*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 222068
  • จำนวนผู้โหวต : 170
  • ส่ง msg :
  • โหวต 170 คน
<< กันยายน 2013 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 6 กันยายน 2556
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 4538 , 11:29:39 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน ni_gul , คนริมเล และอีก 6 คนโหวตเรื่องนี้

ผมได้รับหนังสือที่ทรงคุณค่ามาสามเล่ม จากเมตตาจิตของ บล็อกเกอร์ คนดีมีวินัย เมื่อเปิดอ่านดูจึงเข้าใจความหมายของคู่รักในทางธรรม ว่าต่างจากคู่รักในทางโลกอย่างไร 

การที่ชายหรือหญิงตกลงปลงใจว่าจะอยู่ด้วยกันฉันสามีภรรยา โดยทั่วไปก็เป็นไปในลักษณะที่มีรสนิยมต้องกัน ทั้งรูปลักษณ์ ทัศนคติการดำเนินชีวิตในทางโลก  แต่เมื่ออยู่ด้วยกันนานๆ ความแปรเปลี่ยนย่อมบังเกิดขึ้นตามธรรมดาของโลก   คู่ใดที่มองเห็นธรรมก่อน ย่อมประคองชีวิตให้ก้าวผ่านไปได้   นี่จัดว่ามีศีลมีทิฏฐิสมกัน    แต่ถ้าเห็นเพียงฝ่ายเดียว อีกฝ่ายไม่เห็น ความหมายของครอบครัวย่อมไม่สมบูรณ์ ยิ่งถ้าไม่เห็นธรรมด้วยกันทั้งคู่  แล้วทั้งคู่มีบุตรที่ต้องรับผิดชอบ บาดแผลทางจิตใจย่อมตกอยู่ที่เด็ก  ดังนี้คือคู่รักทางโลก เป็นสิ่งที่พบเห็นมีอยู่เป็นปกติของคนในสังคม

 แต่สำหรับคู่สมรสที่ก่อนสมรสนั้น  ทั้งฝ่ายชายและหญิง มีศีล มีทิฏฐิ ที่สมกัน แล้วมาครองคู่กัน คือเป็นคู่รักในธรรม ดังนี้ไม่ใช่จะพบเห็นได้ง่าย เมื่อทั้งสองมีบุตร มรดกทางธรรมที่ทั้งสองมีอยู่ย่อมถ่ายทอดไปสู่ลูกหลาน  ครอบครัวของพี่นาถ(คนดีมีวินัย)คือตัวอย่างหนึ่งในกรณีนี้ ซึ่งน่าอนุโมทนายิ่งนัก

      เนื้อหาสาระจากหนังสือดังกล่าว ผมจึงขอนำเสนอ ธรรมเทศนาตอนหนึ่ง ของท่านพุทธทาส ที่ให้โอวาทแก่ผู้สมรส  ซึ่งคิดว่าเป็นประโยชน์ทั้งผู้ที่สมรสแล้ว ผู้ที่กำลังจะสมรส  ผู้ที่มีบุตรแล้ว และผู้ที่กำลังจะมีบุตร

เนื้อหาดังกล่าวเป็นดั่งนี้

“เรื่องให้ศีลให้พร ด้วยการรดน้ำ พรมน้ำมนต์นี้ก็ได้ทำอยู่แล้ว ทำเป็นพิธีแล้ว ทีนี้ก็อยากให้ศีลให้พรตามแบบของพระพุทธเจ้า เป็นศีลเป็นพรอีกชนิดหนึ่งซึ่งบุคคลต้องทำเอง

คำว่า “ศีล”ว่า”พร” นั้นหมายถึงผลการปฏิบัติดี ขอให้เราตั้งหน้าตั้งตาทำให้ถูกเรื่องถูกวิธีของการปฏิบัติ

ขออ้างหลักธรรมที่ว่า”พระพุทธเจ้า ได้ทรงชนะมารที่ต้นโพธิ์ กระทำความยินดีให้แก่ญาติทั้งหลายเพราะความสำเร็จนี้”ข้อนี้เป็นอย่างไร

“ขอให้เธอทั้งสองนี้ทำความยินดีให้แก่ญาติทั้งหลายนับตั้งแต่บิดามารดาเป็นต้นไป ให้เกิดประโยชน์เท่ากัน

หมายความว่า  เราต้องชนะเหมือนที่พระพุทธเจ้าทรงชนะมาร

เราต้องชนะอะไร?

คำว่าชนะนี้เขาแบ่งไว้เป็นชั้นๆ

    ถ้าเป็นฆราวาส ก็ชนะโลกนี้ให้ได้ หรือสูงขึ้นไป

    ถ้าเป็นฆราวาสชั้นสูง ก็เอาชนะโลกหน้าให้ได้

    ถ้าสูงขึ้นไปอีกเลยขั้นของความเป็นฆราวาส ก็เอาชนะโลกทั้งหมด อยู่เหนือโลกให้ได้

นี้โดยต้องมีความหมายว่า เอาชนะโลกนี้ให้ได้เหมือนพระพุทธเจ้าทรงชนะมาร แล้วจะทำความยินดีให้แก่ญาติทั้งหลาย ฉันใดก็ฉันนั้น

ก่อนจะชนะโลก ต้องทราบปัญหาหรือข้อผูกพันในโลกนี้ว่ามีอยู่อย่างไร เช่น เราเกิดมาทำไม? เกิดมาในโลกนี้เพื่อวัตถุประสงค์อะไร?  เราต้องทำให้บรรลุวัตถุประสงค์นั้น จึงชื่อว่าชนะโลก

หลักเอาชนะโลก

การเอาชนะโลกนี้ได้ ต้องเป็นผู้สมบูรณ์ด้วยของสามอย่าง

อย่างที่1.   มีทรัพย์เพียงพอที่จะเป็นอยู่ด้วยความสุข  และเป็นทรัพย์ที่หามาโดยไม่ผิด ทรัพย์ที่หามาอย่างถูกต้องย่อมยังให้ผู้ที่เป็นเจ้าของประสบความยินดีโดยบริสุทธิ์

อย่างที่2.   มีเกียรติยศ บางคนแม้มีทรัพย์แต่ไม่มีใครนับถือบูชาก็มี ดังนั้นจึงต้องทำตนให้เป็นคนดีเป็นที่ควรแก่การเคารพนับถือ ด้วยวิธีการที่บริสุทธิ์ ให้ได้ชื่อว่าเป็นคนที่ดีจริง

อย่างที่3.   มีไมตรีหรือมิตรภาพ  คือเราต้องเป็นคนที่มีความเป็นมิตร  แม้ว่าเราจะมีทรัพย์สิน ชื่อเสียง อย่างไร แต่เราทำตัวไม่เป็นมิตร ไม่มีใครคบหาสมาคม มีแต่ศัตรู แบบนี้จะอยู่อย่างไร  จึงต้องเป็นคนที่มีไมตรีเป็นที่รักใคร่ของผู้อื่นตามอัตภาพ  ความเป็นมิตรนี้เขาจัดไว้เป็นสามชั้น

คนที่ต่ำกว่าเรา  มารักเรา ก็จะช่วยดุนดันเราขึ้นมาในทางสูง

คนที่เสมอกัน    มารักเรา  ก็จะช่วยป้องกันเรา และดึงไปในทางสูง

คนที่สูงกว่าเรา มารักเรา  ก็จะดึงเราขึ้นไป ให้สูงตามเขานั้นเอง

ฉะนั้นเราต้องมีข้างล่างดัน ตรงกลางป้อง ข้างบนลาก อย่างนี้จึงเรียกว่ามีไมตรี

เมื่อเรามีครบสามอย่าง ทั้งทรัพย์ เกียรติ ไมตรี ก็ชื่อว่าชนะโลก

วิธีปฏิบัติเพื่อเอาชนะโลก

การปฏิบัติเพื่อชนะโลก ต้องใช้เครื่องมือวิเศษของฆราวาส  เรียกว่า “ฆราวาสธรรม” ประกอบด้วยของสี่ชิ้น

ข้อที่1. สัจจะ  แปลว่า ความจริง  ต้องจริงต่ออุดมคติของความเกิดมาเป็นมนุษย์ คือต้องเอาชนะโลกนี้ให้ได้ ถ้าอุดมคตินี้จริง ทุกสิ่งทุกอย่างจะจริงตามมา จริงต่อผู้อื่น จริงต่อเวลา จริงต่อหน้าที่การงาน จริงต่ออาชีพ จริงต่อสิ่งที่ควรจะจริง

ข้อที่2.ทมะ คือการบังคับใจ  การที่เราจะจริงอยู่ได้ นี้เราต้องบังคับ  ถ้าไม่บังคับมันจริงไปไม่รอด คือมันจะจริงตอนแรกที่ตั้งใจเท่านั้น  พอมีกิเลส หรืออะไรกระทบรบกวน  แล้วไม่พยายามบังคับ ก็เฉออกนอกทางทอดทิ้งอุดมคติ เลิกล้มความตั้งใจเดิม จึงต้องมี ทมะ นี้คอยควบคุมไว้

ข้อที่3.ขันติ คือความอดทน  เมื่อบังคับเท่าไหร่ก็ต้องเจ็บปวดเท่านั้น จึงต้องทน ถ้าไม่ทนมันบังคับไม่ไหว

“ไม่มีการบังคับที่ไหนที่จะไม่ต้องอดทน”   ทุกสิ่งทุกอย่างต้อง รอได้ ทนได้ คอยได้ ให้ทำเรื่อยไปจนกว่าจะเกิดผล

ข้อที่4.จาคะ คือการสลัดสิ่งที่ไม่ควรมีไว้ อะไรที่ควรสละ ต้องสละ ทั้งหมายวัตถุและสิ่งที่เป็นโทษแก่จิตใจ เช่น ความเกียจคร้าน ความเหลวไหล การไม่รักษาอุดมคติ การไม่ซื่อตรงต่อเกียรติยศความเป็นมนุษย์

ทั้งสี่นี้จึงเป็นเครื่องมือในการชนะโลก  รวมความว่า เราต้องชนะ หน้าที่การงาน หรือปัญหาต่างๆของการเกิดมาเป็นมนุษย์ในโลกนี้ให้ได้ จึงจะเป็นผู้ที่ถึงที่สุดของความเป็นมนุษย์ และเป็นผู้ที่ไม่เสียทีที่เขารดน้ำมนต์ให้

ความหมายของคำว่า สมรส

คำว่า “สมรส” ไม่มีความหมายเลยที่ว่า จะให้หาความสนุกสนานเพลิดเพลินจากการที่ผู้หญิงกับผู้ชายอยู่ด้วยกันนี้ ไม่มีความหมายอย่างนั้น

ขอให้ถือเอาความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้นว่า   ส-มะ แปลว่า เสมอกัน

                                                               ร-สะ  แปลว่าวิสัยที่ควรที่ดี หรือแปลว่าหน้าที่ หรือสิ่งที่ต้องทำ

คำว่าสมรสนี้ แปลว่า มีรสเสมอกัน มีกิจเสมอกัน มีหน้าที่เสมอกัน  คือคนทั้งสองจะต้องมีหน้าที่เสมอกัน ในการที่จะเอาชนะปัญหาในโลกนี้ให้ได้  เพราะว่าเราเกิดมาเพื่อเอาชนะโลกนี้  เมื่อเราร่วมกันสองแรงก็ทำให้ชนะได้ง่ายขึ้น  ไม่ใช่เพื่อจะเป็นอุปสรรคขัดขวาง ต่อกันและกัน  ฉะนั้นจงเอาอุดมคติของคำว่า “สมรส” นั้นให้ถูกต้อง  อย่าให้เป็นไปในทางต่ำ ชนิดที่สัตว์เดรัจฉานก็ทำเป็น  แต่ให้ไปในทางสูงที่มนุษย์จิตใจสูงจึงทำได้ คือให้มีกิจหน้าที่ร่วมกัน เสมอกัน ในการเอาชนะอย่างที่ชาวโลกต้องเอาชนะ คือการมีธรรม สี่ประการ(ฆราวาสธรรม) เอาชนะความ มีทรัพย์ มีเกียรติ มีไมตรีให้จงได้

การเวียนในวัฏฏะสงสาร ก็เพื่อชนะกิเลส

นักคิดสมัยโบราณ มีความเห็นว่า  มนุษย์ที่เกิดมาวนเวียนในวัฏฏะนี้ก็เพื่อชัยชนะ

ถ้าเป็นทางพุทธ ที่ไม่มีพระเจ้า ก็ถือเอาการชนะกิเลส เข้าถึงนิพพาน ความว่างจากทุกข์

ถ้าเป็นศาสนาที่ถือพระเจ้า ก็ถือให้เข้าถึงความเป็นอยู่อันเดียวกับพระเจ้า

จุดหมายปลายทางนี้ไกลอยู่ สำหรับชาวบ้านทั่วไป ดังนั้นเพื่อการเดินทางให้ถึง เราก็ต้องมีลูกมีหลานไว้สืบต่อการเดินทางนี้จนกว่าจะถึง จุดหมายนั้น

การสมรสมุ่งหมายให้ลูกหลานเดินทางสู่จุดหมายด้วย

มนุษย์ที่มีใจสูงจะคิดไปไกลกว่าความหมายเพียงการคลอดลูกเป็น รักลูกเป็น เลี้ยงลูกเป็น  เพราะสัตว์เดรัจฉานก็ทำเช่นนี้ได้ และบางครั้งยังทำได้ดีกว่ามนุษย์   แต่จะหมายความว่า ลูกนี้ดี เดินทางต่อไป กว่าจะถึงจุดหมายปลายทางได้ ที่เรียกว่า พระเจ้า หรือนิพพานก็สุดแล้วแต่ ฉะนั้นต้องมองเห็น หน้าที่มนุษย์มันยืดยาวอย่างนี้

ดังนั้น การสมรส ที่มีความหมายในทางที่ มนุษย์จะเดินทาง มีพืชพันธุ์เหลืออยู่ สำหรับจะเดินทาง นี้ เป็นความหมายที่ถูกต้อง

ขอให้การสมรสมีความหมายอย่างนี้ คือ มีรสเป็นอันเดียวกันเสมอกัน ในเรื่องการทำกิจหน้าที่เสมอกันให้มนุษย์เอาชนะกิเลสให้จงได้ เราเองก็พยายามเอาชนะกิเลสอย่างต่ำๆ กลางๆอะไรขึ้นไป ลูกหลานเราก็จะเป็นอย่างนั้น เหลนของเราก็เช่นกัน

ถ้าเข้าใจความข้อนี้ ก็จะเป็นศีลเป็นพรเป็นน้ำศักสิทธิ์รดหัวใจ และถ้าปฏิบัติให้ยิ่งขึ้นไปก็เป็นน้ำศักสิทธิ์ชั้นสูงสุดอันสุดท้าย ที่จะรดหัวใจ ทำเช่นนี้เป็นทักษิณากรรม เป็นเหตุให้มีโชคดี ฤกษ์ดี ยามดี ขณะดีทุกชนิดไป  ทุกวินาที ในเมื่อเราต้องเป็นอยู่ทำนองนี้ ก็จักสมตามบทสวดที่ว่า

“สุนักขัตตัง สุมังคลัง” เขาสวดเมื่อรดน้ำมนต์เหมือนกัน

(คัดย่อจากโอวาทของท่านพุทธทาส สำหรับคู่สมรสที่จังหวัดสุราษฏร์ธานี พ.ศ. 2503)

ผลบุญอันใดที่บังเกิดขึ้นจากการเผยแพร่ธรรมอันเป็นประโยชน์นี้ อานิสงส์นั้นจงมีแก่ครอบครัวของพี่นาถ(คนดีมีวินัย)ทุกประการเทอญ

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
คนริมเล วันที่ : 09/09/2013 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/coreman

คู่ของพี่หมอก็เป็นคู่แท้ที่น่ารักเช่นกันครับ เติมเต็มให้แก่กัน นี่แหละความสุขของชีวิต

ความคิดเห็นที่ 6 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามเสาร์ วันที่ : 06/09/2013 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

เรื่องคู่ครอง...ว่ากันตามกฏแห่งกรรมและการเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏที่ประมาณมิได้
แต่ละคนย่อมเคยมีคู่กันมานับไม่ถ้วน คู่กันในภพปัจจุบันย่อมเป็นไปด้วยวิบากกรรมหนุนส่ง
พระพุทธองค์จึงทรงสงเคราะห์ตัดบทให้มุ่งสู่นิพพานโดยพลัน
แม้ต้องอยู่ร่วมกันเพื่อใช้กรรมก็ให้ตั้งต้นปรับทิศตั้งตนกันใหม่เพื่อมุ่งพระนิพพานสถานเดียว
แต่คนยุคปัจจุบันที่ถูกครอบด้วยสังคมที่ร้อนรุ่มหยุดคิดไม่ได้อยู่นิ่งไม่เป็นจึงยากที่จะเข้าใจในสังสารวัฏ
ท่านพุทธทาสจึงเพียรพยายามที่จะฉุดรั้งตักเตือนด้วยคำสอนของพระพุทธองค์ในแนวใหม่...
รู้สึกว่าเอ็นที่นี้...หนูเกสรมาเฟีย...ได้ไปเต็มๆ เลย
แถมเป็นเสมือนดั่งคำอวยพรให้ล่วงหน้าอีกแน่ะ...

ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 06/09/2013 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห.1 น้องเกสร โอวาทท่านพุทธทาสที่ให้กับคู่สมรสนี่สุดยอดครับ แต่ในฆราวาสธรรมถ้าอธิบายแบบโลกๆหย่อนลงมา ก็ยังสามารถอธิบายได้ดังนี้ครับ
-สัจจะ คือ ความจริงของสามี ภรรยาที่ให้คำมั่นว่าจะครองคู่กันตลอดไป
-ทมะ การที่คนสองคนมาจากการเลี้ยงดูที่แตกต่าง มาอยู่ด้วยกัน ก็ต้องฝึกกันใหม่ ทั้งกิจวัตรส่วนตัวก็เปลี่ยนไป เป็นต้น
-ขันติ ฝึกอยู่ด้วยกัน ก็ต้องกระทบกระทั่งกันบ้าง ก็ต้องอดทน เพื่อฝ่าฟันไปด้วยกัน แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง
-จาคะ บางสิ่งบางอย่างที่ตนชอบ แต่อีกฝ่ายไม่ชอบ ก็ต้องเสียสละออกไปบ้าง เสีบสละความชอบส่วนตัวออกไป พยายามมาชอบมาทำในสิ่งที่สามารถร่วมกันได้ ที่ทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาขัดกัน
แบบนี้ชีวิตก็พอประคองไปได้ครับ แต่อย่างสูงก็ต้องแบบท่านพุทธทาส เป็นทรัพยากรที่ดีในสังคมทีเดียว

คห.2 ขอบคุณเช่นกันครับ

คห.3อักษราภรณ์ ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ ผมรอตอนใหม่อยู่ด้วยใจจดจ่อครับ

คห4คนดีมีวินัย ขอบคุณเช่นกันครับ ไม่มีหนังสือนี้ ผมยังแยกไม่ออกระหว่างคู่โลก และคู่ธรรมครับ

ความคิดเห็นที่ 4 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
คนดีมีวินัย วันที่ : 06/09/2013 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nard
ธรรมชาติของชีวิต..คือ..ชีวิตธรรมดา

ขอบคุณ คุณหมอสมชัย ครับ ที่นำเนื้อหาของหนังสือ มาแบ่งปันเป็นธรรมทานต่อ เพือให้ผู้สนใจได้นำไปปฏิบัติต่อได้ อนุโมทนาสาธุครับ..หากหนังสือนี้มีประโยชน์ต่อทุกท่านต่อไป หากผู้ที่จะมีชีวิตคู่ ได้รับรู้ และเตรียมพร้อม ก็จะมีประโยชน์ต่อครอบครัวนั้นอย่างยิ่ง..ขอบคุณจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 3 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
อักษราภรณ์ วันที่ : 06/09/2013 เวลา : 18.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Aug-saraporn
ดอกโมกเอยโมกขธรรมล้ำเลิศค่า.....ปรารถนาโมกข์หมายปลายทางถึง.....อัฏฐังคิกมรรคไม่หย่อนตึง.....โมกน้อยดอกหนึ่งเริ่มแย้มบาน.....

สาธุค่ะ...

ความคิดเห็นที่ 2 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามครับ วันที่ : 06/09/2013 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ขอบคุณครับ พี่สมชัย อนุโมทนาสาธุ

ความคิดเห็นที่ 1 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
เกสรมาเฟีย วันที่ : 06/09/2013 เวลา : 11.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ipammo

ขอขอบคุณบทความดี ๆ ค่ะ

เหมาะกับช่วงเวลาที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเกสร

อ่านแล้วเข้าใจและคิดตาม .. ขอเดินตามแนวคิดนี้

กิจเสมอกัน รสเสมอกัน หน้าที่เสมอกัน ให้เกียรติกันและกัน


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน