*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 232748
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< พฤษภาคม 2015 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2558
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 1910 , 18:54:06 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน คนคอหนัง , แม่หมี และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

เพลงเพลงเดียวในคลับเล็กๆแห่งหนึ่งกลางนครนิวยอร์คเปลี่ยนชีวิตของคนมากกว่าสองในเวลาต่อมา

 

 เกรทต้า  (เคียร่า ไนท์ลี่)   นักแต่งเพลงสมัครเล่นตัดสินใจอยู่ในเมืองใหญ่ต่อเพื่อเป็นศิลปินเพลงแทนการหอบหัวใจว่างกลับบ้านเกิด

 แดน มัลลิแกน  (มาร์ค ราฟฟาโล่)   เห็นโอกาสในการปั้นศิลปินหน้าใหม่ให้กับค่ายเพลงที่เพิ่งไล่เขาออก อันนำไปสู่การทำให้เขาใกล้ชิดเกรทต้ามากขึ้น และเธอนั่นเองเป็นสื่อนำเขาให้ทำหน้าที่พ่อได้ดีขึ้น   ให้ครอบครัวของเขากลับมาอยู่พร้อมหน้ากันดังเดิม

 ไวโอเล็ต (เฮลี่ สแตรนฟิล์ล)ลูกสาวของ   แดน  มัลลิแกน   มีโอกาสได้แสดงความสามารถที่พ่อแม่ไม่เคยรู้ได้ชื่นชมและใช้ความสามารถนั้นในการซ่อมสานรอยร้าวของครอบครัว

 เดฟ โคลด์   (อดัม เลวีน)   ผู้ก้าวสู่ความเป็นคนดนตรีร็อค ประจักษ์ถึงความเดียวดายในหัวใจท่ามกลางความเจิดจรัสทางอาชีพของเขา

 

หนังเริ่มต้นด้วยการร้องเพลงที่แต่งเองอย่างดิบๆของเกรทต้าด้วยกีตาร์เพียงตัวเดียวในคลับ แล้วเล่าย้อนสลับเหตุการณ์ของแต่ละคนไปมา เราจึงเห็นภาพว่าทำไมคนเหล่านั้นจึงมาพบกันได้  สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของแต่ละคน เป็นปัจจัยที่พาพวกเขามาอยู่ในที่เดียวกัน และพวกเขาต่างก็เป็นปัจจัยให้กันและกันในการสร้างวิถีชีวิตใหม่

 

เกรทต้า เป็นสาวน้อยเปี่ยมสุขที่ความขัดกันหลายๆด้านประสานรวมกันอยู่ในตัวอย่างกลมกลืน    เธอดูสดใสแบบเด็กๆแต่ก็มีความเป็นตัวของตัวเองสูง     เธอหัวแข็งจนมักแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมาแต่กลับสามารถใช้ทั้งความอ่อนหวานและความเข้มแข็งในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า    เธอไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบแต่ก็ไม่เอาเปรียบใคร    ซ้ำยังเห็นใจและช่วยแก้ปัญหาของผู้อื่นจนลุล่วง    เธอยอมรับความเป็นจริงแม้จะเสียใจแต่ไม่ยอมให้ความทุกข์ใจทำลายตนเอง    มิหนำซ้ำยังใช้ความทุกข์เป็นพลังผลักดันให้ก้าวต่อไปข้างหน้า    ภาพของสาวน้อยที่ปั่นจักรยานจากไปด้วยรอยยิ้มใสๆในตอนท้ายเรื่อง    ทำให้เราเห็นว่าช่วงเวลาสั้นๆในนครนิวยอร์คช่วยให้เธอเข้าใจชีวิต    เข้าใจตนเอง     เข้าใจคนที่รักเธอมากขึ้น    เมื่ออยู่กับความเข้าใจ     ความสุขที่เธอมีจึงดูราวจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า

 

เกรทต้าติดตามคนรักคือเดฟ มายังนิวยอร์คเพราะเขาต้องมาทำสัญญากับค่ายเพลงใหญ่    เมื่อมาถึง    ทั้งสองได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี   แต่เพราะเดฟต้องติดตามทีมโพรดิวส์เซอร์ไป  แอล.เอ  เกรทต้าจึงถูกทิ้งให้อยู่ตามลำพังในที่พัก    เธอใช้เวลานั้นไปพูดคุยกับเพื่อนเก่า  สตีฟ  ที่นอกจากจะเป็นนักร้องประจำในคลับแล้ว ยังชอบการแสดงดนตรีตามถนน    ซึ่งต่อมาสตีฟนี่เองเป็นผู้ที่ช่วยเหลือเธอเป็นอันมากหลังจากที่เธอพาตัวออกจากที่พักและใจออกไปจากเดฟ

 

ในตอนต้นเรื่อง ขณะที่ทั้งสองกำลังนั่งรถไปยังค่ายเพลงนั้น  หนังทำให้เราเห็นความน่ารัก    ความเข้มแข็ง ของเกรทต้า    ที่ช่วยประคับประคองเดฟให้กล้าทำในสิ่งที่เขาปรารถนา     เดฟผู้อ่อนไหวที่ต้องการใครสักคนเคียงข้าง     คอยเป็นกำลังใจอยู่ตลอดเวลา เขาเฝ้าเก็บงำความปรารถนาที่จะเป็นศิลปินเพลงร็อคไว้ในใจโดยไม่กล้าแม้จะบอกคนรักที่คบกันมาถึง  5   ปี  อาจจะเพราะการไม่กล้าแสดงออกของเขาเอง     หรือ   อาจ เพราะความหัวแข็งของเกรทต้าที่อาจยอมรับความต่างไม่ได้จนทำให้เธอจากเขาไป     

 

และเพราะความหวั่นไหวง่ายของเขานั่นเองจึงทำให้เขามีใจแบ่งให้สาวน้อยเชื้อชาติจีนที่ชื่อมิ้มซึ่งเป็นหนึ่งในทีมโพรดิวส์เซอร์ในช่วงที่เขาไปทำงานที่   แอล.เอ.  ยามห่างไกลจากเกรทต้า

ไม่เฉพาะคนที่หวั่นไหวง่ายอย่างเดฟที่สามารถปันใจให้ใครอีกคนแม้ว่าตนจะมีคนรักอยู่แล้วได้     ในพุทธศาสนาแสดงเหตุใกล้ของเมตตาไว้ว่าคือ   เสน่หา   หมายถึง   หากเราเมตตาใครที่เป็นเพศตรงข้าม   หากไม่ได้ตั้งสติ   เราก็อาจเผลอมีใจให้เขาได้   เพราะเมื่อเมตตาก็อยากให้เขามีสุข    เมื่อมีเมตตาก็มีกรุณาตามมาคืออยากให้เขาพ้นทุกข์    จึงคอยคำนึงถึงอยู่เสมอๆ    เมื่อคำนึงถึงโดยที่ไม่ได้กำหนดสติบ่อยๆเข้า    เสน่หาก็แทรก    เป็นไปตามธรรมชาติ    เราทุกคนสามารถถูกเสน่หาครอบงำได้หากขาดสติ   

คงเพราะอย่างนี้    พระพุทธเจ้าจึงตรัสว่า   สติ   จำปรารถนาในที่ทั้งปวง

 

เมื่อเดฟกลับมาหาเกรทต้าที่นิวยอร์ค    ความช่างสังเกตของเกรทต้าทำให้เธอรู้ว่าเธอไม่ได้เป็นหนึ่งในใจคนรักอีกแล้ว ใจอีกส่วนของเขาแบ่งให้กับมิ้ม    เธอจึงแยกทางจากไปพักกับสตีฟและเตรียมตัวกลับบ้านในวันรุ่งขึ้น 

ผลของความทุกข์นั้นมีสองอย่าง   คือ   ให้หลงใหล  และ   ใคร่หาทางออก   ผลอย่างแรกทำให้ร่ำไห้คร่ำครวญ    หวนอาลัยหาอดีตที่ผ่านมา    อยากให้ปัจจุบันและอนาคตเป็นไปอย่างที่ใจอยาก    คนที่อยู่กับผลนี้จึงจมอยู่ในความทุกข์   ส่วน   การใคร่หาทางออก   ทำให้ไม่ยอมให้ความทุกข์ครอบงำ   หางานทำอย่าให้ใจฟุ้งซ่าน    หาผลดีผลเสียของเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วเพื่อให้วางใจเป็นกลางกับเรื่องนั้นๆได้   อยู่อย่างเป็นปกติได้กับความเป็นจริงในปัจจุบัน    เกรทต้าจัดเข้าในคนประเภทที่สองเธอจึงวางแผนการทำงานของเธอต่อไปทันที    ไม่ยอมจมอยู่กับน้ำตา

 

คืนนั้นเอง   สตีฟไม่ยอมให้เกรทต้าอยู่ตามลำพังในที่พักของเขาเพราะความที่กลัวว่าเธอจะทำร้ายตัวเอง    เขาจึงลากตัวเธอไปคลับที่เขาทำอยู่ด้วย    ดึงดันให้เธอขึ้นแสดงบนเวที    จนเป็นเหตุให้เธอและแดนได้พบกัน    ได้เปลี่ยนแปลงอนาคตของกันและกัน

 

มีบางอย่างที่แดนและเกรทต้าเหมือนกัน   นั่นคือจุดยืนที่ไม่เคยเปลี่ยน    เพราะการไม่ยอมรับความเปลี่ยนแปลง   แดนจึงหานักร้องเข้าป้อนสังกัดของตนไม่ได้มาเป็นเวลาหลายปีด้วยคนที่ส่งเดโมเทปมาให้พิจารณาไม่เป็นคนที่   “ใช่”   ในความรู้สึกของเขา     นี่เองเป็นเหตุให้เขาถูกไล่ออกจากงานต่อหน้าลูกสาว    การตกงานและความท้อแท้ในชีวิตทำให้เขาอยากเมา อยากฆ่าตัวตาย    แต่เมื่อเขาจึงเข้าไปในคลับและได้ยินเสียงเพลงของเกรทต้า    ไฟชีวิตก็โพลงขึ้นมาอีกครั้งหลังจากที่ไม่เจอนักร้องที่ใช่ในสายตาของเขามาถึง   7   ปี   เขาชวนเธอไปเสนองานเพื่อทำอัลบั้มเดี่ยว    ในวันรุ่งขึ้น   ทั้งสองจึงพากันไปพบโซล ผู้บริหารค่ายเพลงที่เพิ่งไล่เขาออก   แต่โซลไม่เห็นแววความดังในตัวเกรทต้า   จึงปฏิเสธคนทั้งคู่โดยให้เหตุผลว่า ทั้งสองต้องบันทึกเสียงร้องและดนตรีเป็นเดโมเทปส่งให้พิจารณาก่อน 

 

เมื่อเห็นนักดนตรีเล่นดนตรีริมถนน   แดนจึงวางแผนให้ทัศนียภาพในนิวยอร์คเป็นที่บันทึกเสียง    เขาหานักดนตรีและนักร้องประสานเสียงให้อัลบั้มของเกรทต้าได้ง่ายๆจากนักเรียนตามโรงเรียนดนตรีบ้าง    จากเด็กๆที่เล่นซนจนส่งเสียงรบกวนการบันทึกเสียงของพวกเขาบ้าง    จากเพื่อนเก่าบ้าง    จากการที่ให้ไวโอเลต    ลูกสาวของเขา   ทดลองเล่นด้วยบ้าง 

 

และการที่ไวโอเลตได้เป็นส่วนหนึ่งในวงดนตรีนี้เอง    เธอจึงค่อยๆยอมรับพ่อของเธอมากขึ้น    และด้วยการกระตุ้นเตือนของเกรทต้า     ความสัมพันธ์ระหว่างแดนและมิเรียม    ภรรยาที่แยกกันอยู่     จึงค่อยๆดีขึ้นจนความรักของทั้งสองถูกสานขึ้นใหม่อีกครั้ง    

มิเรียมนั้นเคยปันใจให้นักดนตรีที่เธอไปทำงานด้วยจนขอเลิกกับแดนเพื่อไปอยู่ด้วยกัน   แต่นักดนตรีผู้นั้นกลับเปลี่ยนใจ    ปล่อยให้เธอเฝ้าคอยเขาอยู่ในบ้านตนเอง    จนเป็นเหตุให้แดนต้องย้ายตัวออกไปจากบ้านเพราะทนไม่ได้ที่ต้องเห็นภรรยาเฝ้าแต่คอยหาชายอื่น     แต่เพราะการที่ครอบครัวได้มีโอกาสใช้เวลาร่วมกัน     การให้อภัย    แดนจึงกลับมาอยู่ในบ้านของตนได้ในที่สุด

การที่แดนสามารถอภัยให้มิเรียมได้     อาจจะเพราะเขาเองก็ได้รับประสบการณ์แบบเดียวกับมิเรียมด้วยก็ได้     ในฉากที่เกรทต้ากอดอำลาเขา    ราวกับเราจะเห็นหัวใจที่สะท้านไปบ้างเพราะการจากไปของเธอ    และนั่นเองที่อาจทำให้เขาเข้าใจมิเรียม    เมื่ออภัย     ความรักจึงเริ่มต้นใหม่ได้อีกครั้ง   กระทั่งงอกงามในที่สุด    แดนและมิเรียมก็เป็นคนอีกคู่ที่สะท้อนให้เห็นอำนาจของเสน่หาอันเป็นเหตุใกล้ของเมตตา

หนึ่งในธรรมที่เราควรน้อมเข้ามาในตนก็คือการนำตนเข้าเปรียบกับผู้อื่นเพื่อให้เข้าใจ   เห็นใจ   อภัย   เราอยากได้อย่างไรคนอื่นก็อยากได้อย่างนั้น   เช่น  เพราะเอาตนเข้าเปรียบว่าหากเราทำผิด    เมื่อสำนึกผิดแล้วเราคงอยากให้ผู้อื่นอภัยให้    เมื่อเราอยากได้รับการอภัย    เราก็ควรอภัยคนอื่นเช่นกัน  

เมื่ออภัยได้     ความสุขก็กลับคืนมาสู่ใจที่ร้อนเพราะความผูกใจเจ็บ

 

ในช่วงที่กำลังบันทึกสียงอยู่นี้เอง    แดนพาเกรทต้าไปพบกับทัลเบิลกัม   นักร้องที่แดนเคยปั้นจนเป็นดาวค้างฟ้า   ทัลเบิลกัมจึงให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ทั้งสองและชี้ให้เกรทต้าเห็นว่าทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตที่สมบูรณ์พูนสุขนั้นล้วนได้มาเพราะการสนับสนุนของแดน    แม้ทัลเบิลกัมจะให้เราเห็นเพียงไม่กี่ฉาก   แต่เขาก็สะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่อาจจะกำลังเลือนหายไปจากสังคมด้วยคำบอกเล่าที่ว่า เดี๋ยวนี้คนเราไม่เคารพปูชนียบุคคลกันแล้ว แดนสร้างอะไรๆแก่ใครต่อใครมากมาย    แต่เมื่อเวลาผ่านไป    ใครๆก็พากันลืมเขา หนังจึงดูราวจะให้ทัลเบิลกัมจึงเป็นตัวอย่างของบุคคลที่มีความกตัญญูกตเวที

ย้อนกลับมาที่มิ้ม    เราเห็นเธอเพียงแค่แว่บเดียว    แต่ก็พอจะดูออกว่าเธอช่างอ่อนหวาน    ต่างไปจากเกรทต้ามาก    แต่ถ้าจะพูดถึงความเข้าใจและการปรับตัวเข้าหากันกับคนรักแล้ว     ถ้าไม่เป็นเพราะเธอปรับตัวเข้าหากันกับเดฟไม่ดีเท่าเกรทต้า    ก็คงเป็นเพราะเดฟแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมาจนหากเปลี่ยนตัวจากมิ้มมาเป็นเกรทต้า    เกรทต้าเองก็อาจยอมรับเขาไม่ได้เช่นเดียวกัน    เธอจึงจากเดฟไปหลังจากที่คบหากันได้เพียงเดือนเดียว    ในช่วงนี้หนังแสดงบุคลิกของเดฟที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยการไว้เคราครึ้ม    สไตล์การแต่งตัว    และการประสบความสำเร็จด้วยถ้วยรางวัลในฐานะคนดนตรีร็อค   

 

เมื่อเกรทต้าทำอัลบัมของเธอเสร็จ    เดฟก็กลับมาขอคืนดี     มาขอเริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยกันอีกครั้ง     แต่เมื่อรู้ว่าที่เดฟกลับมาเพราะถูกมิ้มตีจาก     เกรทต้าดูเจ็บใจ    ยากที่จะอภัย     เธอควบคุมตนเองไม่ได้จนมือไม้สั่นเทา   และในระหว่างการพูดคุย     เธอก็แสดงความเห็นกระทบกระเทียบถึงมิ้ม

 

การพูดประชดประชันกระทบกระเทียบเปรียบเปรยนี้อย่ามองว่าเล็กน้อย   ไม่สำคัญ   เพราะการจะมีคำพูดประชดได้ใจก็ต้องผูกโกรธ     เมื่อไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งๆที่ใจยังโกรธ     จึงแสดงออกมาทางคำพูดประชด    

ก็เป็นไปตามคำตรัสนะคะ    ว่า    ถ้าเรายอมให้ราคะ    โทสะ     โมหะ    ครอบงำจิต    เราก็จะคิดเพื่อเบียดเบียนตนเอง   คือทำให้ตนเสียใจ   ทำให้ใจตนตกต่ำลงไปเพราะความคิดที่เป็นอกุศล     ซึ่งเมื่อคิดแล้วก็มักมีการทำ    การพูด     ตามที่ใจเราคิด    นอกจากนี้    ก็ยังคิดเพื่อเบียดเบียนผู้อื่นอันทำให้เราทำหรือพูดให้ผู้อื่นเสียใจ     ไม่พอใจ     อันอาจนำไปสู่การเบียดเบียนทั้งสองฝ่าย   เช่น   อีกฝ่ายโกรธตอบแล้วเอาคืนจนอาจพูดหรือทำจนเกิดความเดือดร้อน    เสียหาย     ด้วยกันทั้งคู่

 

ทั้งคู่จึงได้แลกเปลี่ยนความเห็นเกี่ยวกับอัลบัมใหม่ของกันและกัน    ในการสนทนานี้เอง    เดฟ    กล้าที่จะแสดงความเห็นขัดแย้งกับเกรทต้ามากขึ้น      ก่อนหน้าที่ทั้งสองจะมานิวยอร์ค เกรทต้าเคยแต่งเพลง   Lost Stars  ให้เป็นของขวัญคริสต์มาสแก่เดฟ       เดฟได้ใช้เพลงนี้เป็นหนึ่งในอัลบัมใหม่ของเขาด้วย    แต่เขาเปลี่ยนทำนองเป็นแนวร็อคโดยให้เหตุผลว่า     เพราะเกรทต้าเป็นคนแต่ง    แนวดนตรีแบบที่เขาทำจะทำให้ผู้ฟังชอบและเกรทต้าเองจะพลอยมีชื่อเสียงไปด้วย    แต่เกรทต้ากลับไม่เห็นด้วยกับเขา    เพราะเดฟนำเพลงที่เธอที่เป็นที่ระลึกของความรัก    ในฐานะของคนรัก     ในฐานะของเพลงที่   “เป็นเพลงของเรา”   ไปเปลี่ยนแปลงทำนองเพื่อเป็นการค้า

 

ในตอนนี้เราจึงเห็นความต่างของทั้งสองมากขึ้นค่ะ    เดฟ    แม้จะนำเพลงที่เธอแต่งให้เป็นพิเศษไปในทางการค้า    แต่เขาก็มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนคนที่เขารักด้วย     ในขณะที่เกรทต้าดึงดันจะให้คงความเป็นเพลงพิเศษของคนสองคนโดยไม่คำนึงถึงความเป็นไปได้ทางธุรกิจ     ไม่สนใจว่าผู้ฟังจะชอบหรือไม่       แม้เขาทั้งสองทำเพื่อคนรักเหมือนกัน     แต่วิธีการคิดกลับต่างกัน   

 

เดฟบอกเกรทต้าว่าเขาพร้อมที่จะเอาอัลบัมนี้ทิ้งทะเลหากเกรทต้ายอมร่วมชีวิตกับเขาอีกครั้ง    แต่ครั้นเกรทต้าทวนถามว่าจะทิ้งทะเลจริงหรือ    เขากลับย้อนถามเธอว่า    เธออยากให้เขานำไปทิ้งจริงๆหรืออันแสดงถึงการไม่ต้องการทำอย่างนั้นจริงๆ     เกรทต้ายอมจำนนจึงได้แต่ตอบว่าไม่     และในขณะเดียวกันนั้น     เธอก็ได้เห็นว่าแท้จริงแล้วเดฟมักพูดหรือทำเพื่อเอาใจเธอมาตลอด      การเห็นสิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้เห็นความต่างของทั้งสองที่ดูราวกับอยู่กันคนละปลายสายป่าน

คำพูดที่ไม่ตรงกับใจ   จะเรียกว่าพูดเพราะใจมี   มายา    ก็ได้   คือใจคิดอย่างหนึ่งแต่กลับพูดในอีกอย่างหนึ่ง    และเพราะมายา      คำพูดจึงกลายเป็น    มุสาวาจา    ไป

 

หลังจากที่เสนองานกับโซลแล้ว    เกรทต้ารู้สึกว่าเธอถูกเอาเปรียบ    จึงตัดสินใจขายอัลบัมออนไลน์เอง    เธอประกาศศึกกับคนทั้งวงการเพลงด้วยการขายอัลบัมในราคาที่ต่ำกว่าราคาในท้องตลาดถึง  10   เท่า   เพลงของเธอได้รับการตอบรับอย่างรวดเร็วหลังจากที่   ทัลเบิลกัม   ทวิตลงในทวิตเตอร์ของเขา 

 

ในตอนจบของเรื่อง    เกรทต้าไปชมการแสดงของเดฟ แม้ว่าเดฟจะนำเพลง  Lost Stars  มาแสดงในทำนองเดิมที่เธอแต่งให้และเชื้อเชิญให้เธอขึ้นเวทีกับเขา   เธอก็ได้แต่ยืนยิ้มอย่างลิงโลด   แต่ในช่วงท้ายของเพลงนั้นเอง   เดฟก็ร้องเพลงโดยแปลงทำนองให้เป็นในแบบของเขาที่ทำให้คนดูชอบมาก   เธอจึงนิ่งไป   เขาสู้ทิ้งตัวตนที่ตนเองค้นพบมาเป็นตัวตนในแบบที่เธอชอบ   ไม่มีหนวดเคราแบบชาวร็อค   มีแต่ดวงหน้าผุดผ่องและรอยยิ้มใส   เขาที่สู่อุตส่าห์ค้นหาตัวเองจนพบแล้วกำลังผสานความเป็นเขาและเธอเข้าด้วยกัน 

เธอยืนมองราวกับจะทั้งเสียใจและทั้งเห็นคุณค่าของความรักของเขา   เห็นของความต่างที่ทำให้ทั้งเธอและเขางดงามไปคนละแบบ   ความงามที่เธอยังยอมรับไม่ได้ถึงการอยู่ร่วมกันในขณะนั้น   

แล้วเธอก็หันหลัง   เดินออกไปจากการแสดงทั้งๆที่ยังไม่จบ 

แต่อาจจะเป็นเพราะภาพคนดูที่ชื่นชอบเพลงที่เธอแต่งที่เขาร้องด้วยการผสมผสานอย่างนั้นจึงทำให้เธอค่อยๆยอมรับได้   ด้วยใจที่เข้าใจ    ด้วยการให้อภัย   ฉากสุดท้ายของเกรทต้า    เราจึงเห็นเธอขี่จักรยานจากไปด้วยหัวใจเปี่ยมสุข      กับความพร้อมที่จะเริ่มต้นกับสิ่งดีๆในชีวิต  ...  อีกครั้ง

 

บางที ...  สิ่งดีๆที่คิดจะเริ่มต้น    อาจการเป็นการลดความเป็นตัวของตัวเธอเอง    ที่มากเกินไปจนแม้แต่คนรักยังไม่กล้าฝืนขัดแย้ง    การปรับตัวเข้าหากัน      การยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่นมากขึ้น     ที่อาจทำให้ทั้งเธอและเดฟกลับมาเริ่มต้นเรียนรู้ซึ่งกันและกันอีกครั้ง  ...  

เพื่อที่จะ  Begin  Again     ก็เป็นได้

 

..................................................................... 

ขอบคุณภาพประกอบจาก วิกิพีเดีย

นี่เป็นเอ็นทรี่ที่ให้คุณ ณัฐรดา เป็น นอมินีเขียนให้  เป็นการต่างตอบแทน ที่ผมเขียนเรื่อง สัญชัยปริพาชก (http://www.oknation.net/blog/isariyaporn/2015/02/11/entry-1) ให้ 

หนังเรื่องนี้ ให้ข้อคิดหลายแง่มุม  ทุกความสัมพันธ์และอุปสรรคที่เกิดขึ้น ต่างมีเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้องกัน  ความบังเอิญไม่มีในโลก บางช่วงชีวิตที่ติดขัด ก็เหมือนขบวนรถไฟที่ต้องหยุดชะงัก แต่ท้ายที่สุดเราก็ต้องก้าวข้ามต่อไป  ทุกการกระทำทุกการตัดสินใจ ผลลัพธ์ย่อมแตกต่าง กัน เราต้องยอมรับผลนั้น แล้ววางมันลง  เพื่อเริ่มใหม่

ทุกความสัมพันธ์ในระหว่างบุคคล ไม่ว่าจะออกมาดีหรือร้าย สิ่งเหล่านั้นคือแบบฝึกหัดชีวิต ที่ทำให้เราเรียนรู้ผู้คน และที่สำคัญคือเรียนรู้ตัวเรา  เมื่อรู้ตัวเราดี จึงปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเหมาะสมพอดี  ชีวิตเป็นเช่นนี้  ทุกสถานีที่รถไฟแห่งชีวิตจอดคือช่วงที่เราได้ทบทวนตนเองเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไป

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 คนคอหนัง , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 19/05/2015 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห17.คนคอหนัง หามาดูเลยครับ ผมชอบฉากที่ แดน(มาร์ค รัฟฟาโร่)เมาแอ๋ในบาร์ แล้ว เกร๊ทต้า เล่นเพลงอาศัยกีตาร์โปร่งตัวเดียว แต่ความที่แดน เป็นคนมีจินตนาการในดนตรี เขาเป็นคนเดียวในบาร์คืนนั้นที่ฟังเพลงนั้นอย่างเข้าถึง โดยเฉพาะการจินตนาการถึงเครื่องเล่นที่ช่วยกันบรรเลงจนออกมาไพเราะมากครับ

ความคิดเห็นที่ 19 แม่หมี , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 19/05/2015 เวลา : 08.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห16.แม่หมี ขอบคุณแม่หมีครับที่มาเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 18 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 19/05/2015 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห15.hayyana ครับฟังเพลงอย่างเดียวก็คุ้มแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 17 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
คนคอหนัง วันที่ : 18/05/2015 เวลา : 20.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/movietalk

ตั้งใจจะว่าจะหามาดูอยู่เหมือนกันครับ เหตุผลเพราะ มาร์ค รัฟฟาโร่ เลยครับ ผมว่าเขาเป็นักแสดงที่เก่ง แสดงได้เนียนเป็นธรรมชาติมาก คนดูรักที่จะเห็นเขาในหนัง
ชอบสไตล์การเขียนของคุณหมอ ที่เอาประสบการณ์ในชีวิตจริง ผนวกกับหนัง และธรรมะครับ ถือเป็นคติข้อมคิด และนำไปต่อยอดในการใช้ชีวิตได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 16 ณัฐรดา , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่หมี วันที่ : 18/05/2015 เวลา : 15.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ขอบคุณที่นำเสนอเรื่องดีๆ

"ทุกความสัมพันธ์ในระหว่างบุคคล ไม่ว่าจะออกมาดีหรือร้าย สิ่งเหล่านั้นคือแบบฝึกหัดชีวิต ที่ทำให้เราเรียนรู้ผู้คน และที่สำคัญคือเรียนรู้ตัวเรา เมื่อรู้ตัวเราดี จึงปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วยความเหมาะสมพอดี ชีวิตเป็นเช่นนี้ ทุกสถานีที่รถไฟแห่งชีวิตจอดคือช่วงที่เราได้ทบทวนตนเองเพื่อที่จะเดินหน้าต่อไป"

ลูกๆเป้นแฟนเพลงวง maroon 5 ค่ะ เลยพลอยได้ฟังเพลงของวงนี้ไปด้วย

ความคิดเห็นที่ 15 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
hayyana วันที่ : 18/05/2015 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

ไปฟังเพลงลูกเดียวครับหนังเรื่องนี้

ความคิดเห็นที่ 14 rattiya , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 18/05/2015 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห8.ครูแดง ขอบคุณครับพี่แดง เขียนธรรมะตรงๆ สงสัยไม่รุ่ง ช่วงนี้เลยเปลี่ยนแนวบ้าง

ความคิดเห็นที่ 13 rattiya , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 18/05/2015 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห7.ณัฐรดา ดีนะครับ ใจตรงดี ไม่มีอ้อมค้อม

ความคิดเห็นที่ 12 rattiya , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 18/05/2015 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห5-6.rattiya ตาคงไม่เอียงครับ แต่อาจมัวบ้างเล็กน้อย

ความคิดเห็นที่ 11 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 18/05/2015 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห4.ลูกเสือหมายเลข9 หนังยังไม่เก่ามาก หาซื้อได้ไม่ยากครับ เพลงประกอบหนังเพราะมาก

ความคิดเห็นที่ 10 rattiya , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 18/05/2015 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห2-3.BlueHill แบบนี้สเปคเดียวกันครับ ชอบดาราคนนี้

ขอบคุณครับที่ส่งลิงค์มาให้ สุดยอดจริงๆ มีเอกลักษณ์ตนเอง แต่สมัยนี้ เขาฟังเพลงทางตากันครับ ต้องหล่อ ต้องสวย เสียงไม่ดีไม่เป็นไร ใจถึงๆ ดังได้เสมอ

ความคิดเห็นที่ 9 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 18/05/2015 เวลา : 11.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1.แม่มดเดือนMarch ผมก็งง เหมือนกัน ว่าพี่ตุ้ม งงเรื่องอะไร

ความคิดเห็นที่ 8 rattiya , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ครูแดง วันที่ : 18/05/2015 เวลา : 06.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

พลังความรัก ...คนมีธรรมมักมองเห็นธรรมในทุกช่วงชีวิตเสมอ
-ชอบการนำเสนอของหมอค่ะ....หมอสะท้องคำกล่าวที่ว่า
"ธรรมะกับธรรมชาติ"

ความคิดเห็นที่ 7 rattiya , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 18/05/2015 เวลา : 03.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน


ขอบคุณค่ะคุณรัตติยา
ได้เหมือนดารา แถมเป็นนางเอกอีก

ความคิดเห็นที่ 6 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 17/05/2015 เวลา : 23.29 น.

เข้ามาดูอีกรอบ "คุณณัฐรดาหน้าคล้าย เคียร่า ไนท์ลี่"นะ

ความคิดเห็นที่ 5 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 17/05/2015 เวลา : 22.51 น.

ไม่ได้ดูหนังเรื่องนี้..เห็นโฆษณาทางทีวีเยอรมันค่ะ

ไม่รู้ว่าตาเอียง(มองหาเรื่่องหรือเปล่า) คุณณัฐรดาหน้าคล้าย เคียร่า ไนท์ลี่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 17/05/2015 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ยังไใม่ได้ดูครับ

ความคิดเห็นที่ 3 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 17/05/2015 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อยากให้ท่านอาจารย์คุณหมอ ลองฟัง Lost Stars จากนักร้องคนนี้ซะหน่อยครับ

https://www.youtube.com/watch?v=75-lZVBD0Kk

ความคิดเห็นที่ 2 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 17/05/2015 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เคียร่า ไนท์ลี่ ชอบการแสดงของเธอครับ
ว่าจะดูหนังเรื่องนี้ก็เพราะเธอ แต่ก็ไม่ได้ดูเสียที

ความคิดเห็นที่ 1 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 17/05/2015 เวลา : 19.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เข้ามาบ้านนี้แล้วชักงงๆค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน