เดฟ บราวน์ คาลพานา ชอว์ลา ลอเรล คลาร์ค ผู้บังคับการสัมภาระ ไมค์ แอนเดอร์สัน และผู้เชี่ยวชาญสัมภาระ อิลาน รามอน ชาวอิสราเอล อุบัติเหตุในครั้งนี้ นับเป็นการสูญเสียนักบินอวกาศระหว่างปฏิบัติหน้าที่เป็นครั้งแรกนับจากการระเบิดของยานขนส่งอวกาศชาลเลนเจอร์ในปี 2529ก่อนที่สัญญาณสื่อสารระหว่างยานขนส่งอวกาศกับสถานีควบคุมภาคพื้นดินจะตัดขาดจากกันนั้น นักบินในยานและศูนย์ควบคุมได้รับสัญญาณเตือนเกี่ยวกับสิ่งผิดปกติในปีกซ้ายของยาน ขณะนั้นยานขนส่งอวกาศอยู่สูง 207,135 ฟิตจากพื้นดิน และกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็ว 12,500 ไมล์ต่อชั่วโมง หน่วยสื่อสารของศูนย์ควบคุมพยายามติดต่อกับนักบินเกี่ยวกับสัญญาณเตือนดังกล่าว ซึ่งปรากฏว่าสัญญาณจากนักบินเริ่มขาดหายไปในเวลานี้ เจ้าหน้าที่ของนาซาระบุว่า อุปกรณ์ตรวจวัดและบันทึกอุณหภูมิในระบบไฮดรอลิกหยุดทำงานเมื่อเวลา 8.53 น. โดยที่อุณหภูมิในเกียร์ลงจอดเริ่มสูงขึ้น เวลา 8.58 น. อุปกรณ์ตรวจวัดและบันทึกอุณหภูมิในปีกซ้ายซึ่งฝังอยู่ในโครงสร้างของยานหยุดทำงานอย่างฉับพลัน จากนั้นเวลา 8.59 น. อุปกรณ์ตรวจวัดอุณหภูมิและแรงดันในยางทั้งสองของเกียร์ลงจอดหลักก็หยุดทำงานเช่นกัน ตลอดช่วงเวลานี้ยานขนส่งอวกาศเคลื่อนผ่านบรรยากาศชั้นบนด้วยความเร็ว 18 เท่าของความเร็วเสียง ขณะที่มีสัญญาณเตือนเกี่ยวกับความผิดปกติเหล่านี้ในห้องนักบินด้วย

         สาเหตุของการระเบิด

     
ไม่ว่าสาเหตุในการระเบิดของยานโคลัมเบียจะเป็นอะไรก็ตาม ผลที่เกิดขึ้นคือ อุณภูมิด้านซ้ายของยานเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ยานสูญเสียสมดุลในระบบแอโรไดนามิก จนระบบการบินอัตโนมัติสั่งให้มีการจุดจรวดเพื่อปรับวิถีของยาน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถควบคุมได้จนนำไปสู่การระเบิดในที่สุด นับถึงบัดนี้ สาเหตุของอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นกับยานโคลัมเบียยังคงเป็นปริศนา และอยู่ในระหว่างการสืบสวนและวิเคราะห์ของนาซา ภาพวิดีโอในการส่งยานเมื่อวันที่ 16 มกราคม เมื่อเวลา 81 วินาทีหลังจากขึ้นจากฐานส่ง มีชิ้นส่วนของโฟมที่เป็นฉนวนหุ้มถังเชื้อเพลิงภายนอกได้หลุดออกมาปะทะกับกระเบื้องกันความร้อนที่อยู่ทางด้านล่างของปีกซ้ายของยานขนส่งอวกาศโคลัมเบีย แต่เหตุการณ์นี้อาจไม่ใช่สาเหตุของอุบัติเหตุที่เกิดกับโคลัมเบียก็ได้ เนื่องจากเคยมีเหตุการณ์ทำนองนี้กับยานขนส่งอวกาศแอตแลนติสเมื่อเดือนตุลาคม 2545 ซึ่งไม่ได้เกิดความผิดปกติใดๆ ซึ่งต่อมาวิศวกรของนาซาออกมาให้ความเห็นสนับสนุนว่า จากการวิเคราะห์น้ำหนักของโฟม ความเร็ว และมุมชนที่ดูจากภาพเคลื่อนไหวแล้ว เหตุการณ์นี้ไม่น่าจะทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงแต่อย่างใด ขณะที่รายงานล่าสุดระบุว่าภาพถ่ายความละเอียดสูงจากฐานทัพอากาศที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ที่ถ่ายภาพยานขณะผ่านเหนือน่านฟ้า ซึ่งเป็นเวลา 60 วินาทีก่อนหน้าที่ยานโคลัมเบียจะระเบิดแสดงว่าปีกซ้ายได้รับความเสียหายอย่างมาก นอกเหนือจากสาเหตุหลักที่ได้รับความสนใจมากที่สุดดังกล่าวแล้ว สาเหตุอีกอย่างหนึ่งที่อาจเป็นไปได้ คือ ยานโคลัมเบียเคลื่อนเข้าสู่บรรยากาศในมุมที่ผิดปกติ ทำให้ยานมีความร้อนสูงเกินขีดจำกัด นอกจากนี้ยังมีความเห็นว่ายานอาจเสียหายจากการชนของสะเก็ดดาวหรือขยะอวกาศ โดยที่นาซากำลังติดตามเก็บเศษซากของยานที่ตกลงในสหรัฐฯ และหวังว่าชิ้นส่วนเหล่านี้จะนำมาสู่หลักฐานที่ชี้ไปถึงสาเหตุของการระเบิดที่แท้จริงได้    

เหตุใดจึงต้องส่งมนุษย์ไปในอวกาศ?

      
สามวันหลังจากหายนะของยานขนส่งอวกาศโคลัมเบียและความตายของนักบินอวกาศทั้งเจ็ด นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักการเมืองกำลังตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้น? ทำไมไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น? เราสามารถป้องกันได้หรือไม่? ขณะที่ประชาชนบางส่วนอาจตั้งคำถามอีกแบบหนึ่งว่า พวกเขาขึ้นไปทำอะไรในอวกาศ? อเมริกาใช้งบประมาณมหาศาลในการส่งนักบินอวกาศไปยังที่ๆ ไม่คุ้นเคยและเสี่ยงต่ออันตราย นักวิทยาศาสต์อธิบายว่าพวกเขาออกไปเพื่อขยายองค์ความรู้ของพวกเรา ขณะที่นักวิจารณ์บางคนกล่าวว่า ในยุคที่มีดาวเทียมโคจรอยู่รอบโลกจำนวนมาก และเราสามารถส่งหุ่นยนต์ไปยังดาวอังคารได้แล้ว เหตุใดจึงต้องนำมนุษย์ออกไปเสี่ยงในอวกาศอีก อย่างไรก็ดี มีชาวอเมริกันเพียงส่วนน้อยที่ตั้งคำถามนี้ เพราะผลการสำรวจความเห็นของชาวอเมริกันหลังจากเกิดอุบัติเหตุกับยานโคลัมเบียพบว่า ร้อยละ 82 เห็นด้วยที่อเมริกาควรจะส่งมนุษย์ออกไปในอวกาศ ซึ่งใกล้เคียงกับผลสำรวจหลังจากการระเบิดของยานชาลเลนเจอร์เมื่อปี พ.ศ. 2529 ความจริงก็คือ ตลอดประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ การสำรวจและการผจญภัยไปยังที่ๆ เราไม่เคยพบเห็นนั้นเป็นสิ่งที่เราทำเสมอมา นอกจากนี้ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสหรัฐฯ ใช้ความก้าวหน้าทางด้านอวกาศ เพื่อแสดงศักยภาพและความยิ่งใหญ่ทางการเมือง รวมทั้งนโยบายระหว่างประเทศ นีล อาร์มสตรองและเอ็ดวิน อัลดรินบนยานอะพอลโล 11 ไม่ได้ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์เพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่เพื่อแสดงถึงชัยชนะในสงครามเย็นระหว่างสหรัฐฯ กับอดีตสหภาพโซเวียต

นักบินอวกาศที่เสียชีวิตในประวัติศาสตร์ของการสำรวจอวกาศ

  • 27 มกราคม 2510 เวอร์จิล กริสซอม เอ็ดเวิร์ด ไวท์ และโรเจอร์ แชฟฟี เสียชีวิตเนื่องจากเกิดเพลิงไหม้ในยานบังคับการของอะพอลโล 1 ขณะทำการทดสอบที่ศูนย์อวกาศเคเนดี
  • 24 เมษายน 2510 วลาดิเมียร์ โคมารอฟ นักบินรัสเซียเสียชีวิตในยานโซยุส 1 ขณะกลับสู่โลก
  • 30 มิถุนายน 2514 กอร์กี โดโบรโวลสกี วลาดิสลาฟ วอลคอฟ และวิกเตอร์ แพตซาเยฟ เสียชีวิตขณะยานโซยุส 11 เข้าสู่บรรยากาศโลก เนื่องจากวาล์วปรับความดันในยานทำงานผิดพลาด
  • 28 มกราคม 2529 ยานขนส่งอวกาศชาลเลนเจอร์ระเบิดหลังจากขึ้นจากฐาน 73 วินาที นักบินเจ็ดคนเสียชีวิต หนึ่งในนั้นคือ คริสตา แม็คคอลิฟฟ์ ครูคนแรกในอวกาศ นักบินอีก 6 คน ได้แก่ ฟรานซิส สโคบี ไมเคิล สมิท เอลิสัน โอนิซุกะ จูดิท เรสนิก โรแนลด์ แม็คแนร์ และเกรกอรี จาร์วิส   
  •     นำมาจาก  

    http://web1.dara.ac.th/daraspace/Data/Data_Darasart/SpaceExplore/SpaceShuttle/columbia/reportColumbia.htm




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/champions

เศร้าจังเลยค่ะ.........จขบพูดเองร้องเองเนอะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มนุสฺเสสุ วันที่ : 20/06/2007 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/support


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน