*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 233309
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< พฤษภาคม 2015 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 21 พฤษภาคม 2558
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 1892 , 14:48:57 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 15 คน อดุลย์ , wansuk และอีก 13 คนโหวตเรื่องนี้

อ่านข่าวคราวเกี่ยวกับผู้อพยพชาวโรฮิงญาในช่วงนี้  เป็นไปด้วยจิตตก  ทั้งกระแสในโซเชียลมีเดียที่ต่างแบ่งฝ่ายกระทบกระเทียบกัน  ต่างเอาเรื่องราวในอดีตของบุคคลบ้าง มาผูกโยงกันจนไม่สามารถสาวหาต้นหาปลายกันไปได้ 

ผมนั่งอ่านความคิดเห็นแต่ละคนไปเรื่อยๆ  รู้สึกดีใจที่ได้แบบฝึกหัดจากชีวิตจริงที่ไม่จำเป็นต้องไปเข้าวัดปฏิบัติธรรม  เพียงตามดูสิ่งที่สะท้อนออกมาของผู้คนในสังคม และใช้สติตามระลึกรู้  ดูเพียงสภาวะที่เกิด ดูองค์ธรรมต่างๆที่ปรากฏอยู่จากวจีกรรมผ่านทางกายทวาร  ดูการพันกันของสิ่งที่เป็นสภาวะจิตกับสิ่งสมมติของสังคม

ผมจะขอผ่านในเรื่องที่ว่า เราควรรับโรฮิงญา หรือไม่รับ เพราะสิ่งนี้เกินความสามารถที่ผมจะออกความเห็น   ผมไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังของชนเผ่านี้  และไม่รู้ความสัมพันธ์ทางการเมืองที่ประเทศเราต้องไปเกี่ยวข้องอย่างไร

ผมเคารพการตัดสินใจของผู้นำประเทศในขณะนี้  ท่านมีวิธีการปฏิบัติอย่างไร ท่านย่อมมีข้อมูลเชิงลึกในการตัดสินใจ เราไม่อาจนำความเห็นส่วนตัวเช่นความสงสารเป็นปัจจัยเดี่ยวๆในการกำหนดท่าที  แต่สิ่งที่ผมจะพูดนี้ คือท่าทีของคนในสังคมเราต่างหากที่นำเอาประเด็นโรฮิงญา มาละเลงกันในขณะนี้ 

1.เริ่มจากนักข่าวหญิงคนหนึ่ง ชื่อว่า ฐปนีย์  เดินทางไปทำข่าวผู้อพยพชาวโรฮิงญา  แล้วแสดงความคิดเห็นว่าเราควรจะมีความเมตตากรุณาต่อผู้อพยพนี้  (เนื้อหารายละเอียดผมไม่รู้ เพราะเป็นคนดู ทีวีน้อยมากๆ)

2.จากนั้นจึงมีการวิจารณ์ออกมามากมาย โดยยกตัวอย่างว่า แพทย์บางคนต้องทำงานอย่างหนัก อยู่ชายแดน แทบไม่ได้กินนอน  ทำไมไม่มาทำข่าวบ้าง ไม่สงสารบ้าง

3.ต่อมาก็มีการแชร์ว่า มีเด็กที่ด้อยโอกาสที่ยังต้องการความช่วยเหลืออีกมาก  ทำไมไม่สนใจ

4.บ้างก็ว่า นี่เป็นการจัดฉาก  ทำเป็นน่าสงสาร  แกล้งลอยคอในทะเล

และอื่นๆอีกมากมาย     ผมนั่งอ่านดูก็ให้สงสาร  ทั้งหมอที่ทำงานหนัก ไม่ได้พักผ่อน  สงสารเด็กที่ขาดโอกาส  สงสารทหารตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ แต่เบี้ยเลี้ยงน้อยนัก  สงสารผู้อพยพโรฮิงญาที่ต้องลำบากถูกผลักไสไล่ส่ง  และก็ตระหนกตกใจกับความคิดที่ว่าเรื่องนี้เป็นการจัดฉาก

แต่สิ่งที่ผมไม่เข้าใจก็คือว่า   ที่ฐปนีย์เสนอข่าว มันไปเกี่ยวอะไรด้วยกับข้อ2-4และอื่นๆ    ถ้าผมเป็นนักข่าวหรือผู้ที่ทั้งแสดงเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับฐปนีย์ ไปเห็นสภาพเช่นนั้น ผมและคนเหล่านั้นก็ต้องรายงานตามที่เห็น  เพราะเพียงเห็นรูปยังนึกสะเทือนใจ

ฐปนีย์จะมาแสดงความเห็นว่า ไทยควรทำอะไร  ก็เรื่องของเขา  ฐปนีย์อาจไม่รู้ข้อมูลเชิงลึกที่ท่านนายกรู้อยู่  อยากแสดงความเห็นก็ว่าไป  ผมยังมองว่าเออ เธอมีน้ำใจที่กรุณาอยากให้คนเหล่านั้นพ้นทุกข์  ก็ดี แต่บางครั้งการที่จะตัดสินใจช่วยเหลือมันมีเหตุผลมากกว่านั้น  เหมือนคนที่ไปเที่ยวอินเดีย เขาบอกต่อๆกันว่า อย่าให้เงินขอทานเด็ดขาด อย่าเห็นเด็กๆน่าสงสาร  ให้เมื่อไรเป็นเรื่องเมื่อนั้น  ดังนี้เป็นต้น

มาถึงตรงนี้ก็ให้นึกสงสัยว่าทำไม ประเด็นการเสนอข่าวของผู้สื่อข่าวคนหนึ่งทำไมกลายเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมออนไลน์สาดซัดกันไปมา  ก็ลองตามดูภูมิหลังที่เกี่ยวข้องของฐปนีย์ กับบุคคลต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องกัน  มาถึงตรงนี้ผมถึงบางอ้อว่า ที่แท้มันเป็นเช่นนี้

สมัย2600ปีก่อน พระบรมศาสดาได้ตรัส สอน คำสอนหนึ่ง ที่สะท้อนธรรมชาติของมนุษย์ ที่แบ่งพรรคแบ่งพวกกันได้ดีสูตรหนึ่ง  เราเรียกว่า  เปมสูตร  เนื้อความเป็นดังนี้

เปมสูตร ว่าด้วยความรักและความชัง

“ภิกษุทั้งหลาย  ธรรม 4 ประการนี้ ย่อมเกิด คือ

1.ความรัก เกิด เพราะความรัก  เป็นอย่างไร

คือ บุคคลในโลกนี้เป็นผู้น่าปรารถนา  น่าใคร่  น่าพอใจของบุคคล  คนอื่นๆประพฤติต่อบุคคลที่รักนั้นด้วยอาการเช่นเดียวกัน  บุคคลนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า คนอื่นๆประพฤติเหมือนเรา  เขาจึงเกิดความรักในบุคคลที่คิดเช่นนั้น   ความรักเกิดเพราะความรัก เป็นอย่างนี้แล

2.ความชัง เกิด เพราะความรัก เป็นอย่างไร

คือ บุคคลในโลกนี้เป็นผู้น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจของบุคคล คนอื่นๆประพฤติต่อบุคคลที่รักนั้นด้วยอาการที่ต่างออกไป  บุคคลนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า คนอื่นๆประพฤติไม่เหมือนเรา เขาจึงเกิดความชังใน บุคคลที่คิดเช่นนั้น  ความชังเกิดเพราะความรัก เป็นอย่างนี้แล

3.ความรัก เกิด เพราะความชัง  เป็นอย่างไร

คือ บุคคลในโลกนี้เป็นผู้ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจของบุคคล  คนอื่นๆประพฤติต่อบุคคลที่ชังนั้นด้วยอาการเช่นเดียวกัน บุคคลนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า คนอื่นประพฤติเหมือนเรา เขาจึงเกิดความรักในบุคคลที่คิดเช่นนั้น  ความรักเกิดเพราะความชัง เป็นอย่างนี้แล

4. ความชัง เกิด เพราะความชัง เป็นอย่างไร

คือ บุคคลในโลกนี้เป็นผู้ไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจของบุคคล  คนอื่นๆประพฤติต่อบุคคลที่ชังนั้นด้วยอาการที่ต่างออกไป บุคคลนั้นมีความคิดอย่างนี้ว่า คนอื่นประพฤติเหมือนเรา เขาจึงเกิดความชังในบุคคลที่คิดเช่นนั้น  ความชังเกิดเพราะความชัง เป็นอย่างนี้แล”

(รายละเอียดดูได้จาก พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่21 หน้า 314 )

ขยายความให้เห็นกันชัดๆ   สมมติ   มีตัวเรา     มีนาย ก.    มี นาย  ข.

1.ความรัก เกิด เพราะความรัก  เป็นอย่างไร

เรารัก  นาย ก.   นาย  ข.ก็รัก นาย  ก.

สรุปคือ  เรา รักนาย  ข.ด้วย

2. .ความชัง เกิด เพราะความรัก เป็นอย่างไร

           เรารัก  นาย ก.    นาย ข. ไม่รักนาย  ก.

             สรุปคือ  เราเกลียด นาย ข.

3. .ความรัก เกิด เพราะความชัง  เป็นอย่างไร

            เราเกลียด  นาย ก.   นาย  ข.ก็เกลียด  นาย ก.

           สรุปคือ  เรา รัก นาย ข.ด้วย

4. . ความชัง เกิด เพราะความชัง เป็นอย่างไร

            เราเกลียด  นาย  ก.  แต่ นาย ข.  รัก นาย ก.

           สรุปคือ  เรา เกลียด นาย ข.

โดยสรุปก็คือ เรา รักคนที่เห็นด้วยกับเรา เรารับเขามาเป็นเพื่อนเป็นกลุ่ม ถ้ามีมาก อัตตาจากที่เป็นอยู่อย่างเอกเทศ ก็ขยายใหญ่โต จน เข้าใจว่าสิ่งที่ตนคิด คือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว

การรักการเกลียดนี้ยังขยายต่อๆออกไปเป็นลูกโซ่ เช่น เรารัก นาย  ก    นาย ข ไม่ชอบ นาย  ก   นาย  ค ก็ไม่ชอบ  นาย  ก   เราเลยพาลไม่ชอบ ทั้ง นาย ขและ นาย ค

พอทำความเข้าใจกับพระสูตรนี้ แล้วมาเทียบเคียงถึงได้เข้าใจเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ทำไมถึงเกิดประเด็นเหล่านี้ขึ้นมา ธรรมะของพระองค์เป็นอกาลิโก ไม่ขึ้นกับกาลจริงๆ

ฐปนีย์ อาจรายงานข่าว แล้วตนเองใส่ความคิดเห็นกระทบกระทั่ง ใครคนหนึ่ง ซึ่งเป็นคนที่ อีกคนเขารัก ดังนั้นมันจึงไปเข้าข่ายข้อที่2 ความชังเกิดเพราะความรัก เมื่อเป็นดังนี้ จึงมีวิธีการอธิบายสารพัดแบบที่จะมาโยงกันเพื่อบั่นทอนคู่ตรงข้าม  ผมเห็นปรากฏการณ์นี้ ทำให้ได้ข้อสรุปที่สามารถโยงไปในเรื่องที่เกี่ยวข้องในเบื้องต้นว่า รัฐธรรมนูญที่เขียนยกร่างอยู่นี้ จะแก้หรือไม่แก้จะทำประชามติหรือไม่ทำ แทบไม่มีข้อแตกต่างกัน เพราะอย่างไรความแตกแยกในสังคมยากที่จะประสานกันได้  ตราบใดที่เราไม่คิดแก้ไขที่ตนเอง สมดังพุทธภาษิต ที่ว่า

             อตฺตนา  โจทยตฺตานํ              ปฏิมํเสตมตฺตนา

             โส  อตฺตคุตฺโต  สติมา            สุขํ  ภิกฺขุ  วิหาหิสิ.

            ภิกษุเธอจงเตือนตนด้วยตนเอง       จงพิจารณาดูตนด้วยตนเอง

            ถ้าเธอคุ้มครองตนเองได้แล้ว มีสติ   เธอก็จักอยู่เป็นสุข

ขุ.ธ.(แปล) –๒๕/๓๗๙/๑๕๑

เราเปลี่ยนแปลง หรือ ให้คนอื่นพูดให้ดังใจเราไม่ได้  แต่เราสามารถห้ามใจตนเองไม่ให้ไปโกรธคนอื่นได้ ด้วยการมีสติตามระลึกรู้ ทุกขณะจิต

อ่านไปโกรธไป ให้กลับมาดูความเปลี่ยนแปลงของร่างกายยามโกรธ ส่องกระจกดูหน้าตาตนเองยามนั้น ดูลมหายใจที่กระชั้นถี่มากขึ้น ตรวจวัดชีพจรขณะนั้นจะเร็วขึ้น ยามนั้นเรื่องราวที่มาประกอบความโกรธ เรายังตามไม่ทันเพราะจิตยังไม่ผ่านการฝึก ก็ให้ดูที่กายเรานี่แหละ ชัดเจนที่สุด ดูที่สภาวะโกรธ อย่าไปดูคนที่ทำให้เราโกรธ

กิเลสกองโทสะยามถูกเพ่งด้วยสติที่กำหนดในขณะนั้น ย่อมดับย่อมซาลงเป็นไปตามธรรมชาติ  ยามที่เมฆหมอกลอยผ่านพ้นบดบังจิตใจที่ไปยึดถือบุคคลแล้ว ค่อยมาพิจารณาสิ่งที่ได้ยินได้ฟังกันอีกครั้ง เราอาจมองโลกไปอีกมุม หรืออย่างน้อยที่สุด จิตใจก็เปิดกว้างกว่าเดิม

การอ่านการฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง มันทำให้เราเข้าใจเพื่อนมนุษย์มากขึ้น ผมเขียนเอ็นทรี่เรื่องการฟังไว้เรื่องหนึ่ง ตามลิงค์นี้

(http://www.oknation.net/blog/movie-som/2015/04/25/entry-1

เรื่องโรฮิงญา เป็นเรื่องที่ทุกประเทศที่เกี่ยวข้องต้องช่วยกันหาทางออกที่เหมาะสม เป็นหน้าที่ของท่านนายกที่จะตัดสินใจทางใดทางหนึ่ง ทุกคนสามารถให้ความเห็นในเชิงสร้างสรรค์ช่วยกันหาวิธีการที่ดีที่สุดเท่าที่ประเทศเราจะทำได้ และควรจะเคารพการตัดสินใจของนายกเพราะภาระที่หนักอึ้งอยู่บนบ่าท่าน

ข่าวล่าสุดนี้ก็เห็นว่า ทั้งมาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ให้ความช่วยเหลือรับผู้อพยพบางส่วน อันนี้ก็ขออนุโมทนาด้วย ไม่ว่าท่านจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลัง อย่างน้อยก็ช่วยชีวิตคนที่ลอยคอในทะเล ที่ถูกส่งคืนกันไปมาได้ขึ้นฝั่งเพื่อชีวิตที่ดีกว่า แม้จะไม่มากนัก อย่าให้คนเหล่านี้ต้องกลายเป็นเหยื่อทางการเมืองระหว่างประเทศและภายในประเทศเลย เขาจะรูปชั่วตัวดำ เขาก็เป็นคนเหมือนกับเรา อยากหนีทุกข์หาสุขเหมือนกับเรา ก่อนจบขอยกคำตรัสของพระพุทธเจ้า  ดังนี้

“คนเราจะเป็นคนเสื่อมเพราะชาติสกุลกำเนิดก็ไม่ใช่  จะเป็นคนเจริญรุ่งเรืองเพราะชาติสกุลกำเนิดก็ไม่ใช่

แต่คนเราจะเป็นคนเสื่อมก็เพราะกรรมคือ การกระทำของเราเอง จะเป็นคนเจริญรุ่งเรืองได้ก็เพราะกรรม”

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
wansuk วันที่ : 24/05/2015 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

วันที่ 29 พ.ค.นี้ ขอให้มีข้อตกลงที่ดีสำหรับทุกฝ่ายค่ะ
โดยเฉพาะชาวโรฮิงญา

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
สมชัย วันที่ : 23/05/2015 เวลา : 16.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห24.แม่หมี เพราะเหตุนี้ครับ แม่หมี ผมถึงเขียนเอ็นทรี่นี้ขึ้นมา

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
สมชัย วันที่ : 23/05/2015 เวลา : 16.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห23. สิงห์นอกระบบ เรื่องนี้ผมไม่ทราบความนัยลึกๆครับ เพียงแต่ดูจากประวัติศาสตร์ พม่ากับอังกฤษ ต้องทำอะไรสักอย่าง โดยเฉพาะพม่าไปทำอะไร กับชนกลุ่มนี้ จนเขาต้องยอมออกมาเสี่ยงตายยังดีกว่าอยู่ที่เดิม

ความคิดเห็นที่ 24 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 23/05/2015 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

เห็นด้วยกับแม่มดเดือนมีนาเหมือนกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 23/05/2015 เวลา : 06.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เรื่องของฝรั่งเกลียดปลาไหล แต่กินน้ำแกงครับ

ความคิดเห็นที่ 22 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 13.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห20 wullopp หวังว่าเป็นเช่นนั้นครับคุณหมอวัลลภ

ความคิดเห็นที่ 21 rattiya , INDYLOVE ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห17 INDYLOVE สวัสดีครับน้องติ๊ก ค่อยๆเป็นไป แบบฝึกหัดมีมากครับ มีตั้งแต่ตื่นนอนลืมตาขึ้นมาก็จรกันเข้ามาแล้ว ชอบใจบ้าง ไม่ชอบใจบ้าง ไปเต้นตามก้เหนื่อยเปล่า

ความคิดเห็นที่ 20 rattiya , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
wullopp วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบคุณอาจารย์
และ ขอให้เหตุการณ์นี้
ผ่านพ้นไป

โดย ทุกคนทุกฝ่าย
เดือดร้อนน้อยที่สุด
...
(เท่าที่จะ เป็นไปได้)
ขอบคุณ ครับ

ความคิดเห็นที่ 19 rattiya , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย from mobile วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ครับมันคนละเหตุการณ์กัน คนละเงื่อนไข แต่เตี่ยผมก็เล่าถึงความลำบากในสภาพเช่นนั้น สภาวะเช่นนั้นมันไม่เปลี่ยนแปลงไปได้ ส่วนที่จะจัดการอย่างไรเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมไม่มีความเห็นใดๆในเรื่องนี้ รัฐบาลย่อมหาวิธีที่ดีที่สุดผมเชื่อเช่นนั้น

ความคิดเห็นที่ 18 rattiya , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 16 คุณหมอสมชัย
เปรียบเทียบเหตุการณ์ปัจจุบันกับในอดีต ไม่ได้หรอกครับคุณหมอ
สภาพสังคม การเมือง เศรษฐกิจ มันต่างกันครับ

ความคิดเห็นที่ 17 rattiya , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
INDYLOVE วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

สวัสดีค่ะ พี่หมอสมชัย ^___^"

มาอ่าน entry นี้ของพี่หมอ ทำให้ติ๊กได้ข้อคิดหลายอย่างเลยค่ะ
ความแตกแยกในสังคมยากที่จะประสานกันได้ ตราบใดที่เราไม่คิดแก้ไขที่ตนเอง
เราเปลี่ยนแปลง หรือ ให้คนอื่นพูดให้ดังใจเราไม่ได้ แต่เราสามารถห้ามใจตนเอง
ไม่ให้ไปโกรธคนอื่นได้ ด้วยการมีสติตามระลึกรู้ ทุกขณะจิต....

“ ดูที่สภาวะโกรธ อย่าไปดูคนที่ทำให้เราโกรธ
การอ่านการฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง
มันทำให้เราเข้าใจเพื่อนมนุษย์มากขึ้น ”

ต่อไปคงต้องนำวิธีเหล่านี้มาใช้บ้างแล้วล่ะค่ะ ต้องหมั่นฝึกบ่อยๆ ค่ะ
อ่านแล้วเหมือนได้นั่งฟังพี่หมอคุยเลยค่ะ ชอบฟังพี่หมอคุยได้ความรู้ดีค่ะ
คิดถึงนะคะ พี่หมอ & พี่ตุ๊กตา สบายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 16 rattiya , BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 09.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห10.BlueHill เรื่องมันซับซ้อนมากกว่าที่เราคิด เพียงแต่ว่ามองดูชีวิตที่ลำบากเหล่านั้น เป็นโจทย์ที่ต้องช่วยกันในนานาชาติ

ผมมานึกย้อนดู ถ้าเตี่ยผมที่ลอยคอในทะเลมากับเรือประมง สมัยก่อน ถูกถีบผลักไสไล่ส่ง จนต้องตายไป ผมคงไม่ได้มานั่งเขียนเอ็นทรี่อยู่ตรงนี้

ความคิดเห็นที่ 15 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห7.คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว เป็นเรื่องที่ท้าทายพอสมควร แต่ไม่ว่าอย่างไร ควรเอาชีวิตคนที่ลำบากเป็นตัวตั้ง ในการหาทางออก

ความคิดเห็นที่ 14 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 08.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห6.สำรวจฟ้า เป็นเช่นนั้นครับ แยกให้ออก ทำใจเป็นกลาง แล้วมองคนเหล่านั้น เอาตัวเราเข้าเปรียบ เอานาย ก ยาย ข นาย ค ออกไปให้หมด เราไม่อยากอยู่สภาพเช่นนั้น พวกเขาก็เช่นกัน
เพียงแต่การบริหารจัดการ เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เรื่องนี้เป็นเรื่องของผู้นำที่จะตัดสินใจครับ

ความคิดเห็นที่ 13 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห5.rattiya มหาสติปัฏฐานสูตร ที่พระพุทธองค์ตรัสสอนชาวกุรุ ศึกษาให้เข้าใจ และน้อมมาปฏิบัติ ในชีวิตประจำวัน เพราะทางสายนี้พระองค์ตรัสว่า เป็นทางสายเอกที่จะทำให้ล่วงพ้นความทุกข์ความโศกได้

ความคิดเห็นที่ 12 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห4.ณัฐรดา
" การสวดมนต์ ฟังธรรม บวชเรียน อ่านหนังสือธรรม เผยแพร่ธรรม เดินสายไหว้พระ ควรจะทำให้เรารู้ทันสิ่งต่างๆเหล่านี้และแสดงออกตามที่เราทำได้"
ที่กล่าวมาเป็นภายนอก ถ้าไม่ทำที่ภายใน คือ กายยาววา หนาคืบ มีสัญญาและใจครองนี้ ก็เปล่าประโยชน์

ขันธ์5 เปรียบเหมือนมีดเล่มหนึ่ง จะใช้เป็นเครื่องมือประกอบอาหาร หรือเอาไว้ใช้ฆ่าคน ก็สุดแท้แต่คนที่ใช้

ความคิดเห็นที่ 11 rattiya , แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 08.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห3.แม่มดเดือนMarch เช่นกันครับพี่ตุ้ม ผมถึงเลิกเขียนบทความที่ต้องเกี่ยวข้องกับการเมือง
เพราะตราบใดที่เรายังคงแยกคำว่า" พฤติกรรมของบุคคล" และ
"ตัวบุคคล" ไม่ออก เอามาปะปนกัน เมื่อนั้นสังคมก็ต้องวนกันอยู่เช่นนี้ สังคมไทยเป็นสังคมที่ยึดบุคคลเหนียวแน่นมาก เราก้าวข้ามอย่างไรก็ไม้พ้น ติดอยู่ตรงนั้น เหมือนท่านอาจารย์พุทธทาสเคยเปรียบเปรยว่า มีภูเขาขวางอยู่ ไม่ยอมข้ามเขา ยินดีที่จะติดอยู่ในหุบเขานั้น ทุกคนจึงต้องวนเวียนทะเลาะกันไปมาเหมือนไก่ที่ถูกขังรวมในเข่ง

ความคิดเห็นที่ 10 rattiya , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 08.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ปัญหาโรฮิงญา เป็นความท้าทายในการบริหารจัดการของรัฐบาลไทย
ท้าทายเรื่องการบริหารจัดการอารมณ์ความรู้สึกของคนไทยด้วย
เพราะนอกจากเป็นประเด็นเกี่ยวข้องกับความช่วยเหลือด้านมนุษยชนแล้วยังเป็นเกมการเมืองระหว่างประเทศที่ไม่อาจแยกออกจากกันได้

เป็นทั้งวิกฤติและโอกาส ไม่ใช่เฉพาะของคนไทย
แต่เป็นวาระของแห่งโลกที่นานาชาติมิอาจปฏิเสธได้

ความคิดเห็นที่ 9 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 08.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห2.bene ตั้งสติทุกครั้งในการอ่านในการฟัง ทำให้ใจว่างก่อนอ่านก่อนฟัง ตั้งเมตตาจิตขึ้นมา เพื่อดูสิ่งที่คนพูดคนเขียนเขาอยู่สภาวะอารมณ์ใด และพยายามเข้าใจเขาเหล่านั้น รวมทั้งตัวเราเองต้องระวังอย่าเอาตัวไปผูกทำตัว เป็นบุคคลที่สาม ที่เข้ามา รับรู้ข้อมูล ไม่ต้องมาเป็นคู่กรณ๊กับคนที่สื่อสาร

ความคิดเห็นที่ 8 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 22/05/2015 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1.ลูกเสือหมายเลข9 รักกับเกลียดเป็นสิ่งเดียวกันครับ คือภพที่ตั้งในจิต อุปธิที่เข้าทรงจิต
" เรายึดสิ่งนั้นไว้ เพื่อให้อยู่กับเรา นี่คือรัก"

"เรายึดสิ่งนั้นไว้ เพื่อให้เราผลักออก นี่คือเกลียด"

เราจึงพบว่า เมื่อเรารักใคร เราจะเพ่งเฉพาะคนนั้น ติดตามเฝ้าดูไม่ขาดตอน ขณะเดียวกัน เราเกลียดใคร เราก็เฝ้าติดตามคนๆนั้นไม่ลดละเช่นกัน เพื่อที่จะเอาความเกลียดมาย้อมจิตตนเองให้เศร้าหมอง และเพื่อที่จะได้ก้าวล่วงทางวาจาและทางกายอันเป็นการสนองกิเลสกองโทสะ ให้ได้รับการระบาย

คนที่ผูกโกรธใคร ไม่ยอมละวาง ยามที่ต้องละกายนั้นไป คติที่ไปสู่ย่อมมีโอกาสพบบุคคลหรือสัตว์ที่ตนรังเกียจกันอีกทุกภพทุกชาติ

พระพุทธองค์จึงพยายามให้ลดละ กิเลสดังกล้่าว เพราะการรักแบบหลงคือ ราคะ เกลียด เป็นโทสะ ขอให้เปลี่ยนจากรักที่เป็นความหลง มาเป็นเมตตา ที่แปลว่ามิตร เมื่อนั้นเราจะพบทางอันใสสว่างไม่มัวหมองในจิต

คิดง่ายๆก็แล้วกันว่า จะหลงใคร จะเกลียดใคร วันหนึ่งข้างหน้า ต่างก็ต้องตายจากกัน ไม่มีวันมาพบกันอีกแล้ว ในชาตินี้ ถ้าพบกันในชาติหน้า ก็เป็นในรูปใหม่ ซึ่งจำกันไม่ได้ การปล่อยจิตจากการผูกโกรธ เป็นหนทางหนึ่งที่จะไม่ต้องมาผูกพันกันต่อไป

ความคิดเห็นที่ 7 wullopp , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 21/05/2015 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

อาจจะเป็นเรื่องที่ทำให้ชาว ASEAN ทั้ง 10 ประเทสเกิดความบาดหมางกันก็ได้นะครับพี่สมชัย อยากรู้จังเรื่องนี้จะจบกันอย่างไรหนอ??

ความคิดเห็นที่ 6 wullopp , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สำรวจฟ้า วันที่ : 21/05/2015 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ใครจะคิดอย่างไรวิจารณ์กันเช่นไร แต่โดยเนื้แท้แล้วเป็นเผ่าพันธ์ที่น่าสงสาร น่าเห็นใจ ชะตาชีวิตที่ถูกเหยียบย่ำ ถูกกดขี่

ความคิดเห็นที่ 5 wullopp , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 21/05/2015 เวลา : 21.00 น.

“คนเราจะเป็นคนเสื่อมเพราะชาติสกุลกำเนิดก็ไม่ใช่ จะเป็นคนเจริญรุ่งเรืองเพราะชาติสกุลกำเนิดก็ไม่ใช่
แต่คนเราจะเป็นคนเสื่อมก็เพราะกรรมคือ การกระทำของเราเอง จะเป็นคนเจริญรุ่งเรืองได้ก็เพราะกรรม”


ชื่นชมคุณสมชัยนะ ที่ปฏิบัติธรรมได้โดยไม่ต้องอยู่เเต่ในวัด ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ความคิดเห็นที่ 4 wullopp , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 21/05/2015 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

การสาดข้อความใส่กันไปมาเพราะข่าวคราวของชาวโรฮิงยา ทำให้เราเห็นการไม่น้อมธรรมเข้ามาในตน เพราะ

เราที่สมบูรณ์ด้วยความพร้อมของร่างกาย ด้วยปัจจัย 4 ด้วยความมีวิทยฐานะ ด้วยความมีชื่อเสียงไม่ว่าจะของตนหรือของชาติตระกูล ด้วยอาชีพมักถือตนด้วยสิ่งเหล่านั้นจนทำให้สำคัญตนว่าสูงกว่าผู้อื่น จนขาดเมตตา

เราที่อยู่ในความเดือดร้อน ก็ไม่ได้เอาตนเข้าเปรียบว่า เราอยากได้รับความช่วยเหลืออย่างไร คนอื่นที่กำลังประสบความเดือดร้อนก็ต้องการความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน

หากเรารู้บทบาทของเราว่าอยู่ตรงไหน ทำอะไรได้บ้าง บางที เราอาจเพียงอยู่เฉยๆ ไม่แสดงความเห็นในเรื่องที่เกินกำลังของเราเอง ไม่สื่อสารจนทำให้เกิดภาพน่ากลัว จนผู้ที่เกี่ยวข้องไม่กล้าตัดสินใจทำอะไรเพราะเกรงว่าจะค้านกระแสสังคม

อุปกิเลสจรเข้ามาสู่ใจอย่างไร เราก็แสดงออกอย่างนั้น เพราะมัจฉริยะ(ตระหนี่)ที่จรเข้ามาเราจึงตระหนี่ความช่วยเหลือ กีดกันความช่วยเหลือให้อยู่แต่เฉพาะฝ่ายตน เพราะอิสสา(อิจฉา)จรเข้ามา เราจึงไม่อยากให้มีการช่วยเหลือตนมากกว่าคนอื่น เพราะโทสะจรเข้ามา เราจึงโกรธที่เห็นข่าวที่คิดว่าจะทำให้เราเสียหายในสายตาคนอื่น เพราะโมหะ เราจึงไม่รู้ว่าเรากำลังไม่ใช้ความคิดให้ถี่ถ้วน เชื่อตามไปในทันที เพราะมทะ(มัวเมา) เราจึงมัวเมาในความพรั่งพร้อมของเราต่างๆดังกล่าวข้างต้น และเพราะอติมานะ(ดูหมิ่นท่าน) เราจึงดูถูกคนอื่น

การสวดมนต์ ฟังธรรม บวชเรียน อ่านหนังสือธรรม เผยแพร่ธรรม เดินสายไหว้พระ ควรจะทำให้เรารู้ทันสิ่งต่างๆเหล่านี้และแสดงออกตามที่เราทำได้

ความคิดเห็นที่ 3 wullopp , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 21/05/2015 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เรื่องราวของชนกลุ่มนี้ชวนให้เศร้าใจแต่ความเห็นของผู้คนเกี่ยวกับคนกลุ่มนี้ชวนให้เศร้าใจยิ่งกว่า

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
bene วันที่ : 21/05/2015 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

เห็นด้วยกับ คำว่า "กรรม" ..ค่ะ

เขาเป็นมาเช่นไร เพราะแรงกรรม ..การกระทำของเขาที่ผ่านๆมา

รวมทั้งเราๆด้วยค่ะ ...

ขอให้ทุกคนทุกฝ่ายได้ตระหนัก รู้ และเกิดปัญญา ในการแก้ไขปัญหา ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 21/05/2015 เวลา : 15.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

รักกับเกลียด ...ทำให้คนเราทะเลาะกัน
ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน