*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 232268
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< ตุลาคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 11 ตุลาคม 2558
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 1825 , 07:41:22 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 16 คน chailasalle , wullopp และอีก 14 คนโหวตเรื่องนี้

ลูกในท้องหญิงของสามี

โดย สมตา

ดวงใจดูเด็กหญิงอายุเจ็ดปีที่รีบตักอาหารคำสุดท้ายในจานใส่ปาก เคี้ยวลวกๆแล้วกลืนอย่างนึกเอ็นดู สองแกละของเด็กหญิงแกว่งไกวไปมายามที่เธอหันไปดูชิงช้าที่ยังว่างอยู่บ้าง หันมามองอาหารตรงหน้าบ้าง เธอคงกลัวว่ากว่าเธอจะทานเสร็จ ชิงช้าตัวนั้นที่เจ้าของร้านจัดไว้บริการลูกค้าอาจจะไม่ว่างแล้วก็ได้

“หนูไปได้ยังคะ”

เด็กหญิงเงยหน้าขึ้นมาถามแม่ ที่กำลังนั่งท้าวคาง มองลูกด้วยสายตาเปี่ยมรัก แต่เด็กน้อยคงไม่ทันสังเกตแววตานั้นเพราะสายตาเธอเลื่อนไปจ้องที่จุดหมายเสียก่อน

“ค่ะ”

หญิงสาวตรงหน้าตอบเด็กน้อยเบาๆ

“ทานหมดแล้วก็ไปเล่นได้ลูก”

เสียงตอบยังไม่ทานจบประโยค เด็กหญิงก็ผลุดลุกจากเก้าอี้ ถลันไปที่ชิงช้าที่จับตาดูอยู่ก่อนหน้าเสียแล้ว ปล่อยให้ดวงตาสองคู่มองตามไปด้วยหมายที่ต่างกันในแววตา

ดวงใจวางถ้วยกาแฟขณะมองตามเด็กหญิง เด็กหนอเด็ก ช่างบริสุทธิ์นัก อยากจะรู้จริงๆ ถ้ารู้ว่ากำลังจะมีใครมาแย่งพ่อเธอไป จะยังรื่นเริงได้อย่างนี้อยู่ไหม

เมื่อเกิดความสงสัยนี้ขึ้นมา ดวงใจก็เริ่มไม่แน่ใจว่าอนาคตของครอบครัวตรงหน้าจะเป็นอย่างไร เธอหันหน้ากลับมามองถุงข้าวของที่กองอยู่บนโซฟาอีกตัวกับใบหน้าของเพื่อนหญิงด้วยความคลางแคลง

สายฝนคิดยังไงกันแน่นะ เพื่อนทำใจกับเรื่องของสามีได้แล้วจริงๆหรือ

ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย ก็สายฝนดูช่างไม่สะทกสะท้าน ราวกับไม่มีความหวั่นไหวในหัวใจที่สามีกำลังจะมีลูกกับหญิงคนใหม่ นี่ถ้าสายฝนเป็นดาราที่กำลังอยู่หน้ากล่อง ตุ๊กตาทองปีนี้คงหนีไม่พ้นมือเธอเป็นแน่

“อะไร”

สายฝนถามด้วยความสงสัยเมื่อหันกลับมามองหน้าเพื่อน เธอคงเห็นแววในดวงตาของดวงใจ

“สงสัย”

ดวงใจตอบ

“อะไร”

สายฝนส่งเสียงสูงถามซ้ำ หัวคิ้วเธอเลิกขึ้นเล็กน้อยด้วยความสงสัยที่ทวีขึ้น

“เธอไม่โกรธคุณปั้น ไม่กลัวคุณปั้นจะทิ้งเธอไปเหรอ”

“โถ”

สายฝนตอบปนหัวเราะ เธอยกมือข้างหนึ่งขึ้นทาบอก

  

“ที่แท้ก็เรื่องคุณปั้น”

กำลังกลบเกลื่อนอะไรอยู่หรือเปล่า ดวงใจถามตัวเองเมื่อเห็นกิริยานั้น

“ดวงสงสัยว่าฝนทำใจได้ยังไงใช่มั๊ย”

ดวงใจพยักหน้าหงึก

“นี่ถ้าดวงถามฝนเมื่อสองปีที่แล้ว ฝนคงตอบไม่ได้เพราะมันคงพูดไม่ออก คงจะร้องไห้ตอบดวงแทนแน่ๆ แต่ตอนนี้ไม่ต้องสงสัยจ๊ะ ฝนทำใจได้แล้วจริงๆ ”

ยิ่งน่าสงสัย ดวงใจนึกต่อ

เธอเอาการยอมรับสภาพว่าสามีมีผู้หญิงอีกคนในใจ เขากำลังจะมีลูกกับหญิงคนใหม่ เก็บความขมขื่นไว้ภายในแทนการอาละวาด เพื่อคงความรักของสามีที่ยังคงมีให้ หรือว่าเธอยอมรับด้วยความจริงใจ ยอมแบ่งสามีกับหญิงอีกคนอย่างไม่มีเงื่อนไข ไม่มีอะไรค้างคาใจ แช่มชื่นแจ่มใสอย่างที่ตาดวงใจเห็นจริงๆ

“แล้วฝนทำใจได้ยังไงจ๊ะ”

ดวงใจถามขณะเหลือบมองถุงของใช้เด็กอ่อนที่เพิ่งช่วยกันเลือกซื้อมา นึกแปลกใจเมื่อสายฝนโทรมาชวนตั้งแต่เมื่อวานว่าจะเสียเงินเสียเวลาเพื่อผู้หญิงอีกคนกับลูกคนใหม่ของสามีที่ไม่ได้เกิดจากตัวเองได้ยังไง

เธอเองเสียอีกที่ยังทำใจไม่ได้ หวั่นใจแทนเพื่อนไปหมดทุกอย่างตั้งแต่ที่ได้ทราบข่าว จึงเฝ้าแวะเวียนมาหา มาพูดคุย เผื่อว่าสายฝนอาจจะมีเรื่องอยากระบาย อยากหาคนช่วยฟัง หรืออยากฟังความเห็นของใครๆที่จะช่วยคลายความทุกข์ในใจ แต่ก็แปลก ที่สายฝนไม่เคยให้โอกาสนั้นแก่เธอเลย

“ดวงจำได้มั๊ย ตอนที่ร้านฝนกำลังแย่ หมุนเงินไม่ทันน่ะ”

มือที่ทาบอยู่กลางอก  ละมากุมมือดวงใจไว้

“จำได้”

ดวงใจตอบเพื่อนด้วยน้ำเสียงหดหู่

“ตอนนั้นดวงยังเสียใจที่ช่วยอะไรฝนไม่ได้เลย”

เพราะยามที่เธอเดือดร้อน คนแรกที่ยื่นมือเข้ามาก็คือสายฝน แต่พอถึงเวลาที่สายฝนเดือดร้อนบ้าง เธอกลับช่วยเหลืออะไรไม่ได้

แม้แต่ในเวลาอย่างนี้

“ตอนนั้นฝนรอดมาได้ เพราะพี่ๆน้องๆช่วยฝน บางคนถึงกับเทเกลี้ยงกระเป๋าเพื่อให้ฝนรอด พี่นันเกือบจะเอาที่ไปจำนองเพื่อช่วยฝน ดีนะที่ฝนรู้เสียก่อน เลยห้ามเอาไว้ ตอนนั้น ฝนไม่รู้จะขอบใจพี่ๆได้ยังไง”

เสียงสายฝนแผ่วเบาลง เธอคงหวนนึกถึงเรื่องราวในวันวาน ความซาบซึ้งคงเวียนเข้ามาจับใจจนไม่สามารถปล่อยเสียงใดๆผ่านลำคอออกมาได้

“พอผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ ฝนรู้สึกดีใจที่แม่มีลูกหลายคน  ดีใจที่พี่น้องรักใคร่ดูแลกัน ไม่ทอดทิ้งกัน ทำทุกอย่างที่พอทำได้เพื่อช่วยเหลือกัน ตอนที่เราเด็กๆ พวกเราเล่นด้วยกันเสมอ แม้บ้านเราจะไม่รวย แต่เรามีความสุขกันมาก ฝนเลยฝันว่า ถ้าฝนแต่งงาน มีลูก ไม่ว่ายากจนแค่ไหนฝนจะมีลูกมากกว่าหนึ่งคนให้ได้ ฝนจะได้แน่ใจว่าใจว่าหลังจากที่ฝนกับปั้นตายไปแล้ว ลูกๆจะได้ดูแลซึ่งกันและกัน ช่วยเหลือกันในยามที่คนใดคนหนึ่งเดือดร้อน เหมือนอย่างตอนที่พี่น้องฝนช่วยกันดูแลฝน”

ดวงใจกุมมือข้างนั้นไว้ด้วยความเห็นใจ สายฝนเพิ่งตัดมดลูกเมื่อสามปีที่แล้ว

เพื่อนคงแทบใจสลายเมื่อรู้ว่าฝันจึงไม่สามารถเป็นจริงได้

ราวสายฝนจะรู้ความในใจเพื่อน เธอจึงวางมือทาบลงบนมือที่ซ้อนอยู่บนหลังมือตนอีกที เธอยิ้มให้อย่างที่เคยยิ้ม ยิ้มอย่างไม่มีเลศนัย ราวกับจะบอกว่า เธอไม่มีความกังวลใจที่เธอไม่สามารถมีน้องให้เด็กหญิงน้อยๆที่ชิงช้าอีกแล้ว

“เพราะหวนคิดถึงช่วงเวลานั้นแหละจ๊ะ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ฝนผ่านเวลายากๆแบบนี้มาได้”

สายฝนหันไปดูลูกที่นั่งบนชิงช้า โยนตัวไปมาอย่างสนุกสนาน แววตาเธอดูแวววาว ราวกับจะสนุกตาม แล้วจึงเริ่มเล่าช้าๆ

  

“ตอนแรกที่รู้เรื่องจากดวง ฝนแทบคลั่ง ใครจะเชื่อลง สามีที่รักเราออกอย่างนั้น แฟมิลี่แมนที่ขอให้เราปิดร้านเพื่อดูแลตัวเองกับลูกหลังจากที่รู้ว่าเราท้องเนี่ยนะจะทำอย่างนั้นได้ ก่อนออกจากบ้านก็จูบลาเราทุกวัน กลับมาถึงบ้านก็โอบเรา เอาใจเราตลอด พอลูกคลอด ก็เอาใจใส่ทั้งเราทั้งลูก เล่นกับลูกทุกครั้งที่มีโอกาส แทบจะไม่เคยทำอะไรให้เราต้องขัดเคืองหัวใจ”

ขณะที่เล่า สายตาเธอก็ทอดยาวออกไป ไกลออกไป ราวกับจะไกลไปถึงบ้านของตน พร้อมๆกับความไกลของสายตานั้น เวลาก็ดูราวจะย้อนกลับไปหาเวลาในอดีตด้วย

“ครอบครัวเรามีความสุขมาก สุขจนไม่อยากจะเชื่อว่าเราจะสุขกันได้ขนาดนั้น”

แล้วสายตานั้นก็คืนกลับ มาจับจ้องที่ดวงหน้าดวงใจอีกครั้ง

“ตอนนั้น มันเหมือนสายฟ้าฟาดน่ะ”

ดวงใจยิ้มน้อยๆ เธอไม่พูดขัดคำ เพียงนั่งฟังเพื่อนรำลึกความหลังเงียบๆ นี่เป็นครั้งแรกที่สายฝนยอมเอ่ยปากเล่าความในใจ

“ฝนเฝ้าถามตัวเองว่าฝนผิดอะไร เขาทำได้ยังไง เขาทำร้ายฝนกับลูกได้ยังไง ฝนอยากเห็นหน้าผู้หญิงคนนั้นถึงขนาดแกล้งทำเป็นไปหาเขาที่ทำงานเพื่อที่จะได้เห็นว่า เธอเป็นคนยังไง ทำไมเธอถึงแบ่งครึ่งหนึ่งของใจสามีฝนไปได้”

สายฝนชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเด็กหญิงอันเป็นดวงใจของเธอวิ่งมาขอน้ำดื่ม จนเด็กน้อยวิ่งกลับไปที่ชิงช้านั่นแหละจึงได้เล่าต่อ

“แต่พอได้เห็น ได้คุยด้วย ได้เห็นความดีของเธอ ได้ทบทวน หยิบเรื่องราวต่างๆมาผูกเข้าด้วยกัน ฝนก็รู้ว่าทำไม”

รอยยิ้มบนใบหน้าสายฝนยามนี้ อ่อนโยน ไม่ต่างจากน้ำเสียงของเธอ

“ทำไมจะต้องมองว่าใครผิด ทุกอย่าง เป็นเหตุปัจจัยของกันและกัน เพราะสิ่งนี้มี อีกสิ่งหนึ่งจึงมีตามมา”

ดวงใจโคลงศีรษะเบาๆ

“ไม่เข้าใจ”

ก่อนจะกล่าวตอบเพื่อน

“ก็ถ้าฝนไม่ตัดมดลูก ไม่รู้ว่าตัวเองมีลูกไม่ได้อีกแล้ว ฝนคงไม่ทุ่มเทดูแลน้องดีมากมายจนเหินห่างกับปั้นเค้า ถ้าผู้หญิงคนนั้นไม่เดือดร้อนจนคนใจดีมีเมตตาอย่างปั้นอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย จนช่วยไปช่วยมาก็เกิดเสน่หาขึ้น เราสามคนคงไม่มาผูกพันกันอย่างนี้”

คงเป็นเพราะเห็นสีหน้า ทีท่าไม่ค่อยจะเข้าใจของฉัน สายฝนจึงอธิบายเหตุผลต่อ

“คนเรานะดวง พอคิดจะช่วยใครมากๆเข้า ใจเราก็จะเฝ้าคิดถึงแต่คนนั้น ว่าเขาจะอยู่ยังไง จะไปรอดมั๊ย จะช่วยเค้ายังไง ช่วยอย่างนี้ไปแล้วจะดีขึ้นมั๊ย ใจเราจะผูกอยู่กับคนคนนั้น ถ้าคนนั้นเป็นเพศตรงข้าม ถ้าเราไม่ทันระวังตัว เรื่องชู้สาวก็ตามมาเป็นธรรมดา ก็อย่างที่พระท่านว่า เราจำเป็นต้องมีสติต้องพยายามระลึกรู้ทั้งความเป็นไปของตัวเราและทั้งของสิ่งต่างๆรอบตัวอยู่ตลอดเวลาไง”

สายฝนหยุดพูด ยกน้ำขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนนะเล่าสิ่งที่ไม่เคยแพร่งพรายให้ดวงใจรู้ต่อ

“ เพราะเรื่องในโลกทุกอย่างมีสองด้านทั้งหมด ถ้าสติไม่มี สิ่งที่มีคุณอาจแสดงโทษที่อยู่ใกล้ๆกันออกมา อย่างเมตตา เพราะไม่มีสติ เสน่หาเลยเข้ามาแทรกได้ เหมือนอย่างปั้นที่คิดจะช่วย ตอนแรกก็จะช่วยด้วยเมตตา ไม่หวังอะไรตอบแทน  แต่เพราะลืมเตือนตัวเองว่าแต่ละคนอยู่ในฐานะอะไร และเพราะคอยคิดถึง คอยแต่ห่วงใย ความรู้สึกดีๆก็ค่อยๆกลายฐานะ จากเมตตาก็กลายเป็นเสน่หา แล้วเลยอยากให้น้องเค้าตอบแทนด้วยความรู้สึกที่เหมือนกันกลับ ส่วนน้องเค้าน่ะ เป็นผู้หญิง เราผู้หญิงด้วยกันนะดวง ทำไมจะไม่เข้าใจ พอมีใครสักคนมาคอยห่วงใยเรามากๆ ช่วยเหลือเรามากๆ หนักๆเข้า ถ้าไม่คอยสอดส่องใจ ไม่คอยเตือนตน ก็ไขว้เขว ก็นึกรักขึ้นมาได้เหมือนกัน แถมใจทั้งสองคนก็ยังไม่มีกำลังที่มากพอที่จะห้ามใจได้ ก็ถึงได้เป็นเรื่องขึ้นมาไง”

  

ดวงใจพยักหน้าน้อยๆ เริ่มเข้าใจอะไรลางๆ

“และเพราะฝนคิดได้อีกเรื่องนึงด้วยจ๊ะ ว่าฝนควรพอใจในสิ่งที่ฝนได้แล้ว ไม่ใช่สิ่งที่ฝนควรได้จากคนอื่น”

ดวงใจเลิกคิ้วด้วยความสงสัย คงเพราะกิริยานั้น สายฝนจึงเล่าต่อ

“ฝนหมายถึงใจรักของปั้นน่ะจ๊ะ ความรักหมดทั้งใจของสามี เป็นสิ่งที่ภรรยาควรได้ ถ้าฝนคิดอย่างนี้ฝนก็อยู่ไม่สุขเพราะปั้นไม่ได้ให้ฝนทั้งหมด แต่ถ้าฝนพอใจในความรักที่ปั้นยังมีให้ พอใจในสิ่งที่ฝนได้แล้ว ก็จะไม่รู้สึกว่าขาด พอไม่ขาด ก็อยู่อย่างเป็นสุข ไม่ทุรน”

เพราะอย่างนี้นี่เล่า

“ฝนเลยอภัยให้เขา”

ดวงใจคิด ก่อนจะกล่าวสรุปเรื่องที่เพื่อนเล่าในมุมมองของตน

“ที่จริง จะว่าฝนไม่ได้อภัยให้ใครเลยก็ได้นะ ถ้าหากเห็นว่าทุกอย่างล้วนเกิดจากเหตุปัจจัย เราทุกคนต่างก็เป็นปัจจัยให้กันและกัน ก็จะไม่มีใครผิด ก็ในเมื่อทุกคนต่างก็เป็นเหตุของกันและกัน ทำไมต้องมีการอภัยด้วยล่ะจ๊ะ หรือจะว่าฝนอภัยให้ทุกคนก็ได้ เพราะเราก็ผิดด้วยกันทั้งหมด เมื่อมีการอภัย ก็ต้องอภัยให้ทุกคน”

“แต่”

ดวงใจยังค้าน สายฝนเพื่อนรักของเธอน่ะหรือจะทำผิดได้

“ดวงคงไม่ผิดถ้าจะคิดนะว่า สองคนนั่นแหละผิด ปั้นก็ผิดที่ไม่ควบคุมตัวเอง ผู้หญิงคนนั้นก็ผิดที่ไม่รู้จักห้ามใจตัวเอง พวกเธอถึงต้องมาพัวพันกันอย่างนี้น่ะ”

สายฝนหัวเราะ

“ดวงพูดอะไรตรงๆเสมอเลยนะ ก็เพราะอย่างนี้น่ะซีฝนถึงรักดวง”

ดวงใจยิ้มเก้อ

“และเพราะอย่างนี้ ตอนที่ฝนยังทำใจไม่ได้ ฝนถึงไม่ยอมพูดต่อเวลาดวงชวนคุยถึงเรื่องนี้ไง”

สายฝนตบหลังมือฉันเบาๆก่อนจะกลับมาเล่าความในใจ

“ก่อนหน้านี้ที่ฝนทุกข์ใจก็เพราะคิดอย่างที่ดวงคิดนี่แหละ แต่พอลองมองรอบๆ ไม่เข้าข้างตัวเองก็รู้ว่าฝนเองก็ผิดที่ละเลยสามี ไม่เมตตาสามีจ๊ะ”

ดวงใจพยักหน้ารับทั้งที่ยังงง

“ฝนเมตตาปั้นไม่พอเลยไม่ยอมรับฐานะบทบาทของเรา เอาแต่ความพอใจของตัวเอง จนเค้าเหงา ว้าเหว่ พอเจอน้องเค้าเข้าเลยคิดว่าคงเป็นคนที่พอจะเข้าใจเค้าได้ พอเริ่มเกิดเรื่องขึ้นฝนก็ยังเมตตาเค้าไม่พออีก เลยไม่พยายามหาเหตุผลที่จะเข้าใจเค้า ไม่ปรับปรุงตัวเอง ไม่เห็นใจเค้า เพราะฝนเมตตาตัวเองไม่พอ เลยมองแต่ความผิดคนอื่นจนคิดไปต่างๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจ น้อยใจ ก็ทำอะไรประชดประชัน ก็เลยยิ่งผลักไสให้ปั้นเค้าห่างออกไปเรื่อยๆ ส่วนปั้นกับน้องเค้าน่ะ เพราะต่างก็เมตตาตนเองไม่พอ พอรู้ว่าใจตัวผิดปกติก็ไม่สอนใจตัวเอง ดึงตัวเองออกมาจากความเห็นผิด ยอมรับสิ่งผิดๆนั้นไว้ ปล่อยใจให้ตัวเองให้ไหลลงสู่ที่ต่ำ แล้วก็เมตตาคนอื่นไม่พอด้วยเลยไม่หักห้ามใจตัวด้วยเหตุผล เลยพากันผิดศีล ล่วงเกินใจของคนอื่น”

  

สายฝนหยุดไปเล็กน้อย ราวจะให้ฉันใช้เวลาทบทวนสิ่งที่เธอพูด

“ทุกอย่างเกิดจากการที่เราทุกคนต่างก็ยังเป็นคนดี ยังมีเมตตาไม่พอกันจ๊ะ พอคิดได้อย่างนี้ ใจฝนก็ค่อยๆคลายทุกข์ ก็เราจะคิดให้กายใจเราอยู่ไม่สุข คิดให้ทนทุกข์เพื่อสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แล้วไปทำไมล่ะจ๊ะ สู้คิด ทำ ในสิ่งที่เราทุกคนจะอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขทั้งในตอนนี้ทั้งในภายหน้าไม่ดีกว่าเหรอ”

ดวงใจยิ้มแหย ถูกของเพื่อน หากใครต้องการคำปรึกษา คำพูดที่ออกจากปากเธอ ไม่แน่นักว่าจะช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ เพราะคำปรึกษาที่คิดว่าจะได้เพื่อช่วยให้ความทุกข์คลาย อาจกลายเป็นคำที่ยิ่งทำให้ช้ำใจก็เป็นได้

 “ดวงไม่ใจดีอย่างฝนนี่”

จึงแย้ง

“ฝนก็ไม่ใช่คนใจดีนักหรอกจ๊ะ”

สายฝนแจง

“ฝนแค่รู้ว่าทุกอย่างอยู่ที่ใจ เราเลือกที่จะสุขหรือทุกข์ก็ได้ และรู้ว่าเรามีความสุขจากอะไรได้บ้าง หากเราให้ความสำคัญกับความสุขของตัวเรา บางที เราอาจจะอยู่ไม่เป็นสุข แต่ถ้าเราให้ความสำคัญกับความสุขของคนอื่นด้วย เรานอกจากจะสุขอยู่ได้แล้ว ความสุขยังยิ่งทบเท่าทวีคูณแถมไม่กลับกลายเป็นทุกข์ภายหลัง เพราะนอกจากเราจะสุขที่สามารถเอาชนะใจเราที่เอาชนะได้ยากที่สุดแล้ว เรายังทำให้คนรอบข้างมีความสุขถ้วนทั่ว เสมอหน้ากันทุกคน”

ยิ้มของสายฝนยังคงสดใส

“น้องดีจะมีน้องใหม่ น้องที่แม่เค้ามีให้ไม่ได้ เขาทั้งสองหรืออาจจะมากกว่าจะเล่นด้วยกัน สนุกด้วยกัน เติบโตไปด้วยกัน ฝนเองก็จะช่วยปั้นดูแลลูกๆทุกคน เพื่อปั้นจะได้สบายใจว่าเด็กๆได้รับการเอาใจใส่ ได้รับการอบรม ปั้นก็จะไม่มีเรื่องของเมียสองคนมาเป็นเรื่องชวนทะเลาะให้ปวดหัว ทำงานของเขาไปได้อย่างเต็มที่ ส่วนน้องคนนั้น ก็จะเห็นฝนเป็นพี่ เห็นน้องดีเป็นลูก ช่วยทำให้ในสิ่งที่ฝนขาด ในสิ่งที่ฝนทำไม่ได้ ฝนก็แค่รู้ว่าความสุขของฝนอยู่ที่ไหน ฝนควรให้ความสำคัญกับความสุขในรูปแบบใดมากกว่ากันเท่านั้นเองจ๊ะ”

“แล้วฝนไม่กลัวว่าทรัพย์สินที่ปั้นหามาจะถูกแบ่งไปเหรอจ๊ะ”

ดวงใจยังกังวลแทนเพื่อน

“ดวง”

สายฝนเรียกชื่อเพื่อน ลากเสียงยาว

“ทรัพย์สินน่ะหาได้ก็หมดได้ แต่ความสุขที่ยั่งยืนสำคัญกว่าทรัพย์สินมากมายนักนะจ๊ะ ดูแต่ร้านฝนซี เคยได้กำไรตั้งเท่าไหร่ ถึงปั้นเค้าไม่ขอให้ปิด สุดท้ายก็คงต้องปิดตัวลงอยู่ดีเพราะฝนสู้คู่แข่งไม่ไหวจริงๆ”

สายฝนแก้ไขความกังวลให้ดวงใจ

“อีกอย่าง ถ้าเราพอใจในสิ่งที่เรามีแล้ว เราก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ถึงไม่มีมากมาย เราก็ไม่รู้สึกว่าเราจน ว่าขาด”

  

ดวงใจยิ้มให้ ความคลางแคลงในใจสลายไปจนหมดสิ้น สองสาวจึงส่งยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ

สักพัก สายฝนจึงพูดเตือน

“เราไปหาน้องเค้ากันเถอะ ฝนอยากเอาของพวกนี้ไปให้ลูกสาวคนใหม่ของฝน”

ก่อนจะส่งเสียงร้องขอให้พนักงานมาคิดเงินค่าอาหาร หอบหิ้วถุงของใช้เด็กอ่อนจากโซฟา

และลุกไปลูบหลังไหล่ลูกรักที่เล่นสนุกตามลำพังให้ละออกจากชิงช้า



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 26 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 20.22 น.

"คห17.rattiya สรุปมาชัดเจนดีครับ "

สรุปได้เเต่ทำเเบบคุณสายฝน ไม่ได้ค่ะ
ถ้าเป็นรัตติยา ขอหย่าอย่างเดียว ต่างคนต่างอยู่เเต่ไม่ตามอาฆาต อยู่กันเหมือนเพื่อนร่วมโลก

ความคิดเห็นที่ 25 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
wullopp วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

ขอขอบพระคุณอาจารย์
และ ขออนุโมทนากับทุกๆ ท่าน
เรียนมาด้วยความเคารพ ครับ....

ความคิดเห็นที่ 24 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 18.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห22 redribbons07 กรรมนั้นยุติธรรมเสมอ
ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 23 ยามครับ , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 18.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห20-21 ภาษาไทย ในชีวิตจริง ที่จะเป็นอย่างคุณสายฝน ยากครับ
แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ ยามที่เราเห็นแก่คนอื่นมากกว่าตัวเรา สภาพจิตมันจะน้อมไปเอง
แต่อย่างว่าแหละครับ การชนะใจตนเองเป็นเรื่องที่ยากยิ่ง
เคยได้ยิน พระไพรีพินาศ ของวัดบวรนิเวศไหมครับ คนเราส่วนมากคิดว่าพระเครื่องนี้ ใครได้ ครอบครอง จะทำอะไรก็สามารถได้รับชัยชนะ ศัตรูต้องพ่ายแพ้ สมกับชื่อไพรีพินาศ แท้ที่จริง ไพรีที่พินาศนั้นก็คือกิเลสที่แผดเผาจิตใจตนเอง ที่ต้องพินาศไป
เอาไว้ว่างๆจะเขียนเกร็ดตำนานเรื่องนี้ ในฐานะศิษย์เก่าวัดบวรนิเวศ

ความคิดเห็นที่ 22 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
redribbons07 วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 16.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

แวะมาอ่านค่ะ


นานาจิตตังกับกิเลสของคนค่ะ


ธรรมะช่วยขัดเกลาคน


คนที่ได้รับการอภัยควรรู้ตัวไม่ทำผิดอีก

แต่เขาจะรู้ตัวหรือไม่เป็นเรื่องที่ยากคาดเดาค่ะ


การผิดศีลธรรมถึงจะได้รับการอภัยยังถือเป็นบาป

และต้องชดใช้กรรมในนรกค่ะ



ความคิดเห็นที่ 21 ณัฐรดา , wullopp และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ภาษาไทย วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 15.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

ข้อความในวรรคแรกของแต่ละภาพ คือบทสรุปที่ดี

คนเราเลือกที่จะมีสุข หรือทุกข์ก็ได้ อยู่ที่ตัวเราเอง

การอดทน อดกลั้น ข่มใจ ไม่ก่อให้เกิดความบาดหมาง รุนแรงกัน เอาชนะใจตนเองได้นั้น ดีที่สุดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 ณัฐรดา , wullopp และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ภาษาไทย วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 15.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

สวัสดีค่ะ
อ่านแล้ว คาดว่า คุณสายฝนเธอคงผ่านความเศร้าเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นนี้มามาก ยิ่งหากน้อยใจในวาสนาที่ทำให้เธอมีบุตรไม่ได้อีกแล้วด้วย คงยิ่งปวดใจ กว่าจะปลงตกด้วยความรักลูกมากกว่าสิ่งใด และพยายามเข้าใจคนอื่นจึงเปิดใจกว้าง หากเธอเลือกยึดอัตตาเป็นใหญ่ คงทำให้ครอบครัวแตกแยก ส่งผลร้ายกับลูกสาวตัวน้อย ๆ มากกว่าสิ่งใด

ในชีวิตจริงคงมีคนทำใจได้แบบนี้น้อยมาก เพราะปัจจัยอื่นแวดล้อม เช่นความรัก ความอิจฉาริษยา ยึดเป็นของตนเอง รวมทั้งทรัพย์สิน และสิ่งที่พึงมีแก่ลูกในอนาคต
คงทำให้เกิดการฟ้องร้องกัน ในที่สุด.. ลูกก็จะเสียใจที่สุด

ขอบคุณ คุณหมอ อ.ณัฐรดา ที่เล่าเรื่องราวแฝงหลักธรรม พร้อมภาพงาม ๆ ประกอบ ให้ข้อคิดเตือนใจได้ดีค่ะ
vote

ความคิดเห็นที่ 19 ยามครับ , wullopp และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ณัฐรดา วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 09.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

เกี่ยวกับการขัดเกลาตน การละอกุศลธรรมที่ควรเป็นไปแบบ "ค่อยเป็นค่อยไป" นั้น ลามะธิเบตผู้มีชื่อเสียงทางด้านการทำสมาธิรูปหนึ่งชื่อว่า ซองยาล รินโปเจ ได้กล่าวไว้ว่า

" อย่าตัดสินตนเอง หรือ อย่าทะยานอยากจนเกินไป และ อย่าลองเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างในทีเดียว ให้มั่นใจเสียก่อน จึงเปลี่ยนสิ่งที่เป็นพื้นฐาน ท่านต้องการให้การเปลี่ยนแปลงค่อยๆปลูกฝังในตน เมื่อนั้น จึงจะมีเสถียรภาพกว่า

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เป็นเหมือนสัญญาที่ท่านไม่อาจรักษา ค่อยๆทำไปและเชื่อมั่นว่าจะส่งผล เพราะนี่คือสิ่งที่เราค้นพบบ่อยครั้งในชีวิต เมื่อท่านปล่อยวางจริงๆ ไม่ว่าท่านจะทำอะไรที่ท่านอยากบังเกิด และเมื่อท่านพยายามมากเกินไป ก็จะไม่เกิด แต่การปล่อยวาง ไม่ได้หมายถึงล้มเลิก นี่เป็นสองสิ่งที่ค่อนข้างต่างกัน อย่าล้มเลิก แต่จงปล่อยวางทุกวิถีทาง"

ซองยาล รินโปเจ อนาคตของพระพุทธศาสนา (แปลโดย ทาคินี) หน้า 52 - 53



ชอบคำที่ท่านใช้ที่ว่า อย่าให้การปฏิบัติ เป็นเหมือนสัญญาที่เรารักษาไว้ไม่ได้ มากๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 12/10/2015 เวลา : 08.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห17.rattiya สรุปมาชัดเจนดีครับ

ความคิดเห็นที่ 17 wullopp , สมชัย และอีก 3 คนถูกใจสิ่งนี้ (5)
rattiya วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 19.42 น.

คิดว่าปัญหาเเบบนี้มีทุกประเทศค่ะ ขึ้นอยู่ว่าคนที่ประสบปัญหาเเบบนี้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีสติ มากน้อยเเค่ไหน
กฏหมายมีใว้เพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสงบ เเต่ถ้าคนในสังคมนั้นใจไม่สงบ ก็คงงัดกฏหมายมาต่อสู้กันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด บางประเทศกฏหมายไม่เข้มเเข็งก็คงเป็นเเบบ ตามด่า ตามตบ ฯลฯ เพราะอย่างที่คุณยามฯเขียน
"อยากครอบครอง อยากเอาชนะ ยึดมั่นถือมั่น ว่านี่ผัวฉัน นี่เมียฉัน ขาดเขาแล้วเราตาย"

เห็นด้วยค่ะ "การเอาชนะตนเองประเสริฐกว่าการเอาชนะผู้ื้อื่น"

ความคิดเห็นที่ 16 ณัฐรดา , wullopp และอีก 3 คนถูกใจสิ่งนี้ (5)
ณัฐรดา วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

เรื่องสั้นเรื่องนี้ชี้ให้เห็นว่า ธรรมในโลกแม้แต่ธรรมที่มีคุณอย่างเมตตา ก็ยังมีโทษคือเสน่หาที่แอบอยู่ใกล้ๆ หากขาดสติเมื่อใด โทษนั้นก็พร้อมที่จะเปิดเผยให้ใจได้รับรู้ ได้รับรส

ทุกอย่างเป็นไปตามคำตรัสที่ว่า “สติ จำปรารถนาในที่ทั้งปวง” ค่ะ

และเรื่องสั้นเรื่องนี้ก็ไม่ได้มีจุดประสงค์ในการสนับสนุนการไม่ซื่อสัตย์ต่อคู่ของตนแต่อย่างใด แต่เป็นการเสนอมุมมองในแง่บวกเกี่ยวกับเรื่องที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงให้กลับไปเป็นอย่างเดิมได้ อันทำให้ทุกฝ่ายสามารถอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

บางเรื่อง แม้จะเป็นความผิด แม้จะเกิดเรื่องราวขึ้น แต่เมื่อได้รับการแก้ไขก็อาจกลับไปเป็นอย่างเดิมได้ ตัวอย่างเช่น คุณเอขโมยทรัพย์สินของคุณบี ต่อมารู้ตัวว่าทำผิดจึงนำของไปคืน ขอโทษคุณบีและตั้งใจสำรวมระวัง ไม่ทำผิดซ้ำอีก ฝ่ายคุณบีก็ไม่ติดใจ และดีใจกับการเห็นความผิดและแก้ไขตนของคุณเอ จะเห็นว่า ทรัพย์สินของคุณบีเป็นราวกับไม่เคยถูกเคลื่อนที่ไปไหนเพราะมีการแก้ไขจนกลับคืนสู่สภาพเดิม มีแต่ใจของคุณเอและคุณบีเท่านั้นที่เปลี่ยนไป การกระทำของคุณเอที่ยอมรับ สารภาพ และสำรวมระวังว่าจะไม่ทำซ้ำอีก พระพุทธเจ้าตรัสว่าเป็นความเจริญในอริยวินัย ส่วนการกระทำของคุณบีนั้น ก็ประกอบด้วยอภัย เมตตา และ อนุโมทนา

แต่เรื่องราวบางอย่างไม่สามารถแก้ไขให้กลับเป็นอย่างเดิมได้ จึงได้ตั้งเป็นตุ๊กตาขึ้นมาสำหรับเล่ากระบวนการ และ หลักธรรม ที่นำมาใช้ในชีวิตเพื่อออกจากทุกข์

ซึ่งเกิดจากการตามเห็นและการกระทำในหลายๆเรื่องเหล่านี้รวมกัน คือ

1 การเห็นตรงสภาวะ เช่น เห็นทุกข์เป็นทุกข์ ไม่ใช่เห็นทุกข์เป็นสุข, น้อมความเห็นว่าธรรมทุกอย่างเป็นสภาพเกิดดับ ไม่เป็นตัวตนถาวรเข้ามาในตน

2 การหาเหตุผลต่างๆที่เมื่อเกิดขึ้นพรั่งพร้อมแล้ว หรือเมื่อทยอยกันเกิดขึ้นแล้ว ก็ส่งผลให้เกิดเป็นความทุกข์นั้นขึ้นมาหรือก็คือหาเหตุแห่งทุกข์

3 การยอมรับว่ามีเหตุแห่งทุกข์เกิดขึ้น ไม่ใช่บ่ายเบี่ยงว่านี่ไม่ใช่เหตุแห่งทุกข์ แต่เป็นเหตุแห่งสุข

4 การไม่ยึดเหตุแห่งทุกข์โดยรู้ไม่เท่าทัน ด้วยความเห็นที่ว่า นี่คือเหตุแห่งทุกข์ “ของฉัน” และ “ ฉัน” ต้องกำจัด “มัน” ให้ได้ เพราะการเห็นอย่างนี้ยิ่งทำให้ยึดสภาพเกิดดับให้เป็นตัวตนถาวรยิ่งขึ้น ยิ่งยึดมากขึ้นเท่าไหร่ ความตริถึงเรื่องนั้นก็จรมาสู่ใจมากขึ้นเท่านั้น จึงทำให้ยิ่งทุกข์ใจมากยิ่งๆขึ้น อันอาจนำไปสู่การแสดงออกทางกาย วาจา ที่ทำให้ทุกข์ไปพร้อมๆกันทุกฝ่าย

5 พิจารณาคุณของเหตุแห่งทุกข์นั้นที่ปรากฏในปัจจุบัน เช่น ทำให้จิตได้อาหารคือสุข ทำให้เห็นกิเลสในใจตน ทำให้เห็นงานทางใจที่ตนยังต้องทำต่อไป เป็นต้น และพิจารณาคุณที่กลายเป็นโทษในภายหลัง เพื่อไม่ให้ยึดกับคุณที่เห็น

6 พิจารณาโทษหากยอมรับเหตุแห่งทุกข์นั้นไว้อันจะส่งผลต่อกายใจตนทั้งปัจจุบันและอนาคต

7 น้อมออกจากความเห็นว่าเป็นสัตว์บุคคล (ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่เป็นเรา หรือ เขา) ลงสู่ภาวะที่แท้ คือความเป็นเพียงแค่สภาวธรรมที่ปรากฏ

สิ่งนั้นๆ ที่เราทุกข์ก็เพราะโทษ ที่ทำให้เราสุขก็เพราะคุณ เพราะเห็นคุณ เราจึงอยากยึดสิ่ง สภาวะนั้น สัตว์บุคคลนั้น เอาไว้ เพราะเห็นโทษ เราจึงอยากผลักสิ่งนั้น สภาวะนั้น สัตว์บุคคลนั้น ออกไป หากเห็นทั้งคุณและโทษอย่างถ่องแท้ ทุกแง่มุม ก็จะเห็นว่าไม่น่ายึดมั่น จะวางใจเป็นกลางได้

แต่เราๆในโลก ยังวางใจเป็นกลางกับทุกเรื่องไม่ได้หรอกนะคะ เพียงพยายามวางใจเป็นกลางกับเรื่องที่ทำให้ได้ทุกข์เป็นวิบากหรือก็คืออกุศลธรรมให้ได้ก่อน เพื่อที่จะออกจากอกุศลธรรมใดๆ ทำได้ก็ถือว่าเลิศแล้ว

ก็ ค่อยๆว่ากันไปทีละเรื่องๆ นะคะ

ความคิดเห็นที่ 15 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย from mobile วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห.8 ชบาตานี ลองดูครับ ธรรมะที่เห็นกันในชีวิต จับต้องได้ รู้สึกกันได้อยู่
ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ

ความคิดเห็นที่ 14 rattiya , ยามครับ และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย from mobile วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 14.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห6-7ยามครับ ที่แสดงความเห็นมาหมดจด ผมไม่ต้องเพิ่มเติมอะไรอีกแล้วครับ
ขอบคุณมากๆครับ

ความคิดเห็นที่ 13 แม่หมี , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย from mobile วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 14.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห5.แม่หมี ขอบคุณมากครับ มีแขกประจำมาอุดหนุนแบบนี้ คงลงได้อีกหลายตอนครับ

ความคิดเห็นที่ 12 rattiya , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย from mobile วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 14.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห.4 แม่มดเดือนMarch ขอบคุณพี่มากที่ให้รายละเอียดในแง่มุมทางกฏหมายของเยอรมัน ที่เล่ามาผมว่ามันแฟร์ดี
เรื่องปัญหาครอบครัวก็เป็นอย่างที่เล่ามา เราไม่สามารถจะตัดสินว่าใครถูกใครผิด เพราะเราไม่ได้รับรู้ในด้านมืดอย่างแท้จริงของคู่กรณีทั้งสอง เราเพียงเห็นด้านเดียวที่คนหนึ่งมาเล่าให้ฟัง
ในแง่มุมทางกฏหมายไทยเป็นอย่างไร อันนี้ผมไม่สามารถวิจารณ์อะไรได้ เพราะไม่ทราบข้อเท็จจริง
เรื่องสั้นนี้ มีความมุ่งหมายในเรื่องจิตใจเป็นหลัก ไม่ได้สื่อทางโลกที่ใครจะได้ประโยชน์เสียประโยชน์ มุ่งคำนึงถึงสภาวะจิตใจของเด็กที่ไม่ต้องมารับผลการกระทำของผู้ใหญ่ และการวางสภาวะจิตใจอย่างไรที่ต้องเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ให้สามารถผ่านพ้นไปได้ด้วยความราบรื่นทุกๆฝ่าย
การกระทำของสายฝนอาจไม่ได้รับการตอบแทนอย่างที่สายฝนคิด คุณปั้นอาจเป็นผู้ชายที่เลวเกินเยียวยา แต่การกระทำคืนให้สมแค้นก็ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาเช่นกัน
คนที่ทำดีต่อผู้อื่นตลอดชีวิต แม้ไม่มีใครเห็น ตนเองนั้นแล ย่อมรู้ตนเองดี
บุญใครทำ ใครรับ บาปก็เช่นกัน
ขอบคุณพี่ อีกครั้งครับ ที่แสดงความเห็นอันเป็นประโยชน์ ได้ความรู้และมุมมองกว้างขวางขึ้นทุกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 11 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย from mobile วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 14.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห.3.Torko เป็นเพียงการตัดสินใจของตัวละครหนึ่ง ซึ่งมีมุมมองที่อาจแตกต่างไปจากคนอื่น เรื่องเช่นนี้ไม่สามารถฟันธงไปได้ว่า การตัดสินใจเช่นนี้ถูกหรือผิด เงื่อนไขของแต่ละคนย่อมไม่เหมือนกัน
การเห็นทุกข์และเหตุแห่งทุกข์ ตลอดสายทำให้ตัวละครนี้เข้าใจชีวิตทั้งตนเองและผู้อื่นการละคลายตัวตน ทำให้สามารถพบสุขได้ง่ายขึ้นแม้จะอยู่ในสภาพที่คนอื่นดูแล้ว ไม่น่าจะอยู่ได้อย่างมีความสุข

ความคิดเห็นที่ 10 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย from mobile วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 14.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห2. สิงห์นอกระบบ ยังไม่รู้ว่าจะไปได้ถึงไหนครับ อยู่ในขั้นทดลองดู

ความคิดเห็นที่ 9 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย from mobile วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1ณัฐรดา ขอบคุณที่ช่วยขยายความ

ความคิดเห็นที่ 8 wullopp , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ชบาตานี วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 13.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เป็นเรื่องจริงของคนในสังคมยุคนี้ค่ะ
ขอบคุณเรื่องราวที่สะท้อนให้เห็ฯธรรมะที่สามารถนำมาใช้ได้ทุกสถานการณ์ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 wullopp , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ยามครับ วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

เรื่องของสายฝน เรื่องนี้เป็นเรืองที่ดีมากๆเรื่องหนึ่ง คือ ผู้เขียนปล่อยให้ การบรรลุซึ่งแนวทางการค้นหาความสุขของสายฝน เป็นไปเพราะ เธอได้ผ่านกระบวนการรู้แจ้ง จาก ทุกข์ มาค้นหาสาเหตุ และหาทางออก ซึ่งสุดท้าย ก็ ยุติ ที่ ธรรม

กรรมจัดสรร จริงๆ คือ มันเกิดเพราะ ต่างคนต่างก็มีกรรมเป็นของตน จะอโหสิกรรม กันอย่างแท้จริง คือ ไม่โกรธ ไม่อาฆาต แต่เอาชนะด้วยความเมตตา ความดี

ชาติหน้าไม่ต้องไปบาดหมางใจกันอีก เลิกแล้วต่อกันในชาตินี้ หรือจะคิดอีกที เกิดมาทั้งที่ เจอทุกข์ ก็ต้องไปให้ถึงปลายทุกข์ จึงได้รูัรสชาติและอิ่มเอม ปลดปลงกับมัน สละทิ้งอย่างไม่เหลือเยื่อใย เหลือแต่ภาระหน้าที่ ทำให้สำเร็จเท่านั้น

แต่ที่ฆ่ากัน เอาน้ำกรดสาดหน้า ผลักให้ตกบันไดให้แท้ง จ้างคนไปทำร้าย ซึ่งได้ดูละคร และฟังข่าวอยู่เนืองๆนั้น เพราะอะไร??

เพราะอยากครอบครอง อยากเอาชนะ ยึดมั่นถือมั่น ว่านี่ผัวฉัน นี่เมียฉัน ขาดเขาแล้วเราตาย ทั้งหลายทั้งปวง ทำไปเพราะ อวิชชา ความไม่รู้ อันเป็นฐานของ กิเลส และตัณหา นั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 6 wullopp , แม่มดเดือนMarch และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
ยามครับ วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

กฎหมายไทย โดยเฉพาะ กฎหมายครอบครัว มีความซับซ้อนและยึดถือ ทะเบียนสมรสเป็นสำคัญ

พูดง่ายๆ ลูกนอกสมรส จะไม่ได้อะไรเลย ถ้าเทียบกับลูกในสมรส เว้นเสียแต่ว่า พ่อจะไปจดทะเบียนรับรองบุตร ซึ่งก็ทำยุ่งยาก และเจ้่าหน้าที่ระดับปกครองมักจะไม่สนใจให้ความช่วยเหลือเท่ากับการจดทะเบียนสมรส

เจ้าหน้าที่ปกครองบ้านเรา ยังขาดความใส่ใจเรื่อง ชีวิตคู่ที่เป็นจริง ซึ่งบางทีก็อยู่กันไม่ได้ แล้วทางออกคืออะไร?

ผมเคยหลายคนมาปรึกษาทนายความกันมากครับ เรื่องใหญ่ๆ ก็เป็น ที่ดิน ทรัพย์สิน มรดก

ความคิดเห็นที่ 5 wullopp , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่หมี วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

คุณหมอเขียนเหมือนนักเขียนมืออาชีพเลยค่ะ

อ่านรื่นไหล ให้แง่คิดและเชื่อว่าเรื่องราวแบบนี้มีมากมายในสังคม

ใครที่ทำใจได้ก็ไม่มีเรื่อง แต่ถ้าทำใจไม่ได้ก็คงเป้นข่าว

รวมเล่มได้เลยค่ะ


ความคิดเห็นที่ 4 wullopp , สมชัย และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 09.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เมื่อเป็นเรื่องส่วนตัวของผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องในครอบครัว แม่มดมักจะไม่อนุญาตให้ตัวเองมีความคิดเห็นเพราะเราไม่ได้เป็นตัวเขา เราไม่รู้ตื้นลึกหนาบางของปัญหาอย่างแท้จริง เรารับรู้ได้แต่สิ่งที่ตาเห็นและคำบอกเล่าเท่านั้น ที่เหลือคือเรื่องที่เราจินตนาการไปเองตามทัศนะของเราซึ่งอาจจะสอดคล้องกับความเป็นจริงหรือไม่ก็ได้ ที่สำคัญที่สุด คือเราเป็นใคร จึงจะมีสิทธิ์ตัดสินหรือแม้แต่ประเมินความเป็นไปในชีวิตของผู้อื่น
ประเด็นที่แม่มดสนใจในกรณีนี้กลายเป็นเรื่องของกฎหมาย ที่เยอรมนี ผู้เยาว์ได้รับความสำคัญและการปกป้องสูงสุด ไม่ว่าพ่อหรือแม่ของเด็กจะได้สมรสกันตามกฎหมายหรือไม่ ตามท้องเรื่องที่เล่ามา ลูกสาวของภรรยากับเด็กที่เกิดจากผู้หญิงอีกคนหนึ่งจะมีสถานภาพเท่าเทียมกันและมีสิทธิ์ได้รับการคุ้มครองเหนือภรรยาผู้มีทะเบียนสมรส
ยกตัวอย่างเช่น หากมีการหย่าร้างเกิดขึ้นและฝ่ายผู้ชายต้องจ่ายค่าเลี้ยงดูอดีตภรรยา (สำหรับผู้หญิงอีกคนหนึ่งนั้น กฎหมายไม่ได้ให้การคุ้มครองใดๆ) เรื่องนี้มีรายละเอียดมากมาย แม่มดคงจะไม่สามารถลงลึกได้เพราะเป็นเรื่องที่ทนายจะต้องจัดการในแต่ละกรณี
หากฝ่ายชายไม่มีความสามารถที่จะรับผิดชอบทั้งอดีตภรรยาและบุตรธิดาทุกคนได้ เด็กจะต้องได้รับการคุ้มครองก่อน ไม่ว่าจะเกิดจากแม่คนใด พูดง่ายๆว่าถ้าเขามีเงินไม่พอ เขาต้องเลี้ยงดูเด็กก่อน อดีตภรรยามีความสำคัญทางกฎหมายน้อยกว่าลูกที่เกิดจากผู้หญิงอีกคนหนึ่ง
ถึงตรงนี้ คงต้องขอเล่าเพิ่มเติมนิดหนึ่งว่า กฎหมายของเยอรมนีจะไม่ตัดสินว่าใครผิดใครถูก เขาไม่นำกฎเกณฑ์ทางศีลธรรมเข้ามาจับ ไม่มีการฟ้องหย่าโดยการกล่าวหาว่าใครเป็นผู้ผิด
พื้นฐานความคิดของสังคมนั้นคือชีวิตคู่เป็นเรื่องของความสมัครใจ หากใจของคนหนึ่งยุติความผูกพันกับอีกคนหนึ่งและต้องการยุติชีวิตคู่ เป็นไปไม่ได้ที่จะหาคนผิดว่าเหตุใดความรักจึงยุติหรือเปลี่ยนแปลงเพราะใจไม่ใช่สิ่งที่จะบังคับควบคุมได้ ชีวิตเป็นสิทธิ์ของเจ้าของชีวิต ทะเบียนสมรสไม่ใช่เอกสารที่แสดงกรรมสิทธิ์ในชีวิตใคร
กรณีเช่นนี้ถูกมองว่าเป็นปัญหาทางจิตวิทยาและปัญหาทางเทคนิคที่จะต้องได้รับการพิจารณาแก้ไขด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์และตามที่ปฏิบัติได้จริง
ในทางปฏิบัติ เมื่อมีผู้ต้องการการหย่าร้าง เขาจะร้องขอต่อศาล ศาลจะรับคำร้องนั้นไว้ ไม่ว่าจะเป็นความต้องการของทั้งฝ่ายสามีและภรรยาหรือเป็นความต้องการของฝ่ายเดียว ศาลจะให้เวลา ๑ ปี หากเวลา ๑ ปีผ่านไป สามีและภรรยาไม่สามารถหาทางที่จะกลับมามีชีวิตอยู่ร่วมกันได้อีก คำขอหย่านั้นจะมีผลทางกฎหมาย เรื่องของการเลี้ยงดู การจัดการกับทรัพย์สิน สิทธิในการดูแลบุตรและอื่นๆอีกมากมายเป็นเรื่องที่ทนายจะต้องจัดการ
ในเรื่องแบบนี้ วิถีแห่งกฎหมายไทยเป็นอย่างไรคะ

ความคิดเห็นที่ 3 wullopp , นายยั้งคิด และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
Torko วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 09.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Climate

คิดว่าคุณฝนเข้าใจถูกค่ะ ความสุขนั้นอยู่ที่ตัวเราไม่ได้อยู่สิ่งของจากภายนอก เรื่องราวน่าอ่านขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp , นายยั้งคิด และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

รวบรวมเป็นเล่มได้เลยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp , นายยั้งคิด และอีก 4 คนถูกใจสิ่งนี้ (6)
ณัฐรดา วันที่ : 11/10/2015 เวลา : 07.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

จากพระคาถาที่ว่า

บุคคลพึงขวนขวายในกรรมอันงาม
พึงห้ามจิตจากบาป
เพราะว่า เมื่อบุคคลทำบุญช้าไป
ใจ จะยินดีในบาป

คำว่า "บาป" นั้น ไม่ได้หมายความถึงการทำที่ผิดศีลเท่านั้น แต่ยังหมายความรวมไปถึงการกระทำทางใจใดๆด้วยจิตที่ประกอบด้วยอกุศลธรรมด้วย เพราะคำแปลหนึ่งของบาป คือ ทางอันนำไปสู่ทุคติ

ดังนั้น แม้เพียงการคิดถึงเรื่องใดๆด้วยมิจฉาทิฏฐิ กิเลส และตัณหา อยู่เพียงในใจ แม้ไม่ก้าวล่วงออกมาทางกาย วาจา ก็ถือว่าได้ทำบาปแล้ว

ในขณะที่ตริ (วิตก) อาจระลึกไม่ได้ว่าอกุศลธรรมได้จรเข้ามาสู่ใจ แต่เมื่อใดที่ระลึกได้ว่ากำลังคิดตาม (วิจาร) เรื่องที่ตริขึ้นนั้นไปในทางที่ผิด พระพุทธเจ้าตรัสว่า ให้เรารีบขวนขวายในกรรมหรือการกระทำอันงาม คือ การรีบห้ามใจจากการคิดนั้นๆ เพราะถ้าห้ามใจช้าไป เราจะยิ่งยินดีกับการคิดด้วยกระบวนการคิดอย่างนั้น ทรงจำเรื่องราวที่คิดไว้อย่างนั้น นำมาคิดต่อเพื่อเสพสุขจากความคิดนั้น และเมื่อคุ้นกับกระบวนการคิดแบบเดิมอันเป็นการทำบาปทางใจมากๆเข้า วันหนึ่ง ก็ต้องเกิดทุกข์เพราะผลของกิเลส เมื่อทนทุกข์ใจไม่ไหว ก็ต้องก้าวล่วงออกมาทางกาย วาจา

อันนำพาตนไปสู่ทุกข์โดยแท้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน