*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 295873
  • จำนวนผู้โหวต : 175
  • ส่ง msg :
  • โหวต 175 คน
<< สิงหาคม 2014 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม 2557
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 1721 , 03:48:34 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน ni_gul , รวงข้าวล้อลม และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

หลวงพ่อชา บรรยายธรรม ณ.วัดหนองป่าพง ปี 2523 ดังนี้

“โลกเขาว่าทำงานอันนี้ เพราะต้องการอันนั้น  เขาว่าเป็นคนมีเหตุมีผล  แต่พระท่านสอนยิ่งไปกว่านั้นอีก  ท่านว่าทำงานอันนี้ ทำไป แต่ไม่ต้องการอะไร

ทำไมไม่ต้องการอะไร ?

โลกเขาต้องทำงานอันนี้ เพื่อต้องการอันนั้น  ทำงานอันนั้น เพื่อต้องการอันนี้  นี่เป็นเหตุผลอย่างชาวโลกเขา

พระพุทธองค์ ทรงสอนว่า  ทำงานเพื่องาน  ไม่ต้องการอะไร

ถ้าคนทำงานเพื่อต้องการอะไรก็เป็นทุกข์  ลองดูก็ได้  พอนั่งลงปั๊บก็ต้องการความสงบ ก็นั่งอยู่นั่นแหละ กัดฟันเป็นทุกข์แล้ว  มันละเอียดกว่ากัน  คือทำแล้วปล่อยวาง ปล่อยวาง

จะทำอะไรก็ไม่ต้องคิดว่าจะต้องการอะไรทั้งนั้น  ไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้น แล้วมันจะเป็นอะไร  ก็ไม่เป็นอะไร  ถ้าเป็นอะไรมันก็ทุกข์เท่านั้นแหละ  การทำงานไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น  เราเรียกว่าทำจิตให้ว่าง  แต่การกระทำมีอยู่

ความว่างนี้พูดให้คนฟังไม่รู้เรื่อง  แต่คนทำไปจะรู้จักความว่างนี้มีประโยชน์   ไม่ใช่ว่ามันว่างในสิ่งที่มันไม่มี  แต่มันว่างในสิ่งที่มันมีอยู่

ในทางพุทธศาสนาให้ทำเพื่อไม่ต้องการอะไร  ถ้ามีเพื่ออะไร มันไม่หมด”

อาจารย์ชา สอนง่ายๆแบบนี้ แต่จะทำให้ได้แบบนี้มันยากเย็นเหลือเกิน  มีใครสักกี่คนที่ทำงานแล้วไม่ต้องการอะไร หรือ การตีความนี้ผิดกลายเป็น ไม่เอาเรื่องเอาราว ไม่ใส่ใจงานที่ทำ  บางคนตีความกลายเป็น เช้าชาม เย็นชาม แล้วบอกหลวงพ่อชา สอนแบบนี้

ถ้าเรานั่งเงียบๆแล้วถามตนเองแบบเปิดใจ ไม่ต้องทำตัวให้ดูดี ว่าเรายังอยากมีชีวิตอยู่ต่อหรือไม่ ถ้าไม่ใช่คนที่สิ้นหวังในชีวิตแล้ว ทุกคนคงตอบว่าอยากมีชีวิตอยู่ต่อ 

คราวนี้การที่จะมีชีวิตอยู่ต่อได้ ต้องมีอะไรที่เป็นอาหารมาหล่อเลี้ยงร่างกายใช่หรือไม่  ร่างกายเราไม่สามารถอยู่คงที่ มันเสื่อมโดยสภาพตลอดเวลา จึงต้องมีวัตถุดิบมาคอยเติมให้เป็นระยะๆ ชีวิตคนยุคปัจจุบันเราลืมความสำคัญขั้นพื้นฐานที่สุดของการดำรงชีพไป เราหิวเมื่อไหร่ ก็สามารถบำบัดความหิวนั้นได้ทันที เดินเข้า เซเว่น โทรสั่งพิซซ่า โดยไม่จำเป็นต้องถือหอกถือฆ้อนหินไปไล่ทุบไล่แทง ไก่และหมูในตู้ แต่เราใช้ธนบัตรและบัตรเครดิตแทนอาวุธ

คนสมัยแสนปีหรือหลายหมื่นปีไม่สบายเท่านี้ครับ ชีวิตแต่ละวันต้องอยู่กับการล่าและถูกล่า อยู่กับการหาอะไรใส่ท้อง  คนสมัยนี้ก็เช่นกัน ออกล่าอาหาร ก็คือการทำงานตามแต่วิชาชีพ รายได้คือการล่า รายจ่ายคือการถูกล่า  ยามใดที่ถูกตามล่ามากกว่าการไปล่า ย่อมต้องเครียดเป็นธรรมดา

แต่คนมีการพัฒนาตนเอง แทนที่จะออกล่าสัตว์พร้อมๆกัน ก็แบ่งหน้าที่ตามความสามารถของแต่ละคน บางคนรู้จักสมุนไพรใบหญ้า ก็เที่ยวเก็บเที่ยวปลูก ใครเจ็บป่วยก็ไปหาคนนี้เพื่อทานยา  คนอื่นๆก็อุปโลกน์ตั้งให้คนนี้เป็นแพทย์ เห็นไหมครับสมมติบัญญัติเริ่มครอบคนกันคราวนี้  บางคนพูดเก่ง ถ่ายทอดวิชาความรู้ดี ก็เป็นครู คนในสังคมก็บอกทั้งครูและแพทย์ว่า ต่อไปนี้ไม่ต้องไปวิ่งถือหอกไล่สัตว์เพื่อนำมาเป็นอาหารอีกแล้ว พวกเราจะช่วยหาให้เธอกินเอง   แต่เธอต้องสอนวิชาหรือช่วยรักษาเรายามเจ็บป่วย

ดังนั้นอาชีพจึงเริ่มมีขึ้นมา และสมมติบัญญัติอีกมากมายก็ตามมาเรื่อยๆ ตั้งแต่มีระบบเงินตรา ระบบธนาคาร ตลาดหุ้น จนสุดท้ายเราลืมตัวตนที่แท้จริงของเราไป เพราะตัวเราถูกห่อด้วยสมมติชั้นแล้วชั้นเล่า ทั้งเงินทองที่เป็นอาวุธล่าอาหาร ล่าที่อยู่อาศัย ทั้งชื่อเสียงเกียรติยศ มีตำแหน่งนั้นตำแหน่งนี้ มาปิดบัง

เราจึงทำงานไป เพราะต้องการอะไรไปตามสมมติของสังคมที่ขังเราเอาไว้  โดยลืมว่า งานที่เราทำนั้นถ้าสาวไปจนสุดสาย ก็เพื่อจุนเจือสังคม ให้ขับเคลื่อนไปได้ งานที่เราทำอยู่คือเฟืองตัวหนึ่ง  ขอให้เห็นคุณค่ากับงานที่เราทำ พอใจกับงานที่เราทำ ทำอย่างใจรัก ทำอย่างให้ตรงวัตถุประสงค์ที่แท้ของงานนั้น

คนกวาดถนน กวาดถนนอย่างเข้าใจ เพราะการกวาดถนน ผลของการกวาดคือถนนสะอาด มองดูผลงานก็ชื่นใจทุกครั้ง มีความสุขทุกครั้ง เงินที่เป็นค่าตอบแทน เป็นสิ่งที่สังคมหยิบยื่นให้ เพราะเราไม่จำเป็นต้องไปล่าสัตว์อีก สังคมมอบหมายให้เราเป็นผู้พิทักษ์ความสะอาดของถนน

คนเก็บขยะก็เช่นกัน ถ้าไม่มีคนเหล่านั้นจะเกิดอะไรขึ้น  คนที่เป็นครูก็ต้องทำให้คนที่เป็นนักเรียนมีความรู้ ไม่ใช่เป็นครูเพราะจะได้ยศจะได้ตำแหน่ง สิ่งสมมติเหล่านี้ มาแล้วก็ไป เป็นไปตามโลกธรรม 8

ทุกงานทุกอาชีพที่สุจริต เจือจานสังคมทั้งสิ้น ขอให้ทำงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่สังคมมอบหมายให้เท่านั้น ปฏิบัติตามเหตุให้เต็มที่ ผลจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องไปทุกข์กับมัน

นี่จึงเป็นการทำงานเพื่องาน ไม่ได้ต้องการอะไร  เราจึงทำงานอย่างมีความสุข ไม่ดูหมิ่นหรือเปรียบเทียบเขากับเรา ว่าใครด้อยกว่า ใครดีกว่า  ทุกคนต่างเกื้อกูลสังคมทั้งสิ้น ขอให้มองให้ทะลุถึงเท่านั้น 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 16/09/2014 เวลา : 15.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ทุกงานทุกอาชีพที่สุจริต เจือจานสังคมทั้งสิ้น ขอให้ทำงานเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ที่สังคมมอบหมายให้เท่านั้น ปฏิบัติตามเหตุให้เต็มที่ ผลจะเป็นอย่างไร ไม่ต้องไปทุกข์กับมัน

นี่จึงเป็นการทำงานเพื่องาน ไม่ได้ต้องการอะไร เราจึงทำงานอย่างมีความสุข ไม่ดูหมิ่นหรือเปรียบเทียบเขากับเรา ว่าใครด้อยกว่า ใครดีกว่า ทุกคนต่างเกื้อกูลสังคมทั้งสิ้น ขอให้มองให้ทะลุถึงเท่านั้น
.............................................................................

เขียนได้โดนใจมากค่ะ คุณหมอ ใช่เลย เดี๋ยวนี้ตื่นมาถึงอันแรกสุดเลยก็คือคิด ว่า หน้าที่เรา บทบาทเราวันนี้ เราจะต้องทำอะไรบ้าง ที่จำเป็นหลักๆ และรองตามมา ทำเท่าที่ทำได้ ในหนึ่งวัน อย่างดีที่สุด ก็จบแล้วสำหรับหนึ่งวัน พอแล้ว

ความคิดเห็นที่ 6 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 16/09/2014 เวลา : 15.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ทำหน้าที่ให้ถึงพร้อม ... ที่ตามมามันก็มาของมันตามเหตุเอง
มีหน้าที่อะไรให้ทำไป ทำอย่างเป็นสุขใจที่ได้ทำ เข้าใจเนื้องานนั้นๆ เข้าใจว่าทำแล้วได้ผลงานอย่างไรๆ

ทุกงานมีค่า ทำงานไม่ให้คั่งค้าง

ทำได้ครบตามหน้าที่ นั่นก็สุขแล้ว

ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 20.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1.ณัฐรดา
คห2.ยามเสาร์ ขอบคุณที่มาเติมธรรมเบื้องต้น 7ประการ มี7สิ่งนี้ ชีวิตดีงามแน่นอนครับ
คห3.ปวิภา ขอบคุณเช่นกันครับ
คห4. rattiya

ความคิดเห็นที่ 4 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 13.54 น.

"อาจารย์ชา สอนง่ายๆแบบนี้ แต่จะทำให้ได้แบบนี้มันยากเย็นเหลือเกิน มีใครสักกี่คนที่ทำงานแล้วไม่ต้องการอะไร หรือ การตีความนี้ผิดกลายเป็น ไม่เอาเรื่องเอาราว ไม่ใส่ใจงานที่ทำ บางคนตีความกลายเป็น เช้าชาม เย็นชาม แล้วบอกหลวงพ่อชา สอนแบบนี้"

ความคิดเห็นที่ 3 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ปวิภา วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 07.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 


...ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 rattiya , สมชัย และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ยามเสาร์ วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 07.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/GreenLiving

หลวงพ่อชาสอนไว้ตอนหนึ่งว่า...
...อะไรทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าเห็นโทษจริงๆ แล้ว เราจึงถอนตัวออกมาได้ ถ้าไม่เห็นโทษจริงๆ ก็ไม่สามารถถอนตัวออกมาได้...

พระพุทธองค์จึงทรงบอกธรรมเบื้องต้น ๗ ประการ ที่จะช่วยให้เราทราบสถานะภาพ รู้การจัดสรรชีวิต จัดสรรสิ่งแวดล้อม และฝึกฝนดำรงตนบนหนทางที่ถูกต้อง อันมี...

๑. กัลยาณมิตตตา...ความเป็นผู้มีมิตรดี
๒. สีลสัมปทา ...ความถึงพร้อมด้วยศีล
๓. ฉันทสัมปทา ...ความถึงพร้อมด้วยความพอใจที่จะทำเหตุให้ถูกต้อง
๔. อัตตสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของตนเอง
๕. ทิฏฐิสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยความเห็นอันถูกต้อง
๖. อัปมาทสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท
๗.โยนิโสมนสิการสัมปทา...ความถึงพร้อมด้วยการใส่ใจโดยถูกต้อง

ความคิดเห็นที่ 1 rattiya , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ณัฐรดา วันที่ : 22/08/2014 เวลา : 04.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

เจิมจ้า

นอกจากจะชอบที่พระอาจารย์ชาอธิบายแล้ว ยังชอบที่พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต)อธิบายอีกด้วยค่ะ

ท่านว่า ให้ดูผลให้ตรงกับเหตุ เมื่อเหตุคือการทำงาน ผลในเบื้องต้นและตรงกับเหตุเลยก็คืองานถูกทำ งานเสร็จ ส่วนรายได้เป็นผลที่ตามมาทีหลังอีกทีตามที่บุคคลในสังคมตกลงกัน พอเห็นผลตรงกับเหตุก็สุขใจ ภูมิใจในตน ในงานที่ตนทำได้

ชอบที่จะเอาคำสอนของพระเถระทั้งสองนี้มารวมกันค่ะเพราะสำหรับตัวเองแล้ว บางอย่างก็สอนตนอย่างพรพรหม บางอย่างก็สอนตนอย่างพระอาจารย์ชา

ก็เพราะว่า "จะทำให้ได้แบบนี้มันยากเย็นเหลือเกิน มีใครสักกี่คนที่ทำงานแล้วไม่ต้องการอะไร" น่ะค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน