*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 233267
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< มกราคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2558
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 1943 , 13:13:15 น.  
หมวด : นักเรียน/นักศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 11 คน ชบาตานี , สิงห์นอกระบบ และอีก 9 คนโหวตเรื่องนี้

 คุณครูทอมป์สันโกหกนักเรียนชั้น ป.5 ของเขาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มสอนว่า ครูรักนักเรียนเท่ากันหมดทุกคนเลย ซึ่งเป็นไปไม่ได้เพราะว่ามีเด็กตัวเล็กๆท่าทางขี้เกียจคนหนึ่งชื่อเท็ดดี้   สต๊อดดาร์ด

 ครูทอมป์สันจับตาดูเท็ดดี้มาระยะหนึ่งและสังเกตว่า เขาไม่ค่อยเล่นดีๆกับเด็กคนอื่นสักเท่าไหร่ เสื้อผ้าของเท็ดดี้สกปรกและตัวเหม็นหึ่งอยู่ตลอดเวลา บางทีก็เกเร

คุณทอมป์สันตรวจงานของเท็ดดี้ด้วยหมึกสีแดง กากบาทไปหนาๆและใส่ตัว F ตัวใหญ่ๆลงไปบนหัวกระดาษ โรงเรียนที่ครูทอมป์สันสอน ครูต้องทบทวนประวัติของเด็กแต่ละคนด้วย แต่ครูทอมป์สันไม่ยอมตรวจประวัติเท็ดดี้จนกระทั่งเหลือแฟ้มสุดท้าย เมื่อตรวจดูแฟ้ม

 

 ครูทอมป์สันแปลกใจมากที่พบว่าครูชั้น ป.1 ของเท็ดดี้เขียนไว้ว่า “น้องเท็ดดี้เป็นเด็กที่ฉลาด ร่าเริง ทำงานเรียบร้อย มารยาทดี เป็นเด็กที่น่ารักมากทีเดียว”

  ส่วนครูชั้น ป.2 ของเท็ดดี้เขียนว่า “เท็ดดี้เป็นเด็กที่เรียนเก่งมาก เพื่อนๆชอบกันทุกคน แต่กำลังมีปัญหาเพราะแม่ของเท็ดดี้ป่วยหนัก และชีวิตทางบ้านต้องลำบากมากแน่ๆ”

 คุณครูที่สอนเท็ดดี้ตอน ป.3 เขียนว่า “เขาเสียใจมากที่เสียแม่ไป แต่คุณพ่อก็ไม่ค่อยให้ความรักความสนใจเขาเท่าไหร่ และชีวิตที่บ้านต้องส่งผลกระทบต่อเขาแน่ๆ ถ้าไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ”

  ส่วนคุณครูที่สอนเท็ดดี้ตอน ป.4 เขียนว่า “เท็ดดี้ไม่ยอมเข้าสังคมและไม่ค่อยสนใจการเรียนเท่าที่ควร ไม่ค่อยมีเพื่อนและหลบหนีจากห้องเรียน”

 

ตอนนี้คุณครูทอมป์สันรู้ถึงปัญหาแล้ว และอับอายในการกระทำของตนเองมาก ครูรู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม เมื่อนักเรียนในห้องซื้อของขวัญวันคริสต์มาสมาให้ ห่อด้วยกระดาษสีสดๆพร้อมผูกโบอย่างดี  ยกเว้นของขวัญของเท็ดดี้ที่ถูกห่ออย่างหยาบๆในกระดาษลูกฟูกหนาๆจากถุงใส่กับข้าว

  ครูทอมป์สันกัดฟันเปิดกล่องของเท็ดดี้ดูกลางกองของขวัญอื่นๆ เด็กบางคนเริ่มหัวเราะเมื่อเห็นว่าเท็ดดี้ให้กำไลลูกปัดที่ไม่ครบเส้น และ ขวดน้ำหอมที่เหลืออยู่แค่ก้นขวดให้ครู  แต่ครูก็หยุดเสียงหัวเราะของเด็กๆเมื่อเอ่ยขึ้นว่า กำไลเส้นนั้นสวยเพียงใด เขาสวมมันไว้ที่ข้อมือ และฉีดน้ำหอมไปบนข้อมือด้วย

 เท็ดดี้เฝ้ารออยู่จนเย็น ให้นานพอที่จะพูดว่า “ครูทอมป์สันครับ วันนี้ตัวครูหอมเหมือนที่แม่ผมเคยหอมเลยครับ”

 หลังจากที่นักเรียนทุกคนกลับบ้าน ครูทอมป์สันร้องไห้เป็นชั่วโมง หลังจากวันนั้นคุณครูเลิกสอนหนังสือ เลิกสอนการเขียนและเลขคณิต แต่คุณครูเริ่มสอนเด็กๆแทน

  คุณครูทอมป์สันเอาใจใส่เท็ดดี้เป็นพิเศษ เมื่อครูพยายามช่วยเกลาจิตใจของเขา เขาก็กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ยิ่งครูให้กำลังใจเท็ดดี้เท่าไหร่ เขาก็ยิ่งตอบรับเร็วขึ้นเท่านั้น ภายในสิ้นปีนั้นเอง เท็ดดี้กลายเป็นเด็กที่ฉลาดที่สุดในห้อง ถึงวันนี้ แม้คุณครูจะบอกว่ารักเด็กทุกคนเท่ากัน แต่ความจริง เท็ดดี้ได้กลายไปเป็น “ศิษย์โปรด” ของครูไปแล้ว

หนึ่งปีต่อมา คุณครูพบจดหมายอยู่ใต้ประตู จดหมายนั้นมาจากเท็ดดี้ บอกครูว่า คุณครูเป็นครูที่ดีที่สุดที่เขาเคยมีมา

 หกปีต่อมา ครูได้จดหมายจากเท็ดดี้อีก บอกว่าเขาเรียนจบ ม.ปลายแล้ว ได้ที่สามของระดับชั้น และคุณครูยังคงเป็นครูที่ดีที่สุดที่เขาเคยเจอมาในชีวิต

 สี่ปีหลังจากนั้น คุณครูได้รับจดหมายอีก บอกว่าแม้ชีวิตของเขาจะลำบากบ้าง เขาก็ไม่เลิกเรียนหนังสือ และจะจบปริญญาตรีในเร็วๆนี้ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง และยังย้ำกับคุณครูทอมป์สันว่า คุณครูเป็นครูที่ดีที่สุดและเป็นครูคนโปรดในชีวิตของเขา

 จากนั้นสี่ปีผ่านไป จดหมายอีกฉบับหนึ่งก็มาถึง ครั้งนี้เขาอธิบายว่า หลังจากที่เขาได้รับปริญญาตรีแล้ว เขาตัดสินใจเรียนต่ออีกนิด จดหมายนั้นอธิบายว่า คุณครูยังเป็นครูที่ดีที่สุดที่เขาเคยมี ครั้งนี้เขาลงชื่อในจดหมายของเขายาวขึ้นอีกหน่อยว่า นพ.ทีโอดอร์ เอฟ.สต็ดดาร์ด

 

เรื่องยังไม่จบแค่นี้ ฤดูใบไม้ผลิในปีนั้น ยังมีจดหมายมาอีก เท็ดดี้บอกมาในจดหมายว่า พ่อของเขาได้เสียไปเมื่อสองสามปีก่อนและเขาสงสัยว่าคุณครูทอมป์สันจะมานั่งในที่นั่งสำหรับพ่อเจ้าบ่าวในงานแต่งงานหรือไม่

แน่นอนที่สุด ครูทอมป์สันมา และทายสิว่าเกิดอะไรขึ้น

คุณครูใส่กำไลข้อมือเส้นที่มีลูกปัดหายไปหลายลูก และฉีดน้ำหอมที่เท็ดดี้จำได้ว่าแม่เขาฉีดตอนที่ฉลองเทศกาลคริสต์มาสครั้งสุดท้ายด้วยกัน คุณครูกับลูกศิษย์กอดกันกลม

 คุณหมอเท็ดดี้กระซิบในหูของคุณครูทอมป์สันว่า  “ขอบคุณมากนะครับคุณครูที่เชื่อในตัวผม ขอบคุณครูมากที่ทำให้ผมรู้สึกสำคัญและแสดงให้ผมเห็นว่า ผมสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆได้”

 ครูทอมป์สันกระซิบตอบพร้อมน้ำตานองหน้าว่า  “หมอเท็ดดี้ เธอเข้าใจผิดแล้วแหละ เธอต่างหากที่สอนครูว่า ครูสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งต่างๆได้ ครูไม่รูจักการสอนที่แท้จริงเลย จนกระทั่งครูได้พบและรู้จักเธอนั่นแหละ”

เรื่องเล่าเร้าพลังนี้ สอนให้รู้ว่า “ ครูสามารถเปลี่ยนชีวิตนักเรียนได้ด้วยการเปลี่ยนวิถีการสอนของครู "

 

(ย่อเรื่อง จากคอลัมน์ จิตวิวัฒน์ หนังสือพิมพ์มติชนรายวันฉบับวันที่ 10 มกราคม 2558)



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 33 rattiya , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามครับ วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

อ้างถึง -- "แล้วปล่อยคนอีก99เปอร์เซนต์ให้ดิ้นรนตามยถากรรมต่อไปเอาเอง"

ผมอยู่กลุ่มผู้ปกครอง ของคน ร้อยละ ๙๙ ที่ไม่มีสิทธิมีเสียงไปขอร้อง หรือเสนอแนะอะไรเสียด้วยซิครับ

ฟังแล้ว เหมือนคนที่อยู่สังคม "บริโภคนิยม" ที่เงินเป็นใหญ่ แต่ผมก็มองโลกตามความจริงนะครับ

คนที่ผมรู้จัก บางคน จ่ายค่าบริการเรียนพิเศษ เดือนละราวๆ ห้าหมื่น บาท สำหรับลูก ๓ คน บางคนก็จ่ายหลักพัน คือ ๕ พันบาท

เงิน ๕ พันบาท ถ้าหากต้องจ่ายทุกเดือน เป็นสัดส่วนประมาณ ร้อยละ ๒๐ ของครอบครัวที่มีเงินได้ ๒๕๐๐๐ บาท ผมถือว่า แพงนะครับ เพราะครอบครัวที่มีเงินได้ระดับนี้ ต้องเป็นครอบครัวชั้นกลางแล้ว

คู่สามีภรรยา บางคู่ มีเงินได้รวม ๕๐๐๐๐ บาท บอกว่า ไม่กล้ามีลูก เพราะค่าใช้จ่ายเรื่องการศึกษาสูงมาก

ผมไม่รู้ว่า ตัวเลขประเทศอื่น สูงอย่างทุเรศแบบประเทศไทยหรือไม่

เห็นด้วยว่า เด็กในครอบครัวชั้นกลาง หรือแค่พอมีพอกิน ไม่มีโอกาสเรียนแพทย์ เพราะไม่มีเงินไปเสียกับ "ค่าบริการเรียนพิเศษ"

ภาพรวมของสังคมในอนาคต ที่เกิดจากการวางระบบการศึกษาที่ผิดๆของประเทศนี้ จะเป็นอย่างไรหนอ เมื่อ คนที่มีใจอุทิศ รักเรียน ไม่ได้เรียนในวิชาชีพที่ตัวเองรัก และอยากทำ เพราะไม่มีเงินไปเรียนกวดวิชา

ส่วนพ่อแม่ยุคปัจจุบัน แทนที่จะเกษียณอย่างมีเงินออมบ้าง แต่ก็ต้องเอาเงินส่วนนี้ไปทุ่มเท เพื่อการเรียนของลูกๆ สุดท้าย จะหวังอะไรได้กับระบอบการศึกษาบิดๆเบี้่ยวๆ ของเรา

ความคิดเห็นที่ 32 rattiya , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ณัฐรดา วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 13.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 29
หวังว่าทั้งสองท่านจะเดินทางโดยสวัสดิภาพนะคะ

ความคิดเห็นที่ 31 rattiya , ยามครับ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห30.ยามครับ ไม่แรงครับ มันโดนใจมากครับ เชื่อไหมครับสมัยนี้คนจนหมดสิทธิ์เรียนแพทย์ครับ อาจมีหลงมาบ้าง แต่ยากจริงๆ เพราะจะสู้พวกคุณหนูไม่ได้ เพราะว่าไม่ต้องรับผิดชอบอะไรในชีวิต มีพ่อแม่คนใช้ดูแลการกินอยู่ให้เสร็จ มีหน้าที่เรียนและกวดวิชาอย่างเดียว

ความไม่เท่าเทียมการศึกษา ยิ่งเห็นยิ่งชัด สวัสดีประเทศไทย จงเป็นแชมป์เหรียญโอลิมปิคต่อไปเถิด จงดูแลคนสัก0.001เปอร์เซนต์ ให้ดี แล้วปล่อยคนอีก99เปอร์เซนต์ให้ดิ้นรนตามยถากรรมต่อไปเอาเอง

ความคิดเห็นที่ 30 rattiya , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ยามครับ วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

>>มันต้องถูกกำหนดเป็นแนวนโยบายระดับชาติ กล้ารื้อกรอบความคิดเก่าออกให้หมด และยังต้องรอผลที่ประจักษ์ ในอีกหลายๆสิบปีขึ้นไปครับ อาจต้องถึงอีกเจเนอเรชั่นหนึ่ง

คำถาม คือ ทำไม ระบบการศึกษาไทย งมงายในคะแนน และเกรด และคิดว่า การกวดวิชาคือ ทางออกของชีวิต

ทำไม "ต้องซื้อบริการทางการศึกษา" แพง เกินกว่า ค่าใช้จ่ายทางการศึกษาที่ต้องจ่าย

นี่เป็นสาเหตุพื้นฐานของความไม่เท่าเทียมกันทางชนชั้นและสังคม ที่รัฐบาล ควรเร่งพัฒนาระบบขึ้นมา เพื่อลดช่องว่างนี้ และเพิ่มโอกาสให้ทุกคนได้เรียน

นอกจากนี้ ควรจะสอนให้บทเรียนที่มีประโยชน์ต่อชีวิต อย่างแท้จริง


(ผมแว็บมา เม็นต์ ก็เล่นของแรงซะแระ ขออภัยครับ)

ความคิดเห็นที่ 29 rattiya , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

@ C 27 ณัฐรดา
เลขนี่ แม่มดไม่อ่อนค่ะ ทึบอย่างเดียว

พรุ่งนี้ แม่มดจะขึ้นอิสานกับเพื่อนสมัยเรียนมัธยมปลาย-ป.ตรี ๑ สัปดาห์นะคะ คุณรัตน์ก็ไปเที่ยวกับ Andre ๒ สัปดาห์ ให้เวลาบ้านนี้ปลอดโปร่งจากการถูกป่วนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 rattiya , ณัฐรดา และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

มันต้องถูกกำหนดเป็นแนวนโยบายระดับชาติ กล้ารื้อกรอบความคิดเก่าออกให้หมด และยังต้องรอผลที่ประจักษ์ ในอีกหลายๆสิบปีขึ้นไปครับ อาจต้องถึงอีกเจเนอเรชั่นหนึ่ง
เห็นด้วยค่ะ แต่ถ้ามีนักการเมืองหรือรัฐบาลกล้าหาญทำเช่นนั้น ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งพ่อแม่และครูบาอาจารย์ ต้องเล่นด้วย If not, forget it!!

น่ารักดีครับ ทำให้ลืมวัยไปได้เหมือนกัน
ที่ลืมน่ะ วัยใครคะ

ความคิดเห็นที่ 27 rattiya , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ณัฐรดา วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 08.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน


คุณแม่มดช่างรู้จริง
อ่อนเลขจริงๆค่ะ แต่กลับจับไม้อะไรได้ก็ไม่รู้ เลยได้ไปเรียนบัญชี

ความคิดเห็นที่ 26 rattiya , ยามครับ และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
สมชัย วันที่ : 19/01/2015 เวลา : 08.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห13,15. รอให้คุณณัฐรดามาตอบเองครับ

คห14.ยามครับ ขอบพระคุณครับที่แวะกลับมาอีกรอบ

"ไม่มีโรงเรียนที่ใช้แนวคิดแบบที่แม่มด มาดำเนินการสอนเด็ก ไม่มีครูที่กล้าแหวกแนว เพราะเสี่ยงต่อความก้าวหน้าในวิชาชีพ และเส้นทางชีวิต"

มันต้องถูกกำหนดเป็นแนวนโยบายระดับชาติ กล้ารื้อกรอบความคิดเก่าออกให้หมด และยังต้องรอผลที่ประจักษ์ ในอีกหลายๆสิบปีขึ้นไปครับ อาจต้องถึงอีกเจเนอเรชั่นหนึ่ง

คห17-23 แม่มดเดือนMarch ไม่อยู่สองวัน มีสาวๆมาจัดเฮฮาปาร์ตี้ที่บ้านผม ดีใจครับที่ให้ความไว้ใจว่าบ้านนี้ปลอดภัย ผ่อนคลาย ไม่เคร่งเครียด ผมคงไม่ลบหรอกครับ น่ารักดีครับ ทำให้ลืมวัยไปได้เหมือนกัน

คห24.สิงห์นอกระบบ ขอบพระคุณเช่นกันที่มาเยี่ยมครับ

คห25.ชบาตานี ผมชอบเรื่องนี้มาก มันคอยเตือนตนเอง อย่าเพิ่งตัดสินใครเพียงแค่สิ่งที่เห็น ว่าแต่ว่า ครูชบาใส่กระโปรงก็ดูดีนะครับ

ความคิดเห็นที่ 25 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ชบาตานี วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 18.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

อ่านเสร็จ ทำให้หัวใจตีบตันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 24 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 18/01/2015 เวลา : 17.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ขอบคุณครับ พี่หมอฯ

ความคิดเห็นที่ 23 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 16.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ตั้งแต่ค.ห.๑๗-๒๓ นี่คุณหมอลบทิ้งได้เลยนะคะ
หาสาระไม่เจอเลยจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 22 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 16.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เอ้อ บล็อกคุณหมอสมชัยกลายเป็นอะไรไปแล้ว
เธออาจจะจับเรา ๒ คนไปทดลองการถอนฟันแบบใหม่ๆก็ได้นะ คุณรัตน์
เพื่อความปลอดภัยของชีวิต แว้บดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 21 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 15.40 น.

ขอต่ออีกหน่อยค่ะ
"เล็กพริกขี้หนูแบบเม็ดกลมๆ " เราเน้นที่คุณภาพค่ะ ไม่เน้นรูปธรรม

ความคิดเห็นที่ 20 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 15.20 น.

"เล็กพริกขี้หนูแบบเม็ดกลมๆ "
กลมๆเล็กๆนี้เเหละเผ็ดดีนัก

ความคิดเห็นที่ 19 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 13.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เล็กพริกขี้หนูแบบเม็ดกลมๆ

ความคิดเห็นที่ 18 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 13.04 น.

คห. 17
ขอโทษที่พี่ตุ้ม ไม่ได้ลืมพี่ตุ้มหรอก เเต่เพราะทราบว่า พี่ตุ้มเป็นสาวน้อยมาดมั่น...ถึงเเม้จะตัวเล็ก(เอาความลับมาเปิดเผยอีกเเล้ว )..เเต่เป็นประเภท..เล็กพริกขี้หนูนะ...

เจ้าของบ้านบอกเเล้วว่าจะไม่อยู่บ้าน เราถือโอกาศเล่นกันเองเลย

ความคิดเห็นที่ 17 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 12.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

@ C 15 rattiya
อ้าว แล้วแม่มดล่ะ คุณรัตน์
งานนี้แม่มดถูกใส่ร้ายแล้วยังถูกทอดทิ้งอีก

ความคิดเห็นที่ 16 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

@ C 14 ยามครับ
เข้าใจ เข้าใจ

ความคิดเห็นที่ 15 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 12.02 น.

โชคดีเหมือนคุณยามฯ นอนไม่หลับตื่นตั้งเเต่ตีห้าครึ่ง(เวลาประเทศเยอรมนี) เเล้วก็เข้ามาอ่านเรื่องนี้ก่อนที่จะไม่อยู่บ้าน 2 อาทิตย์

หลายเรื่องที่เข้ามาอ่าน+ ความคิดเห็นของหลายท่านที่เขียน ทำให้ได้รับความรู้ มองโลกกว้างขึ้น

ปล.บล็อกนี้คุยกันทั้งครอบครัว(เเซวได้) คุณณัฐรดาอยู่ไหนค่ะ ถ้าต้องการกำลังสนับสนุนบอกได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ยามครับ วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 11.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ผมมักโชคดีที่ย้อนกลับมาอ่าน เอนทรี่ที่ตัวเองประทับใจ เพื่อดูว่าใครเขาแสดงความคิดเห็นอย่างไรบ้าง

และครั้งนี้ก็โชคดีอีกเช่นเดิม

1. พี่สมชัยบอกว่า "ผมจึงอยากให้ เปลี่ยนกระบวนความคิดใหม่ สร้างเด็กให้เป็นคนดีเป็นหลัก เรื่องเรียนเก่ง เป็นเรื่องรอง "

2. พี่แม่มดบอกว่า "บอกเล่ามาเพียงเพราะอยากจะบอกว่าประสิทธิภาพของการศึกษานั้นอยู่ที่การวางระบบ."

ประเทศไทย ยังต้องรออีกนาน ตราบใดที่เราคิดเพียงแค่ ไปเอาเหรียญ ไปสอบได้คะแนนสูงๆ

ปัญหาก็คือ แล้วผู้ปกครอง ก็โดนแนวคิดแบบนี้ บีบให้ไม่มีทางออกด้วย เพราะเมื่อแนวคิดเปลี่ยน วิธีการก็เปลี่ยน

ไม่มีโรงเรียนที่ใช้แนวคิดแบบที่แม่มด มาดำเนินการสอนเด็ก ไม่มีครูที่กล้าแหวกแนว เพราะเสี่ยงต่อความก้าวหน้าในวิชาชีพ และเส้นทางชีวิต

ความคิดเห็นที่ 13 ณัฐรดา , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 07.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

@ C 11
สุดท้ายนี้ คุณแม่มด รู้ความจริงได้อย่างไรว่า เด็กหญิงณัฐรดา อ่อนเลข......
คุณณัฐรดา แม่มดถูกใส่ร้าย
ไม่ได้รู้ค่ะ สมมุติเฉยๆ

ความคิดเห็นที่ 12 ณัฐรดา , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 04.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ผมจะไม่อยู่ สองวันครับ จะมาตอบอีกครั้ง วันจัมทร์ครับ

ความคิดเห็นที่ 11 ณัฐรดา , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 17/01/2015 เวลา : 04.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห9-10 แม่มดเดือนMarch ขอบพระคุณมากที่แสดงความเห็นที่เป็นสาระประโยชน์มาก เป็นเรื่องที่ผมอยากระบายออกมาแบบนี้ เป็นการศึกษาไทยที่ผมอยากเห็น ผมไม่ทราบที่ต่างประเทศเขามีการเรียนการสอนแบบนี้
ที่ไทยเอง ถ้าดูการเรียนการสอนในชั้นอินเตอร์ วิชาการที่เอาไว้สอบแข่งขันจะสู้เด็กชั้นปกติหรือเด็กห้องคิงไม่ได้เลย แต่การแสดงออก การคิดนอกกรอบ เด็กพวกนี้ จะคิดไปไกลกว่า เรียกว่าคิดแบบพิสดาร
จึงเป็นเหตุผลว่า เด็กไทยแข่งขันได้เหรียญบ่อยมาก แล้วเราก็มาภูมิใจกับคนไม่กี่คน ขณะที่ทอดทิ้งเด็กอีกมากมายให้กลายเป็นขยะสังคมไป
ปัจจัยที่เป็นเช่นนั้น มีตัวแปรมากมาย ตั้งแต่การวางเป้าหมายของการศึกษา ถ้าเราวางเป้าว่า คนดีต้องมาก่อนคนเก่ง ทิศทางเราจะเป็นแบบหนึ่ง ส่วนประเภททั้งเก่งทั้งดี พวกนี้ยกให้ไป พวกนี้ไม่ต้องเคี่ยวเข็ญ มากมาย แต่เพราะเราตั้งเป้าให้ทุกคนเป็นคนเก่งแบบถูกต้องตามตำรา ผิดจากตำราคือคนโง่ ที่หมดโอกาสในการศึกษาและทำมาหากิน
เมื่อระบบเป็นแบบนี้ มันก็พันกันไปหมด ทั้งพ่อแม่ก็อยากมีที่เรียนดีๆให้ลูก เพื่อมีโอกาสแย่งทรัพยากรมากกว่าคนอื่น ครูก็อยากสอนเด็กที่เก่ง เพราะง่าย สร้างชื่อเสียงให้ตนได้ ร.ร.กวดวิชาก็เกิดมากมายเพื่อรองรับสิ่งเหล่านี้
ปัญหานี้ต้อง ตกผลึกให้ได้ ต้องฝ่าอิทธิพลผลประโยชน์ที่แฝงอยู่มากมายเม็ดเงินที่หมุนในสถาบันกวดวิชามากมามหาศาล ใครจะเป็นผู้อาสา
ลองดูตามป้ายโรงเรียนใหญ่ๆ ตามจังหวัดสิครับ ติดป้ายว่าปีนี้มีเด็กติดแพทย์กี่คน ติดวิศวะกี่คน มันบาดหัวใจเด็กหลังห้องไหมครับ ผมจึงบอกว่า สังคมเราเชิดชูคนเรียนเก่ง เราเน้นให้เก่งตามตำราอย่างเดียว แต่ถามจริงๆเถอะ เด็กห้องคิงที่ได้ที่หนึ่ง กับเด็กหลังห้องที่ได้ที่โหล่ เอาไปปล่อยเกาะ คิดว่าใครจะรอดชีวิตกลับมา คนในสังคมเลยมองดูเด็กที่ตอบข้อสอบถูกเป็นคนดีเป็นคนเก่ง แล้วคนเก่งบางคนก็เอาความเก่งมาเบียดบังผลประโยชน์กับประเทศชาติดังที่มีตัวอย่างที่เห็นกันอยู่
ผมจึงอยากให้ เปลี่ยนกระบวนความคิดใหม่ สร้างเด็กให้เป็นคนดีเป็นหลัก เรื่องเรียนเก่ง เป็นเรื่องรอง เพราะในชีวิตจริงๆ เราก็ต้องเรียนกันตลอดเวลาอยู่แล้ว

สุดท้ายนี้ คุณแม่มด รู้ความจริงได้อย่างไรว่า เด็กหญิงณัฐรดา อ่อนเลข

ความคิดเห็นที่ 10 ณัฐรดา , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

บอกเล่ามาเพียงเพราะอยากจะบอกว่าประสิทธิภาพของการศึกษานั้นอยู่ที่การวางระบบ...
ทั้งนี้ไม่ได้แปลว่าบุคคลไม่สำคัญนะคะ แม้ในระบบที่บกพร่อง หากครู ผู้ปกครองและนักเรียนพยายามอย่างดีที่สุด ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาก็คงไม่เลวเกินไป
แต่เด็กบางคนก็อาจจะโชคไม่ดีเหมือนเท็ดดี้
และเรื่องสำคัญๆเช่นนี้ เราไม่ควรจะปล่อยให้อยู่ในกำมือของความบังเอิญ

ความคิดเห็นที่ 9 ณัฐรดา , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 21.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

แม่มดมีเรื่องอยากเล่าสู่กันฟังนะคะ
ในสังคมที่ระบบการศึกษาไม่เอื้อต่อผู้ด้อยโอกาส (ในรูปแบบใดก็ตาม) ในระบบการศึกษาที่เน้นการแข่งขัน เด็กที่โชคดีมีโอกาสพบครูที่มีจิตวิญญาณของความเป็นมนุษย์สูงเป็นพิเศษพอจะมีโอกาส "รอด" และ "ได้ดี"
แต่โอกาสนั้นไม่ได้มีสำหรับคนทุกคน ไม่ใช่เด็กทุกคนจะมีโอกาสได้พบคุณครูที่แสนดีเช่นในเรื่องชวนประทับใจอย่างที่คุณหมอเล่า

ในระบบการศึกษาของประเทศเยอมนี เราไม่ค่อยได้ยินเรื่องราวที่ sentimental ของคุณครูแบบนี้บ่อยนัก ไม่ใช่เพราะประเทศนั้นไม่มีครูดีแต่เพราะระบบของเขาไม่ทำให้เกิดเด็กที่ถูกทอดทิ้งจนคุณครูคนดีที่หนึ่งต้องมา"rescue"เช่นนี้

เยอรมนีแทบจะไม่มีโรงเรียนประเภท elite เลย โรงเรียนเอกชนก็แทบจะหาไม่ได้ ทุกเมืองมี "โรงเรียนรัฐบาล" ธรรมดาๆให้เด็กเรียน ลูกคนงานหรือลูกผู้อำนวยการโรงพยาบาลก็เรียนโรงเรียนเดียวกัน
เรารู้ตั้งแต่ลูกยังไม่เกิดเสียด้วยซ้ำว่าลูกของเราจะไปโรงเรียนใดเพราะมีการกำหนดชัดเจนว่าเด็กที่บ้านอยู่เขตใดจะต้องไปโรงเรียนใด
ชั้นอนุบาลเป็นการฝึกเด็กให้คุ้นชินและไว้วางใจสังคมแรกถัดจากครอบครัว ไม่มี "การเรียนหนังสือ" เด็กเล่นทั้งวัน
ผู้อภิบาลพาเด็กไปเล่นที่สวนสาธารณะ ไปเที่ยวฟาร์ม เก็บดอกไม้ในทุ่งหญ้า ไปดูโรงงานกำจัดขยะ ไปดูการทำขนมปัง ไปปีนต้นไม้เล่นในป่าของเมือง ฯลฯ
ชั้นอนุบาลมี ๓ ปี เด็กเล่นเสีย ๒ ปีครึ่ง ครึ่งปีสุดท้าย เด็กจะหัดเดินไปจากบ้านและกลับบ้านตามลำพัง เด็กต้องอธิบายได้ว่าบ้านอยู่ไหน โทรศัพท์บ้านเบอร์อะไร พ่อแม่ชื่ออะไร ตามตัวได้ที่ไหน ถ้าเกิดเหตุร้ายจะต้องโทรถึงใคร ต้องตอบคำถามตำรวจหรือโรงพยาบาลได้ เด็กจะเรียนกฎจราจรพื้นฐานและฝึกหัดทำการปฐมพยาบาล ฯลฯ เรื่องอ่านออกเขียนได้ไม่จำเป็น นั่นเอาไว้เรียนในชั้นประถม
เมื่อถึงเกณฑ์เข้าเรียน โรงเรียนจะจัดเด็กที่บ้านอยู่ติดกันหรือใกล้กันไว้ในห้องเดียวกัน มีการจับคู่เพื่อนซี้ คือเด็ก ๒ คนมีหน้าที่รับผิดชอบซึ่งกันและกัน คนหนึ่งป่วย อีกคนหนึ่งต้องไปเยี่ยม คอยเก็บการบ้านหรือกระดาษบทเรียนไปให้ ฯลฯ
ในสัปดาห์หนึ่ง จะมีชั่วโมงหนึ่งที่เด็กจะมาฟ้อง ฟ้อง ฟ้องครูประจำชั้นว่าเพื่อนคนนี้เป็นอย่างนั้น ครูคนนั้นเป็นอย่างโน้น ฯลฯ
ทุกอย่างเป็นการพูดคุยอย่างเปิดเผยในชั้น ครูจะเป็นผู้ฟังแล้วคอยแก้ปัญหาให้เด็ก ไม่มีการลงโทษ มีแต่การปรับความเข้าใจ ไกลเกลี่ย ประนีประนอม หรือตำหนิ วิพากษ์วิจารณ์ อะไรทำนองนั้น คือเด็กจะถูกฝึกให้เรียนรู้การอยู่ในสังคม การรับฟังความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่น ฯลฯ
ชั้นป ๑ เด็กเรียนเพียงสัปดาห์ละ ๑๘ ชั่วโมง เด็กจะต้องใช้เวลาทำการบ้านไม่เกินวันละครึ่งชั่วโมง เวลาที่เหลือเอาไว้เล่นเพราะยังเป็นเด็กเล็กมาก อะไรจะสำคัญยิ่งกว่าการเล่นละคะ
อุปกรณ์การเรียนในโรงเรียน hi-tech มากคือมีแต่หนังสือและสมุดที่เป็นกระดาษกับดินสอและไม้บรรทัด ไม่มีการใช้คอมพิวเตอร์หรือเครื่องคำนวน ไม่มีแม้แต่การท่องสูตรคูณ
การเรียนทีเยอรมนีเน้นการท่องจำน้อยมาก เด็กประถมที่เยอรมนีจะถูกฝึกให้คิดเลขในใจอย่างคล่องแคล่ว รวดเร็วและแม่นยำ เด็กชั้นเล็กๆไม่มีการสอบเลย
การเรียนจะหนักหนาสาหัสขึ้นเรื่อยๆตามชั้นเรียนและอายุของเด็กแตไม่ใช่หนักตั้งแต่ก่อนเข้าอนุบาลแบบบ้านเรา
การเรียนพิเศษมีแต่เป็นกรณีพิเศษจริงๆ เยอรมนีมีกฎหมายห้ามครูสอนพิเศษลูกศิษย์ตัวเอง เช่นคุณครูสมชัยสอนวิชาเลขเด็กหญิงณัฐรดาในชั้นเรียน ถ้าเธออ่อนเลข เธอต้องไปเรียนกับครูสอนเลขคนอื่น ฉะนั้นปัญหาแบบบ้านเราที่ครูสอนแบบกั๊กในชั้นแล้วไปเต็มที่เอาตอนสอนพิเศษจะไม่มีทางเกิดขึ้นได้
ครูวิชาใดมีเด็กต้องไปเรียนพิเศษมากๆ ครูจะถูกเพ่งเล็งเสียด้วยซ้ำเพราะถ้าครูสอนเต็มที่ ทำไมจึงมีเด็กมากมายนักต้องไปเรียนพิเศษ
เด็กเองก็จะไปเรียนพิเศษเฉพาะเมื่อมีความจำเป็นจริงๆเช่นป่วยนานจนตามชั้นไม่ทันหรือไม่เอาใจใส่บางวิชาเสียจนกำลังจะสอบตก พอสถานการณ์ล่อแหลมผ่านไป เด็กก็จะหยุดเรียนพิเศษ ดังนั้นเด็กจะเรียนเพียง ๓ เดือน ๖ เดือนและเพียง ๑ หรือ ๒ วิชาเท่านั้น
เด็กเก่งจะไม่ไปเรียนพิเศษเลย เอาเวลาไปฝึกดนตรี เล่นกีฬา หรือทำกิจกรรมอื่นๆเสียดีกว่า
โรงเรียนและสังคมไม่ชื่นชมเด็กที่เอาแต่เรียนอย่างเดียว เด็กควรจะทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อชุมชนด้วย เด็กบางคนจึงเป็นอาสาสมัครดับเพลิง อาสาสมัครประจำรถพยาบาล อาสาสมัครดูแลป่าไม้ของเมือง รับสอนพิเศษนักเรียนชั้นเล็กที่ไม่มีคนดูแลเวลาทำการบ้านฯลฯ
และแน่นอน ไม่มีการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย
ตั้งแต่จบชั้นมัธยมต้น เด็กจะแยกสายไปแล้วว่าจะไปสายอาชีพที่ได้เงินเดือนตั้งแต่ตอนเรียนและโอกาสตกงานมีน้อยมากเพราะเยอรมนีเป็นประเทศอุตสาหกรรม หรือจะไปสายสามัญ มุ่งสู่มหาวิทยาลัย
เด็กอาจเปลี่ยนสายการเรียนได้ภายหลังถ้าเรียนไปแล้วไม่ชอบ

ยังมีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับระบบการศึกษาที่มีแต่โรงเรียนธรรมดา ครูธรรมดาและนักเรียนธรรมดา แต่แม่มดเมื่อยมือแล้ว จบนะคะ
บอกเล่ามาเพียงเพราะอยากจะบอกว่าประสิทธิภาพของการศึกษานั้นอยู่ที่การวางระบบ...นี่เป็นเพียงความเห็นของแม่มดนะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 ณัฐรดา , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
สมชัย วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 18.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1แม่หมี เป็นเรื่องที่ผมอ่านบ่อยมากครับ

คห2.ยามครับ ถ้าเป็นหนัง ต้องเรื่องสามชุกครับ ครูทอมป์สันในคราบครูไทยครับ เรื่องนี้ดูครั้งใดเรียกน้ำตาผมได้ทุกครั้ง

คห3.wullopp ดีมากครับท่านอาจารย์วัลลภ ขอบคุณที่ร่วมแสดงความเห็นครับ

คห4.แม่มดเดือนMarch อยากให้ครูมาอ่านจริงๆครับ

คห5.คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว

คห6.rattiya

ความคิดเห็นที่ 7 ณัฐรดา , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

เท็ดดี้เป็นตัวแทนเด็กชายขอบหรือเด็กหลังห้อง ที่พบเห็นทั่วไปตามโรงเรียนต่างๆ เป็นเด็กที่ครูประจำชั้นเบื่อหน่าย ผู้บริหารโรงเรียนไม่ชอบ อยากจะเนรเทศไปให้พ้นจากโรงเรียน เพราะไม่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน สร้างผลงานให้กับครูกับผู้บริหาร เวลาประเมินผลงาน

เด็กอย่างเท็ดดี้ จะถูกเปรียบเทียบ กับเด็กที่เรียนเก่ง เป็นเด็กที่ว่าง่ายสำหรับครูผู้สอน ชีวิตทางบ้านที่พ่อแม่อาจมีปัญหา อย่างมากก็สอนลูกได้เพียงคำว่า “ตั้งใจเรียนนะลูก เชื่อฟังครูอาจารย์” แต่สิ่งที่เท็ดดี้ เจอที่โรงเรียนมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

ครูพยายามที่จะสอน ให้จำ ให้ฟัง ในสิ่งที่ตนเอง ไม่สนใจ ไม่เข้าใจ ขอเพียงท่องตามจำวิธีการแล้วทำคะแนนให้สอบผ่าน นี่คือการพัฒนาคนในความหมาย ของการศึกษา เราจึงพบเห็นการเก็งข้อสอบ การกวดวิชา เพื่อให้ได้คะแนนดีๆ ซึ่งมีเด็กกี่คนที่จะเข้าถึงบริการนี้ได้

เราไม่ได้สอนเรื่องการต้องอยู่ร่วมกับคนอื่น อย่างไร การทำงานกับคนอื่นอย่างไร การเคารพสิทธิ์คนอื่นอย่างไร ผู้ชายต้องปฏิบัติกับผู้หญิงอย่างไร การทำงานเพื่อส่วนรวมอย่างไร

การศึกษามีหน้าที่ยัดเยียด ความรู้ทุกแขนงใส่ในตัวเด็ก ดูแต่เรื่องสมองแต่ไม่ดูจิตใจ

เท็ดดี้คือช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต จากเด็กไปสู่ผู้ใหญ่ ขอเพียงเข้าใจและประคองเขาให้ผ่านช่วงเวลาวิกฤติช่วงนี้ไปได้
ให้เขาไม่รู้สึกว่าถูกทอดทิ้ง ถูกเหยียดหยาม ดูหมิ่น ให้เขายังรู้ว่ามีคนรักและห่วงใยเขาอยู่ ไม่จำเป็นต้องเรียนเก่งจนสร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียน ขอเป็นเพียงคนที่ดี มีความรับผิดชอบต่อสังคม ก็เพียงพอ วิชาความรู้มันสามารถเรียนทันกันได้ แต่การบ่มเพาะเม็ดพันธุ์ที่กำลังเติบใหญ่ให้มีคุณประโยชน์ทั้งต่อตัวเขาเองและสังคมจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ความคิดเห็นที่ 6 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 17.50 น.

ซาบซึ่งมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

ซาบซึ้งมากๆ ครับพี่สมชัย

ความคิดเห็นที่ 4 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 16.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เชื่อว่าคุณครูร้องไห้หลายครั้งจริงๆ คนอ่านยังขี้มูกโป่งไปด้วยเลย
อยากให้ผู้สอนทุกคนได้อ่านเรื่องนี้จังค่ะ
เป็นเรื่องราวที่ inspiring มากมาย

ความคิดเห็นที่ 3 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 3 คนถูกใจสิ่งนี้ (5)
wullopp วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เรื่องนี้
ทำให้นึกถึงคำสอนของครุท่านหนึ่ง
ว่า
.
พ่อแม่ที่ดี สร้างลูกที่ดี
ลูกที่ดี สร้างพ่อแม่ที่ดี
.
ครูที่ดี สร้างลูกศิษย์ที่ดี
ลูกศิษย์ที่ดี สร้างครูที่ดี
.
พ่อแม่ที่ดี มักจะได้รับแรงบันดาลใจ
จากลูกที่ดี
ครูที่ดี มักจะได้รับแรงบันดาลใจ
จากลูกศิษย์ที่ดี
.
อาจารย์ท่านหนึ่ง เขียนเรื่องนี้ไว้
เกือบ 30 ปี
และ ผมก็ลืมไปแล้ว
เพิ่ง จะนึกเรื่องนี้ได้
หลัง อ่านเรื่องของอาจารย์
.
ขอขอบพระคุณ ครับ...

ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ยามครับ วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 15.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

เรียกเอาผมน้ำตารื้นเลยทีเดียว

ถ้าเป็นหนัง คงเป็นหนัง good feeling อย่างมิต้องสงสัย

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 16/01/2015 เวลา : 13.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านจบ...ซาบซึ้ง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน