*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 232314
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< ตุลาคม 2015 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2558
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 1673 , 08:02:39 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 14 คน chailasalle , แม่หมี และอีก 12 คนโหวตเรื่องนี้

เจกาย ใจไม่เจ

โดย  สมตา

เสียงตะหลิวที่เสียดสีกับกระทะ  กระทบดังเป็นจังหวะก้องดังกังวานไปทั่วห้องครัว   กลิ่นอาหารที่พร้อมเครื่องปรุงรวมทั้งม่านควันโชยฟุ้ง ผสานกับ ใบหน้าที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ไหลย้อยตามทางร่องหลืบของใบหน้า

หัวคิ้วที่ขมวดมุ่น ยามที่ต้องตั้งใจตักอาหารที่ปรุงผัดเสร็จลงไปในถาดโลหะที่เตรียมไว้รองรับ เพื่อไม่ให้หกเลอะเทอะ

เจ๊เอี่ยมทรุดกายนั่งลงอย่างเหนื่อยอ่อน บนเก้าอี้ภายในครัว หลังจากที่เด็กรับใช้ยกเอาถาดอาหารออกไปด้านนอกแล้ว

การเหนื่อยล้าทางกายไม่ได้เป็นสาเหตุที่ทำให้เจ๊เอี่ยมนั่งถอนใจเหมือนคนหมดแรง  เพราะชีวิตของเจ๊เอี่ยมลำบากมามาก กว่าจะมีร้านรวงที่เป็นหลักฐานของตนเองก็ฝ่าฟันมาหลายสิบปี   

 แต่เพราะหลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งการกินเจมาแล้ว  ลูกค้าที่มาอุดหนุนที่ร้านน้อยลงอย่างน่าใจหาย รายได้จากการขายอาหารเจเพียง สิบกว่าวันที่ผ่านมา   เท่ากับรายได้ปกติถึงสามสี่เดือน 

 

( รูปนี้เป็นเพียงภาพประกอบ ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสั้นนี้ )

แม้ว่า ร้านของเจ๊เอี่ยม จะเป็นเพียงร้านเดียวในย่านนี้ที่ ขายอาหารเจ ตลอดปี  ซึ่งในช่วงที่ไม่ใช่เทศกาลกินเจ ก็เป็นอาหารมังสวิรัติ  เพียงแต่ช่วงที่กินเจ แกก็เพียงปักธงเหลืองมีตัวอักษรที่เขียนว่า เจ บนถาดอาหารเท่านั้น  และเพิ่มเมนูที่ยอดนิยมเช่น ผัดหมี่เจ  พะโล้หมี่กึงที่รูปร่างทำเหมือนไส้หมู  เผือกทอด  ไช้เท้าทอด เต้าหู้ทอด  ซึ่งคนนิยมรับประทานกันมาก

ผักสดเสียอีก ที่กลับขายไม่ค่อยได้เพราะไม่มีใครกินกัน   ช่วงเทศกาลกินเจ   เจ๊จึงต้องจ้างคนงานเพิ่มขึ้นอีกหลายคน เพื่อรับมือกับลูกค้าที่มาทานอาหารเจตั้งแต่เช้าตรู่จนดึกดื่น  แกเองก็สงสัยว่าคนที่ไม่เคยทานอาหารรอบดึก ก็แวะมาทานอาหารเจบางครั้ง สี่ห้าทุ่มก็ยังมา 

ถ้าจะว่าไปก็เป็นการดีในช่วงเทศกาลนี้  ทำให้เงินสะพัด มีการจ้างงานเพิ่ม คนที่ตกงานยังพอมีรายได้อย่างน้อยก็ช่วงหนึ่ง

“เจ๊ แตกแบงค์หน่อย”

 เสียงตะโกนของเด็กหน้าร้าน ทำให้ต้องลุกขึ้นเอามือควานหาแบงค์ย่อยในกระเป๋า

วันนี้ลูกค้ายังน้อยเหมือนเคย  กับข้าวที่ทำเอาไว้ขาย เหลือทุกวัน  จะทำน้อยเพราะเสียดายที่ต้องทิ้ง ก็ทำไม่ได้ เพราะเมื่อวางหน้าร้านของมันน้อย   มันดูไม่ดี  ยิ่งทำให้แย่หนักไปกว่าเดิม

ยามที่ว่าง ก็อดฟุ้งซ่านไม่ได้ ชวนให้นึกถึงช่วงที่ขายดิบขายดี  นับเงินแทบไม่ทัน

 

“อ้าว  เฮียเม้ง  มื้อนี้เอาอะไรดี “

 เจ๊เอี่ยมเอ่ยทักลูกค้า ขาประจำช่วงกินเจ   ที่มาวันละหลายรอบ

“เอาพะโล้  และก็เผือกทอด  เอาแบบกรอบๆเลยนะ”

เสียงเฮียเม้งตอบกลับด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม

พร้อมกับพาร่างที่อ้วนท้วน  หย่อนก้นบนเก้าอี้หน้าร้าน  วันนี้แกมาทานที่ร้านนี้ เป็นครั้งที่ สี่แล้ว นี่คือมื้อดึก ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ที่ไม่ใช่ช่วงเทศกาลกินเจ   แกไม่เคยย่างกรายมาเลย

“วันนี้  มากินบุญ ตั้งสี่รอบแล้วนะ เฮีย” เสียงเจ๊เอี่ยมชวนสนทนา

“ฮ่า ฮ่า ช่วงนี้ได้ล้างท้องหน่อย ได้สุขภาพด้วย แถมได้บุญอีกต่างหาก   ก็เลยต้องตุนบุญเอาไว้”

“เฮีย เป็นคนใจบุญจริงๆ”

  เจ๊เอี่ยมถือโอกาสใส่ลูกยอ เข้าไปด้วย

แกนึกในใจ เออ เราขายบุญด้วยนะเนี่ย  นึกพลางก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ นึกถึงธนบัตรที่จะไหลเข้ากระเป๋าตนเอง ก็อดสุขใจไม่ได้

 

“เจ๊  ลูกค้าถามว่า วันนี้ มีจับฉ่ายไม๊”

เสียงตะโกนแทรกขึ้นมาจากหน้าร้าน  ทำให้เจ๊สะดุ้งตื่นจากฝันหวาน

“ไม่มี  ไม่ได้ทำ “

เจ๊ตะโกนสวนออกไป  ด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด   นึกในใจ  ที่มีก็ไม่ซื้อ จะซื้อแต่ที่ไม่มี     เรื่องมากนัก

“เสียอารมณ์”  แกสบถเบาๆ

อารมณ์เสียที่แทรกเข้ามาทำให้ แกนึกไปถึง  เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้น ในช่วงกินเจวันหนึ่ง

วันนั้นเป็นช่วงกลางวัน  เป็นวันที่ดูวุ่นวายมาก  ถนนหน้าร้านคลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ที่พากัน เบียดเสียดหาที่จอด เพื่อที่จะหาอาหาร เจ ทานกัน สภาพไม่ต่างอะไรกับการแจก อาหารฟรี  ทั้งที่ช่วงนี้ เจ็เอี่ยมคิดราคาอาหารแพงกว่าปกติหลายเท่า

เสียงแตรที่ดัง เสียงตะโกนสั่งอาหาร เสียงตะโกนให้เก็บเงิน  กลิ่นไอของน้ำมันทั้งที่อยู่ในกระทะ  และที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์  ผู้คนที่นุ่งห่มเสื้อผ้าสีขาว กับสีอื่นบ้างประปรายเบียดเสียดยัดเยียด เต็มหน้าร้าน   ทั้งหมดนี้ประกอบเป็นบรรยากาศที่พิสดารพันลึก

“โต๊ะนั้นว่างแล้ว รีบเข้าไป จองก่อน “

เสียงตะโกนร้อนรนดังจากปากชายวัยกลางคน ที่ดังจากภายในรถ หลังจากที่เปิดประตูรถให้ภรรยาและลูกอีกคน ลงมาก่อน  เพราะรถตนเองกำลังขวางทางคันอื่น  ที่กำลังบีบแตรไล่

“รอเค้า เก็บโต๊ะก่อน “เสียงผู้หญิงที่มาด้วยกันดังขึ้น

“ปัดโธ่  บอกว่าให้ไปยืนจองก่อน  พูดไม่รู้เรื่อง” เสียงดังจากชายที่ขับรถดังขึ้นก่อนที่รถจะเคลื่อนตัวออกเพื่อหาที่จอดอย่างกราดเกรี้ยว

“รีบไปเก็บโต๊ะก่อน เร้ว”   เจ๊เอี่ยมตะโกนสั่งลูกน้อง  ในขณะที่สองมือง่วนอยู่กับการตักอาหาร

เพียงไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น  ก็มีเสียงดังขึ้น ที่โต๊ะหนึ่งใกล้ประตู  ภาพคนใส่ชุดขาวกลุ่มหนึ่งกำลังยืนโต้เถียงกันอย่างหน้าดำคร่ำเคร่ง  ต่างอ้างสิทธิ์ที่ตนเห็นโต๊ะที่ว่างก่อน

ชายคนขับรถ ที่บอกภรรยาตนเองให้มาจองโต๊ะ  กับชายอีกคนที่มากับแม่ของตน ต่างไม่ลดราวาศอก 

“เอาละ  เอาละ ใจเย็นๆ  เดี๋ยวจัดที่นั่งให้จ้า ไม่ต้องทะเลาะกัน”  เจ็เอี่ยมเข้ามาไกล่เกลี่ยก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามไปใหญ่โต

“ต่างคนต่างมากินบุญกัน น้า   รับรองเดี๋ยวเจ๊จัดให้ครบทุกคน  ไม่ต้องแย่งบุญกันจ้า”

นี่คือสภาพที่ ต้องเผชิญ ในระยะเวลา สิบกว่าวัน  ที่แสนจะเหนื่อยกาย  ยามที่นั่งคิดถึงเหตุการณ์วันนั้น  เจ๊เอี่ยมยังไม่หายสงสัยว่า ลูกค้าสองเจ้านั้น จะได้บุญไปหรือเปล่า  เพราะแกไปวัด ก็เคยได้ยินพระสอนว่า บุญเป็นชื่อหนึ่งของความสุข   วันนั้นดูยังไงทั้งสองฝ่ายไม่น่าจะมีความสุขกัน

 

“เจ๊  น้าลออ ถามหาแน่ะ”

เสียงเรียกของเด็ก  ดึงเอาความคิดที่ล่องลอยของเจ๊ กลับสู่ปัจจุบันอีกครั้ง

“เออ รู้แล้ว เดี๋ยวออกไป”

น้าลออ  หญิงกลางคนที่ยังโสด  อายุน้อยกว่าแกหลายปี  เป็นลูกค้าเก่าแก่ ที่อุดหนุนแกมานานมาก  ตัวเจ็เอี่ยมเองก็สนิทสนมคุ้นเคยกับคุณแม่ ของคุณลออ   บ้านนี้มาซื้ออาหารจากแกบ่อยๆ

“อ้าว สบายดีหรือ  ไม่ได้มาตั้งหลายวัน เป็นไงบ้าง”  เจ๊เอี่ยมร้องทัก

“ก็สบายดีจ้า  พอดี ติดช่วงกินเจ เห็นคุณพี่ ยุ่งมาก ลูกค้าเยอะเหลือเกิน  เลยไม่ได้มาอุดหนุน”

“โถ แม่คุณ ทำไมไม่มาเล่า คนเยอะแค่ไหน  สำหรับลออ  เจ๊ยินดีบริการเสมอ  ว่าแต่ว่า  ช่วงนั้นคุณแม่เอาอะไรทาน”

เจ๊ถามขึ้นด้วยความห่วงใย  เพราะที่ร้านเจ๊เอี่ยม นอกจากมีข้าวเจ้าธรรมดาแล้ว  แกยังมีข้าวกล้องบริการด้วย

“ก็แล้วแต่สะดวกจ้า  เพียงแต่คุณแม่ไม่ได้ทานข้าวกล้อง  แกก็ท้องผูก ถ่ายยากอยู่  อีกอย่างแกติดใจข้าวกล้องที่คุณพี่หุง เคยหาข้าวมาหุงเอง  แกบอกว่ามันไม่อร่อย  แข็งไปบ้างแฉะไปบ้าง  กะลำบาก”

“งั้นวันนี้  เอาไปเผื่อสักสามถุงนะ  ทานได้ถึงเย็น “  เจ๊เอี่ยมเสนอ

“เอากับข้าวอะไรดี “

“พอดีเมื่อเช้า  ผัดผักเอาไว้ สองสามอย่าง คิดว่า จะเอาแต่ข้าวกล้องก็พอจ้า”

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวเจ๊ตักให้เลย”

หลังจาก ลออ ซื้อข้าวกล้องสามถุงกลับไปแล้ว  เจ๊เอี่ยมถือโอกาสนั่งอยู่หน้าร้าน  ใจก็นึกอิ่มเอิบที่ได้ขายอาหารที่คนซื้อต้องการ โดยเฉพาะคนที่ตนเองสนิท  คนที่ตนเองรัก

 

ใจก็นึกไป สายตาก็มองทอดไปหน้าถนน  ร้านเยื้องๆฝั่งตรงข้าม  เป็นร้านขายต้มเลือดหมู  เช้านี้ ลูกค้าพลุกพล่านมาก  ทั้งคนที่นั่งทาน  และ  คนที่ซื้อกลับบ้าน  เฮียเม้ง ลูกค้าที่มาทานที่ร้านแกตอนช่วงกินเจ วันละ สามสี่มื้อ  ก็นั่งอยู่ที่ร้านดังกล่าวด้วย  ส่วนหน้าร้านตนเองขณะนี้  มีเพียงตัวแกกับลูกจ้างอีกสองคนนั่งจับเจ่าอยู่

“ทำไม ไม่กินเจ ทั้งปี ให้มันรู้แล้วรู้รอดไป  ฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งรากงอกแบบนี้”

 ก้อนริษยามันแล่นขึ้นมาจุกแน่นหน้าอก   จนไม่อยากทนอยู่ให้ระคายเคืองลูกตา  เลยเดินเข้าไปหลังร้าน

เจ๊เอี่ยม ประสบกับอารมณ์อย่างนี้ทุกปี  หลังออกจากเทศกาลกินเจ  แกต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ถึงจะยอมรับสภาพที่เกิดขึ้นนี้  เพื่อรอคอยโอกาสที่จะเวียนมาอีกครั้งในเทศกาลหน้า

“เจ๊ครับ  มีคนมาขอซื้อข้าวกล้องถุงนึงครับ”

เสียงเด็กหน้าร้าน ถามมา  เพราะว่า แกไม่ค่อยยินดีที่จะขายข้าวกล้องเปล่าๆ ถ้าไม่ซื้อ กับข้าวในตู้ด้วย

“บอกเขาว่า ต้องซื้อ กับข้าวด้วย หรือไม่ก็ต้อง มานั่งกินที่ร้าน” แกตะโกนออกไป

“เขาบอกว่า จะเอาแต่ข้าวกล้อง  เพราะที่บ้านเขาทำกับข้าวเอาไว้แล้ว”

อารมณ์ ริษยา อารมณ์โกรธ ที่ยังคาค้างในใจเจ๊ ทำให้แกตะโกนออกไปอย่างขาดสติ

“บอกว่า ไม่ขาย ก็ไม่ขาย  พูดภาษาคนไม่รู้เรื่องหรือไง”

ความเงียบและความกดดันของบรรยากาศ เข้าครอบงำหลังสิ้นเสียงในเวลาไม่กี่วินาทีนั้น

...............................................................................................................................................

 

ปล. เรื่องสั้นนี้จบเพียงแค่นี้  ไม่มีตอนจบ ไม่มีบทสรุป  ไม่ได้วิจารณ์ประเพณีความเชื่อ  แต่วัตถุประสงค์เพียงให้ดูกระบวนการทำงานของจิต อันบุคคลผู้ไม่รู้ย่อมไหลตามสิ่งที่เข้ามาทางทวารทั้งหก อันประกอบด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ

สมเด็จพระบรมศาสดาได้ตรัสใน เขมาเขมสรณคมปริทีปิกาคาถา ความว่า

“มนุษย์ทั้งหลายเป็นอันมาก อันภัยคุกคามแล้ว ย่อมถึงภูเขาทั้งหลายบ้าง ป่าทั้งหลายบ้าง อารามและต้นไม้ที่เป็นเจดีย์ทั้งหลายบ้างว่า เป็น สรณะ    นั่นแลใช่สรณะอันเกษม นั่นใช่สรณะอันอุดม

เขาอาศัยอันนั่นเป็นสรณะแล้ว ย่อมไม่พ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้

ส่วนว่าผู้ใดถึงพระพุทธด้วย พระธรรมด้วย พระสงฆ์ด้วย เป็นสรณะแล้ว เห็นอริยสัจสี่ด้วยปัญญาอันชอบ คือทุกข์และตัณหาเป็นแดนเกิดขึ้นพร้อมแห่งทุกข์ และการก้าวล่วงทุกข์ และมรรคมีองค์แปดอันไปจากข้าศึก ให้ถึงพระนิพพานเป็นที่เข้าไประงับทุกข์ นี่แลเป็นสรณะอันเกษม นี่เป็นสรณะอันอุดมของผู้นั้น

ผู้นั้นอาศัยอันนี้เป็นสรณะแล้ว  ย่อมพ้นจากทุกข์ทั้งปวงได้”

ความหมายก็คือ คนเราย่อมหนีทุกข์หาสุข นี่คือธรรมชาติ เราไม่เข้าใจว่านั่นเป็นเพียงการหนีจากทุกข์หนึ่งไปหาสิ่งที่เป็นทุกข์น้อยกว่า ที่เรานิยามว่านั่นคือสุข   ชีวิตจึงต้องดิ้นรนหนีไปเรื่อยเพราะไม่เข้าใจคำว่าทุกข์คืออะไรให้แจ่มแจ้ง  ดังนั้นพระองค์จึงตรัส กิจหรือหน้าที่ต่อ ทุกข์คือ ให้ปริญญา ให้รู้ชัดให้รู้จัก ให้เข้าใจ ไม่ใช่ให้หนี หรือให้หลบ

การหนีและการหลบ สุดท้ายก็ต้องขออำนาจภายนอกที่ตนก็ไม่รู้ว่ามีจริงหรือไม่มีจริงมาเป็นตัวช่วย  ประเพณีและการบวงสรวงต่างๆจึงมีขึ้นมา จุดประสงค์ก็คือการขอ   ขออะไร?    ก็ไม่พ้นการขอที่ให้ตนอยู่รอดปลอดภัย มีอายุยืนนาน มีทรัพย์ใช้จ่ายไม่ขาดมือ มีสุขภาพแข็งแรง มีเกียรติยศไม่เสื่อมคลาย ขอให้คนที่ตนเองรักและผูกพัน ได้อยู่กับตนชั่วนิรันดร์

อันทรัพย์นั้น ได้มาจากการประกอบอาชีพที่ต้องอาศัยเทคนิควิธีการ   ไม่ว่าจากการทุจริตหรือสุจริต

 ยศบรรดาศักดิ์ย่อม ได้จากการแต่งตั้งตามค่านิยมของสังคมในแต่ละยุค

นี่คือเรื่องทางโลก ที่มีปัจจัยตัวแปรมากมาย แต่ไม่ว่าผู้ใดก็ตามทั้งที่สมหวังทั้งที่ผิดหวังในการดำเนินชีวิต ก็ต้องพบกับสิ่งที่น่ายินดีสิ่งที่ไม่น่ายินดี  ต้องมีการประสบสิ่งที่ไม่น่ายินดี  ย่อมต้องพลัดพรากจากสิ่งที่ยินดี เป็นธรรมดา  การรู้สัจธรรมของชีวิตที่แท้จริง รู้จักตนเองที่แท้จริง รู้โลก รู้ความแปรเปลี่ยนไปของโลก โลกในที่นี้ พระองค์ตรัสว่า ก็คือร่างที่กว้างศอกยาววานี่เอง  คือโลกภายใน รู้จิตใจตนเองว่าประกอบด้วย ธรรมที่เป็นกุศลหรือ อกุศล

 

การรู้แจ้งอย่างนี้เป็นการตื่นรู้ ดังคำสอนที่พระองค์ตรัสไว้ การตื่นรู้นี้ จากเรื่องราวที่เข้ามาทางทวาร หก ก็คือเรื่องราวและเราสามารถวางจิตใจเพื่อรับมือมันได้ ก็เหมือนบ้านเรือนที่มีประตูห้องหอแน่นหนา จิตที่ตื่นรู้ผ่านการอบรม ย่อมต้านทานอารมณ์ที่เปรียบเหมือนฝนสาดซัดเข้ามา  การควบคุมรักษาจิตไม่ให้สัดส่าย ก็ต้องปฏิบัติตรงที่เกิดปัญหาขึ้นมา นี่จึงเป็นการรู้แจ้งด้วยตน เห็นด้วยตน มีตนเป็นผู้ปฏิบัติ  สรณะทั้งสาม คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ จึงเกิดขึ้นที่นี่ ที่กายและจิตนี้  การรู้อกุศลจิตที่จรเข้ามาทุกครั้ง ก็ต้องอาศัย สติ สัมปชัญญะเป็นตัวกลั่นกรอง

อกุศลกรรมตัวหนึ่งที่เรามักมองข้ามและคิดว่านั่นคือสิ่งที่เป็นปกติ  คือ  อคติ สี่  ที่มีรากเหง้า มาจาก กิเลส สามกอง คือ ราคะ โทสะ โมหะ

อคติ สี่ประกอบด้วย ความลำเอียงเพราะรัก ลำเอียงเพราะชัง ลำเอียงเพราะกลัว ลำเอียงเพราะหลง  พระบรมศาสดาตรัสเรื่องนี้เพราะให้เราระมัดระวัง ในการประพฤติปฏิบัติต่อสังคม  ให้เราตัดสินที่พฤติกรรมที่บุคคลกระทำ  ไม่ใช่ไปตัดสินที่ตัวบุคคล

กรณี เจ๊เอี่ยม ตัวละครในเรื่อง เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน เช่นการที่จะขายหรือไม่ขายข้าวกล้อง

กุศลจิต กับ อกุศลจิต มันสามารถเกิดในทุกขณะจิต ยามที่กุศลเกิด อกุศลก็ดับ  ยามที่อกุศลเกิด กุศลก็ดับ  มันสุดแท้แต่ว่า จิตเราที่ต้องออกไปรับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา  เรามีสติเพียงพอ ที่จะจับมันทันหรือไม่  

ตรองดูที่ตนเอง ก็จะรู้ ว่าในวันหนึ่งๆ จิตเราแกว่งไปมามากมาย  ทั้งกุศล ทั้งอกุศล เกิดสลับไปมา ตามแต่อารมณ์ที่ผ่านทาง ตาบ้าง หูบ้าง นั่งมโนเอาบ้าง

ดังนั้นพระพุทธองค์จึงสอนให้ฝึกความเพียร ในการ

กำจัดสิ่งที่เป็นอกุศลที่เกิดแล้ว 

 ป้องกันไม่ให้อกุศลเกิด 

พยายามทำจิตให้เกิดกุศล 

กุศลที่เกิดขึ้นแล้วก็ให้ประคองและเพิ่มพูนยิ่งๆขึ้นไป

การดูจิต  ด้วยการฝึกสติให้ตามทัน จึงเป็นการปฏิบัติธรรม ที่ใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ  ที่เราไม่สามารถจะหลบปลีกวิเวกได้ เพราะการทำมาหากิน มันหนีไม่พ้นเรื่องราวเหล่านี้  

ความไม่รู้นี้ จึงนำพาชีวิตของเจ๊เอี่ยมต้องวนอยู่ในวงจรนี้อีกนานแสนนาน

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 30 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย from mobile วันที่ : 27/10/2015 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห29 แม่หมี ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 29 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 26/10/2015 เวลา : 11.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านจบแล้วเข้าใจเลยค่ะ เจกายแต่ใจไม่เจ

ทั้งเจ๊เอี่ยมและลูกค้าบางรายที่มาทะเลาะกันเพื่อแย่งเก้าอี้นั่ง

ชอบเรื่องนี้อีกแล้วค่ะ คุณหมอเขียนให้แง่คิด คุณณัฐฯก็เขียนให้แง่คิดภาษาไหลรื่น ชวนอ่าน บรรยายจนเห็นภาพตามไปด้วย
ชื่นชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 ณัฐรดา , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย from mobile วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 14.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห23 นายยั้งคิด ขอบคุณมากครับ ที่มาเยี่ยมบ่อยๆ

ความคิดเห็นที่ 27 ณัฐรดา , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย from mobile วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห19 ลิงเขียว ขอบคุณความเห็น ที่เป็นข้อคิด ผมคงกล่าวสั้นๆว่า ที่ทำน่ะถูกแล้วค่อยๆทำไป เรารู้ตัวเราดี เราตรวจสอบตนเองได้
การรู้การอ่านการฟัง แต่ถ้าไม่ปฏิบัติ มันก็มีค่าเท่ากับไม่รู้
ขอให้เจริญยิ่งในธรรมครับ
ขอขอบคุณ คุณณัฐรดา ที่มาช่วยตอบคำถามด้วยครับ ผมคงไม่มีอะไรเพิ่มเติมอีก

ความคิดเห็นที่ 26 ลิงเขียว , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขออนุญาตคุยกับคุณลิงอีกนิดค่ะ

เรื่องการไม่หวังผลบุญให้กลับมาตอบแทนตนนี้ การหวังไม่ผิดเพราะเป็นธรรมดาโลก เพียงแต่ต้องทราบว่าเพราะการหวังผลอันควรเป็นของตน จึงทำให้มีตัวตนวนเกิดไปรับผลต่อไป ส่วนการไม่หวังผลนั้น ต้องไม่หวังอย่างแท้จริง จริงๆค่ะ

น้องหญิงท่านหนึ่งบอกว่าเวลาทำบุญเธอไม่เคยอธิษฐานขออะไร เพราะรู้ว่าผลบุญจะคอยตอบแทน คอยอุดหนุนเธออยู่แล้ว เธอเข้าใจว่าเธอทำบุญโดยไม่หวังผลเนื่องจากหลังทำเธอได้ได้ตั้งจิตขอ อันที่จริง เธอไม่ได้สละ (จาคะ) ผลของบุญ ไม่ได้ฝึกการสละความเห็นว่าเป็นตนแต่อย่างใดค่ะ เธอเพียงแต่ “จอง” ผลเอาไว้ก่อน รอไว้ว่าเมื่อใดที่เธอต้องการ จึงจะขอให้ผลบุญที่เคยทำไว้ มาตอบแทนตัวเธอในตอนนั้น

การจองบุญก็ไม่ผิดค่ะ เพียงแต่ต้องรู้ให้ตรงสภาวะ ว่าเรายังทำบุญหวังผลอยู่ ไม่ได้ละอย่างแท้จริงแต่อย่างใดค่ะ

ความคิดเห็นที่ 25 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
นายยั้งคิด วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ชอบอ่านเรื่องต่างๆในบล็อกนี้ครับ มีสิ่งเตือนใจเสมอ

ความคิดเห็นที่ 24 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 06.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ยินดีตามกับคุณลิงเขียวอีกแล้วค่ะ
สำหรับงานทางใจที่กำลังทำอยู่

ความคิดเห็นที่ 23 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 05.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

ขอขอบพระคุณสำหรับคำชี้แนะค่ะคุณณัฐรดา
ลิงเขียนชื่อของคุณผิดไป ขอโทษนะคะ

ลิงจะสวดบทขอขมาและอธิษฐานจิตทุกคืน
และในบทสวดก็เหมือนมีขอหลายอย่าง
แล้วแบบนี้มันจะขัดแย้งกับการที่เราว่าจะไม่ขอโน่น..นี่...นั่น ไหมคะ?
พอลิงรู้มาว่า....หลังทำบุญไม่ควรขอ 10 ประการ
ลิงเลยบอกตนเองว่า[[ หยุดขอเถอะ ]] มา 3 วันแล้วค่ะ
ลิงขอแค่หน้าที่การงานค่ะ...
พอคิดว่าไม่เป็นไร จะได้งานหรือไม่ได้ ก็แล้วแต่อนาคต
พอคิดแบบนี้แล้ว หลังจากออกจากการทำสมาธิเลยนอนดื้อๆ..(เลิกขอ)
ก็สบายใจไปอีกแบบค่ะ
ว่าจะพยายามไม่ขอแล้วละค่ะ.....ทำบุญหวังผลแบบนี้น่าจะเป็นกิเลส
ลิงเขียวเลย.....จะลดการขอ
จะไม่ขอทุกครั้งอ่านะ...อิอิ


(นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ)
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต อุกาสะ ขะมามิ ภันเตะ

หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกิน บิดา-มารดา ครูบาอาจารย์
พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า
ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายรวมถึงผู้มีพระคุณ และท่าน
เจ้ากรรมนายเวร จะด้วยกาย วาจา ใจ ก็ดี

ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย
หากข้าพเจ้ามีเจ้าของในตัวติดตามมา ขออนุญาตมีคู่
มีครอบครัวได้เหมือนคนปกติทั่วไป ขอถอนคำอธิษฐาน คำสาบาน
ที่จะติดตามคู่ในอดีต ขอให้ต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระต่อกัน
ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร
ขอบุญบารมีในอดีตกาลที่ผ่านมาจน ถึงปัจจุบัน

จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว
ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้องจงเจริญด้วย
อายุ วรรณะ สุขะ พละ ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ

อุปสรรคใดๆโรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป
ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก
ทางธรรมตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ
หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้าไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม
ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาต
และคำสาปแช่งในทุกชาติ ทุกภพขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชน
ของเจ้ากรรมนายเวร ขอให้พ้นนรกภูมิพบแสงสว่างทั้งทางโลกทางธรรม
เทอญ ..
============


ลิง.....กำลังจะไปฟังเพลงสบายๆชิลๆค่ะ
บาย^^

ความคิดเห็นที่ 22 สมชัย , ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 04.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

คุณลิงเขียวคะ

ขออนุญาตตอบคุณลิงก่อนเจ้าของบล็อกในฐานะที่เป็นผู้ที่คุณลิงกล่าวถึง และในโอกาสที่เจ้าของบล็อกเธอยังไม่ตื่นนะคะ

เช้านี้ตื่นมา พอเปิดอ่านความเห็นในเอนทรี่นี้ เห็นความเห็นของคุณลิงที่สามารถอโหสิกรรมให้กับหมอแล้วก็อิ่มใจค่ะ นึกอนุโมทนาตาม เพราะไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยค่ะ ที่จะสามารถนำเรื่องที่ติดค้างอยู่ในใจนานหลายปี “ออก” ไปได้ โดยเฉพาะเรื่องนั้นๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับคนที่เรารัก เข้าใจว่าคุณลิงต้องใช้ความพยายามตามพิจารณาสาเหตุต่างๆเพื่อให้วางใจเป็นกลางได้เป็นอย่างมาก และต้องน้อมนำธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสเข้ามาในตนจริงๆ ต้องเมตตาตนที่ไม่อยากให้ใจตนตกต่ำด้วยความคิดจริงๆ จึงจะทำได้อย่างนั้น

ยินดีด้วยจริงๆค่ะ

ส่วนเรื่องของการขอพรหลังจากการทำบุญนั้น เนื่องจากเรารู้กันดีอยู่แล้วว่าบุญมีอานิสงส์อย่างไร การที่จะตัดใจไม่ขอรับอานิสงส์นั้นๆเพราะไม่อยากมี “ของตน” อันทำให้มี “ตัวตน” วนเกิดไปรับผลนั้น เป็นเรื่องที่ต้องพยายามอยู่นานมากค่ะ เพราะความที่เราทั้งหลายยังมีความยึดมั่นในตนกันอยู่ แม้อาจจะคลาย “การยึดมั่นในความเห็นว่าเป็นตน” ได้ แต่ก็ยังคลาย ”การยึดมั่นในตน” ตามความเห็นนั้นไม่ได้ค่ะ ขนาดพระโสดาบันยังมีรัก โลภ โกรธ หลง เพราะยังมีความยึดมั่นในตนอยู่ (เพียงแต่บางลงกว่าบุคคลทั่วไป) แล้วประสาอะไรกับเราๆ ที่ยังไม่บรรลุธรรมขนาดนั้น จะไม่มีความรักในตน ในของตน ล่ะค่ะ

มีคำตรัสของพระพุทธเจ้าถึงการรักตนว่า ถ้ารู้ว่าตนเป็นที่รัก ก็พึงรักษาตนนั้นไว้ ให้เป็นตนอันตนรักษาดีแล้ว มองว่านี่น่าจะมาจากการที่ทรงทราบว่า แม้จะน้อมธรรมเข้ามาในตน แต่ก็ยังไม่บรรลุธรรมพอที่จะไม่ยึดมั่นในตน เมื่อมีตน ก็ยังมีความรัก จึงควรรักตนไปในทางที่ถูกธรรม ในทางที่จะให้อยู่สุขในปัจจุบัน และไม่มีผลแปรเป็นทุกข์ภายหลัง

เคยมีหลายท่านถามดิฉันเกี่ยวกับเรื่องการขอผลหลังการทำบุญ เพราะแม้จะรู้ว่าการขอไม่ดี แต่ก็ยังอยากขออยู่เพราะรู้สึกว่าไม่ขอแล้วไม่สบายใจ ดิฉันมักตอบว่า ว่านี่เป็นเรื่องปกติของคนเราที่ยังมียึดในความเห็นว่าเป็นตนอยู่ เมื่อมีตนก็อยากให้สิ่งดีๆเกิดขึ้นกับตนโดย อีกอย่าง การหวังผลหลังทำบุญก็ไม่ได้เลวร้าย เพราะทำให้มีการแบ่งปัน การช่วยเหลือเจือจานกันในสังคม ไม่ควรโทษตัวเองที่กำลังขึ้นบันไดอยู่และยังขึ้นไม่ถึงขั้นสูงสุด ตรัสว่าบุญเป็นชื่อของความสุข เป็นเครื่องชำระบาป ดังนั้น หากเราทำบุญแล้วเกิดความสับสน ไม่สุขใจ เราจะมั่นคงในการทำบุญอันเป็นเครื่องชำระบาปได้อย่างไรกันคะ

เพียงแต่... เมื่อทำบุญไปได้สักสิบครั้ง ขอให้มีสักครั้งที่ไม่ขอผลอะไรๆเลย ทำเพื่อหวังเพียงความสุข ความพ้นทุกข์ จะเกิดแก่เขา โดยไม่ต้องการผลตอบแทนใดๆกลับมาสู่ตัวเรา เราส่วนใหญ่จะรู้สึกได้ว่าใจเปี่ยมสุขหลังการทำบุญ หลังการขอผลจากการทำบุญ เมื่อใดที่รู้สึกว่าการไม่ขอผลก็ให้ความสุขแก่ใจได้ไม่แพ้กัน หรือ มากกว่าเพราะสามารถเอาชนะใจที่บุคคลเอาชนะได้ยากได้ ก็ขอให้ลดจำนวนครั้งที่ทำบุญแล้วขอผลลง เพิ่มการทำบุญอย่างบริสุทธิ์ใจให้มากขึ้น เพียงเท่านี้ เราก็จะรับอานิสงส์ของบุญได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหน

อีกทั้งการฝึกในอย่างหลัง ยังทำให้ค่อยๆคลายความยึดมั่นในของตนลง โอกาสที่จะวนเกิดไปรับผลของบุญก็ลดลง ก็... เราๆก็ทราบอยู่แล้วนี่คะ ว่าการเกิดเป็นทุกข์ เพราะในชีวิตเราต้องพบทั้งทุกข์และสุข แต่ทุกข์มีมากกว่าสุขเสมอ

ขอบพระคุณคุณลิงมากๆเลยนะคะ ที่เมตตาเล่าเรื่องอันชวนให้มีกำลังใจแก่ตนมากขึ้นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 สมชัย , นายยั้งคิด และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ลิงเขียว วันที่ : 21/10/2015 เวลา : 00.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ



อ่านจบลงไปแล้ว พฤติกรรมของเจ๊เอี่ยมมีอยู่ในตัวลิงนะ
เมื่อก่อนขายเสื้อผ้า แม้จะไม่ใช่ของตัวเองแต่พอเห็นร้านข้างๆขายดิบขายดี
แอบมีอิจฉา ซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องปกติของปุถุชนคนธรรมดา
ก็เราอยากขายได้บ้าง เพราะจะได้คอมมิชชั่นเพิ่มอะไรงี้
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่เคยแช่งให้ร้านที่ขายดีกว่าเราเจ้งนะ!!
ไม่ได้มีความคิดที่แย่ขนาดนั้น
แต่นิดนุง....อยากได้เงินเดือนเยอะๆอะ

พอมาเห็นอารมณ์บ่นปนอิจฉาของเจ๊เอี่ยมเลยเข้าใจเจ๊แกเป็นอย่างดี
ว่าไปแล้ว แค่ไม่กี่ย่อหน้า
ลิงเขียวกลับรู้สึกว่า เจ๊เอี่ยมปากหวานแกมขี้บ่น
คือเห็นเจ๊พูดเอาใจลูกค้าและลออ...อะ เลยคิดว่าแกปากหวาน
พอเจอแกโหมดไม่ขายข้าวกล้อง....ขี้บ่นและขี้พาลจังวุ้ย
จริงๆแล้ว...แม้ลูกค้าจะซื้อแค่เล็กๆน้อย ถ้าเรายอมขาย
เงินเล็กน้อยในวันนี้สะสมไปเรื่อยๆก็เยอะเนาะ
ถ้าเกิดว่าลูกค้าคนนี้มาเป็นลูกค้าประจำที่ซื้อข้าวกล้องทุกวัน มันก็คงดีแหละน่า...

ตามหลวงปู่ดู่ บอกเอาไว้
[[ หมั่นปฏิบัติเข้าไว้ ตราบใดที่ยังกินข้าวก็ให้ทำ
เมื่อไม่กินข้าวแล้วค่อยเลิกทำ นั่นคือ ตาย]]
เวลาลิงขี้เกียจกับการจะนั่งสมาธิมักจะนึกถึงคำพูดนี้เสมอ
เลยสะดุ้งทุกครั้ง เหอๆ

เจ๊เอี่ยม....อันที่จริงแกขายของไม่ค่อยดี
น่าจะเอาเวลานั่งตบยุง....มาท่องพุท-โธ....
อาจมองเห็นร้านเฮียเม้งฝั่งตรงข้ามที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่ากลายเป็นวัดวาอารามที่สวยงามก็เป็นได้
คนเราอะ.....ถ้าฝึกมาธิบ้าง นั่งฟังธรรมบ้างจะใจเย็นลงได้


ลิงจะเล่าให้ฟังว่า
เคยไปเขียนเม้นท์ที่บล็อกคุณนัฐรดา เกี่ยวกับการเสียชีวิตของคุณแม่ ที่ลิงเขียวโยนความผิดให้หมอที่รักษาแม่ แบบหมอเลี้ยงไข้
คุณนัฐรดาให้ข้อคิดมาเยอะ
ลิงเลยตัดสินใจให้อภัยคุณหมอ เพราะลิงอยู่กับความเสียใจและโทษเป็นความผิดของคุณหมอมาหลายปีมาก น่าจะ 6 ปี
ผ่านมาน่าจะ 2-3 เดือนได้แล้วมั้ง....ลิงทำใจอโหสิกรรมให้คุณหมอท่านนั้นแล้วค่ะ
อิอิ

การฟังธรรมแค่ชั่วโมงเดียวเปลี่ยนชีวิตไปมากมายเหลือเกิน
อยากให้เจ๊เอี่ยม.....ฟังธรรมะบ้างไรบ้าง
จะได้คิดว่า...[[ มีเกิด มีดับ มีพบ มีจาก ]]
อย่างขายเจไงคะ....
เป็นไปไม่ได้ที่จะให้มีการกินเจทั้งปี
วงจรทั้งชีวิตคนและสัตว์เปลี่ยนไปแน่ๆห่วงโซ่อาหารก็จะเปลี่ยนไป
คนทำมาค้าขายกับสัตว์ก็จะลำบาก
แต่เอ๊ะ.....ถ้าไม่กินเนื้อสัตว์เลยเนี่ย.. จะขาดสารอาหารรึเปล่านะ?




เจ.....ลิงไม่กินค่ะ
....ทำงานนวด. พอกินเจแล้วเหมือนไม่มีเรี่ยวแรง
อยู่ต่างประเทศด้วย เลยลำบากเข้าไปใหญ่
เคยกินปีที่แล้วอยู่ 5 วันได้.....เกือบแย่
ทำกับข้าวใส่แค่เกลือกับซอสเห็ดหอม.....จะบ้าตาย
เลยคิดว่า....[ ไม่เอาแว้ววววว ]]
วันไหนมีลูกค้าเยอะ....แบตหมด...555
แต่ถ้าลิงอยู่ไทยลิงกินค่ะ.....เพราะซื้อกับข้าวน่ะ
และกับข้าวเจก็อร่อยมากๆ
คือ.....พยายามจะบอกว่า [[ห่วยแตกในการทำกับข้าวเจ]]
ทำเอง....กินเอง...ก็แย่!!! เอิ๊กๆ


ลิง.....เพิ่งทราบมาเลยค่ะว่า
เวลาขอพรพระอย่าขอใน 10 ข้อนี้
1.ไม่ขอให้ไร้โรคภัย
2.ไม่ขอให้การงานราบรื่น
3.ไม่ขอให้ใจสงบ
4.ไม่ขอให้ตนเองได้ผลประโยชน์เพียงฝ่ายเดียว
5.ไม่ขอให้ไร้มารผจญ
6.ไม่ขอให้ทุกสิ่งสมหวังดังใจ
7.ไม่ขอชื่อเสียงลาภยศ
8.ไม่ขอให้ใครทดแทนคุณ
9.ไม่ขอให้เจอแต่ความยุติธรรม
10.ไม่ขอให้ถูกหวยรวยแชร์


ทั้ง 10 ข้อ
ลิงทำมาหมดแล้ว....เอิ๊ก

คือลิงอยากจะทราบว่า
ถ้าเราจะขอต่อไป....มันจะผิดมากไหม?
มันเหมือนว่า. ถ้าเราขอ เราจะสบายใจ
ุุ้้ถ้าไม่ขอมันจะวิตกกังวล


คือ....ลิงฟังหลวงปู่ดู่บอกมา

เวลาจะขอพรพระ ขอว่าอย่างนี้
[[ ขอให้ข้าพเจ้าประสบแต่ความดี ปราศจากความทุกข์]]
หลวงปู่บอกว่า....ขอเท่านี้ครอบคลุมไปหมดแล้ว
เวลาลิงจะขอพรหลังสวดมนต์เลยจะขอแบบนี้ค่ะ
และเวลาไปอวยพรวันเกิดให้เพื่อนๆก็ขอแบบนี้มาตลอด

แล้วการขอแบบนี้เลยมาขัดแย้งกับการอย่าขอ 10 ประการ


ซึ่งลิง.....คงจะยึดหลักคำสอนของหลวงปู่ดู่ พรหมปัญโญ
ต่อไป.....
หรือลิงเขียวจะเลิกขอพรนะ....
เพราะตั้งแต่รู้การห้ามขอมาไม่กี่วัน. ลิงเลยเลิกขอไป



ลิง.....สับสนแฮะว่า
ปฏิบัติธรรมเพื่อหวังอะไร?
โอเค....ใจสงบขึ้นบ้าง เลยหมั่นทำ
พอขี้เกียจ....ไม่อยากทำก็กลัวไม่ได้บุญ....เลยสับสน
งืมๆ


ไม่ว่าจะอย่างไร....ลิงก็ยังคงยึดมั่นถือมั่นปฏิบัติธรรมต่อไปค่ะ
ฮึบ!!!

เขียนเรื่องสั้นปนธรรมะอย่างนี้...อ่านสนุกเพลิดเพลินจำเริญจิต..^^

เอวัง.....ก็มีด้วยประการละฉะนี้แล....:)

ความคิดเห็นที่ 20 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห18.ภาษาไทย ขอบพระคุณที่มาเยี่ยม และตรวจการบ้านให้ด้วย รีบไปแก้ไขทันทีเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 19 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห17.สิงห์นอกระบบ ขอบคุณครับ ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ครับ เพราะเป็นการเปลี่ยนแนวการนำเสนอในเรื่องศาสนา ยังอยู่ในขั้นทดลองดูก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 18 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ภาษาไทย วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/snowy

อ่านแล้วสนุกดีค่ะ ได้ข้อคิดมากมาย
เจ๊เอี่ยมเธอมีภาระเยอะ อาจไม่ได้เรียนรู้ในการฝึกจิตอะไร ก็เลยแกว่งตามอารมณ์ที่เข้ามากระทบทุกขณะ
ขึ้น ๆ ลง ๆ รู้แต่ว่าเธอต้องการมีรายได้เพียงพอ ไม่ได้สนใจว่าอาหารที่ทำตรงกับความต้องการของตลาดหรือไม่ เมื่อไม่ตรง คนส่วนใหญ่นอกเทศกาลเจ ก็ไม่ค่อยมีคนกินมังสวิรัตกันมากนัก ย่อมขายได้น้อยเป็นธรรมดา เมื่อมีคนมาซื้อข้าวกล้องก็อารมณ์แกว่งไม่ขายซะอีก
นอกจากขายอาหารมังสวิรัตที่เธอคิดว่าคนกิน "ได้บุญ" คนขายก็ "ขายบุญ" แล้ว เธอควรอ่านธรรมะบ้างคงดี อิอิ ... คนทั่วไปที่เป็นแบบนี้ก็มีมากมายค่ะ

ขอบคุณเนื้อหาที่แฝงข้อคิดค่ะ

ปล. ขออภัยที่ตาไปเห็นส่วนนี้ค่ะ (ส่วนสีแดง)
...ส่วนว่าผู้ใดถึงพระพุทธด้วย พระธรรมด้วย พระสงค์ด้วย เป็นสรณะแล้ว ...

มีคำพิมพ์ผิด 1 ตัวนะคะ

ความคิดเห็นที่ 17 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 19.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ชอบครับ รวมเล่มแล้วบอกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 16 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 17.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห13 INDYLOVE ขอบคุณครับ น้องติ๊ก เรื่องการดูจิตนี้ ต้องค่อยๆไปครับ แรกๆอาจหลุด จนกระทั่งก้าวล่วงออกมา ไปเรื่อยๆเริ่มจากการหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจเป็นเหตุ ปลูกฝังความเมตตาตนเองให้ได้ มีเรื่องต้องดูตนเองว่า เราเมตตาเขาไม่พอหรือเปล่า
รู้ตัวหลังเกิดเรื่อง ยังดีกว่าไม่รู้ตัวแล้วทำอย่างเดิมอีก จนกระทั่ง รู้ตัวในขณะเกิด แบบนี้ชีวิตเราจะง่ายขึ้นเยอะ
โทสะเป็นกิเลส ที่เกิดเร็ว แต่สามารถ คลายได้ ฝึกได้ง่ายกว่า
ราคะ หรือ โลภะ เสียอีก โทษน้อย แต่ละยาก
ส่วนโมหะ ความหลง ไม่ต้องพูดถึง ละยากที่สุด ในบรรดากิเลส สามกอง
เรายังมีเวลาค่อยๆฝึกไปครับ รู้ตัวดีกว่าไม่รู้ตัว แล้วปล่อยให้ กิเลส มารั่วรดตนเอง

ความคิดเห็นที่ 15 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห12. ทางแก้ว พี่เองก็ควรทานนะครับ แต่ขอให้เป็นเจ ชนิดที่เน้นผักสด และพึ่งพิงการปรุงแต่งให้น้อยที่สุด มันเป็นประโยชน์จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 14 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 17.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห11.ยามครับ เรื่องไอนี้ ถ้าหนักมากๆ กินชวนป๋วยจนหมดก็ไม่มีผลครับ เสียเงินเปล่า ผมเคยเป็นมาแล้ว ไอจนไม่ต้องนอน เอายาพ่น คาร์มิโลซาน ที่พ้นแล้วชาคอ พ่นทั้งคืน ชวนป๋วย ขวดนึงหมดภายในคืนเดียว ต้องฉีดยาระงับครับ ทางเดียวที่เอาแบบอยู่หมัด
มีอีกวิธี ที่ได้ผลแต่ยากที่จะทำ เคยลองทำแล้ว ยากจริงๆ คือ ใช้ผง ฟ้าทะลายโจร ชุบที่นิ้ว แล้วล้วงเข้าไปในคอ กวาดทั่วคอหอยครับ รับรองมีสิทธิ์ขยอก แต่ระงับการไอ ได้เป็นชั่วโมง

เรื่องที่ไปซื้อยาแล้วเกิดเหตุการณ์นั้น น้องยามครับทำได้ดีมากเลยครับ คอยยับยั้งอกุศลที่กำลังเกิด หรือที่เกิดแล้วให้ดับ นี่คือ สัมมัปปธานสี่ ที่จิตเรามีขึ้นมา เป็นการเจริญในอริยวินัยโดยแท้
คนขายเขาก็ปลูกฝังกิเลสที่พอกพูนขึ้นมาเอง ทั้งปฏิฆะ ทั้งดูหมิ่น ทั้งโลภ แถมยังก้าวล่วงออกมาอีก
ส่วนความคิดเกี่ยวกับการกินเจ ปีหน้า โดยเฉพาะรูปแบบนั้น ดีมากเลย ยิ่งถ้าทำได้ ตลอดปี จะเป็นคุณต่อร่างกายอย่างมาก ได้บุญไม่ได้บุญ ไม่ต้องไปคิดไกล สุขภาพได้แบบเห็นๆครับ
ขอให้รักษาสุขภาพ ด้วยนะครับ
ผมกำลังหาเวลา ที่จะลงเรื่องการดูแลสุขภาพตนเองอยู่เหมือนกัน มีแต่โครงเรื่อง ยังหาเวลาเหมาะไม่ได้สักที

ความคิดเห็นที่ 13 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
INDYLOVE วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 14.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loveindy
บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับความทรงจำความประทับใจ ประสบการณ์ในการท่องเที่ยว และอาหาร

สวัสดีค่ะ พี่หมอ ^___^"

ปล. เรื่องสั้นนี้จบเพียงแค่นี้ ไม่มีตอนจบ ไม่มีบทสรุป ไม่ได้วิจารณ์ประเพณีความเชื่อ แต่วัตถุประสงค์เพียงให้ดูกระบวนการทำงานของจิต อันบุคคลผู้ไม่รู้ย่อมไหลตามสิ่งที่เข้ามาทางทวารทั้งหก อันประกอบด้วย ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ

กุศลจิต กับ อกุศลจิต มันสามารถเกิดในทุกขณะจิต ยามที่กุศลเกิด อกุศลก็ดับ ยามที่อกุศลเกิด กุศลก็ดับ มันสุดแท้แต่ว่า จิตเราที่ต้องออกไปรับเรื่องราวที่ผ่านเข้ามา เรามีสติเพียงพอ ที่จะจับมันทันหรือไม่

การดูจิต ด้วยการฝึกสติให้ตามทัน จึงเป็นการปฏิบัติธรรม ที่ใช้ในชีวิตประจำวันจริงๆ ที่เราไม่สามารถจะหลบปลีกวิเวกได้ เพราะการทำมาหากิน มันหนีไม่พ้นเรื่องราวเหล่านี้...

พยายามฝึกอยู่เหมือนกันค่ะพี่หมอ แต่ตามไม่ค่อยจะทันเลย ไวมากๆ
มาคิดได้ก็ตอนที่ผ่านไปแล้วทุกที เหมือนเล่นเกมไล่จับเลยค่ะ จะพยายามต่อไปค่ะ

อ่านเรื่องสั้นของพี่หมอแล้วได้ข้อคิดมากมายเลยค่ะ อ่านจนจบแล้วก็พิจารณาเห็นจริงตามพี่หมอ
และภาพคำคมที่เป็นข้อคิดที่นำมาประกอบทำให้เข้าใจง่ายขึ้นอีกด้วยค่ะ
ติ๊กอ่านแล้วก็จุดประกายความคิดอยากไปอ่านเรื่องสั้นที่ดีๆ ที่สอดแทรกธรรมมะให้แง่คิดดีๆ
แบบนี้ให้แม่ฟังเลยค่ะ เท่ากับมีหนังสือดีๆ ไปอ่านให้แม่ฟังด้วยค่ะ
ขอบคุณพี่หมอมากค่ะ เขียนได้ดีและมีประโยชน์มากเลยค่ะ แล้วจะตามอ่านเรื่องต่อๆ ไปนะคะพี่หมอ

ความคิดเห็นที่ 12 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ทางแก้ว วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

เดี๋ยวเขากินเจกันทุกบ้านเลยน่ะครับ
ถือว่าเป็นการเพิ่มทางเลือกแล้วกัน

ความคิดเห็นที่ 11 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ยามครับ วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

ป่วยครับ ช่วงนี้ ว่าจะนอนฟังธรรมะท่านพุทธทาสสบายๆ ก็นึกได้ว่าคุณหมอเขียนเรื่องสั้นวันอาทิตย์ไว้ ยังไม่ได้อ่าน ต้องมาอ่านสักหน่อย

เป็นเรื่องที่บอกถึง สภาวะ จิต ได้ดีมากๆครับ อะไรมากระทบก็วูบวาบ ถ้าไม่รักษาสภาพจิตใจไว้ เป็นได้เตลิดเปิดเปิงไม่มีชิ้นดี

ผมเป็นหวัดและไอถึงขนาดอาเจียน ทีแรกแวะไปรับยาห้องพยายาลบาล ต่อมาเห็นว่ายังไม่ทุเลาก็เลยไปหาหมอ ได้ยาฆ่าเชื้อ ยาบรรเทาอาการหวัด แต่ยังอยากได้ยาแก้ไอแบบที่ต้องไปหาซื้อเอง หมายตายี่ห้อ ชวนป๋วยปี่แป๋โหล่ว ขนาดใหญ่ไว้ บังเอิญร้านประจำซึ่งขายราคาเพียง 80 บาท ปิด เลยไปอีกร้าน

คนขายบอกราคา 115 ผมก็เลยบอกว่ายังไม่เอา ขอยี่ห้ออื่นที่ถูกกว่า (แต่ก็แพงอยู่ดี) เพื่อไม่ให้เสียน้ำใจคนขายกัน ผมเพิ่งไปซื้อครั้งแรก เสียงคนขายบ่นว่า "ซีเรียสเรื่องราคาเน๊าะ แล้วก็มาถามหาเสียขนาดใหญ่เลย" เธอพูดออกมาดังพอได้ยินทุกคำพูด ผมในฐานะคนซื้อ อาจจะบอกเธอว่า นี่ผมมาซื้อนะครับ ไม่ได้มาขอ หรือ จะบอกว่า ร้านข้างกัน เขาขาย 90 นะครับ แต่ก็ไม่ได้พูด เพราะคิดว่าผมรักษาอารมณ์ของผมดีกว่า

ออกมาจากร้าน ผมยังใช้เวลาในการปรับสภาวะจิตใจทั้งนาน ทั้งเมตตาเธอ ทั้งบอกตัวเองว่า อย่าโกรธ ไม่เอาโกรธ

เมื่อวานแวะร้่านประจำ นอกจากเขาถามว่าผมกินยาอะไรบ้าง ก็เอาออกมาให้เขาดู แล้วบอกว่า ยาเม็ดมีแล้ว อยากได้ยาแก้ไอแบบน้ำ ปกติผมชอบ ชวนป๋วยปี่แป๋โหล่ว (ซึ่งราคาแพง พอๆกัน) แต่คนขายบอกว่า เอาอีกตัวดีกว่า เพราะมีฤทธิ์มากกว่า โดยรวม ผมกลับจ่ายเงินถูกกว่า ได้ยาตรงกว่า

จากที่ไอจนหน้าตาแดง ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากครับ

เรื่องกินเจ ผมไม่ได้กินเจ แต่ที่บ้านเขาจะกินกันทั้งบ้าน แต่ผมต้องสนับสนุนค่าใช้จ่าย พอผมไม่กิน น้องสาวก็ถือโอกาสไปซื้อกับข้าวถุงมา อาหารเจ แพงทุกอย่างจริงครับ กับข้่าวถุง 30 - 50 บาท ปริมาณนิดเดียว แถมไม่อร่อยอีกต่างหาก

เอิ่ม ทำไมมีแต่โปรตีน แป้ง น้ำมัน ล่ะครับ? ผมตั้งข้อสงสัย ทำไม เราไม่กิน ผักย่าง ข้าวผัดเจ น้ำพริกเจ ผัดสด สลัดรวมมิตรเจ ว่าแล้วผมก็ได้ความคิดใหม่ ปีหน้า ผมจะกินเจด้วย แต่อาหารต้องทำเอง ปรุงเจ เพื่อสุขภาพ ไม่ใช่ฝากท้องข้างนอก ทัิ้งแพง ทั้งไม่ค่อยมีคุณค่าทางอาหาร (อันนี้ผมเห็นเองนะครับ ตามสถานที่ที่ผมไปดู)

ความคิดเห็นที่ 10 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห6.ลิงเขียว

ความคิดเห็นที่ 9 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห5 Sleepypanda ขอบพระคุณครับที่มาเยี่ยม
เจ๊เอี่ยมเป็นตัวละครตัวหนึ่งที่ผมหยิบมาสะท้อน ชีวิตของพวกเราทุกๆคน ถ้าเรามาตรองดูที่ตน เราจะพบว่า เราก็มีส่วนเช่นนี้ อคติ เพราะรัก อคติเพราะชัง พวกเดียวกันทำอะไรก็ไม่ผิด ให้อภัยกันได้ คนละพวกต่อให้ทำถูก ก็ไม่สรรเสริญ
การยึดถืออะไรผิดๆ เพราะความมุ่งหวังที่จะได้ผลตอบแทน ดังเช่นเฮียเม๊ง หรือ คนชุดขาวที่ทะเลาะกัน เพราะแย่งโต๊ะ ทุกคนไม่ได้สำรวจสภาวะจิตตนเองขณะนั้น ปล่อยให้กิเลสตัณหายึดติดกับสิ่งที่เห็นสิ่งที่รู้ สิ่งที่เป็นทิฏฐิยึดมั่นของตน จึงพากันขุ่นใจจนก้าวล่วงซึ่งกันและกัน
ดังที่ผมสรุปใน ปล. ตอนท้ายเรื่อง เรื่องนี้เพียงให้เข้าใจสภาวะจิตใจคนเราก็มักเป็นกันแบบนี้ แต่เรามักไม่รู้ตัว เพราะเรามองออกนอก จึงเพ่งโทษผู้อื่น ไม่มาดูที่ตนเองว่าเหตุที่คิดที่ทำเช่นนี้ อะไรมาเป็นแรงที่นำพาเราไปเช่นนั้น

ความคิดเห็นที่ 8 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 08.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห4.Cat@ มันเป็นประเพณีในแต่ละถิ่นครับ อย่าไปยึดติดว่าบาปไม่บาป บุญไม่บุญเลยครับ ชั่วขณะจิตหนึ่ง ที่ปรุงกุศลหรือ อกุศล นี่สำคัญกว่ามากนัก

ความคิดเห็นที่ 7 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 08.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห3. คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว ดีแล้วครับ ทานเพื่อสุขภาพดีที่สุด อย่าไปยึดติดอะไรมากมาย เดินสายกลางครับ

ความคิดเห็นที่ 6 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 06.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ

ลิงเจิมก่อนนะคะ

พรุ่งนี้มาจัดหนักแน่นอนค่ะ...แต่ถ้านอนแล้วก็ไม่แน่ อิอิ
ล้อเล่น.....ลิงชอบอ่านเรื่องสั้น
แล้วเจอกันค่า^^

ความคิดเห็นที่ 5 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
Sleepypanda วันที่ : 20/10/2015 เวลา : 01.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sleepypanda

สวัสดีค่ะคุณสมชัย

อ่านทุกตัวอักษรเลยค่ะ เขียนบรรยายจนตัวเองวาดภาพเห็นเจ๊เอี่ยมใช้ตะหลิวเคาะกระทะตอนเปิดเรื่องไปจนถึงเจ๊เอี่ยมหน้าบูดตอนจบเรื่อง
ให้ข้อคิดได้ดีเลยค่ะ สำหรับคนที่ทำอะไรแค่เปลือกแต่ไม่ได้เข้าใจถึงหัวใจของพิธีกรรมนั้นๆ อย่างเจ๊เอี่ยมนี่จะเรียกว่ามือถือสากปากถือศีลได้ไหมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
Cat@ วันที่ : 19/10/2015 เวลา : 16.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

อยู่เยอรมัน ไม่ได้กินเจ แต่กินเนื้อสัตว์น้อย

ขอโมทนาบุญ กับสัตว์ทั่งหลาย ทีไม่ต้องจบชีวิตในช่วงเจ

ความคิดเห็นที่ 3 ลิงเขียว , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
คนปทุมรักสุขภาพและครอบครัว วันที่ : 18/10/2015 เวลา : 22.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jarinasa

หลังออกเจ ผมก็พยามยามทานอาหารที่เป็นเจอยู่ครับพี่สมชัย ทานแล้วสบายร่างกายดีครับ

ความคิดเห็นที่ 2 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 18/10/2015 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1.พรายพิลาศ ขอบคุณครับที่มาเยี่ยม และความเห็นที่เป็นข้อสรุปอันเป็นประโยชน์ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 ลิงเขียว , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
พรายพิลาศ วันที่ : 18/10/2015 เวลา : 13.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/prypilas

สวัสดีครับคุณหมอ
อาหารเป็นได้ก็แต่เพียงสิ่งบำรุงร่างกาย ดังที่มีคำพูดว่า "กินอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น"
เพราะพฤติกรรมการกินของเราจะสะท้อนออกมาให้เห็นทางร่างกาย
ส่วนจิตใจหากไม่หมั่นชำระให้แจ่มใส จะกินหรือไม่กินอะไรก็ไม่มีผล
ชื่อเรียกเทศกาลนี้ก็บอกอยู่ว่าเป็น "เทศกาลถือศีลกินเจ" ไม่ใช่ "เทศกาลกินเจ" อย่างเดียว
ชอบเรื่องนี้ครับ


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน