*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 232587
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< พฤษภาคม 2015 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 2 พฤษภาคม 2558
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 1809 , 17:27:24 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน ni_gul , wullopp และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

คู่ชีวิตที่อยู่กินกันมานานกว่า30ปี วันหนึ่งผู้หญิงเกิดความรู้สึกว่า  ชีวิตคู่สมรสหายไป ที่อยู่ด้วยกันทุกวันนี้เหมือนคนรู้จักกันสองคนมาอยู่บ้านเดียวกันเท่านั้น   การโหยหาอดีตกับความรักที่หวานชื่น ในขณะที่ฝ่ายชายเมินเฉย ไม่รู้สึกกับความรู้สึกของภรรยาตน  ฉากจบจะเป็นเช่นไร

ผมไม่มีข้อมูลอะไรกับหนังเรื่องนี้  ที่ซื้อมาเพราะเหตุผลสองข้อ คือ ราคา 69 บาท และดาราที่นำแสดงคือ ทอมมี่ ลีโจนต์ กับ  เมอรีล สตรีฟ  เท่านั้น  ซื้อแล้วก็เก็บเอาไว้ ไม่ใคร่อยากดูนัก เพราะคนตั้งชื่อภาษาไทยหนังเรื่องนี้  ตั้งชื่อได้แย่มาก

ชื่อภาษาไทย เรื่องนี้คือ  “คุณป้าดึ๋งดั๋ง  ปึ๋งปั๋งกันไหมปู่ “  เพียงชื่อที่ตั้งก็พาคิดไปว่าเป็นหนังตลกเบาสมอง  ดูเพลินๆ

 

แต่พอได้ดูหนังเรื่องนี้  ผมต้องดูอีกสองสามรอบ  ซึมซับสิ่งที่หนังถ่ายทอดออกมา  เป็นหนังดราม่าที่ค่อนข้างหนักทีเดียวเป็นหนังที่สะท้อนชีวิตคู่สมรสที่อยู่กันมานาน  ซึ่งอาจมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต่างฝ่ายต่างเก็บงำเอาไว้ ไม่เปิดเผยต่อกัน จนนำไปสู่ความชาเย็น หรือเกิดความจืดชืดในชีวิต  ต่างฝ่ายต่างทนๆกันไป  อยู่กันไปแบบคนรู้จัก อยู่กันไปแบบเพื่อนที่สนิท  แต่ไม่ได้อยู่กันแบบคู่รักเหมือนในอดีต

ผมดูเรื่องนี้จบ  รู้สึกว่ารักภรรยามากขึ้น  เข้าใจผู้หญิงมากขึ้นไปอีก  ในขณะที่ผู้หญิงก็เข้าใจในตัวผู้ชายมากขึ้น  ชีวิตคู่ที่จะต้องประคองกันไปเป็นคู่ชีวิตโดยตลอดรอดฝั่ง อย่างเติมเต็ม    เฉกเช่นตอนแต่งงานใหม่ๆนั้น  จะต้องเป็นความร่วมมือร่วมใจของคนทั้งสองที่ต้องอดทน  เปิดใจในข้อขัดแย้ง  ไม่เก็บงำ    ลดศักดิ์ศรีตนเองลงบ้าง   ดูแลทั้งอาหารกายและอาหารใจซึ่งกันและกัน  มีอารมณ์โรแมนติค   ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลทางตัวเลขหรือวิทยาศาสตร์รับรองเสมอไปทุกครั้ง

สิ่งที่จะทำให้เงื่อนไขเหล่านี้สำเร็จได้ง่าย ก็คือ ต่างฝ่ายต่างมี เมตตา กรุณาต่อกัน

ประโยคที่กินใจที่อาจเป็นบทสรุปของหนังเรื่องนี้คือ

“คู่ชีวิตดีๆ  ก็ยังต้องมีช่วงเวลาเลวร้าย  เลวร้ายขนาดที่อยากถอดใจ  แต่อย่าเด็ดขาด อดทนเอาไว้  แล้ววันหนึ่งที่มาย้อนกลับมาในช่วงเวลานี้  คุณจะเห็นว่า มันเป็นแค่ปฐมบทของรักที่อิ่มเอมและจัดจ้านกว่าที่คุณฝันไว้”

 

อาร์โนลอ์(ทอมมี่  ลี โจนส์) นักบัญชีขี้เหนียว  ที่เงินทุกบาททุกสตางค์ที่ใช้จ่ายออกไปต้องเกิดประโยชน์สูงสุด  ซึ่งเป็นลักษณะเฉพาะของนักการเงิน ที่บริหารเงินให้คุ้มค่า  ชอบนั่งดูรายการกอล์ฟของ ESPN  หลังเลิกงาน ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมาก็จะนั่งทาน แฮมหนึ่งชิ้นกับไข่ดาว  ที่ เคย์ ( เมอรีล  สตรีฟ ) ทอดให้   พร้อม หนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับก่อนไปทำงาน 

ทั้งคู่แยกห้องนอนมานานหลายปีแล้ว  ที่อยู่กันทุกวันนี้ ก็แต่ในนามของสามีภรรยากัน  นานครั้งที่ลูกสาวลูกชายที่มีครอบครัวแล้วจะกลับมาสังสรรค์กันสักครั้งหนึ่ง

อาร์โนลด์ ไม่เคยแตะเนื้อต้องตัว เคย์ ด้วยความรัก มานาน  เพราะคิดว่าไม่จำเป็น เนื่องจากแก่ๆกันแล้ว การแสดงความรักอย่างหนุ่มสาวเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ลึกๆในใจคือเขาไม่ต้องการเคย์จริงๆ เพราะสรีระที่ไม่ชวนฝัน และตนเองกลัวว่าจะไม่สามารถทำหน้าที่ได้ จึงเป็นเหตุผลที่บ่ายเบี่ยงเสมอมา

 

ฉากเปิดเรื่อง  เคย์บรรจงแต่งตัวด้วยชุดนอนที่เธอคิดว่าสวยที่สุด  เปิดประตูห้องนอนของ อาร์โนลด์ หลังจากที่เธอชั่งใจอยู่นาน  เพียงหวังว่า  อาร์โนลด์จะชมเธอบ้าง  หรืออาจเกินเลยไปถึงสัมผัสตัวเธอบ้าง  แต่ความหวังของเคย์ ต้องพังทลายลงเนื่องจาก อาร์โนลด์ปฏิเสธความรู้สึกนี้   เพราะอ้างว่าตนเองเพลีย ไม่อยากมีเซ๊กส์

ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีสามีถูกต้องตามกฎหมาย ที่ในอดีตมีการสัมผัสต่อกันเป็นเรื่องปกติ แต่ในยามนี้  ต้องมาลุ้นว่า สามีตนเองจะชมหรือจะแตะต้องตัวเธอหรือไม่  ชีวิตทำไมช่างน่าอนาถเช่นนี้  เคย์รู้สึกเศร้าใจว่าชีวิตอันหวานชื่นได้โบยบินจากเธอไปแล้ว

 

การแสดงความรัก กับการมีเซ๊กส์นั้น  เป็นคนละเรื่องเดียวกัน  อาจเป็นปัจจัยซึ่งกันและกัน หรือไม่ก็ได้ 

ถ้าอาหารจานหลักของผู้ชาย คือการมีเซ๊กส์    อาหารจานหลักของผู้หญิงคือ ความรัก ความเอื้ออาทร ความเอาใจใส่ ไม่ใช่เซ๊กส์     สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผู้ชายโดยมากเข้าใจผิดเสมอมา

ผู้ชายมักเหมาทุกครั้งว่า ยามที่ผู้หญิงทอดสายตา มาคลอเคลีย นัวเนีย  แสดงว่าผู้หญิงต้องการ การมีเซ๊กส์  และคิดว่า การโอบกอด  การจุมพิตกัน การจูงมือกัน  มันต้องจบลงด้วยเรื่องเช่นนั้น  เลยรู้สึกว่าพออายุมาก การโอบกอดภรรยาตนเอง  เป็นเรื่องไม่เหมาะ  เดี๋ยวคนอื่นจะว่า   แก่แล้วไม่รู้จักแก่

 

ในขณะที่ผู้หญิงความสุขของชีวิตที่ควรจะได้จากคู่ชีวิต  เป็นเพียง คำชม ที่อ่อนหวาน การใส่ใจในเรื่องเล็กน้อย  การกอดสัมผัสที่มาจากหัวใจ  การกระซิบบอกรักเบาๆ  ทั้งน้ำเสียงทั้งแววตา  การมีเซอร์ไพรซ์เล็กๆน้อยๆบ้าง  เพียงเท่านี้ก็คือความสุขแสนสุขที่เธอต้องการ ไม่ได้ต้องการไปถึงขั้นว่าจะต้องมีเซ๊กส์เสมอไป   เพราะการมีเซ๊กส์เป็นแค่ของแถม

ผู้หญิงจะมีเซ๊กส์อย่างเต็มใจและมีความสุข ต้องมาจากความรักที่บ่มเพาะจากอารมณ์รักที่อาทรมาก่อนพอสมควร

อาร์โนลด์ไม่เข้าใจเรื่องนี้  พอเห็นเคย์จะเข้ามาในห้อง ก็คิดว่าเคย์อยากมีเซ๊กส์ ในขณะที่ตนเองไม่มีอารมณ์กับเคย์  ถ้าอาร์โนลด์เพียงชมเคย์สักนิด กอดเธอบ้าง สัมผัสเธอบ้าง ด้วยความรักเมตตาเธอ  เคย์ก็คงไม่มีปัญหาจนต้องไปพึ่งผู้เชี่ยวชาญในการแก้ปัญหาคู่สมรสมาเยียวยา เพราะเธอรู้สึกถึงความอ้างว้าง  สูญเสีย  ชีวิตที่กลวงว่างเปล่า

 

ดร. เบอร์นี่  ฟิลด์ ( สตีฟ  คาร์เรล) ผู้เชี่ยวชาญการแก้ปัญหาคู่สมรส  ได้ให้คนทั้งสองเปิดเผยปมในใจ ที่ทำให้การครองคู่ต้องมีอุปสรรค   โดยการให้แต่ละคนพูดถึงความรู้สึกในการอยู่ร่วมกันว่ามีความสุขมากน้อยแค่ไหน มีปัญหาค้างคาใจอย่างไร  ขณะที่คนหนึ่งพูด อีกคนอย่าเพิ่งสอดแทรกในระหว่างนั้น

ปัญหาชีวิตของคนทั้งสองที่ผ่านการระบายความในใจออกมาจากวิธีการป้อนคำถามอันแยบยลของ ดร.ฟิลด์  ทำให้เรามองเห็นภาพและสาเหตุที่มาจากปัจจัยของคนทั้งสอง  ต่างเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน

แม้ว่าคนเราจะผ่านการพัฒนาการความก้าวหน้า องค์ความรู้ที่ก้าวกระโดดดังเช่นปัจจุบัน  แต่สิ่งที่ซ่อนเร้นลึกๆโดยไม่รู้ตัวก็คือสัญชาตญาณดั้งเดิม 

ทำไมผู้ชายคิดว่ายามแสดงความรักกับผู้หญิงต้องจบลงที่การมีเซ๊กส์เสมอ

ทำไมผู้ชายชอบดูรูปโป๊ ชอบดูผู้หญิงหุ่นเซ๊กซี่  ชอบไปดูมอเตอร์โชว์

 

เพราะผู้ชายเป็นนักลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง  ผู้ชายสามารถปลดปล่อยสเปริมส์เรี่ยราดให้ใครก็ได้  ทำให้ผู้หญิงตั้งครรภ์ เป็นการสืบเผ่าพันธุ์ตนเองสมประสงค์  ธรรมชาติให้ผู้ชายเป็นผู้ส่ง  ผู้หญิงเป็นผู้รับ สารพันธุกรรมนั้น  ภารกิจที่ธรรมชาติมอบให้ผู้ชายนั้น จึงต้องมีอุปกรณ์ที่ใช้งานได้ดีเพื่อการส่งมอบสินค้า     และมีการตบรางวัลเพื่อตอบแทนภารกิจนี้     คือความสุขจากการปฏิบัติเช่นนั้น  เรียกว่า การถึงจุดสุดยอด

เพราะอวิชชา ความไม่รู้ ในภารกิจหลักที่ธรรมชาติมอบมา  จึงกลายเป็นตัณหาทะยานอยาก  ไปเสพติดกับรางวัลปลอบใจในการทำภารกิจนั้นแทน  คือไปเสพติดการถึงจุดสุดยอด  การที่หลงไปเช่นนี้  จึงทำให้  ต้องมี ถุงยางอนามัย  ยาคุมกำเนิด

การร่วมเพศทางทวารหนัก การร่วมรักทางปาก  ยาไวอก้า  ถั่งเช่า  หรือทานอาหารพิสดารทั้งหลายที่ต้องไปล่วงละเมิดหรือทรมานชีวิตสัตว์อื่นๆ

 

การดูรูปโป๊ หรือการมองหญิงอื่นที่เยาว์วัย มีสรีระที่น่าดู จึงเป็นสิ่งที่ซ่อนเร้นในจิตใจผู้ชาย ซึ่งตอนที่แต่งงานใหม่ๆมักไม่มีปัญหา เพราะด้วยวัยที่เจริญพันธุ์ ทุกอย่างจึงยังอยู่ในสภาพที่ควรแก่งาน  แต่ยามที่ร่วงโรยตามอายุ  ของฝ่ายหญิง ในขณะที่ผู้ชายยังมีสัญชาตญาณในเรื่องนี้ซ่อนอยู่   อาร์โนลด์จึงต้องหลับตาทุกครั้งที่มีเซ๊กส์กับ เคย์เพื่อจินตนาการสิ่งที่ซุกซ่อน    แต่เคย์ต้องการการสัมผัสทางสายตามากกว่า  เธออยากให้เขาต้องการเธอ ไม่ใช่ต้องการเซ็กส์ แต่เมื่ออาร์โนลด์ลืมตามองเห็นเมียตนเองในความเป็นจริง ไม่ใช่สาวสวยเซ็กซี่อย่างที่กำลังจิตนาการอยู่ เขาจึงหมดอารมณ์

ความไม่เข้าใจกันในระหว่างหญิงและชายที่คิดสวนทางเช่นนี้ จึงนำมาซึ่งความคุกกรุ่น และความผิดหวัง ความสูญเสียความมั่นใจ 

ฝ่ายชายที่มองการมีเซ๊กส์เป็นเรื่องสำคัญ  ฝ่ายหญิงกลับมองถึงความรักความเอาใจใส่ที่มีต่อกันเป็นเรื่องสำคัญ  ถึงจุดนี้จึงไม่ทราบว่าอะไรเป็นเหตุก่อนเหตุหลัง

 

อาร์โนลด์ที่ไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องเพศกับ เคย์ แต่เขาก็เป็นสามีที่ประเสริฐ ไม่ยอมนอกใจ  ความกดดันทางเพศที่ไม่ได้รับการระบายออก แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ เป็นคนโมโห ฉุนเฉียวง่าย ขี้บ่น   สิ่งเหล่านี้เป็นพฤติกรรมปกติของผู้ชายที่มีความต้องการแต่ต้องสะกดข่มเอาไว้ 

มีตัวอย่างให้เห็นมากมาย โดยเฉพาะพระบางรูป ที่ขี้โมโห ดุด่าตำหนิ ทั้งเณร ทั้งฆราวาส  น่าเห็นใจมาก จิตใจที่ยังไม่พร้อมที่จะมาเป็นบรรพชิต  แต่ต้องมาถูกวินัยกดเอาไว้  ทางระบายก็ไม่มี  ราคะที่ถูกขัดจึงกลายเป็นโทสะแทน

อาร์โนลด์ซื้อของขวัญวันเกิดให้เคย์  แทนที่จะให้เป็นส่วนตัว เพื่อคนรับแท้ๆ  กลับซื้อของขวัญที่สามารถใช้ได้ทั้งบ้าน เช่นตู้เย็น  เครื่องทำน้ำอุ่น  เพราะความขี้เหนียว จะซื้อทั้งทีขอให้ได้ประโยชน์เต็มที่ เวลาพาเคย์ไปเที่ยวก็จะบ่นถึงความสิ้นเปลือง

อาร์โนลด์ชอบผู้หญิงผมยาว  อย่างผู้หญิงเพื่อนบ้าน  แต่เคย์กลับชอบตัดผมให้สั้น และเพราะเธอไม่ยอมทำตามสิ่งที่เขาร้องขอ เขาจึงแก้คืนด้วยการไม่ทำตามคำขอของเธอบ้าง 

อาร์โนลด์ชอบเซ๊กส์ที่พิสดารมากกว่าที่ผ่านๆมา แต่เคย์กลับเมินเฉยและไม่กล้าแม้กระทั่งจะคิด

 

เรากลับมาดูที่เคย์ว่าทำไม เคย์ถึงเฉยเมยยามที่มีเซ๊กส์กับ อาร์โนลด์

เพราะผู้หญิง จำเป็นต้องมีความรัก ความโรแมนติค รู้สึกถึงความเอาใจใส่จากผู้ชายก่อน เมื่อความประทับใจ เหล่านี้บ่มเพาะเพียงพอ การยินยอมพร้อมทั้งกายและใจจึงตามมา แต่อาร์โนลด์ไม่เข้าใจเรื่องนี้ นึกจะมีก็มี  เร่งรีบในขณะที่เคย์ยังไม่ทันมีอารมณ์ร่วม

อาร์โนลด์ไม่ดูแลตนเองในเรื่องกลิ่นตัวและกลิ่นปาก  บางทีตนเพิ่งทานอาหารกลิ่นแรงเสร็จก็จะมีเซ็กส์แล้ว จึงเป็นอีกเหตุที่ทำให้เคย์ไม่มีอารมณ์ร่วมกับเขาด้วย พอเคย์ไม่มีอารมณ์ร่วม อาร์โนลด์ก็ยิ่งต้องหลับตาเพื่อใช้จินตนาการในขณะมีเซ็กส์

ยามใดที่อาร์โนลด์สัมผัสตัวเคย์ ก็หมายถึงการมีเพศสัมพันธ์อย่างเดียว   นอกจากนี้แล้วจะไม่แตะต้องตัวเคย์ การพูดก็เหมือนกัน หากเขาไม่เล่าเรื่องงานของบริษัท หากเคย์ไม่ถาม เขาก็แทบไม่เคยพูดกับเธอ สิ่งต่างๆเหล่านี้จึงทำให้เคย์รู้สึกอ้างว้าง

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้จึงเป็นเหตุที่ เคย์ขาดความประทับใจสามีตนเอง  จนนำไปสู่การไม่อยากมีเซ๊กส์กับอาร์โนลด์ หรือยามมีก็เป็นไปอย่างซังกะตาย  ซึ่งย่อมส่งผลกระทบไปที่อาร์โนลด์จนไม่อยากมีเพศสัมพันธ์กับเคย์อีกเพราะเขารู้สึกว่า มีเซ็กส์กับคนที่ไม่อยากมันไม่สนุก      บวกกับที่ผู้ชายคิดว่า เมื่อมีสัมผัสก็หมายถึงเพศสัมพันธ์ ถ้า ไม่อยากมีเพศสัมพันธ์ก็อย่ามีสัมผัส    แต่ฝ่ายหญิงการสัมผัสอาจไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ก็ได้

 

ทั้งหมดนี้จึงนำไปสู่การแยกห้องนอน 

เด็กน้อยที่ได้ซุกอกแม่  ลูกจูงมือพ่อแม่ไปเที่ยว สามีจูงมือหรือโอบไหล่ภรรยา  การสัมผัสทางกายนี้สำคัญมากเพราะการสัมผัสด้วยใจที่เต็มเปี่ยมด้วยความรัก ความเมตตากรุณานั้น  มันส่งผ่านถึงความรู้สึกอีกฝ่าย  การสบตา การพูดจาที่รื่นหู บวกการสัมผัสที่อ่อนโยน  มันทลายกำแพงที่ขวางกั้นคนทั้งสองได้ แบบฝึกหัดแรกที่ ดร. เบอร์นี่  ฟิลด์ จึงเป็นการให้คนทั้งสองนอนเตียงเดียวกัน  เพื่อให้เกิดความใกล้ชิดรู้สึกถึงไออุ่นทางกายของกันและกัน

ผมจะไม่กล่าวถึงผลการรักษาของ ดร. เบอร์นี่  ฟิลด์ ว่าได้ผลหรือไม่  ลองติดตามดูเอาเอง  แต่จะสรุปว่า 

คนสองคนที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน  เสี้ยวหนึ่งของชีวิตตอนต้นที่มีความสุขตามประสาสามีภรรยา  ต่อมาก็ต้องทุ่มเทไปที่ลูก  ยามที่ลูกพ้นจากอกไปแล้ว  จึงเหลือเพียงคนสองคนที่ต้องอยู่ด้วยกันอีกครั้ง  การเห็นอกเห็นใจ อันประกอบด้วยความเมตตากรุณา เป็นสิ่งจำเป็นมาก

 

 มองดูต้นทุนที่ผู้หญิงที่เสียสละในการอุ้มท้อง ในการเลี้ยงดูบุตร  ร่างกายย่อมร่วงโรยไปตามเวลา  ไม่เจริญหู เจริญตาดังก่อน  แม้จะพยายามอย่างไรก็ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนอดีตได้   สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะบอกเลิกหรือไม่แสดงความรักความเอาใจใส่   โดยนัยกลับกัน   ร่างกายของผู้ชายในวัยนี้    ก็ใช่ว่าจะดูดีไปกว่าผู้หญิงสักเท่าไหร่   แต่ทำไมผู้หญิงยังรับได้ ยังรักยังห่วงใยผู้ชายโดยไม่คิดจะมีคนใหม่

ด้วยวัยขนาดนี้ การมีเซ๊กส์ไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนัก การดูแลเอาใจใส่ซึ่งกันและกันต่างหากที่สำคัญมากกว่า  เพียงการโอบกอด  การจูงมือ การเปลี่ยนสถานที่ทานอาหาร การไปท่องเที่ยวบ้าง การเปิดอกพูดคุยข้อขัดข้องต่างๆโดยต่างฝ่ายต่างลดละอัตตาตนเองลงบ้าง    ขอให้ทำด้วยใจจริงเท่านั้น  ก็พอที่นำพานาวาชีวิตคู่นี้ฟันฝ่าไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ทุกอย่างจึงต้องเริ่มที่ใจตนเอง  เมตตากรุณาต่อคู่ชีวิตให้มาก    เราพรากเขามาจากอ้อมอกของพ่อแม่เขา  เราจึงต้องดูแลเขาให้ดีสมกับที่พ่อแม่เขาไว้ใจให้อยู่กับเรา  สิ่งนี้ทั้งผู้ชายผู้หญิงควรยึดถือ  นี่คือ สัจจะ ซึ่งเป็นข้อที่หนึ่ง ในฆราวาสธรรม

การปรับตัวเข้าหากัน ย่อมต้องฝืนใจต้องฝึก หรือ ทมะ ต้องอดทน  หรือมี ขันติ  ต้องเสียสละ หรือก็คือ จาคะ สละความสุขส่วนตนไปบ้าง 

ฆราวาสธรรม สี่นี้ จึงเป็นธรรมที่ ไปงานแต่งงานที่ไหน มักให้ผู้ใหญ่กล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวได้ยึดเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต  แต่ส่วนมากก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา  เพราะใจไปจดจ่ออยู่กับการนับซองและของขวัญหลังส่งตัวเข้าหอ  (ฮา)

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 49 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ni_gul วันที่ : 11/05/2015 เวลา : 00.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ผู้ชายเป็นนักลงทุนที่ไม่มีความเสี่ยง ... ชอบจัง

ราคะที่ถูกขัดจึงกลายเป็นโทสะแทน ... ทำให้ขี้บ่น

ความกลัวว่าจะเจอความสัมพันธ์ที่ซังกะตาย ...น่าจะทำให้เบื่อ

หาเหตุให้เจอก็แก้ได้ ... มันยากตรงนี้ละ

ความคิดเห็นที่ 48 ni_gul , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 09/05/2015 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

มีโอกาสได้ขยายเนื้อความในความเห็นที่ 37 และ 43 เป็นหนึ่งเอนทรี่
บันทึกไว้ที่นี่ค่ะ
"กับคนที่ใช่ ขอเกิดคู่ไปทุกชาติ http://www.oknation.net/blog/nadrda2/2015/05/09/entry-1"

ความคิดเห็นที่ 47 ni_gul , ณัฐรดา และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 12.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

คห33 อีกที คำถามพี่ตุ้มนี้ มองว่าป่วน ก็ป่วนสุดๆ
Sure! น้องนุ่งจะมีไว้ทำไม ถ้ามีไว้แล้วป่วนเล่นไม่ได้

พี่ไม่ไปคาดคั้นใครหรอกค่ะ ไม่เดือดร้อนใจที่จะต้องไปถึงดาวดวงใดกับใคร พอใจกับปัจจุบันและแน่ใจว่าตัวเองเป็นมนุษย์ที่ไม่เลวเกินไปโดยไม่ต้องหลอกตัวเองด้วย ส่วนใครจะเห็นพี่เป็นอย่างไรเป็นปัญหาของคนคนนั้น
และเพราะแน่ใจในความเป็นคนดีเท่าที่ต้องการเป็นของตัวเอง พี่ไม่ได้กังวลอะไรถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึงและไม่รู้ว่าจะมาถึงไหม มีจริงหรือไม่
Whatever will be, will be! ถ้าตัดสินใจที่จะเป็นหรือจะทำอะไร ก็แปลว่าพร้อมที่จะรับผลที่จะตามมา
อย่างนี้เรียกว่าเชื่อในกฎแห่งกรรมไหมคะ

กลับไปทีชายคนที่เท่าไรก็ตามที่อ้างว่าไปถึงดวงดาวมาแล้ว ถ้าเขาไม่มาคาดคั้นให้พี่เชื่อ พี่คงไม่สนใจอะไรเลย
That's your business, not mine, Sir!
แต่ถ้าเขาต้องการให้พี่เชื่อ เขานั่นแหละมีภาระที่จะต้องพิสูจน์ตัวเอง

ความเห็นนี้ไม่ต้องตอบก็ได้ค่ะ ถ้าคุณหมอไม่อยากให้เอ็นทรี่นี้กลายเป็น The Never Ending Story (ได้ดูหนังเด็กเรื่องนี้ไหมคะ) ความจริงในค.ห.๓๓ และ ๓๔ พี่ก็ตั้งใจป่วนคนเล่นจริงๆนั่นแหละ ก็จะไปนอนแล้วนี่คะ ทำตัวเองให้อารมณ์แจ่มใส จะได้นอนหลับฝันดี

ความคิดเห็นที่ 46 ni_gul , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 10.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห33 อีกที คำถามพี่ตุ้มนี้ มองว่าป่วน ก็ป่วนสุดๆ แต่เพราะคำถามนี้ผมพิจารณาอีกที เป็นคำถามที่เป็นคำตอบในตัว

สมมติถ้าพี่เป็นชายคนที่4 ที่ไปจริง (ชายคนที่3ก็ไปจริง)
คำถามที่33 ที่พี่ถาม ก็คือพี่กลับไปรับบทเป็นชายคนที่1และ2
ถ้าพี่ตอบคำถาม พี่จะกลายเป็นชายคนที่3ไป แล้วก็ถกเถียงทะเลาะไม่จบสิ้น

ชายคนที่4 ถ้าถูกคาดคั้น อาจโยนไปที่สิ่งหนึ่งที่จับต้องไม่ได้ ให้ไปคิดเอาเอง สิ่งนั้นอาจเป็นพระเจ้า หรือเทพอะไรก็ได้ ตามแต่จะอุปโลกขึ้นมา

ชายคนที่4 ถ้าถูกคาดคั้น อาจตอบว่า เรื่องเหล่านี้ไม่อาจตอบให้รู้ได้จริงๆ เธอลองปฏิบัติตามแนวทางนี้นะ วันหนึ่งเธอจะเข้าใจเอง แต่ฉันจะให้ข้อสังเกตุเธออย่างหนึ่ง อย่าเพิ่งเชื่อจนกว่าจะได้ลองด้วยตนเอง เห็นเอง

ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าได้ตรัสคำสอนชุดหนึ่งให้ชาว กาละ นี่เป็นที่มาของกาลามสูตร ว่าอย่าเชื่อเพียงเพราะว่าอาจารย์สอนมา อย่าเชื่อสิ่งที่เล่าตามๆกันมา อย่าเชื่อเพราะว่ามีในตำรา อย่าเชื่อแม้กระทั่งสิ่งที่พระองค์ตรัส

ดังนั้นศาสนาพุทธจึงไม่ตอบสิ่งที่นอกเหนือจากสิ่งที่คนเรารู้เห็นเองได้ เพราะพูดไปก็เป็นจินตนาการเรื่อยเปื่อย เพ้อฝันกันไป และก็ไม่ผลักภาระโยนไปให้อะไรก็ไม่รู้รับช่วงไป
ภาระทั้งหมดจึงอยู่ที่ตัวเราต่างหาก ที่ต้องการเดินไปทางไหน เดินไกลเพียงไร เดินทางหนึ่งก็ประสบอย่างหนึ่ง เดินทางถูก แต่ไปไม่สุด ก็ได้เท่าที่เดินไปเท่านั้น

นี่คือใจความเนื้อตัวของศาสนาพุทธ ที่น้อมมาสู่ตนเองเพราะในอดีต บุคลิกของผมคือ จักรวาลหมุนรอบตัวฉัน เครื่องหมายถูกปรากฏที่หน้าผากฉันเพียงคนเดียว

ความคิดเห็นที่ 45 rattiya , แม่มดเดือนMarch และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ณัฐรดา วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 38
ขอบคุณมากค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 44 rattiya , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 09.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ความเห็นที่ 42 "เขียนดีจัง รู้สึกว่าอ่านง่ายกว่าปกติ"



ความคิดเห็นที่ 43 rattiya , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 09.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอแก้ไขข้อความเล็กน้อยค่ะ

ในย่อหน้าที่สาม จากล่างขึ้นบน จาก " เมื่อมองตามสภาวะอย่างนี้แล้ว เราคงบอกไม่ยากค่ะ ว่าใครเป็นเนื้อคู่ใคร " ขอแก้เป็น "เมื่อมองตามสภาวะอย่างนี้แล้ว เราคงบอกได้ยากค่ะ ว่าใครเป็นเนื้อคู่ใคร"

เพราะหากไม่มีการตั้งจิตอธิษฐานขอเกิดเป็นคู่กัน ใครที่ตรงใจเราในที่นั้น ได้สมหวังในที่นั้น คนนั้นก็ถูกเรียกว่าเป็นเนื้อคู่เราค่ะ

ความคิดเห็นที่ 42 rattiya , แม่มดเดือนMarch และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 09.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห37.ณัฐรดา เขียนดีจัง รู้สึกว่าอ่านง่ายกว่าปกติ

ความคิดเห็นที่ 41 rattiya , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 09.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห36.rattiya นั่นสิครับ จับฉ่ายชามใหญ่ ไปทั่วจักรวาล

ความคิดเห็นที่ 40 ni_gul , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห35.BlueHill ผมไม่ได้อคติกับผู้ชายครับ ท่าน บก. แต่อธิบายตามสิ่งที่รับรู้รับทราบ คงเป็นเพราะธรรมชาติของผู้ชายตามที่เรียนมา เพียงแต่เราไม่รู้ตัว รับมือมันไม่ถูก ปัญหาครอบครัวก็เกิด โดยมากจากชายมากกว่าหญิง
ส่วนชายสมัยนี้ ที่ทำท่าตุ้งติ้ง คล้ายหญิง ผมว่าเป็นการเบี่ยงเบนโดยมีเหตุผลซ่อนเร้นมากกว่า ทำตัวคล้ายหญิง เพื่อให้หญิงตายใจว่าหมอนี่ ไม่มีพิษสง เลยไม่ค่อยระวังตัวกับชายประเภทนี้
เผลอเมื่อไหร่เป็นเรื่องครับ เพราะพวกนี้ทำเป็นแต๋ว แต่เครื่องมือที่ใช้ประกอบอาชีพยังอยู่ครบนะครับ

ความคิดเห็นที่ 39 rattiya , แม่มดเดือนMarch และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 08.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห33-34 นี่แหละครับ " ป่วนของแท้" ไม่มีของปลอมเจือปน
อย.รับประกันคุณภาพ

ความคิดเห็นที่ 38 rattiya , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เค้าไปถึงดวงดาวกันแล้ว ยังพูดถึงเรื่องเดินดินอยู่เลย....
ถ่อมตนอะไรเช่นนั้น
ชอบความเห็นนี้มากค่ะ ใช่ เกือบทั้งหมดเชียว ทำเอาคนเดินดินตัวจริงมองเห็นดวงดาวได้ชัดเจนขึ้นอีกนิด

ความคิดเห็นที่ 37 ni_gul , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ณัฐรดา วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 06.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

อยากพาย้อนกลับไปถึง “คนที่ใช่” หรือ “สิ่งที่ใช่” กับ “กรรมเก่า” และ “กรรมใหม่” สักเล็กน้อยค่ะ

เริ่มจากสิ่งที่ใช่หรือคนที่ใช่ก่อนค่ะ

เราทุกคนมีเป้าหมายในชีวิต ความต้องการ หน้าที่ ความรับผิดชอบ ความชอบ ฯลฯ ที่สอดคล้องกับอายุ ประสบการณ์ในด้านต่างๆ และการเข้าถึงสภาวะตามธรรมชาติ ดังนั้น ในแต่ละช่วงชีวิต เราจึงมีความเห็นเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ ต่างกันออกไป และหากเราให้ความสำคัญกับเรื่องใดมาก เราก็จะโน้มเอียงไปทางนั้นทั้งความคิด การกระทำ การแสวงหา

จึงทำให้หากใครมีความโน้มเอียงไปในทางเดียวกับเรา หรือสิ่งใดมีลักษณะตรงตามความโน้มเอียงของเรา คนนั้นหรือสิ่งนั้น ก็ “ใช่เลย” ในความเห็นของเรา ดังนั้น คนหรือสิ่งที่ใช่ในเวลาหนึ่ง จึงอาจกลายเป็นไม่ใช่ในเวลาถัดไป เป็นไปตามเหตุปัจจัยที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง ทั้งหมดเป็นไปตามสามัญญลักษณะทั้ง ๓ เลยนะคะที่ว่าไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน, ต้องเปลี่ยนไป และ บังคับบัญชาไม่ได้เพราะไม่เป็นตามที่อยากให้เป็น แต่เป็นไปตามเหตุปัจจัยที่มาปรุงแต่ง หากเรารู้ไม่ทัน เราก็คงต้องทุกข์ใจกับการอยู่กับสิ่งที่เคยใช่ แสวงหาสิ่งที่ใช่ อยู่ร่ำไปนะคะ

หากมามองในเรื่องของการครองคู่ ท่านพุทธทาสเคยอธิบายว่า มีเพียงนิพพานที่อะไรๆมาปรุงแต่งไม่ได้เพียงอย่างเดียว ที่ทำให้เป้าหมายชีวิตเป็นเรื่องเดียวกันและไม่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ หากคู่ใดมีเป้าหมายในเรื่องเดียวกัน มีการปฏิบัติสู่เป้าหมายไปด้วยกัน ก็จะสามารถอยู่กันได้ตลอดไป ท่านว่าเราเดินไม่สุดทางหรอกค่ะ แต่การเดินทางของทั้งสองคนจะเป็นแบบอย่างให้ลูกหลานเดินทางตามต่อไป

มาที่เรื่องของกรรมเก่า กรรมใหม่ บ้างนะคะ

พระพุทธเจ้าตรัสว่า กรรมเก่า ก็คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ นี้ ส่วนกรรมใหม่ก็คือ เราใช้ตาหูเป็นต้นนี้ทำกรรมอย่างไร กรรมนั้นก็เป็นกรรมใหม่ที่ทำให้ต้องรับผลหรือวิบากต่อไป และจากการที่ใจหรือจิตเกิดดับตลอด เมื่อดูความต่อเนื่องของการเกิดดับ จึงเหมือนเป็นสายยาวๆที่หาต้นหาปลายไม่ได้ ที่บุคคลตามสาวไปดูอยู่อย่างไรก็ตามไปจนถึงต้นตอไม่ได้ เพราะเกิดดับทั้งเฉพาะจิต และดับพร้อมกับกาย จนเกิดใหม่พร้อมกับกาย ดับพร้อมกับกายมาหลายครั้งจนนับไม่ถ้วน จิต เมื่อจะดับก็จะส่งคุณลักษณะไปให้จิตดวงที่จะเกิดมารับช่วงต่อ ให้จิตดวงใหม่ใช้คุณลักษณะนั้นๆทำกรรมใหม่ต่อไป หากจิตดับพร้อมกาย ก็ตายจากโลกนี้แล้วเกิดใหม่ คุณลักษณะของจิตดวงสุดท้ายก็เคลื่อนจากภพหนึ่งไปเกิดใหม่ในอีกภพหนึ่ง ความชอบ ความเชื่อ เป้าหมาย ความคิดปรุงแต่งไปในทางต่างๆ ฯลฯ จึงติดตามไปด้วย

จุดนี้เองค่ะ ที่มองถึงเรื่องการมีคู่ ว่า เพราะใจอันเป็นส่วนหนึ่งของกรรมเก่าเราเป็นอย่างนั้น เราจึงมองหาคนที่สอดคล้องกับสิ่งที่ติดตามเรามา ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เราก็มองหาใครในที่นั้น จึงทำให้เมื่อพบใครที่ค่อนข้างตรงกับที่เรามองหา เราก็ใช้กรรมเก่ากระทำกรรมใหม่คือมีการกระทำเพื่อให้ได้เป็นคู่กัน หากทุกอย่างของทั้งสองคนต้องตรงกันโดยมาก และมีความรู้สึกรักใคร่ตรงกันด้วย และหากได้เคยเกื้อกูลกันมาก่อน ทั้งสองก็ได้ใช้ชีวิตร่วมกันในที่สุด

เมื่อมาพิจารณาดูแล้ว มองว่า อันที่จริง คนที่มีอะไรคล้ายๆเรามีอยู่มากมายค่ะ อาจจะทั่วทั้งโลกเลยก็ได้ เพียงแต่ว่า กรรมเก่าของเรา ทำให้เราเกิดที่ไหน มีสภาพแวดล้อมอย่างไร จึงเป็นโอกาสให้เราได้พบใครที่ตรงกับที่เรามองหาในที่นั้นๆ และสมหวังในที่นั้นๆ เมื่อมองตามสภาวะอย่างนี้แล้ว เราคงบอกไม่ยากค่ะ ว่าใครเป็นเนื้อคู่ใคร

แต่อย่างไรก็ดี บางคู่อาจเคยอธิษฐานขอเกิดร่วมใช้ชีวิตด้วยกัน ดังเช่น นกุลบิดาและนกุลมารดา ที่บรรลุโสดาบันด้วยกันทั้งคู่ ซึ่งเมื่อทูลความปรารถนาว่าขอเกิดเป็นคู่กันไปทุกชาติ (ในชาติที่ยังมีกิเลสเป็นเหตุให้แสวงหาความรักอยู่) ที่เกิดต่อพระพุทธเจ้า พระองค์ตรัสถึง สมชีวิธรรม ๔ คือ มีศรัทธาสมกัน มีศีลสมกัน มีการสละสมกัน มีปัญญาสมกัน ก็จะมีโอกาสได้ครองคู่กันไปทุกชาติภพตามที่ประสงค์

เค้าไปถึงดวงดาวกันแล้ว ยังพูดถึงเรื่องเดินดินอยู่เลย

ความคิดเห็นที่ 36 ni_gul , สมชัย และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
rattiya วันที่ : 06/05/2015 เวลา : 00.08 น.

จาก"Hope Springs กลายไปดูดาวบนท้องฟ้าเสียเเล้ว"

ความคิดเห็นที่ 35 ni_gul , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
BlueHill วันที่ : 05/05/2015 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ท่านอาจารย์คุณหมอเขียนบทให้ผู้ชายกลายเป็นผู้ร้ายไปทุกฉากทุกตอน ผมเลยสงสัยว่า เพราะผู้ชายไม่ดีนี่เอง จึงมีเพศทางเลือกที่ 3 ใช่ไหมครับ

ความคิดเห็นที่ 34 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 05/05/2015 เวลา : 22.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March


ความคิดเห็นที่ 33 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 05/05/2015 เวลา : 21.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ว่าแต่เราจะเชื่อได้อย่างไรว่าชายคนที่ ๔ เคยไปดาวดวงนั้นมาแล้วจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 32 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 05/05/2015 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ถ้าพี่เป็นชายคนที่ ๔ พี่ก็คงยอมรับแต่โดยดีว่า ก็ธรรมดานั่นแหละที่ผู้คนจะต้องสงสัยในเมื่อเราไม่สามารถพิสูจน์ให้เขารู้แจ้งเห็นจริงได้ แล้วพี่ก็คงนึกยินดีในใจว่าดีนะที่ผู้คนเขารู้จักคิด ไม่หลงเชื่ออะไรง่ายๆ

ความคิดเห็นที่ 31 ni_gul , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 05/05/2015 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห30 ขอโทษพี่ด้วยที่ป่วน นึกว่าขำๆแล้วกัน

คำถามพี่ เป็นคำถามเดียวกับคนสมัยพุทธกาลที่ถามพระพุทธเจ้า
พระองค์ตรัสว่า คำถามนี้เป็น อนมตัคคะ(อะ นะ มะ ตัค คะ) คือสังสารวัฏที่มีจุดเริ่มและสิ้นสุดอันบุคคลไม่สามารถตามรู้ได้

ถ้าเป็นศาสนาอื่นๆ ก็จะยกเรื่องนี้เป็นภาระของพระเจ้า เป็นภาระของเทพ ของพรหมณ์ หรืออะไรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่กำหนดชะตาชีวิตผู้คน

พระองค์ให้สนใจที่กายยาววาหนาคืบนี้มีสัญญาและใจครองนี้เท่านั้น เพราะความทุกข์ที่เกิดนี้อยู่ที่ตรงนี้ ไม่ใช่ตรงไหน การรู้สิ่งที่ตนเองยากที่จะค้นหาความจริง ที่ประสบกับตนเอง เป็นสิ่งที่ไม่ก่อประโยชน์ รู้ไปใช่ว่าจะดับทุกข์ได้ รู้ไปก็เป็นเพียงข้อสันนิษฐานและยังก่อความสงสัยกันต่อไปไม่มีสิ้นสุด

ดังนั้นศาสนาพุทธจึงเน้นการกระทำที่ปรากฏในปัจจุบันนี้ คือกรรมใหม่ สร้างกรรมใหม่ที่ดี เราไปแก้กรรมเก่า สิ่งที่เป็นอดีตไม่ได้

ลองตรองดูก็รู้ จักรวาลนี้แรกเริ่มเกิดอย่างไร ที่รู้มาก็เป็นเพียงการคาดเดาเท่าที่ความรู้วิทยาศาสตร์ในปัจจุบัน ซึ่งยังเป็นที่ถกเถียง

ผมจะเล่านิทานเรื่องหนึ่งให้พี่ฟัง บางทีอาจเป็นคำตอบก็ได้

ชายสองคน ยืนมองดูดาวบนท้องฟ้า และต่างก็วิจารณ์ตามความเห็นตนว่าดาวดวงนั้นเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เถียงกันไม่จบ มีชายคนที่สามมาบอกว่า ตนเองเคยไปมาแล้ว สภาพเป็นอย่างที่ตนอธิบาย สองคนนั้นไม่เชื่อบอกว่าต้องเห็นกับตาเอง สุดท้ายยืนเถียงกันสามคน มีชายคนที่สี่ ยืนฟังอย่างสงบเงียบ คนที่สี่นี้ เคยไปมาจริงๆ ผมถามพี่ว่า ถ้าพี่เป็นชายคนที่สี่นี้ พี่จะเอ่ยปากเล่าความเป็นไปของดาวดวงนั้นหรือไม่

เป็นอันว่า คำถามนี้ของพี่ ผมจนปัญญาที่จะตอบ ผู้น้อยขอคารวะและยกธงขาวขอรับ

ความคิดเห็นที่ 30 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 05/05/2015 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ทุกครั้งที่มีการพูดถึง กรรมเก่า พี่จะสงสัยว่าสำหรับคนหรือสัตว์หรืออะไรก็ตามที่เกิดเป็นครั้งแรก ชีวิตของเขาถูกกำหนดจากอะไรหรือจากใคร
ไม่ได้ป่วน (อย่างกรณี meat twin) นะคะ สงสัยจริงๆ
ก็ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกมิใช่หรือ
คำถามออกไปไกลจาก Hope Springs มากขึ้นเรื่อยๆ ก็เห็นคำว่ากรรมเก่าบ่อยๆ เลยนึกขึ้นมาได้น่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 29 ni_gul , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 05/05/2015 เวลา : 17.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

กรรมเก่าจะวางผังชีวิตเราว่าจะได้คู่ประมาณใด สมหวังหรือผิดหวัง มาจากกรรมที่ซื่อสัตย์หรือเที่ยวหลอกชาวบ้าน
ได้คู่ที่ดี หรือไม่ดี มาจากกรรมที่เคยดีเคยร้ายกับใครมาก่อน
ได้คนที่เหมาะสมหรือไม่เหมาะสม จากกรรมที่เคยบำเพ็ญกันมา

อดีตหลายชาติ เราสร้างภาวะคู่มามากมาย บางคนมาจากแรงอธิษฐาน ที่สร้างปัจจัยเงื่อนไข ให้ต้องมาพบกันบรรจบกันที่ชาติใดชาติหนึ่ง ถ้ามาตรงกันเป๊ะ คู่นั้นก็แทบผูกขาด พบกันมาตั้งแต่เริ่มแรก กอดคอร่วมหัวจมท้ายตั้งแต่ต้นจนจบ

แต่โดยมากเรามักเป็นการพบกันแบบเหวี่ยงแห ขึ้นอยู่กับแรงกรรมที่ส่งมาให้มาพบกับใคร นี่คือผลจากกรรมเก่า แต่ในหลักพุทธศาสนาไม่ให้จำนนต่อกรรมเก่า ให้สร้างกรรมใหม่เพื่อรับมือกับสิ่งที่พานพบ ก็คือเมื่อมาครองคู่กัน จะทำตัวกันแบบใด จึงจะฟันฝ่าบทเรียนที่ต้องถูกทดสอบ บทเรียนนั้นอาจเป็นบทลงโทษ รางวัล ที่ปรากฏตามแต่ละเวลาที่เหมาะสม

ดังนั้นอย่างที่ผมบอกมาตอนต้น ไม่สำคัญว่าเราเผชิญอะไร แต่สำคัญที่ว่าเราจะรับมือกับมันอย่างใดต่างหาก

สำหรับความหมายภาษาอังกฤษเกี่ยวกับเนื้อคู่นี้ ผมจนปัญญา เพราะเวลาคุยกับฝรั่ง แทนที่จะเมื่อยปาก กลับมาเมื่อยมือแทน
เนื้อคู่ มีความหมาย เท่ากับ meat twin ได้ไหมครับพี่ตุ้ม

ความคิดเห็นที่ 28 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 05/05/2015 เวลา : 11.46 น.

คห.26
"เราไม่ต้องกลัวว่าจะเผชิญเรื่องอะไร แต่เราจะมีทีท่าอย่างไรในสิ่งที่เผชิญต่างหาก"

ความคิดเห็นที่ 27 ni_gul , สมชัย และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 05/05/2015 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

The Bridges of Madison County เป็นหนัง Drama ออกจะ romantic มากกว่าจะ realistic
ถ้าตัวเองเป็นสามี คงเจ็บปวด มีประโยชน์อะไรที่จะได้ตัวไว้โดยไม่ได้ใจ แต่ดูเหมือนสามีในเรื่องจะเป็นคนคนละแบบกับพี่ตุ้ม

Hope Springs เป็นหนัง realistic จน dry (จะแปลไทยว่า แห้งแล้ง ก็ไม่ตรงเสียทีเดียว) ดูแล้วไม่มีอะไรค้างคาในอารมณ์

คำว่า เนื้อคู่ นั้น พี่ตุ้มคิดมาตลอดว่าหมายถึงคนที่รัก เข้าใจ และที่ สำคัญ คือต้องครองคู่กันได้ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าคนที่ ใช่ ทางความรู้สึกแต่ต้องจากพรากกันด้วยเหตุใดก็ตาม ก็นับว่าเป็นเนื้อคู่ด้วย

คำว่า เนื้อคู่ ในภาษาอังกฤษเรียกว่าอะไรคะ ไม่น่าจะเป็นคำว่า soul mate ซึ่งมีความหมายเพียงว่า a person that you have a special friendship with because you understand each other's feeling and interests. (Oxford Advanced Learner's Dictionary)
ถามนอกเรื่องไปไกล ถือโอกาสเรียนภาษาอังกฤษ (หรือภาษาไทย?) ไปด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 ni_gul , ณัฐรดา และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
สมชัย วันที่ : 05/05/2015 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

จาก hope springs กลายมาเป็น The Bridges of Madison County
มาได้อย่างไร งง?
อบอุ่นดีครับ ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน

ฟรายเชสก้าและโรเบิร์ด คินเคท ตามหาสิ่งที่ใช่ในชีวิต ทั้งคู่มาพบกันผิดเวลา ถ้าพูดตามหลักกรรม ทั้งคู่อาจเป็นเนื้อคู่กันมาก่อนได้มีโอกาสมาพบกันในชาตินี้ แต่เพราะ กาลวิบัติ มาเป็นอุปสรรค

คู่ชีวิตที่ครองคู่กัน ทั้งสองอาจไม่ใช่สิ่งที่ใช่สำหรับตนเอง แต่ความรับผิดชอบ ความรักในคู่ครองตนเอง จึงจำเป็นต้องบริหารสิ่งที่ต่างให้ผ่านพ้นไปได้ มีไม่กี่คู่ที่โชคดีได้มาพบพานครองคู่กันและเป็นคนที่ใช่เสียด้วย ซึ่งก็มีน้อย ชีวิตคู่จึงเป็นแบบฝึกหัดที่ทำให้เราได้แก้ไขเพราะการมาอยู่ร่วมกัน อาจเป็นกรรมที่ได้กระทำร่วมกันมา

ฉากที่ฟรานเชสก้า ตัดสินใจจะเปิดประตูรถหรือไม่นั้น เป็นฉากที่ตัดสินโชคชะตาที่จะตามมาภายหลัง เป็นการต่อสู้กันระหว่างความรักที่เพื่อสนองตนเองหรือ ความรักที่มีต่อสามีและลูก

ทุกคนต่างมีความฝัน สามีฟรายเชสก้า เป็นคนที่ดีมาก ตัวเขาเองไม่ตำหนิภรรยา เขาเองก็รู้ว่าเขาไม่ใช่สามีในเสปคของฟรานเชสก้า แต่เขาก็รัก และทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัวไม่บกพร่อง

การได้ในสิ่งที่ไม่อยากได้ การอยากได้ แต่ไม่ได้ การสูญเสียสิ่งที่ตนเองรัก เหล่านี้คือ ทุกข์ใจ

ชาติไหนๆก็ต้องประสบเรื่องเหล่านี้ ปัญหาจึงอยู่ที่ว่า เราไม่ต้องกลัวว่าจะเผชิญเรื่องอะไร แต่เราจะมีทีท่าอย่างไรในสิ่งที่เผชิญต่างหาก ตัวละครทุกตัว ผมว่า เขารับมือกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ดีทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 25 ni_gul , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ณัฐรดา วันที่ : 05/05/2015 เวลา : 03.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอเพิ่มเติมความเห็นที่ 19 สักเล็กน้อยค่ะ เพิ่งรู้ตัวว่าส่งความเห็นคลุมเคลือไป

ที่ว่า “หากมีเหตุทำให้ไปยินดีใครเพิ่มขึ้นอีกคนก็ยากที่จะบอกได้ว่าเป็นความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง ทุกอย่างล้วนมีเหตุปัจจัย” นั้น หมายถึงเห็นว่า การที่ยินดีใครนอกจากคู่ของตนของทั้งฟรานเชสก้าและการยินดีในคู่คนอื่นของโรเบิร์ต เมื่อดูที่เหตุปัจจัยที่นำไปสู่การยินดีจนนำไปสู่การมีเพศสัมพันธ์นั้น ก็ยากที่จะบอกได้ค่ะว่าเป็นความผิดของใคร เพราะด้วยเหตุต่างๆทำให้น่าเห็นใจด้วยกันทุกฝ่าย

แต่เมื่อดูเฉพาะที่การกระทำคือการมีเพศสัมพันธ์ของสองค่ะที่มองว่าไม่ควร เพราะอาจก่อให้เกิดความไม่สงบในหลายๆด้านตามมา แต่ ... ถึงจะไม่ควร ก็ยากที่จะตำหนิคนทั้งสองได้ค่ะ ด้วยเหตุที่มาดังกล่าว

ชอบ “หากเรามองผู้อื่นว่าเป็นเพียงปุถุชน พี่ว่าเป็นเรื่องไม่ยากเกินไปที่เราจะยอมรับความรู้สึกของเขาอย่างที่เป็นอยู่จริงๆโดยไม่ตีความด้วยกฎเกณฑ์ทางจริยธรรม (ที่ของเขาและของเราอาจไม่เหมือนกัน) เมื่อทำใจเปิดกว้างได้เช่นนี้ การให้อภัยย่อมมีทางเกิดขึ้นได้” ในความเห็นที่ 23 มากค่ะ เพราะทุกคนมีโอกาสพลาดทั้งกาย วาจา ใจ ได้ทั้งนั้นด้วยความที่ยังเป็นปุถุชนกันอยู่ อย่างไรก็ดี กัลยาณปุถุชนจะพยายามควบคุมตนไม่ให้ประพฤติล่วงศีล ความเข้าใจ การยอมรับความจริง ความเมตตา น่าจะเป็นเหตุที่ทำให้มีการอภัยกันได้นะคะ

อีกอย่าง หมอสมชัยเธอพูดเสมอๆค่ะว่า คนเราเป็นสีเทา ไม่มีใครดีจนขาวบริสุทธิ์ และไม่มีใครเลวจนดำเพียงอย่างเดียว เมื่อทุกคนเป็นสีเทาเหมือนๆกัน คนอื่นๆอภัยเราได้ เราก็ควรอภัยใครๆได้ด้วยเหมือนกันนะคะ

ความคิดเห็นที่ 24 ni_gul , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 04/05/2015 เวลา : 17.11 น.

คห.23
"ชอบวิธีคิดอย่างหนึ่งของหนังเรื่องนี้ตรงที่ไม่มีการประณามใคร เขาไม่ตีความปัญหาทางจิตวิทยาธรรมดาให้กลายเป็นเรื่องของศีลธรรม
ภาพยนต์ให้ภาพของปุถุชน คนพื้นๆที่อาจมีความหลงวูบวาบเกิดขึ้นในวินาทีใดก็ได้ และนั่นไม่ใช่การก่ออาชญากรรม
หากเรามองผู้อื่นว่าเป็นเพียงปุถุชน พี่ว่าเป็นเรื่องไม่ยากเกินไปที่เราจะยอมรับความรู้สึกของเขาอย่างที่เป็นอยู่จริงๆโดยไม่ตีความด้วยกฎเกณฑ์ทางจริยธรรม (ที่ของเขาและของเราอาจไม่เหมือนกัน)
เมื่อทำใจเปิดกว้างได้เช่นนี้ การให้อภัยย่อมมีทางเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องข่มใจให้ตัวเองต้องขมขื่นเกินไป"

ความคิดเห็นที่ 23 ni_gul , สมชัย และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 04/05/2015 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

@ C 19, 21
จากเรื่อง The Bridges of Madison County โดยส่วนตัวไม่แน่ใจนะคะว่านางเอกและสามียังมีความรักต่อกันหรือไม่ มากน้อยเพียงใด
ที่ทำให้เขาเลือกที่จะอยู่ด้วยกันต่อไปอาจเป็นเรื่องของคุณธรรม ความคุ้นชิน ความเกรงต่อการเปลี่ยนแปลง ฯลฯ แต่ความผูกพันนั้น เขาคงมีต่อกันแน่นอน ก็อยู่กินกันมานานออกอย่างนั้น
ตรงนี้คงต้องมาตีความคำว่าความรัก ซึ่งการตีความของแต่ละคนก็คงจะแตกต่างกัน
ความรู้สึกที่นางเอกมีต่อคนใหม่ก็อาจไม่ใช่ความรัก ในความเห็นของพี่ ก็อีกนั่นแหละ ความรักคืออะไรล่ะ
ในวัยนั้น (ตัวละครทั้งหมดล้วนเฉียดวัยสว.) สติดูจะทำงานได้ดีกว่าฮอร์โมน
พี่ว่าทั้งนางเอกและสามีต่างรักตัวเอง ห่วงตัวเอง ต่างกลัวการเปลี่ยนแปลง กลัวความไม่มั่นคง สว.รับความเสี่ยงได้น้อย ปรับตัวกับสิ่งใหม่ได้ยาก
เท่าที่ทราบ นักจิตวิทยาฝรั่งใช้ภาพยนต์เรื่องนี้เตือนใจผู้ที่มีปัญหาครอบครัวว่าความเฉยชาและความเคยชินไม่เข้าใครออกใคร ทั้งนางเอกและสามีอยู่กินด้วยกันมานาน ต่างมีชีวิตคู่ที่เหมือนจะราบรื่น แต่ความราบเรียบอาจเป็นเสมือนคลื่นใต้น้ำที่นำพาพายุมาสู่ชีวิตครอบครัวได้
ชอบวิธีคิดอย่างหนึ่งของหนังเรื่องนี้ตรงที่ไม่มีการประณามใคร เขาไม่ตีความปัญหาทางจิตวิทยาธรรมดาให้กลายเป็นเรื่องของศีลธรรม
ภาพยนต์ให้ภาพของปุถุชน คนพื้นๆที่อาจมีความหลงวูบวาบเกิดขึ้นในวินาทีใดก็ได้ และนั่นไม่ใช่การก่ออาชญากรรม
หากเรามองผู้อื่นว่าเป็นเพียงปุถุชน พี่ว่าเป็นเรื่องไม่ยากเกินไปที่เราจะยอมรับความรู้สึกของเขาอย่างที่เป็นอยู่จริงๆโดยไม่ตีความด้วยกฎเกณฑ์ทางจริยธรรม (ที่ของเขาและของเราอาจไม่เหมือนกัน)
เมื่อทำใจเปิดกว้างได้เช่นนี้ การให้อภัยย่อมมีทางเกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องข่มใจให้ตัวเองต้องขมขื่นเกินไป

ความคิดเห็นที่ 22 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 04/05/2015 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห19 ณัฐรดา

ความคิดเห็นที่ 21 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 04/05/2015 เวลา : 13.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห18 แม่มดเดือนMarch ผมเขียนซะยืดยาว พี่ตุ้ม มาสรุปให้ผม ไม่กี่บรรทัด ก็ได้ใจความ สงสัยตัวเองจะแก่จริง ถึงได้บ่นตั้งหลายหน้า

The Bridges of Madison County (1995) ถามว่าเคยดูไหม ผมว่าถามใหม่ดีกว่า ว่าดูไปกี่รอบ?

ความคิดเห็นที่ 20 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 04/05/2015 เวลา : 13.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห17สิงห์นอกระบบ แสดงว่ายังหนุ่มแน่น

ความคิดเห็นที่ 19 ni_gul , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 04/05/2015 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขออนุญาตคุยกับพี่ตุ้มนะคะ

เรื่อง The Bridges of Madison County เคยดูค่ะ นานมากแล้ว ตอนนั้นดูแล้วก็รู้สึกว่าดีใจที่ตนเองมีความรัก มีคนที่รักและรักเราเพราะเห็นใจนางเอกที่ต้องเลือกความรักและอยู่กับคนรักคนใดคนหนึ่ง เพราะความเห็นใจที่นางเอกเลือกที่จะซื่อตรงต่อคู่ต่อไป อยู่อย่างร้าวรานใจจนมองข้ามไปเลยค่ะ ว่าอันที่จริงนางเอกเคยประพฤติผิดศีลจนทำให้ทุกข์ไปตลอดชีวิต

แต่ตอนนี้กลับคิดยาวกว่านั้นค่ะ ว่าเมื่อมีความรักแล้วการที่จะยินดีแต่คนที่รักนั้นเป็นเรื่องที่ยากอยู่ค่ะ และหากมีเหตุทำให้ไปยินดีใครเพิ่มขึ้นอีกคนก็ยากที่จะบอกได้ว่าเป็นความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง ทุกอย่างล้วนมีเหตุปัจจัยนะคะ

ที่น่าใส่ใจคือตัวริชาร์ดสามีของนางเอก ที่หากนำธรรมในศาสนาพุทธมาอธิบายก็คือ เขาพอใจในสิ่งที่ตนได้แล้ว ไม่ใช่พอใจในสิ่งที่พึงได้ เพราะหากเขาพอใจในสิ่งที่พึงได้ (คือความรักทั้งหมดของคนรักของตน) ก็คงทนอยู่ได้ยากเมื่อรู้ว่าคนรักตนมีใครอีกคนอยู่ในใจ แต่เพราะพอใจในสิ่งที่ตนได้แล้ว (คือพอใจที่คู่ยังมีความรักให้แม้จะไม่หมดทั้งใจก็ตาม) จึงอยู่ได้อย่างสงบ การพอใจอย่างนี้เองค่ะที่ตรัสเรียกว่าสันโดษ ท่านจึงตรัสว่า สันโดษเป็นทรัพย์อย่างเลิศ

นึกถึงที่สมเด็จพระสังฆราชอธิบายค่ะ ว่า ใจเป็นของเขา เขาต้อนรับเราเท่าไร ก็ควรพอใจเท่านั้น ไม่ควรร้องเรียกให้มากไปกว่าที่เขาให้จนไม่น่าดู ถ้าเขาต้อนรับเราให้อยุ่ที่หน้าบ้าน เราก็ควรพอใจแค่ที่นั้น ไม่ควรทำตัวให้เป็นที่สังเกต เขาต้อนรับเราในห้องรับแขก ก็ควรพอใจแค่ในห้องรับแขก เขาต้อนรับเราในห้องนอน ก็พอใจตามที่เขาต้อยรับและช่วยดูแล สงสัยริชาร์ดคงยอมรับการต้อนรับด้วยใจของคู่ของตนนะคะ เลยสุขอยู่ได้

ความคิดเห็นที่ 18 ni_gul , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 04/05/2015 เวลา : 10.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ซื้อหนังแผ่นเรื่องนี้มาจากร้านแมงป่องค่ะ เพราะเชื่อมั่นในผู้แสดงฝ่ายหญิง ฝ่ายชายก็ใช้ได้แม้จะไม่ใช่คนโปรด
เวลาซื้อแผ่นในบ้านเรา ไม่เคยใส่ใจชื่อไทยเลยค่ะ รู้ว่าเฟอะฟะประจำ ไม่เข้าใจวิธีคิดของคนตั้งชื่อเหมือนกันว่าเขามุ่งจับลูกค้ากลุ่มไหน
อาจจะฟังดูยะโสสักหน่อยนะคะ แต่ไม่ฟังเสียงพากษ์ไทยด้วย บีบเสียงดัดเสียงกันเหลือจะทานทน บทพากษ์ก็เพี้ยนไม่มากก็น้อย
หนังเรื่องไหนภาษายาก ก็ฟังเสียง soundtrack กับอ่าน subtitle ภาษาอังกฤษหรือเยอรมันไปด้วย ได้ฝึกภาษาไปในตัว

หนังเรื่องนี้ realistic เสียจนไม่ต้องตีความ แม้ว่าฝ่ายหญิงจะดูดีไปหน่อย ฝ่ายชายเสียอีกที่น่าเบื่อหน่ายเหมือนบะหมี่แห้งที่ถูกทิ้งอยู่ในตู้เย็นหลายวันแล้วอย่างที่พี่ทุนดีเธอว่าไว้
เป็นความจริงที่ว่าผู้หญิงใช้ความรัก (หรือความต้องการชีวิตที่มั่นคง) เป็นหลักในการดำเนินชีวิตครอบครัว เธอเลยทนกินบะหมี่แห้ง รสชาติชืดชาได้ไม่สิ้นสุด
ปัญหาของชายสูงวัยนั้นชวนให้คิดถึงตำราจิตวิทยาเล่มหนึ่งที่วิเคราะห์ว่า อาการฝันหารูปลักษณ์ของสาวเด็กๆเป็นรูปแบบหนึ่งของ Ego Defense Mechanisms เขารู้ตัวว่าสังขารกำลังเสื่อม กำลังจะตาย แล้วอะไรล่ะจะทำให้รู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาได้ดียิ่งกว่าการหมกมุ่นอยู่กับเนื้อหนังมังสาของสตรีวัยสาว
และเมื่อ mind กับ body ไปกันคนละทางเพราะต้องจำเจอยู่กับน้ำพริกถ้วยเดิม จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม ความเซ็งย่อมมาเยือน
แม่มดว่าตอนจบแบบ happy-ending แม้จะ optimistic แต่ไม่ realistic เท่าไร มีผู้ชายกี่คนที่คิดได้ในที่สุดเหมือนในหนังเรื่องนี้

เคยอ่านว่านักจิตวิทยาฝรั่งใช้หนังบางเรื่องเป็นการให้คำแนะนำแก่ผู้ที่มีปัญหาครอบครัว ภาพยนต์เรื่องหนึ่งที่ถูกใช้บ่อยคือ
The Bridges of Madison County (1995) - With Clint Eastwood, Meryl Streep คุณหมอเคยดูไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 17 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 04/05/2015 เวลา : 07.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

รออีกสิบปีครับ

ความคิดเห็นที่ 16 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 04/05/2015 เวลา : 06.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

มีแผ่นค่ะ ดูนานแล้ว เดี๋ยวแวะมาคุยด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 ณัฐรดา , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห6-9 rattiya ดูแล้วมันโดนครับ เลยอยากเขียนขึ้นมา เพราะมีตัวอย่างในชีวิตจริงให้ศึกษาอยู่ ถ้าเรื่องนี้ฉายก่อนหน้านี้สักสิบปี ผมคงไม่สามารถเขียนเจาะได้ขนาดนี้ครับ

ชื่อเรื่อง ที่ตั้ง ผมว่าเขาตั้งมีความหมายดีจัง อาจจะเป็นอย่างคุณรัตว่ามาก็ได้ แต่ชื่อไทยนี่สิแย่มากๆ ไม่รู้เอาสมองส่วนไหนมาใช้ตั้งชื่อ

ความคิดเห็นที่ 14 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห5.แม่หมี หามาดูเลยครับ แม่หมี ร้านแมงป่องคิดว่าน่าจะมีครับ

ความคิดเห็นที่ 13 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห4. ครูแดง อย่างที่พี่แดงกล่าวมานั่นแหละครับ เรารู้ของเราอยู่

ความคิดเห็นที่ 12 ni_gul , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 14.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห3ณัฐรดา ยามใด ที่เปลี่ยนจาก" ความเห็น" มาเป็น " การเห็น"
ความมองด้วยความเป็นกลางจึงจะเกิดได้จริง
เพราะความเห็น เป็น สมมติสัจจะ การเห็น เป็น ปรมัตถ์สัจจะ

ความคิดเห็นที่ 11 ni_gul , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห2.toondee ดูหลายรอบครับ แล้วค่อยๆหยิบจับอารมณ์ที่หนังพยายามสื่อออกมา บวกกับวัยที่ผ่านอะไรมามากพอสมควร จึงพยายามแจกแจงออกมาทั้งสองฝ่าย เพื่อไม่ให้มองด้านเดียว

ขอบคุณที่มาเยี่ยมและแสดงความคิดเห็นครับ

ความคิดเห็นที่ 10 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 14.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1.คนคอหนัง ผมซื้อทิ้งไว้นานพอควร เพราะชื่อเรื่องนี่แหละ เลยมองผ่านไม่คิดหยิบมาดูครับ

ร้านแมงป่องน่าจะพอหาได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 9 ni_gul , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 13.05 น.

"Hope Springs รักเลือนแต่ไม่เลื่อนลับ"
ชื่อนี้ทำให้นึกถึง ที่ยุโรป มี 4 ฤดู ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง
ชีวิตคนเรา หรือชิวิตคู่ ก็คงอยู่ในวัฏจักรนี้นะ

ความคิดเห็นที่ 8 ni_gul , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 12.53 น.

น่าสนใจนะ การใช้ตัวเเสดงที่ดี มีชื่อเสียง ตีบทเเตก ก็เป็นตัวช่วยให้คนที่คิดว่าเรื่องนี้ไม่น่าสนใจ กลายเป็นเรื่องน่าสนใจไปเลย ตัวรัตติยาเองเเค่เห็นชื่อนักเเสดงนำเเล้วก็อยากดูเหมือนกัน

ถ้าคนที่มีชื่อเสียงทางสังคมออกมาช่วยกันเผยเเพร่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตครอบครัว การศึกษา หรือเรื่องการเมือง..น่าจะเป็นการช่วยให้คนได้รับข่าวสารมากขึ้น..อย่างน้อยๆคนก็ได้รับข้อมูลข่าวสารไปก่อน..ถึงเเม้ว่า.อาจจะมีบางคนฟังหูซ้ายทะลุหูขวา บางคน.คิดไม่เกี่ยวกับข้า..เเต่เขาก็ไดัรับข่าวสารไป เมื่อใดประสบปัญหาด้วยตัวเองจะคิดออกเอง
ไม่รู้ว่าออกนอกเรื่องหรือเปล่านะ

ความคิดเห็นที่ 7 ni_gul , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 12.24 น.

จากคห.3 คุณณัฐรดา
เคย์ อยู่อย่างทนทุกข์ เพราะการคิดถึงอดีตและการมีความหวังว่าวันหนึ่งในอนาคตชีวิตคู่จะดีขึ้น แต่พอเห็นว่าหมดหวัง เธอก็แทบทนอยู่ต่อไปไม่ได้ จุดนี้ช่างสวนกับคำสอนในพุทธศาสนานะคะ ที่ว่า ให้พยายามทำเพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ไม่หวนละห้อยอาลัยหาอดีต และ ไม่คาดหวังอนาคตที่ไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงในปัจจุบัน ซึ่งการจะอยู่อย่างเป็นสุขในปัจจุบันได้นั้น ต้องฝึกตนเป็นอย่างมาก

เป็นอีกข้อหนึ่ง คนเราจะอยู่กับ(นึกถึง)อดีตเเละ (คาดหวัง) อนาคตมากกว่าจะอยู่กับเหตุการณ์ปัจจุบัน เป็นข้อคิดที่ดีมากค่ะ โดนใจมาก

ความคิดเห็นที่ 6 ni_gul , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 12.17 น.

ุคุณสมชัยเขียนเรื่องนี้ได้ดีมาก อธิบายเข้าใจง่าย มีข้อคิดที่ดีมีประโยชน์ ต่อคนที่คิดจะมีชีวิตคู่ เเละคนที่กำลังครองคู๋อยู่

ชอบข้อความนี้มาก
การปรับตัวเข้าหากัน ย่อมต้องฝืนใจต้องฝึก หรือ ทมะ ต้องอดทน หรือมี ขันติ ต้องเสียสละ หรือก็คือ จาคะ สละความสุขส่วนตนไปบ้าง
ฆราวาสธรรม สี่นี้ จึงเป็นธรรมที่ ไปงานแต่งงานที่ไหน มักให้ผู้ใหญ่กล่าวอวยพรคู่บ่าวสาวได้ยึดเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต แต่ส่วนมากก็ฟังหูซ้ายทะลุหูขวา เพราะใจไปจดจ่ออยู่กับการนับซองและของขวัญหลังส่งตัวเข้าหอ (ฮา)"

ความคิดเห็นที่ 5 ni_gul , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
แม่หมี วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

การใช้ชีวิตคู่นั้นเป็นเรื่องยาก หากคู่นั้นขาดความเข้าใจ การเอาใจใส่ การไว้เนื้อเชื่อใจ. ความรักที่เคยมีอาจลดน้อยถอยลงตามกาลเวลา เพราะไม่หมั่นเติมความรักให้กัน. ความรักคือการผูกพันที่เชื่อมโยงจิตใจเข้าด้วยกัน. หากมีอะไรที่ทำให้แปรเปลี่ยนไปให้นึกถึงวันแรกเจอ. นึกถึงความรักที่เคยมีต่อกัน. ทุกคู่เคยฝันที่จะมีอนาคตร่วมกันแล้วทำไมจะละทิ้งความฝันนั้นไปเสียเล่า
ขอบคุณสำหรับเรื่องราวดีๆที่นำมาแบ่งปันกันค่ะ.
คิดเหมือนคห.ที่1 เพราะชื่อเรื่องภาษาไทยทำให้ละเลยความอยากดู. ทั้งๆที่ดารานำทั้งคู่ก็เป็นดาราที่ชื่นชอบ

ความคิดเห็นที่ 4 ni_gul , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ครูแดง วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 05.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

อืม...ขอบคุณๆๆ คุณหมอ ขอบคุณตัวเองที่ได้มีเวลาแวะเข้ามาอ่าน

"อาหารจานหลักของผู้หญิงคือ ความรัก ความเอื้ออาทร ความเอาใจใส่ ไม่ใช่เซ๊กส์"....บทสรุปเรื่องผู้หญิง(จริงๆ)ยอดเยี่ยม แทงทะลุหัวใจ

-มีข้อคิด มาฝาก ครูแดงและสามี มักจะเดินจูงมือ โอบไหล่ เสมอๆ...เป็นอาการแสดงความห่วงใย การพึ่งพากัน เป็นหลักในการทรงตัวของกันและกัน....แต่บ่อยครั้งมากๆ ที่ถูกล้อเลียน บางคนก็ใช้ภาษาสุภาพ สวยงาม ..แต่จะมีกลุ่มหนึ่งที่มักใช้คำแรงๆ...
"แก่แล้ว ยังมาอี๋อ๋อกันอีก....ตัณหามากจริง"....ฟังแล้วสะดุ้ง แปดตลบ...ในคำตัดสินของคนภายนอก....แต่ในเมื่อเราคือเรา เราก็ได้แค่ ยิ้ม....

-พระพุทธองค์ตรัสไว้ดีแล้ว..."จงอยู่กับปัจจุบันเถิด"....ทำปัจจุบันให้สวยงาม ชีวิตจะงามตามธรรม

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ณัฐรดา วันที่ : 02/05/2015 เวลา : 21.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

หนังเรื่องนี้นอกจากจะแสดงถึง “สิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี” ได้ดีมากแล้ว ยังแสดงถึงการวนเวียนเป็นปัจจัยให้กันและกันของสิ่งนั้นๆเป็นอย่างดีอีกด้วยค่ะ อย่างเช่นที่เคย์ไม่อยากมีเซ็กส์กับสามี กับที่สามีต้องใช้จิตนาการขณะมีเซ็กส์ แทบแยกได้ยากว่าอะไรเกิดก่อน อะไรเกิดหลัง

เคย์ อยู่อย่างทนทุกข์ เพราะการคิดถึงอดีตและการมีความหวังว่าวันหนึ่งในอนาคตชีวิตคู่จะดีขึ้น แต่พอเห็นว่าหมดหวัง เธอก็แทบทนอยู่ต่อไปไม่ได้ จุดนี้ช่างสวนกับคำสอนในพุทธศาสนานะคะ ที่ว่า ให้พยายามทำเพื่ออยู่เป็นสุขในปัจจุบัน ไม่หวนละห้อยอาลัยหาอดีต และ ไม่คาดหวังอนาคตที่ไม่อยู่บนพื้นฐานความเป็นจริงในปัจจุบัน ซึ่งการจะอยู่อย่างเป็นสุขในปัจจุบันได้นั้น ต้องฝึกตนเป็นอย่างมาก

ชีวิตเราเป็นไปตาม “ความหวัง” และ “ความเห็น” จึงไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยที่จะดับความต้องการอันเป็นความหวังลง และเห็นทุกอย่างตามที่เป็นจริงจนไม่ยึดมั่น จนวางใจเป็นกลาง จนอยู่อย่างสงบสุขได้ ไม่ว่าจะในสภาวะไหนๆนะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 ni_gul , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
toondee วันที่ : 02/05/2015 เวลา : 19.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

เคยดูหนังเรื่องนี้นานมากแล้วค่ะ แต่ความเป็นผู้หญิงก็เข้าข้างผู้หญิงความมึนชาของสามี ผู้เขียนบทเขียนได้ยิ่งกว่าบะหมี่แห้งใส่ตู้เย็นสามวันเสียอีก คุณหมอแจกแจง ความรู้สึกนึกคิด ของทั้งสองฝ่ายได้ละเอียดกว่าตอนทุนที ดูหนังด้วยตนเอง ขนาดแก่ๆขนาดนี้ยังยี้ผู้เป็นสามีที่แค่แสดงทีท่าตามบท เอนทรี่นี้น่าจะมีประโยชน์แก่ผู้อยู่ในวัยครองเรือน ไม่ว่าจะครองมาในระยะเริ่มต้น หรือระยะสุดท้ายนะคะ แหมพูดเหมือนโรคร้ายเสียอย่างนั้น

ความคิดเห็นที่ 1 ni_gul , rattiya และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
คนคอหนัง วันที่ : 02/05/2015 เวลา : 18.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

เคยเห็นผ่านตานะครับ แต่เหมือนคุณหมอว่า ตั้งชื่อไทยได้สวนทางกับแนวหนังมาก ๆ ผมยังคิดเลยว่ามันคงเป็นหนังตลกที่มีเจ้าป้าเมอรีล สตรีพ กับ ลุงทอมมี่ ลี โจนส์แสดง แถมด้วยผลงานของผู้กำกับหนัง Devil... ซึ่งเป็นหนังตลกแนวจิกกัด ผมเลยมองผ่านเลยไป
แต่ขอบคุณที่คุณหมอมาแนะนำ ผมคงต้องไปหามาดู
เสียอย่างเดียวคือ เวลาตั้งใจจะหามาดู มันหาไม่เจอครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน