*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 240091
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< ตุลาคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2558
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 1650 , 08:15:58 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 10 คน แม่หมี , สิงห์นอกระบบ และอีก 8 คนโหวตเรื่องนี้

แม่ไม่รู้

 โดย สมตา

 

กลีบดอกเฟื่องฟ้าต้นที่ปลูกอยู่ติดรั้วหน้าบ้านไหวน้อยๆเพราะลมอ่อนๆที่โชยมาต้อง มะลิซ้อนที่ปลูกอยู่ใกล้ๆชิงช้าพอได้ลมก็ส่งกลิ่นโชยมาถึงจมูก เฟื่องฟ้าถึงจะไม่มีกลิ่นแต่สีสันก็สวยต้องตา สีขาวของมะลิ ถึงจะไม่ต้องตาแต่กลิ่นก็ต้องใจ นี่ถ้าเอาที่ต้องต้องตาต้องใจของทั้งสองอย่างมารวมกันได้ก็คงจะดี

เวลาอย่างนี้ ฉันชอบออกมานั่งชิงช้ารับลมที่สนามหน้าบ้าน เพราะนอกจากจะให้ผิวได้รับลม ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ ได้พักสายตากับสีเขียวๆของต้นไม้ใบหญ้าแล้ว ยังเป็นวิธีหลบหลีกการกระทบกระทั่งกับลูกๆได้ดีวิธีหนึ่ง

เฮ้อ

ฉันถอนหายใจ

นี่ถ้าฉันดูแลตัวเองมาตั้งแต่ยังสาวๆ รู้จักออกกำลังกายบ้าง รู้จักอดใจเวลาเห็นขนมกรุบกรอบบ้าง รู้จักปล่อยวางไอ้เรื่องอะไรๆที่ถึงจะพยายามแก้ไขยังไงก็แก้ไขไม่ได้บ้าง ฉันอาจจะไม่ถูกโรคภัยรุมเร้าในวัยใกล้แปดสิบอย่างนี้ คงไม่ถูกความหวังดีของลูกๆทำร้ายเอาอย่างนี้

ถึงตอนนี้ก็เถอะ ถึงจะรู้ว่าควรปล่อยควรวางควรละ ฉันก็ยังทำไม่ค่อยจะได้ ก็ใครล่ะจะตัดขาดจากสิ่งที่เคยทำได้ทันทีที่รู้ว่าไม่ควรทำ หลังจากที่ทำอย่างนั้นจนชินมาตลอดชีวิต ให้หักด้ามพร้าด้วยเข่า

ฉันหยุดความคิดไว้แค่นั้นเมื่อสีดา ลูกสาวคนรอง ถือถ้วยชาเขียวมาส่งให้

“ขอบใจจ๊ะลูก”

ฉันตอบเบาๆ พอรับถ้วยชามาถือแทนแล้วก็ปล่อยสายตาให้ล่องลอยไปไกล สีดาเห็นอย่างนั้นก็เลยเดินกลับเข้าบ้าน เธอคงไม่อยากขัดเวลารำลึกถึงความหลังของฉัน

“แม่ชอบนั่งเงียบๆตรงนี้ ชิงช้าตัวนี้พ่อเค้าชอบ”

จำได้ว่าเคยบอกลูกไปอย่างนั้นตั้งแต่ตอนที่พ่อของลูกจากไปใหม่ๆ คงเพราะอย่างนี้ เวลาลูกๆเห็นฉันมานั่งรับลมที่นี่ทีไร ก็เลยไม่มีใครเข้ามารบกวน

 

หรือไม่ ลูกก็อาจจะยังขุ่นใจเพราะเรื่องเมื่อคืนอยู่

ฉันเดาใจลูก

ก้มหน้าลงมองชาในถ้วยแล้วก็นึกถึงขนมของโปรด พายกรอบเป็นขนมที่ฉันชอบมากที่สุด แต่ตั้งแต่ฉันไปตรวจร่างกายแล้วรู้ว่าเป็นเบาหวานเพิ่มขึ้นจากที่มีความดันโลหิตสูงอยู่ก่อนแล้ว ฉันก็จำรสชาติของมันไม่ได้ไประยะหนึ่ง

“น้ำตาลมันเยอะนะคะแม่ อย่ากินเลย”

สีดาเคยตอบเวลาที่ฉันถามว่าซื้อพายกรอบมาให้หรือเปล่า

เฮ้อ

เป็นอีกครั้งที่ฉันก็ปล่อยลมยาวๆออกจากจมูก

ลูกนะลูกช่างไม่รู้เลยว่าแม่ทุกข์

เพราะความที่ไม่เคยห้ามใจตัวเองเวลาเห็นอาหารหรือขนมที่ชอบเลย เพราะความที่ลิ้นเคยชินกับรสอร่อยมาตลอด อยู่ดีๆก็มาให้ตัดขาดจากรสที่เคยรู้ทั้งๆที่ยังจำรสของมันได้ ใครล่ะจะไม่คิดถึง ให้มากินแต่อาหารจืดๆ ใครล่ะจะกินลง

พอกินข้าวไม่ลง ตกค่ำก็หิว หนักๆเข้า ฉันก็เลยแอบให้ดาว เด็กสาวที่มาช่วยทำงานบ้านเดินไปซื้อขนมนมเนยเล็กๆน้อยมาแอบไว้ในห้องนอน ก็พอได้ขนมเหล่านั้นนั่นแหละช่วยผ่อนความหิวไปหน่อยในระหว่างวันบ้าง ในตอนก่อนนอนหลังจากที่สีดาขึ้นไปนอนในห้องของเธอแล้วบ้าง นอกจากจะหายหิวแล้วยังได้มีความสุขกับการลิ้มกับรสเคยๆอีกด้วย

ห้องนอนของฉันอยู่ที่ชั้นล่างของบ้าน ส่วนของสุดาลูกสาวคนโตที่แยกบ้านไปแล้วกับของสีดานั้นอยู่ชั้นบน สีดานั้นขี้ลืม บางทีหลังจากที่ขึ้นชั้นบนไปนอนแล้ว นึกได้ว่าลืมของ ก็มักลงมาหยิบ มาหาของที่ชั้นล่างอยู่เสมอ ฉันเลยต้องแอบๆซ่อนๆกินของชอบ

เวลาจะแอบกินขนมแต่ละที ตาก็ต้องคอยเหลือบไปดูที่ประตูห้องนอนเป็นระยะๆทุกที เผื่อว่าถ้าสีดาเข้ามาขัดจังหวะ จะได้ใช้หมอนใบโตที่เอามาวางไว้ข้างๆปิดถุงขนมได้ทัน

แต่บางทีฉันก็ลุกลี้ลุกลนเกินไปจนสีดาสงสัย

“ทำอะไรน่ะแม่”

 “ไม่มีอะไรลูก อ่านที่พี่เค้าเอามาให้น่ะ”

พอเธอถาม ฉันก็แกล้งทำเป็นหยิบหนังสือที่สุดามักเอามาฝากเวลาพาหลานๆมาเยี่ยมขึ้นมาทำท่าอ่าน

แต่บางที พอตอบลูกไปแล้ว ฉันก็นึกสังเวชอยู่ในใจ

ดูเอาเถอะ สุดาบอกว่าชีวิตคนปกติแค่รักษาศีลห้าได้ตลอดรอดฝั่งก็เยี่ยมแล้ว แต่นี่ ฉันต้องผิดศีล พูดโกหกกับลูกทุกครั้งที่ลูกผ่านประตูนั้นเข้ามาในเวลาอย่างนั้นแล้วถามอย่างนั้น

เมื่อคืน สีดาลืมของอีก เธอจึงลงมาหยิบของที่ลืมเหมือนเคย แต่คราวนี้ฝีเท้าเธอเบามาก เบาจนฉันไม่ทันได้ยิน พอเธอเปิดประตูเข้ามาก็เลยเห็นฉันกำลังนั่งกินขนมอยู่พอดี

“อ้าว แม่”

เสียงลูกร้องทัก ฉันตกใจที่เห็นลูกจนแทบสำลักขนม

“กินอะไรตอนนี้”

เธอถลามาดูถุงขนมในมือฉัน

“พายกรอบ”

แล้วก็ถือวิสาสะแกะเอาของในมือไปจากฉัน

“ขอหนูนะคะ แม่ไม่รู้เหรอว่าน้ำตาลมันเยอะขนาดไหน”

 “ก็แม่หิวนี่”

ฉันบอกลูกเสียงอ่อยๆ

“เฮ้อ มิน่าล่ะ”

น้ำเสียงสีดาแสดงความรู้สึกระคนกันระหว่างความขัดใจและความห่วงใย

“น้ำตาลถึงไม่ลดสักที นี่แม่จะทำให้หนูเป็นห่วงไปถึงไหน”

“ก็”

ฉันก้มหน้า ตอบลูกเสียงอ่อยๆ

“วันทั้งวันแม่กินอะไรไม่ลงเลยนี่นา”

เพราะรู้ว่าลูกรักและเป็นห่วงฉันเลยไม่อยากบอกให้ลูกเสียใจว่าอาหารที่ลูกเตรียมไว้ ที่รอเพียงให้ดาวนำไปผัดบ้างต้มบ้างตอนจะกินแต่ละมื้อน่ะ รสชาติมันแย่จนแม่กินไม่ลง ที่จริงฉันก็สงสารลูกอยู่หรอกนะ กลับจากที่ทำงานเหนื่อยๆ แทนที่จะได้พักกลับต้องมาเตรียมจัดเครื่องปรุงอาหารให้แม่ในวันถัดไป

 

สีดาไม่ว่าอะไร เธอเพียงแต่ถือถุงขนมเดินกลับไปยังห้องของเธอเงียบๆ  เห็นท่าทางลูกแล้ว ฉันอดนึกถึงดาวว่าจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วยไม่ได้ แล้วก็พลอยคิดเดาเอาไปว่า พรุ่งนี้ พอสุดากับสามีพาหลานมาเยี่ยมฉันตามปกติ สีดาจะต้องเล่าฟ้องพี่ แล้วลูกสาวทั้งสองคนจะต้องช่วยกันต่อว่าฉันเป็นแน่

เมื่อคืนฉันเลยนอนหลับๆตื่นๆ  พลิกไปพลิกมาจนถึงเช้า

เพราะอย่างนี้ พอเห็นรถสุดาเลี้ยวเข้าบ้านมา ฉันเลยรีบหลบมานั่งที่ชิงช้าตัวโปรด ปล่อยให้ลูกสาวสองคนคุยกันตามลำพังในบ้าน

เฮ้อ

ฉันถอนใจอีกที

สุดาก็อีกคน ตั้งแต่เธอหันไปอ่านหนังสือธรรมมะ พอกลับบ้านมาเยี่ยมฉันทีไรก็ติดหนังสือธรรมมาฝากทุกที แล้วก็เฝ้าแต่ถามว่าหนังสือที่เอามาให้คราวที่แล้วอ่านจบหรือยัง ฉันหรือจะกล้าตอบว่ายังอ่านไม่จบ

ที่จริง ฉันก็อ่านอยู่หรอกนะ อ่านมั่งไม่อ่านมั่ง วันไหนอยากอ่านก็อ่าน วันไหนอยากทำอย่างอื่นก็ทำอย่างอื่น อยากดูโทรทัศน์ก็ดู อยากรดน้ำต้นไม้ก็รด วันอาทิตย์อยากไปทำบุญที่วัด ฟังเทศน์ฟังธรรมตามแต่พระท่านจะกล่าวก็ไป ก็คนแก่น่ะจะหาความสุขจากที่ไหนได้บ้างนอกจากความสุขเล็กๆน้อยๆอย่างนี้  จะให้ไปเที่ยวดูหนังฟังเพลงหรือเที่ยวไกลๆนอกบ้าน เที่ยวช๊อปปิ้งตามห้างอย่างพวกหนุ่มๆสาวๆก็คงไม่ไหว

แต่สุดากลับไม่คิดอย่างนั้น เธอมักอ้อมแอ้มบอกฉันทุกครั้งที่กลับมาบ้านแล้วมาเห็นฉันนั่งดูโทรทัศน์ ว่าฉันน่าจะอ่านหนังสือมากกว่าดูละคร อายุป่านนี้แล้ว น่าจะศึกษาธรรมเป็นการหาที่พึ่งให้ตัวเองในโลกหน้า ถ้าเอาแต่สนุกสนานเฮฮาในชาตินี้ กลัวว่าชาติหน้าจะเกิดไปเป็นอะไรที่ตกต่ำลงไป

ฮื่อ นึกแล้วก็อยากจะถอนใจซ้ำซะจริงๆ

คนเราน่ะนะทำไมจะไม่กลัวว่าตัวเองจะต้องไปเจอทุกข์ ใครๆก็อยากมีความสุขกันทั้งนั้น แต่จู่ๆก็จะให้คนแก่ที่เพิ่งรู้ว่าการทำบุญน่ะมีวิธีทำได้ตั้งหลายวิธี แค่พยายามทำความเข้าใจกับพระธรรมก็ได้บุญแล้ว แต่พอรู้ว่าอะไรควรทำปั๊บก็จะให้มานั่งจับเจ่าอยู่กับกองหนังสือทั้งวันได้ยังไง คนแก่คนอื่นน่ะอาจจะทำได้ แต่ไอ้ฉันมันไม่ไหว ลูกๆก็น่าจะยอมให้คนแก่ที่ขยับตัวนิดหน่อยก็เหนื่อยแล้วมีเวลาสำหรับการผ่อนคลายบ้าง ทำอย่างอื่นบ้างนะ

 

การอ่านหนังสือไปคิดตามไปน่ะ ไม่ใช่มันจะไม่เหนื่อย เหนื่อยมากๆเข้า มันจะเอากำลังใจที่ไหนมาทำความเข้าใจกับพระธรรมตามที่ในหนังสือว่า แถมพระธรรมที่ว่าไว้ในหนังสือ บางคำบางสำนวนก็ยากจนฉันอ่านกี่ทีกี่ทีก็ไม่เข้าใจ พอไม่เข้าใจ ใครล่ะจะอยากอ่านต่อ เคยนึกอยู่เหมือนกัน ว่าทำไมลูกไม่หาหนังสือที่มันอ่านง่ายกว่านี้มาให้ฉัน

ทำไมฉันจะ ไม่รู้ว่าคนเราควรทำอะไรก็ควรทำให้พอดีกับสติปัญญาตัวเอง   ทำไมจะไม่รู้จักคำว่าเดินสายกลาง คำนี้น่ะฉันอ่านเจอในหนังสือที่สุดานั่นแหละเอามาให้   แต่ที่ฉันไม่รู้ก็คือ ไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้ลูกๆดูแลฉันอย่างพอดี   ไม่รู้ว่าทำยังไงลูกๆจึงจะไม่ห้ามโน่นห้ามนี่จนฉันอึดอัด   ไม่รู้ว่าจะบอกลูกยังไงว่าความหวังดีของลูกทำให้ฉันอยู่ไม่สุข   ไม่รู้จะบอกลูกๆยังไงว่าฉันเป็นอยู่อย่างนี้ เคยชินอย่างนี้มาตลอดชีวิต อยู่ดีๆจะให้เปลี่ยนได้ในข้ามคืนน่ะมันเป็นไปไม่ได้หรอก ลูกๆคงลืมสำนวนที่ว่า กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียวไปแล้วละมัง

ไม่รู้ว่าจะบอกลูกๆยังไงว่าที่ลูกอยากให้ฉันชีวิตยืนยาว อยากให้ฉันมีสุขในโลกหน้าน่ะ ฉันเข้าใจ แต่ฉันก็อยากจะอยู่เป็นสุขในขณะนี้ ในโลกนี้ควบคู่กันไปด้วย   แล้วก็ไม่รู้ว่าทำยังไงฉันถึงจะไม่ต้องทำผิดศีล   ไม่รู้ว่าที่เป็นอย่างนี้เพราะฉันเองที่เอาแต่ใจมากไป หย่อนยานกับตัวเองเกินไป พอตัวเองถูกขัดใจเลยพลอยไปโทษลูกๆหรือเปล่า

ไม่รู้จริงๆ

เฮ้อ

อดไม่ได้ที่ต้องถอนอีกลมหายใจ

เพราะไม่รู้ตัวเองจะหาทางออกได้ยังไง   ไม่รู้ว่าใครจะหาทางออกให้ฉันได้

แล้วก็ไม่รู้

ว่าถ้าฉันกลับเข้าไปในบ้าน ลูกๆจะพูดอะไรกับฉัน จะทำให้ฉันอึดอัดใจมากไปกว่าเดิมอีก

ร่างงองุ้มที่ค่อยๆก้าวลงจากชิงช้า เดินเข้ามาในบ้าน ทิ้งสีสันและกลิ่นหอมของดอกไม้ไว้ ณ เบื้องหลัง พร้อมรับความอึดอัดใจที่กำลังจะเผชิญที่อยู่เบื้องหน้า

การ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 rattiya , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 06/10/2015 เวลา : 08.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห16-18 ณัฐรดา ขอบคุณที่มาเพิ่มเติมครับ

คห19 rattiya ทานหวานไม่เป็นไรหรอกครับ อย่าให้ตกค้างในปากก็ใช้ได้ แต่ถ้าทานน้อยลง มันเป็นผลดีกับร่างกายมากกว่า เพราะอาหารที่เราทานกันอยู่ มันมีน้ำตาลอยู่แล้วครับ ไม่ต้องปรุงเพิ่มเลย

ความคิดเห็นที่ 20 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 06/10/2015 เวลา : 08.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห17.แม่หมี ทานบ้างพอให้หายคิดถึง คงไม่เป็นไรครับ

ความคิดเห็นที่ 19 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 17.28 น.

อ่านคห.17 ของคุณเเม่หมีเเล้วทำให้อารมณ์ดี เราไม่ได้เป็นคนเดียว รัตติยาไม่เป็นเบาหวาน เเต่มีปัญหาเรื่องฟัน ไม่ควรกินอาหารหวานมาก...เเต่บางครั้งก็เหมือนคุณเเม่หมี ...ขอหน่อยก็ยังดี

ความคิดเห็นที่ 18 สมชัย , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ลามะธิเบตรูปหนึ่งชื่อว่า ซองยาล รินโปเจ ผู้มีชื่อเสียงทางด้านการทำสมาธิ ได้กล่าวถึงการปรับปรุงตน การละอกุศลธรรมซึ่งควรเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไปว่า

" อย่าตัดสินตนเอง หรือ อย่าทะยานอยากจนเกินไป และ อย่าลองเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างในทีเดียว ให้มั่นใจเสียก่อน จึงเปลี่ยนสิ่งที่เป็นพื้นฐาน ท่านต้องการให้การเปลี่ยนแปลงค่อยๆปลูกฝังในตน เมื่อนั้น จึงจะมีเสถียรภาพกว่า

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เป็นเหมือนสัญญาที่ท่านไม่อาจรักษา ค่อยๆทำไปและเชื่อมั่นว่าจะส่งผล เพราะนี่คือสิ่งที่เราค้นพบบ่อยครั้งในชีวิต เมื่อท่านปล่อยวางจริงๆ ไม่ว่าท่านจะทำอะไรที่ท่านอยากบังเกิด และเมื่อท่านพยายามมากเกินไป ก็จะไม่เกิด แต่การปล่อยวาง ไม่ได้หมายถึงล้มเลิก นี่เป็นสองสิ่งที่ค่อนข้างต่างกัน อย่าล้มเลิก แต่จงปล่อยวางทุกวิถีทาง"

ซองยาล รินโปเจ อนาคตของพระพุทธศาสนา (แปลโดย ทาคินี) หน้า 52 - 53

ความคิดเห็นที่ 17 สมชัย , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่หมี วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 13.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเรื่องนี้แล้ว เหมือนชีวิตจริงของใครหลายคนที่เผชิญกับโรคนี้

ไม่ได้แอบกินของหวาน แต่พยายามงดของหวานแต่มันทรมาณ

บางครั้งขอสักนิดก็ยังดี




ความคิดเห็นที่ 16 สมชัย , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 13.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอแจมความเห็นที่ 12 สักเล็กน้อยนะคะ

อีกเหตุผลหนึ่งของการนำเสนอเรื่องสั้นเรื่องนี้ก็คือ การหาสมดุลของการฝึกตนในขณะหนึ่งๆเพื่อที่จะบรรลุวัตถุประสงค์ของการฝึก ซึ่งในการฝึกตนนั้น องค์ธรรมที่จำเป็นคือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา ทั้งหมดต้องสมดุลกัน

หากศรัทธามากไป ก็เอื้อกับการหลงงมงาย การไม่ใช้เหตุผล เชื่อตามที่ได้รับการบอกเล่าโดยไม่มีการไตร่ตรอง ความเพียรมากไป ตนก็เหนื่อยล้า อาจนำไปสู่การทำตนให้ลำบาก ทิ้งสุขอันชอบธรรมจนจิตขาดอาหาร จนทำให้อยู่เป็นสุขได้ยากในปัจจุบัน สตินั้นเป็นตัวควบคุม เป็นตัวกำกับธรรมทั้งหมด สมาธิ หากมากไปก็เอื้อต่อการเฉื่อยชา หลบอยู่แต่ในมุมสงบโดยไม่เผชิญปัญหา การพิจารณาเพื่อให้เกิดปัญญา หากมากไปก็กระวนกระวาย ฟุ้งซ่าน

ทุกอย่างต้องสมดุล เรียบ เสมอ สมตา

ปัญหาคือ เมื่อเรารู้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งที่ดีแก่เรา เราก็อยากให้คนอื่นๆโดยเฉพาะคนที่เรารัก ได้ขวนขวาย ได้ฝึกฝน ได้รับผล จากสิ้งดีๆที่ทุกคนควรรู้และปฏิบัตินั้นด้วย โดยลืมนึกถึงความเคยชิน ความรู้เดิม ความสมดุล ผลจากการนำสิ่งดีๆนั้นเข้ามาในชีวิตของเขาที่จะต้องค่อยๆเกิดค่อยๆมีขึ้น ค่อยๆเป็นค่อยๆไป ฯลฯ เรามักเอาความหวังดีของเราไปบีบคั้นเขาให้เข้าถึงสิ่งดีๆตามใจเรา

ทั้งๆที่ตัวเรา ก็อาจจะยังไม่เข้าถึงสิ่งดีๆนั้นอย่างแท้จริงก็ได้

ความคิดเห็นที่ 15 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห9.สิงห์นอกระบบ ของบางอย่างที่ท่านชอบ แต่หมอห้าม ก็ให้น้อยๆพอเป็นกำลังใจครับ ผมว่านะ ความเครียดน่ะ ทำลายร่างกายมากกว่าด้วยซ้ำ

ความคิดเห็นที่ 14 rattiya , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 09.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห8. ชบาตานี น่าสงสารคนเป็นแม่จริงๆด้วยครับ แบบนี้ต้องซื้อขนมไปฝาก

ความคิดเห็นที่ 13 ครูทิพย์ , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 09.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห7.ครูทิพย์ กินพออร่อยครับคุณครู แล้วลองค่อยๆฝึกกินของที่หวานน้อยลงเรื่อยๆ วันละนิดละหน่อย จนลิ้นคุ้น คุณครูก็จะเริ่มทานสิ่งที่เป็นรสจืดได้มากขึ้น ค่อยเป็นค่อยไปครับ
ขณะที่ทาน ก็พิจารณาแบบพระก็ได้ ว่า เราทานเพื่อร่างกายนี้เพื่อบำรุงร่างกายนี้เพื่อใช้กายนี้ประกอบประโยชน์แก่ตนเองและผู้อื่น
ทานเพื่อกาย แต่อย่าทานเพื่อลิ้น ระยะเวลาที่ผ่านไป มันจะลดการติดของอร่อยไปเองครับ และเราจะกลายเป็นคนอยู่ง่าย ทานง่าย โดยไม่รู้ตัว แถมร่างกายยังดีขึ้นอีกครับ

ความคิดเห็นที่ 12 rattiya , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห6.แม่มดเดือนMarch ผมคงไม่มีคำตอบให้พี่หรอกครับ
ดูที่ภาพก่อนสุดท้าย ในเอ็นทรี่ " จิตที่ฝึกแล้วนำสุขมาให้"

ความสุขของคนเรามาจากสิ่งที่เสพเข้ามาทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจที่นึกถึง จิตที่ไปผูกกับวัตถุภายนอกแล้วจึงเกิดสุขได้ นี่เป็นธรรมชาติเป็นปกติ แต่เพราะเครื่องมือที่เราใช้เสพมันต้องเสื่อมทรามไปตามเวลา เช่น ตาไม่ดี หูเริ่มตึง เป็นต้น ช่องทางที่จะเสพสุขมันน้อยลงเรื่อยๆ คนที่ไม่ได้ฝึกจิตใจเพื่อเตรียมรับสิ่งเหล่านี้ มันเป็นความทุกข์ การฝึกจิตนี้ไม่ใช่การนึกเอาคิดเอา แต่ต้องเป็นสิ่งที่ตนประสบด้วยตนเองจากการฝึกที่ต้องใช้เวลา ยามที่ จิตว่างเปล่าจากสิ่งรบกวน เราจึงจะรู้ถึงความสุขที่ได้รับ

ดังนั้นคนที่ไม่ได้ฝึกจิตมาก่อน เราควรให้ความสุขเขาผ่านทางช่องทางใดช่องทางหนึ่งทั้งหกนี้ คนเราต้องมีความสุขมาหล่อเลี้ยงจิตใจเป็นสำคัญ แม้กายต้องดูแล แต่ถ้าเน้นที่กายอย่างเดียว จิตใจเศร้าหมองย่ำแย่ กายก็ยากที่จะฟื้น
นี่คือที่มาของเรื่องสั้นนี้

ความคิดเห็นที่ 11 rattiya , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 09.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห4-5 rattiya ทำเท่าที่จะทำได้ครับ ครอบครัวที่ใกล้ชิดมากๆอย่างในเรื่อง ก็ทุกข์แบบหนึ่ง ที่ห่างเหินก็ทุกข์อีกแบบหนึ่ง
อย่าท้อถอยที่จะแก้ไข ก็ทำไป แต่ใจต้องวางให้ได้

ความคิดเห็นที่ 10 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 08.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1.นายยั้งคิด นี่เป็นทุกข์ที่คนจำนวนหนึ่งต้องประสบครับ

คห2.dionอมยิ้ม คนที่อยู่ตรงกลางจะเห็นชัดเจนเป็นธรรมดาครับ

คห3.ทางแก้ว จับได้คาหนังคาเขา เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 9 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 07.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

กับคุณแม่ห้ามแต่ก็ต้องปล่อย เพราะไม่ได้ดูแลเองครับ

ความคิดเห็นที่ 8 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ชบาตานี วันที่ : 05/10/2015 เวลา : 06.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

ชอบจังค่ะลักษณะเรื่องราวชีวิตจริงๆ ที่สอดแทรกธรรมะแบบนี้
อ่านแล้วสนุก อินไปกับบรรยากาศและเรื่องราว
แต่สงสารคนเป็นแม่จังเลยค่ะคุณหมอ

ความคิดเห็นที่ 7 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ครูทิพย์ วันที่ : 04/10/2015 เวลา : 18.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Tip2
Every minute is precious if every minute I have you. ทุกนาทีจะมีค่า หากทุกเวลาฉันมีเธอ 

ครูโชคดีที่ลูกๆ สนับสนุนเรื่องของกินและขนมที่ครูชอบค่ะคุณหมอ...สมัยที่ยังทำงานอยู่บางครั้งเพื่อนที่กลุ่มสาระฯ เห็นครูชอบทานเค้ก ทานขนมหวานก็จะคอยเตือน แต่ครูบอกน้องๆ ไปว่า ขอพี่กินตอนนี้เถอะ ประเดี๋ยวตอนไม่อยู่แล้วลูกไปเคาะโลงเรียกให้ทาน...ตอนนั้นมันทานไม่ได้แล้วนะ

ความคิดเห็นที่ 6 rattiya , สมชัย และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 04/10/2015 เวลา : 17.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

วันก่อนไปหาคุณหมอที่ดูแลสุขภาพทั่วไปของแม่มด ตอนรอ ได้ยินคุณหมอ (ซึ่งกำลังตรวจคนไข้คิวก่อนแม่มด) ปรารภอย่างขำๆว่าจะดุคนไข้ (โรคเบาหวานอายุเกิน ๘๐ ปี) ดีหรือจะดุคุณลูกสาวที่ดูแลคนไข้ดี คือคนไข้ทานลองกองไป ๑ กก.ทั้งๆที่ควรจะทานแค่ ๔ ลูก
แม่มดไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก แต่อยากเล่าประสบการณ์ตรงสู่กันฟัง
พ่อของแม่มดจากไปด้วยโรคมะเร็งโคนลิ้นทั้งๆที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลยแต่นั่งทำงานในห้องที่เพื่อนร่วมงานสูบบุหรี่เป็นเวลาหลายสิบปี
พ่อรับการรักษาอยู่ ๓ ปี ๒ ปีแรก พ่อรับเคมีบำบัด รับการผ่าตัดหลายครั้งและถูกควบคุมทุกอย่างรวมทั้งอาหารการกิน
ปีสุดท้าย พ่อถูกเจาะคอ ต้องรับอาหารทางสายยาง ไม่สามารถแม้แต่จะรู้รสอาหารที่ถูกปั่นให้
ตอนนั้น แม่มดมีความรู้สึกผิดที่เราควบคุมการกินของพ่อตอนที่พ่อยังสามารถมีความสุขกับการกินได้

ป้าจากไปด้วยโรคมะเร็งเช่นกันแต่โรคของป้าได้รับการค้นพบเมื่อป้าอายุเกิน ๘๐ ปีแล้ว ไม่มีใครบอกป้าว่าป้าเป็นอะไร ป้าไม่ได้ผ่านกระบวนการรักษาที่ทรมานแบบที่พ่อผ่าน
คุณหมอบอกลูกหลานว่า สิ่งเดียวที่ควรทำคือดูแลให้ป้ามีความสุขในบั้นปลายของชีวิต ป้าอยากทำอะไร ให้ทำ อยากกินอะไร ให้กิน
ป้าเป็นคนไข้โรคมะเร็งที่แทบจะไม่เคยผ่านความทุกข์ทรมานใดๆและจากไปอย่างสงบ คือเพียงแต่นอนหลับและหายใจอ่อนลงเรื่อยๆจนหยุดหายใจไปเองเมื่ออายุ ๘๕ ปี
ขอบเขตของความหวังดีอยู่ที่ใด

ความคิดเห็นที่ 5 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 04/10/2015 เวลา : 15.40 น.

เรื่่องที่คุณสมชัยเขียน
ดูเเล้วครอบครัวนี้มีการดำเนินชีวิตเเบบเดิมของไทย พ่อเเม่มีความใกล้ชิดกับลูกดี รักมากก็ห่วงมากจนไม่เข้าใจกัน

เเต่ยังมีบางครอบครัวที่มีปัญหาครอบครัวเเตกเเยกตั้งเเต่ลูกยังไม่โต..ไม่มีความเข้าใจกันในครอบครัวมานาน..จนกระทั้งพ่อเเม่เข้าสู่วัยชรา..เเต่เดิมไม่มีความเข้าใจกันอยู่เเล้ว...จะให้มาทำความเข้าใจกันในตอนหลังคอนข้างที่จะยากอยู่นะค่ะ (ไม่ทราบว่าจะออกนอกเรื่องอยู่นะค่ะ )

ความคิดเห็นที่ 4 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 04/10/2015 เวลา : 15.18 น.

น่าจะนำไปสร้างเป็นละครนะคุณสมชัย
ถ้าจะให้ดีคุณสมชัยควรเป็นผู้กำกับบท ผู้อำนวยการสร้างโดยคุณณัฐรดา

เรื่่องที่คุณสมชัยเล่ามา พวกเราที่หน่วยพยาบาลฯ พบบ่อยมาก พวกเราจะไปวัดค่าน้ำตาลในเลือด เเล้วฉีดอินซูลินตามคำสั่งเเพทย์ทุกวัน คนไข้บางคนญาตฺิไม่ดูเเลเราก็เตือนตามปกติ เเต่เราไม่เคยสั่งห้ามกินอาหารที่ชอบของคนไข้ เราเพียงเเต่บอกว่า กินให้น้อยลง เเต่ถ้าวันไหนค่าน้ำตาลในเลือดสูงมากจนน่าจะเกิดอันตราย เราจะบอกเลยว่าวันนี้ควรงด เป็นไปได้ที่คุณอาจจะช็อก เพราะฉะนั้นถ้ามีอาการที่ไมน่าใว้ใจ กดปุ่มฉุกเฉินเรียกรถรถพยาบาลมารับ(ต้องอธิบายหน่อยที่เยอรมนีมีระบบฉุกเฉินผ่านทางโทรศัพท์ที่บ้านติดต่อกับรถพยาบาลฉุกเฉินโดยตรง เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้สูงอายุจะอยู่บ้านคนเดียว ไม่ได้อยูกับลูกหลาน เพียงเเค่กดปุ่มที่ข้อมือหรือที่ห้อยคอใว้เท่านั้น)
ส่วนคนไข้ที่มีลูกหลานดูเเลเราก็เเจ้งให้ลูกหลานทราบ

ขอเขียนเรื่่องความเคยชินการดำเนินชีวิตของเเต่ละคนหน่อย จากประสบการณ์ที่ทำงานที่หน่วยพยาบาลเยี่ยมบ้าน เราจะพยายามไม่ไปเปลี่ยนเเปลงการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้สูงอายุ ซึ่งด้วยเหตุผลนี้ทำให้พวกเราเจ้าหน้าที่เครียดมาก ไปเยี่ยมคนไข้ 18 คนในเวลา 4 ช.ม. (ขับรถไปตามบ้าน) เเต่ละคนต้องการให้เราไปตามเวลาที่ต้องการ..เราปวดหัวมาก...ผลสุดท้ายเจ้าหน้าที่เครียดเอง...

ผู้สูงอายุ่ที่คุณสมชัยเขียนมา น่ารักมาก ดูเเล้วมีปัญหาเเค่ผู้สูงอายุกับลูกหลานจะต้องทำความเข้าใจกัน(คิดว่าอย่างนั้นนะ)

มีผู้สูงอายุบางคนดื้อมากจนลูกหลานไม่ไปเยี่ยมเลย ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหน่วยฯเเทน รอรับโทรศัพท์จากศุนย์ฯ หรือไม่ก็เขียนอีเมล์มาหาที่ศูนย์เเค่นั้น ผู้สูงอายุเเบบนี้..เหนื่อยมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 สมชัย , แม่มดเดือนMarch และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ทางแก้ว วันที่ : 04/10/2015 เวลา : 12.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

อ่านหนังสือธรรมะไม่กี่หน้าก็หลับ
แอบกินขนมหวาน
รู้สึกอินกับการเป็นตัวละครของเรื่อง
เพียงแต่อายุยังไม่ถึงเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
dionอมยิ้ม from mobile วันที่ : 04/10/2015 เวลา : 08.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongmonth

อ่านแล้วเพลินเลย
เข้าใจนะความเป็นห่วงของลูกๆ แล้วก็เข้าใจความรู้สึกของแม่ด้วย :)

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
นายยั้งคิด วันที่ : 04/10/2015 เวลา : 08.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ในเรื่อง

แม่ ... ต้องถอนใจหลายต่อหลายครั้ง ในความเป็นห่วงแม่ของลูก !

ส่วนในชีวิตจริงของหลายๆคน ก็เป็นเป็นเช่นเดียวกับนิยายเรื่องนี้ของคุณหมอ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน