*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 240087
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< พฤศจิกายน 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 21 พฤศจิกายน 2558
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 2360 , 05:57:50 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 14 คน MephistoWitchy , SW19 และอีก 12 คนโหวตเรื่องนี้

อาหารจานทิ้ง

โดย สมตา

เสียงริงโทนเรียกเข้าปลุกวรรณศิริให้ตื่นจากฝันร้าย  เธอป่ายมือเปะปะไปตามหัวเตียง  พอคว้าโทรศัพท์มือถือได้ก็ปาดหน้าจอเพื่อรับสาย หลังจากส่งเสียงงัวเงียลงไปได้สักครู่ จึงค่อยๆลดมือลงข้างกายช้าๆ

“บ้าจริง”

เธอว่าตนเองเบาๆ

มือที่ยังคงถือโทรศัพท์สั่นน้อยๆขณะที่ค่อยๆคลายปลายนิ้ว เธอวางโทรศัพท์ลงบนที่นอนก่อนจะเลื่อนมือไปสัมผัสพื้นที่ว่างเปล่าใกล้ตัวไปมา

อนิจจา ในความเป็นจริงนั้นโหดร้ายกว่าในฝันมากนัก แม้เธอจะฝันเห็นชีวินเดินหนีไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า เห็นตัวเองร้องไห้จนขอบตาบวมช้ำ แต่แค่ตื่นจากหลับ เธอก็รู้ว่านั่นเป็นเพียงแค่ความฝัน เธอมักดีใจที่ดวงตาไม่ได้แดงก่ำ ดวงหน้าไม่ได้เปียกชื้นไปด้วยน้ำตา   จนเมื่อเห็นความว่างเปล่าบนเตียงนอนข้างตัวนั่นแหละ   จึงสำนึกขึ้นได้ว่าเธอเจ็บปวดเสมอไม่ว่าหลับหรือตื่น

หญิงสาวทิ้งตัวลงนอน ดวงตาที่มองเพดานนั้นเบิกโพลง สักครู่ เธอจึงนวดใบหน้าด้วยมือทั้งสองไปมา

“บ้าจริงๆ”

ก่อนจะว่าซ้ำ อีกครั้งที่นึกอยากให้เวลานี้เป็นเวลาของการหลับ เวลาที่กำลังอยู่ในความฝัน เพราะอย่างน้อย เธอยังได้ปล่อยความทุกข์ ความอัดอั้น ให้ไหลพ้นไปพร้อมน้ำตา

วรรณศิริไม่ยอมให้ตัวเองจมอยู่ในความเศร้านานนัก เธอตรงไปที่ห้องน้ำ ปล่อยสายน้ำให้ไหลผ่านผิวกายร้อนผ่าว เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่เสร็จแล้ว จึงเดินไปยังเข้าห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารมื้อเที่ยงสำหรับตนเองและผู้ที่กำลังจะมาเยือน

แม่ชอบกินอะไรนะ

เธอเดินพลางคิดพลาง

อ้อ  ถั่วผัดกะปิ  ง่ายนิดเดียว  ถั่วฝักยาว  พริกขี้หนูสวน  ซอยหอมแดง  เอากะปิดีมาละลายน้ำ  ผัดหมูสับกับหอมแดงให้สุกเสียก่อนแล้วจึงเอาเครื่องปรุงทั้งหมดลงไปคลุกๆกันในกระทะ ใส่น้ำตาลปี๊บอีกหน่อย  เดี๋ยวเดียวก็เสร็จแล้ว

เจียวไข่ กับทำแกงจืดอะไรสักอย่าง อะไรก็ได้ที่ง่ายๆ เท่าที่พอจะหาวัตถุดิบได้จากในตู้เย็น

“ชิ้ว”

ร่างสีดำเล็กๆผละจากถังขยะ กระโจนไปเหยียบเตาแก๊ส แล้วพุ่งตัวขึ้นลอดช่องบานเกล็ดแตกเหนือหน้าต่างตรงเตาออกไปทันทีที่ประตูครัวถูกเปิดออก  แม้จะเห็นว่าสัตว์ตัวเล็กนั้นรีบไปแล้ว เธอก็ยังอุตส่าห์ส่งเสียงไล่ซ้ำ

“แมวนี่อีกแล้ว”

แล้วก็รำพึงกับตนเอง แมวตัวนี้นี่แหละ ทะเลาะกับชีวินหลายต่อหลายครั้งก็เพราะแมวตัวนี้ เพราะบานเกล็ดแตกจนเป็นช่องแมวลอดนี้ ด้วยความที่เขาไม่เคยใส่ใจจะหากระจกบานใหม่มาเปลี่ยน  เพื่อป้องกันสัตว์ไม่ได้รับเชิญไม่ให้เข้าบ้านได้สักที

นึกถึงการเรียกช่างมาซ่อมก็อ่อนใจ งานเล็กๆอย่างนี้ ช่างที่ไหนจะอยากมาทำให้

กว่าเสียงกริ่งจากหน้าบ้านจะดังเรียกวรรณศิริให้ไปเปิดประตูรับ  อาหารที่ทำเสร็จก็เย็นชืด เธอรีบหากุญแจไปไขประตูรั้วแล้วพาแม่เข้าสู่ภายในตัวบ้าน

“รถติดมากเหรอคะ”

หญิงสาวถามขณะเดินนำหญิงสูงวัยเข้าไปในครัว

“จ๊ะ ร้อนก็ร้อน”

ผู้เป็นแม่เอามือโบกไปมาบริเวณลำคอขณะกล่าว

“ขอบใจจ๊ะ”

ก่อนจะรับแก้วน้ำเย็นจากมือลูกสาว

วรรณศิริลำเลียงจานอาหารเข้าอุ่นในเตาไมโครเวฟ  ไม่นานนักหญิงสองวัยก็ได้มานั่งอยู่คนละด้านของโต๊ะอาหาร

แม้เวลาจะผ่านพอสมควร  แต่อาหารที่วางอยู่แทบไม่พร่องลงไปจากเดิม

“แม่ไม่หิวเหรอคะ”

ลูกสาวถามเมื่อเห็นความผิดปกติ

“จ๊ะ ลูกเองก็ไม่ค่อยทาน”

“หนูทานไม่ค่อยลง”

ผู้เป็นแม่เอื้อมไปตักอาหารใส่จานตนเอง

“ทางโน้นเป็นยังไงบ้างล่ะ”

ก่อนจะเงยหน้าขึ้นถาม

แม้ไม่มีการเอ่ยชื่อ วรรณศิริก็รู้ได้ว่าอีกฝ่ายหมายถึงใคร ดวงตาอิดโดยจึงเจือแววขมขื่นขึ้นมาทันที

“คงสบายดีมั้ง”

จึงตอบคำถามเบาๆ

ผู้เป็นแม่ขยับไหล่เล็กน้อย ราวกับจะระบายความอึดอัดใจ เธอกำลังจะพูดในสิ่งที่อาจเติมความบอบช้ำลงในใจลูกสาว หากเธอคิดว่า  ลูกของเธอควรตระหนักถึงความจริงเสียที หญิงสาวคนนี้จมอยู่ในความทุกข์มานานพอแล้ว

“แม่ช่วยผมหน่อยเถอะครับ  ตั้งแต่เขารู้เรื่องผมกับไหม  เค้าไม่พูดกับผม ไม่เปิดโอกาสให้ผมอธิบายเลย”

เสียงของลูกเขยยังดังอยู่ในหู

“ชีวินเค้าก็รู้ดีว่าเค้าผิด”

กิริยาเขี่ยอาหารในจานไปมานั้น เกือบทำให้คำพูดที่ถูกซักซ้อมมาเป็นอย่างดี แทบไม่กล้าออกจากปาก

วรรณศิริเงียบ ไม่ต่อถ้อยคำมารดา

“หกเดือนได้มั๊ย”

ความเงียบถูกทำลายลงด้วยคำถามของหญิงสูงวัย

อีกฝ่ายพยักหน้าช้าๆ

“ค่ะ กับอีกสิบแปดวัน”

ก่อนจะตอบคำถามโดยไม่ละสายตาไปจากช้อนและซ่อม  หกเดือนสิบแปดวันแล้วที่ชีวินจัดกระเป๋าออกไปจากบ้านตามคำขับไล่ของเธอโดยไม่อาจทัดทานอะไรได้เนื่องจากบ้านหลังนี้วรรณศิริซื้อด้วยน้ำพักน้ำแรงตนเองทั้งหมด 

“แต่หนูก็ยังไม่ลืมเขา”

หญิงสาวปิดเปลือกตาลงทันทีเมื่อได้ยินคำพูดทิ่มแทงความรู้สึก

“ไม่ยอมรับความจริง”

ทรวงอกเริ่มสะท้อนถี่ขึ้น

“ไม่ให้อภัย”

พวงแก้มนูนเพราะการขบฟัน

“ไม่ปล่อยเขาไป”

“แม่”

คราวนี้เธอส่งเสียงดัง ดวงตาพลันทอประกายวาววับ

“ไม่มีทาง  หนูไม่มีวันหย่าหรอก  หนูทุ่มเทให้กับชีวิตครอบครัวมากขนาดไหน  แต่เค้ากลับตอบแทนหนูอย่างนี้  ไม่มีทาง  พวกเค้าไม่วันได้อยู่กันอย่างปกติสุขหรอก”

“แล้วหนูล่ะ  หนูมีความสุขดีอยู่หรอกหรือ  ทุกวันนี้ชีวิตหนูมีความสุขดีอยู่หรอกหรือ  รู้ตัวบ้างหรือเปล่าว่าหนูร่วงโรยไปขนาดไหน  งานการก็ไปทำบ้างไม่ไปทำบ้าง  ถ้าหนูไม่ยอมรับว่าหนูกับเค้าไม่ได้อยู่ด้วยกันแล้ว  แล้วอีกฝ่ายก็ต้องการอิสระ  ไม่ปล่อยให้อะไรมันเป็นไปอย่างที่มันควรจะเป็น  หนูจะสูญเสียหมดทุกอย่างนะลูก  ทั้งสามี  ทั้งความภูมิใจใจตนเอง  ทั้งความก้าวหน้าในอาชีพ”

 

ลูกสาวยิ้มอย่างขมขื่น

“แม่มาที่นี่เพื่อจะมาบอกให้หนูปล่อยให้คนที่ทำร้ายหนูไปมีครอบครัวใหม่ที่สุขสมบูรณ์อย่างนั้นเหรอคะ”

“ก็เขามีลูกด้วยกันแล้ว”

“ลูกนอกสมรสน่ะซี”

น้ำเสียงเย้ยหยันสั่นเครือ

“ถ้าหนูไม่ดี  เค้าเลิกกับหนูแล้วไปมีคนใหม่  หนูจะไม่ว่าเลย  นี่หนูทำงานงกๆ  หวังจะสร้างฐานะครอบครัวให้ดีขึ้น  แล้วเราจะได้มีลูกด้วยกัน  หวังจะอยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ลูกอย่างมีความสุข  เขากลับเอาเวลาที่ออกต่างจังหวัดไปคบกับผู้หญิงอีกคน  แม่เข้าใจไหม  หนูขับรถตากแดดบนถนนทั้งวัน  แต่เขากลับลักลอบเย็นฉ่ำในบ้านของหนูเอง”

รื้นน้ำที่ไม่เคยมี ขณะนี้ขังเอ่อในดวงตา

“เขาทำได้ยังไง”

ก่อนจะค่อยๆรินลงมาตามร่องแก้ม

แม่ของวรรณศิริเงียบ  เธอรู้ว่าลูกพูดถูก  แต่ขณะนี้ไม่ใช่เวลาของการมาตำหนิผู้ผิด  มาหาว่าใครถูกผิดมากกว่ากัน  แต่เป็นเวลาของการหาทางแก้ไขที่สอดคล้องกับความเป็นจริง  การแก้ไขที่จะทำให้ทุกฝ่ายอยู่อย่างสงบสุข  และวิธีนั้น กำลังจะถูกเสนอ

“เขาบอกแม่ว่าเขาเผลอไป เขาทิ้งไหมไม่ได้”

“แต่ทิ้งหนูได้”

เสียงของวรรณศิริแข็งกร้าว

“แล้วหนูล่ะ หนูทิ้งเค้าหรือเปล่า”

ดวงตาลูกสาวเบิกโต

“หนูออกต่างจังหวัดบ่อยๆ ไปทีก็ไม่เคยต่ำกว่าครึ่งเดือน ถึงไม่ออกต่างจังหวัดก็กลับบ้านดึก  ทำงานแทบไม่เว้นเสาร์เว้นอาทิตย์  เคยไหมลู ก ที่จะเข้าบ้านก่อนสามทุ่ม  หนูทานข้าวด้วยกันอาทิตย์ละกี่วัน  เคยใช้เวลาวันหยุดด้วยกันบ่อยแค่ไหน เคยคุยกันมั้ย  ว่าอนาคตครอบครัวจะเป็นยังไง”

“ก็หนูกำลังสร้างอนาคตอยู่นี่ไงล่ะคะ  คิดไม่ถึงว่าเค้าจะทำลายมันลง”

“ฝันของเค้าอาจไม่เหมือนของเราก็ได้นะลูก ไม่ใช่ความผิดของเขาที่หารายได้ไม่มากเท่าหนู  เค้าอาจไม่ได้หวังว่าจะมีบ้านหลังใหญ่  จะต้องร่ำรวย  ต้องมีคนแวดล้อม  อาจจะขอแค่มีชีวิตที่สงบสุขกับลูกเมีย  แค่นั้นก็ได้  จำได้ว่าแม่เคยเตือนหนูแล้ว  เรื่องที่ไม่ค่อยมีเวลาให้กันนี่น่ะ”

”แต่หนูไม่ฟัง”

วรรณศิริต่อคำมารดา

 

อาหารบนโต๊ะ ขณะนี้ไม่มีใครคิดจะต้องแตะ

“คิดถึงใจเขาใจเราซีลูก  จำได้ไหม  ในวันแต่งงานหนูพูดว่ายังไง  จะรัก  จะซื่อสัตย์  จะดูแลเขา  จะรักษาน้ำใจเขาไว้ตลอดไป”

ผู้เป็นแม่ชวนลูกสาวให้ทบทวนความหลัง

“ ถ้าคนสองคนรักษาเหตุที่ทำให้รักกันเอาไว้ได้  รักษาเหตุที่ทำให้อยากใช้ชีวิตร่วมกันเอาไว้ได้  เรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นได้หรือลูก”

คำพูดของแม่อาจจะทำให้วรรณศิริหวนนึกถึงคำมั่นในวันวิวาห์ และอาจทำให้ความรู้สึกถึงสัญญาที่ตนรักษาเอาไว้ไม่ได้  สีหน้าของวรรณศิริจึงดูสลดลงไปเล็กน้อย และเพราะดวงหน้าหม่นหมองนั้น   หญิงสูงวัยจึงอดไม่ได้ที่จะพูดให้ลูกคลายใจ

“แม่ไม่ได้หมายความว่าทั้งหมดเป็นความผิดของหนู  แต่ทั้งหนูทั้งชีวิน  ต่างก็มีส่วนทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา  จะว่าไปแล้วชีวินอาจจะสมควรถูกตำหนิที่สุด  แต่ตอนนี้  ไม่ใช่เวลาของการมายืนยันว่าใครถูกใครผิดนะลูก แต่เป็นเวลาของการแก้ไขปัญหา ทำยังไงให้ทุกฝ่ายอยู่กับความเป็นจริงในปัจจุบันอย่างมีความสุข”

นิ้วมือของผู้เป็นแม่สอดประสานกันแน่นขณะวางทั้งสองมือบนโต๊ะอาหาร  ก่อนจะกล่าวตามถ้อยคำที่ได้ฟังมาอย่างหนักแน่น

“เขาบอกว่า  ถ้าให้เขาเลือก  เค้าขอเลือกทางโน้น  เขาเป็นผู้ชาย  ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าครอบครัว  เขาอยากจะเป็นผู้คุ้มครอง  ผู้คอยปกป้อง  เป็นที่พึ่งของอีกฝ่าย  เป็นผู้ค้ำจุนครอบครัว  มากกว่าเป็นแค่คนหาค่ากับข้าว  เป็นแค่คนร่วมบ้านที่ไม่ค่อยเจอเจ้าของบ้าน  ไม่มีบทบาทอะไร”

“แม่คะ  นี่มันสมัยไหนแล้ว”

วรรณศิริค้านในขณะที่ตัวเธอเองก็นึกแปลกใจ  ทำไมเธอไม่เคยรู้ถึงเรื่องที่เพิ่งได้ยินนี้

“สมัยนี้ผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเป็นช้างเท้าหลัง ไม่จำเป็นต้องอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน เหมือนอย่างแม่ไปทุกคนนะคะ”

อะไรกันนี่ เวลาห้าหกปีที่อยู่ร่วมบ้าน  ไม่ได้ทำให้ทั้งเขาและเธอรู้จักซึ่งกันและกันดีได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ ทำไมจึงไม่มีการพูดจาเพื่อหาความกลมกลืนของกันและกัน

“ก็ถูก  แต่ไม่ว่าสมัยไหนๆ  กิเลสคนก็ไม่เปลี่ยนหรอกลูก  ยังไงเสียก็หนีไม่พ้นโลภ  โกรธ  หลง  อยู่เหมือนเดิม  ไม่อย่างนั้นพระพุทธเจ้าจะตรัสว่าธรรมไม่ว่าดำว่าขาวที่พระองค์แสดงเป็นอกาลิโก  ไม่ขึ้นกับกาลหรือลูก”

 

ทำไม

วรรณศิริยังคงนิ่งคิด

เมื่อเขารู้ว่าเป้าหมายชีวิตเริ่มเบนกันออกไปคนละทาง ทำไมจึงปล่อยให้ต่างคนต่างเดินตามทางที่ค่อยๆไกลห่างกันออกไปเรื่อยๆ จนในที่สุด ยากที่จะหวนคืนกลับ

การนิ่งทำให้ผู้เป็นแม่ได้โอกาสชี้ให้ลูกสาวเห็นความจริงอีกด้านช้าๆ

“หนูใส่ใจเขาน้อยเกินไป  เก่งเกินไป  บินเร็วจนเขาตามไม่ทัน  หนูปล่อยเขาเดียวดายอยู่ข้างหลังโดยไม่เหลียวมาดู  จนเขาเหงา  พอมีใครบังเอิญผ่านเข้ามาใกล้  ใครที่ชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปของเขาได้มาเป็นเพื่อนร่วมทาง  หนูคิดว่าเขาจะไม่หวั่นไหวเชียวหรือลูก  เราๆส่วนใหญ่น่ะยังหนาแน่นด้วยกิเลส  ยังไม่แข็งแรงพอจนพอที่จะดูแลใจตัวเองไม่ให้เห็นผิดเป็นชอบได้หรอกนะลูก“

วรรณศิริแค่นยิ้ม

“แม่พูดราวกับการผิดศีลข้อสามไม่เป็นความผิดอย่างนั้นแหละค่ะ”

“ไม่ใช่อย่างนั้น”

ผู้เป็นมารดารีบค้าน

“ผิดศีลก็คือผิดศีล  เจ้าตัวก็ยอมรับว่าเขาผิด  ว่าเขา ปล่อยใจไปตามความอยากอย่างขาดสติจนเกิดเรื่องขึ้น   เพราะฉะนั้นเราทุกคนถึงต้องฝึกตนไงจ๊ะ  ถ้ารู้ว่าอะไรผิด  รู้ว่ายังสู้มันไม่ไหว  เราก็ควรข่มมันไว้ก่อน  มองให้เห็นโทษของมัน ว่ามันพาเราและคนรอบข้างเป็นทุกข์ไปถึงไหน แล้วค่อยๆหาทางจัดการกับมัน อย่างที่พระพุทธเจ้าตรัสว่าให้ละ ทำให้ไม่มี ทำให้มันเกิดใหม่อีกไม่ได้ แต่ บางคนทำได้  แต่บางคนก็แพ้มัน”

 

เธอรีบค้านเพราะเกรงว่าลูกสาวจะเข้าใจอะไรผิดไป

“เหมือนอย่างตอนนี้  ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้ว  มันมีประโยชน์อะไรที่จะมาคอยคิดถึงความหลังอย่างเคียดแค้นจนตัวเราต้องทนเสียใจ  เสียอนาคตอย่างนี้  เราควรจะสุขกับสิ่งที่เรามี  ไม่ใช่ทุกข์เพราะสิ่งที่เราเคยมี  หรือที่เราไม่มี  จะถูกกว่านะลูกนะ”

 “หนูเองก็ต้องฝึก   ฝึกที่จะมองให้รอบด้าน  อย่ามองเห็นแค่ความต้องการตัวเอง  คนที่รักตัวเองน่ะ  จะไม่ทำร้ายตัวเองด้วยการทำให้ตัวเองตกอยู่ในความทุกข์ตลอดไปด้วยตัวของตัวหรอกนะจ๊ะ  พอเรารักตัวเองอย่างถูกทางได้ เราก็จะ ฝึกที่จะรักตัวเองด้วยการอภัยคนอื่น  รักคนอื่นได้  ก็จะอภัยให้คนอื่นได้อย่างแท้จริง” 

วรรณศิริแหงนหน้ามองเพดาน   เธอนึกถึงวันแห่งความเจ็บปวดที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อหกเดือนกว่าที่แล้ว  วันที่เธอพาลูกค้าไปยังสวนอาหารแห่งหนึ่งแล้วได้พบสามีนั่งเคียงข้างกับหญิงคนหนึ่งอย่างสนิทสนม  จำได้ว่าเธอนั่งลอบมองกิริยาที่ทั้งสองแสดงต่อกันด้วยหัวใจร้าวราน 

และในคืนนั้น หลังจากที่ได้รู้ความจริงว่าหญิงที่เคียงข้างเขาคือใคร  คำพูดประโยคเดียวที่ออกจากปากภายใต้อิริยาบถที่เยือกเย็นก็คือ 

“คุณกรุณาไปเสียเถอะ”

และหลังจากนั้น  เธอก็ไม่เคยเปิดโอกาสให้เขาได้พูด  ได้อธิบายอะไรอีกเลย

ดวงหน้าชีวินปรากฏขึ้นเลือนรางบนแผ่นฝ้าสีขาว แววตาหมองหมางของเขาผสานกับแววตาว่างเปล่าของเธอแน่วนิ่ง

“คุณดีเกินไปสำหรับผม”

คำพูดที่ได้บินบ่อยๆนั้นน่าจะเป็นลางบอกเหตุ  ทำไมนะ  เธอจึงไม่เฉลียวใจ  ไม่คิดหันมามองตัวเองว่าทำอะไรลงไปจนทำให้อีกฝ่ายเริ่มเห็นว่าการอยู่ร่วมกัน มีเพียงกันและกัน ไม่ใช่สิ่งสมควรอีกแล้ว

แล้วความดีล่ะ  คนเราวัดกันด้วยอะไร 

ด้วยความสามารถในการหารายได้ 

เท่านั้นเองหรือ

วรรณศิริลดสายตาลงต่ำ 

ทันใด

“ชิ้ว”

เธอก็ต้องส่งเสียงไล่  เมื่อสายตาประทะกับวงหน้าเล็กๆตรงช่องแมวลอด

กิริยานั้นทำให้ผู้เป็นแม่หันไปมอง

“อีกแล้วหรือลูก”

แล้วหันกลับมาถามเมื่อสายตาพบกับความว่างเปล่า

“ค่ะ  เบื่อนัก  ชอบมาคุ้ยถังขยะอยู่เรื่อย”

“แม่คุณ”

มือของผู้เป็นแม่เอื้อมมากุมมือลูกสาวที่เม้มปากแน่น

“เศษอาหารก็คือสิ่งที่เราไม่ต้องการแล้ว  จะทิ้งลงถังหรือทิ้งใส่จานไว้รอแมวจร  มันก็ทิ้งเหมือนกัน  แต่ถ้าหนูทิ้งให้เป็นทาน  นอกจากของไร้ค่าของหนูจะมีคุณขึ้นมาแล้ว  ยังลดเรื่องคอยกวนใจลงไปเรื่องนึงนะ”

 

หญิงสองวัยต่างสบสายตา

“แล้วชีวิตหนูจะมีความสุขขึ้น”

ก่อนที่ผู้สูงวัยกว่าจะสรุปเป็นความเห็น

ความเงียบครอบคลุมอยู่นาน  หากในความเงียบนั้น  ผู้เป็นแม่รู้ดีว่าในใจของลูกอึงอลไปด้วยเสียงต่างๆที่ทั้งสนับสนุนและคัดค้านความเห็นของเธอ

ในที่สุด  มุมปากของวรรณศิริเริ่มคลี่คลาย

“ถามหน่อยเถอะค่ะ ทำไมแม่ถึงช่วยเค้า”

ก่อนจะค่อยๆกลายเป็นยิ้มน้อยๆ

ผู้สูงวัยเผยอปลายฟัน

“แม่ไม่ได้ช่วยใคร  แม่เพียงอยากให้ทุกฝ่ายมีความสุข  ไหนๆเขาก็ไปแล้ว ยังไงก็ไม่หวนกลับ  ทำไมไม่ให้เขาไปอย่างมีความสุข  หนูเอง  เมื่อตัดใจได้  ดูแลใจตัวเองได้  ก็จะได้มีความสุขกับชีวิตในทุกๆวัน  กับชีวิตในวันข้างหน้า  เปิดโอกาสให้ใครคนใหม่มาเรียนรู้  และแม่กับพ่อ  เราก็จะได้ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสบายใจและตายอย่างหมดห่วง”

ยิ้มของวรรณศิริกว้างขึ้น

“พ่อบอกว่าเคยหลงเสน่ห์แม่ก็ตรงท่าอ้าปากนิดๆก่อนพูดเวลาเผลอตัวนี่แหละ”

ผู้เป็นแม่ยิ้มบ้าง

“ยังอุตส่าห์จำได้”

เสียงหัวเราะของวรรณศิริไล่แววหมองหมางในดวงตาบนฝ้าเพดานไปจนหมดสิ้น  หลังจากระบายลมหายใจยาว  หญิงสาวจึงลุกไปเปิดตู้ติดผนัง  ค้นหาบางอย่างในนั้น  สักครู่จึงหันมาถามมารดา

“ขนาดนี้พอไหมคะ”

“อะไรจ๊ะ”

มารดาหันไปถาม

“ก็ที่จะเอาไว้ใส่เศษอาหารไงคะ”

ลูกสาวส่งเสียงตอบ

พร้อมๆกับที่ชูจานกระเบื้องขนาดกลางในมือ

.................

ปล. นี่เป็นเรื่องสั้นเรื่องหนึ่ง ที่สะท้อนมุมมองของ  จิตมนุษย์  ว่าสุดแท้แต่การปรุงแต่ง  ยังคงวนเวียนกับกิเลส อันประกอบด้วย ราคะ โทสะ โมหะ ที่เป็นรากเหง้าของ กิเลสที่แตกออกยิบย่อยมากมาย

วิสัยโลกต้องมีรัก ดังคำตรัสของสมเด็จพระสังฆราช  แต่ความรักที่เป็นการยึดติดว่าเป็นของตน  มีตนนั้นเป็นศูนย์กลางของสรรพสิ่ง  ย่อมนำมาซึ่งทุกข์

 การยึดติดความรักแล้วได้รับการสนองตอบ เราก็ดีใจ และก็ว่านั่นคือสุข

 แต่ถ้าไม่ได้รับการสนองตอบ  เราก็เสียใจหรือโกรธแค้น  นั่นคือ ทุกข์

ทั้งสุขทั้งทุกข์ก็ไม่มีอะไรเที่ยงแท้  มันแปรเปลี่ยนไปตามเหตุปัจจัย  อยู่ที่ตัวเรา มีสติ ในการที่จะใส่ปัจจัยที่ถูกต้องเข้าไปหรือไม่  ใส่ถูก ก็อาจเปลี่ยนจากทุกข์มาเป็น สุข  ดังที่ตรัสว่า เพราะทุกข์เราจึงหันเข้าหาวิหาร อันเป็นจุดเริ่มของศรัทธา ใส่ผิด ก็อาจเปลี่ยนจากสุข มาเป็นทุกข์ก็ได้

การเข้าใจผู้อื่น เข้าใจธรรมชาติของชีวิต เข้าใจจิตใจตนเอง  เข้าใจความจำเป็นที่ สัตว์บุคคล ต้องกระทำอย่างนั้นอย่างนี้

จะทำให้จิตใจเราเปิดกว้าง สลายอัตตาตนเอง ยึดมั่นถือมั่นน้อยลง  ความยึดมั่นถือมั่นอย่างกล้าแข็ง ย่อมกัดกร่อนตนเองโดยไม่รู้ตัว  เพราะความหมายหนึ่งของคำว่า อัตตา  แปลว่า ผู้เคี้ยวกินความทุกข์

การตัดสินใจของวรรณศิริ  อาจถูกใจหรือไม่ถูกใจใครก็ได้  แต่อย่างน้อยที่สุด การสละกิเลสกอง ราคะ ที่หวงกั้นและกิเลสกองโทสะ ที่ไม่ให้อภัยถ้าไม่ตามใจฉัน ออกไปบ้าง  ก็เหมือน เมฆหมอกที่ปกคลุมและ สิ่งที่กัดกร่อนจิตใจเธอ เจือจางเบาบางลง  ตัวเธอได้เอง โปร่งโล่งเอง  สภาวะเช่นนี้ยังเกื้อกูลจิตใจผู้เป็นมารดา ที่คลายความเป็นห่วงใยบุตรีตนเองได้อีกด้วย

เรื่องสั้นเรื่องนี้  ปรับปรุงจากเรื่องสั้นชื่อเดียวกันที่เขียนโดยคุณ ณัฐรดา โดยตอนนั้นใช้นามปากกาว่า  อิสริยาภรณ์ เรื่องนี้เคยผ่านการคัดเลือกให้ลงตีพิมพ์ในนิตยสารแพรว รายปักษ์  ฉบับวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ.2542  ซึ่งขณะนั้นนิตยสารจะมีอายุครบ 20 ปีจึงได้จัดให้มีการประกวดเรื่องสั้นเกียรติยศขึ้น โดยคัดเลือกเรื่องสั้นจำนวน 24 เรื่อง ตีพิมพ์ในช่วงระหว่างวันที่ 10 มกราคม ถึงวันที่ 25 ธันวาคม 2542  จากนั้นจึงส่งเรื่องที่คัดเลือกนี้ให้คณะกรรมการอีกชุดหนึ่งเป็นผู้พิจารณาคัดเลือก  ให้เป็นเรื่องสั้นดีเด่นประจำปีของแพรว

ที่มาของเรื่องสั้น ในขณะที่กำลังหาพล็อตของเรื่องอยู่นั้น  วันหนึ่งคุณณัฐรดานั่งดูการ์ตูนทอมเจอรี่กับลูกๆ  เห็นทอมกำลังปรุงอาหาร  ทอมไม่ใช้วัตถุดิบส่วนหนึ่งจึงแยกไว้ต่างหาก  เจอรี่ย่องมาหยิบ  พอทอมหันมาเห็นก็ตีเจอรี่  แย่งเอาเศษอาหารมาแล้วโยนลงถังขยะ  พอได้เห็นอย่างนั้นเธอก็นึกสังเวชว่าทำไมทอมนี่ช่างหวงกั้นอะไรอย่างนี้  ของที่ตัวเองทิ้งแล้ว  ตนไม่ใช้แล้วแท้ๆ  ยังให้เจอรี่ไม่ได้  ก็เลยได้เป็นแนวความคิดหลักในการเขียนเรื่องสั้นเรื่องนี้

ในตอนนั้น  เรื่องสั้นเรื่องนี้เป็นหนึ่งในยี่สิบสี่เรื่องที่ได้รับการคัดเลือกให้ตีพิมพ์ในนิตยสารแพรว  และเป็นหนึ่งในสิบเรื่องที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารอบสุดท้าย แต่ไม่ได้รับการพิจารณาให้เป็นสามเรื่องดีเด่นประจำปีแต่อย่างใด  เพียงแต่ได้รับการรวมเล่มเป็นพ็อคเก็ตบุ๊ค ในชื่อ “สิบเรื่องสั้นรางวัลแพรว”

 

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 28 ณัฐรดา , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 25/11/2015 เวลา : 14.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห25-26 ลิงเขียว ขอบพระคุณที่มาแสดงความเห็นอีกครั้ง
สำหรับผมเอง คงไม่แสดงความเห็นคัดค้านตามที่กล่าวมา ด้วยความที่เป็นเพศชาย เพราะความจริง การนอกใจจากชาย มีมากกว่าผู้หญิงจริงๆ เพราะขาดการควบคุมธรรมชาติของตนเอง
ผู้ชาย ผู้หญิง มีธรรมชาติที่แตกต่างกันครับ เราเป็นสัตว์ชนิดหนึ่ง มีสัญชาตญานที่เป็นรากเหง้ากันอยู่ ผู้ชายเป็นนักลงทุนที่สามารถหว่านไปทั่ว คือสืบเผ่าพันธุ์ตนเองได้ง่าย ไม่ต้องมีภาระอุ้มท้อง
ส่วนผู้หญิง เป็นนักลงทุนที่ต้องรอบคอบอย่างมากในการที่จะมีทายาทสืบสกุล เพราะตนต้องอุ้มท้อง
ผู้หญิงจึงมักเลือกผู้ชายที่มีความรับผิดชอบสูงเป็นเกณฑ์
ขณะที่ผู้ชาย มองสัดส่วนกรรมพันธุ์ที่ตนเองต้องไปหยอดเอาไว้เป็นเกณฑ์
ยามที่ตนมั่นใจว่าเผ่าพันธุ์ตนเองรอดแล้ว เช่นลูกเริ่มโต ช่วยตนเองได้ สายตาก็เริ่มหาแหล่งลงทุนใหม่
นี่เป็นเหตุผลว่า ผู้ชายไม่ว่าวัยใด ถึงชอบดูรูปโป๊ไงครับ
ถ้าจะถกเรื่องนี้ ผมเขียนเอ็นทรี่ได้เป็นหน้าๆนะครับ ขอบอก

ความคิดเห็นที่ 27 ณัฐรดา , แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 25/11/2015 เวลา : 14.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห24.แม่มดเดือนMarch สวัสดีครับพี่ เป็นเวลาที่มีค่ามากมายอย่าปล่อยให้ผ่านไป ที่ได้มีเวลาได้ท่องเที่ยวกับลูก อนุโมทนากับความสุขความยินดีในช่วงเวลาดังกล่าว
สำหรับเรื่องหนังสือที่เป็นการบ้านนั้น พี่อย่าถือเป็นข้อผูกมัดเลยครับ ตามสบายจริงๆ อยากอ่านอยากเขียนเมื่อไหร่ ก็ไปตามนั้นเลย

ความคิดเห็นที่ 26 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 25/11/2015 เวลา : 05.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะคุณหมอ


ก็เพื่อนลิง.....แต่ละนางขยันขันแข็งอะค่ะ. ไม่มีนอกลู่นอกทาง
เพื่อนไม่ได้บ้างานด้วยค่ะ. ทำกับข้าวหุงหาอาหารให้สามีกิน
ง่ายๆคือแม่ศรีเรือนนั่นแหละ

แต่เพื่อนลิงเขียว....ก็ถูกแฟนนอกใจค่ะ
แต่ละนางรูปการณ์เดียวกันทั้งนั้น
เลยทำให้ลิงคิดว่า


ผู้ชายไม่ชอบหญิงดีๆ


มันยากนะที่จะมองผู้ชายเหล่านี้ให้ดีกว่านี้

ลิง....พูดได้ไม่หมดค่ะ
แต่ต้องบอกเลยว่า.....มันเลวร้ายกว่าวรรณศิริมาก


เรื่องหนังที่คุณหมอเขียนเอาไว้จะตามอ่านค่ะ

ทั้งนี้ทั้งนั้น....ลิงก็เปิดยอมรับสิ่งต่างๆนะคะ
เพราะลิงก็เรียนรู้สัตว์โลกล้วนเป็นไปตามกรรมค่ะ..เข้าใจกิเลสตัณหาของมนุษย์ดีค่ะ. :)

...เพื่อนๆลิงเขียวเข้มแข็งจ่ะเลยผ่านมันไปได้ไม่นาน
บอกแล้ว. จะเป็นจะตายจะเสียใจ อย่า ให้นาน

ช่างมันเถอะๆ....

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำมากค่ะคุณหมอ

ความคิดเห็นที่ 25 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 24/11/2015 เวลา : 07.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

จะแวะมาตอบเม้นต์ทีหลังนะคะ
ขอดูละครก่อน อิอิ

ความคิดเห็นที่ 24 สมชัย , ลิงเขียว และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 24/11/2015 เวลา : 05.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

แวะมาทักทายค่ะ เพิ่งกลับจากการเดินทางไกลกับลูก
เราไปท่องเที่ยวชมโบราณสถานกันมาค่ะ เริ่มจากอยุธยาขึ้นไปจนถึงอุตรดิตถ์
มีความสุขมากมายกับอิฐผุปูนพัง ดูแล้วปลงไป ยึดติดไป งงไหมคะ
ทั้งแม่ทั้งลูกหลงใหลของพังๆน่ะค่ะ วังกับวัดนี่ยิ่งเก่ายิ่งสวย ประเภทฟรุ้งฟริ้งอลังการแบบที่เขานิยมสร้างกันสมัยนี้ ไม่นิยมเอาเลยจริงๆ
คิดถึงนะคะ อ้อ หนังสือที่รับปากว่าจะอ่านให้ แม่มดไม่ลืมนะคะแต่ไม่ได้อ่านค่ะ แม้แต่ตัวเดียว

ความคิดเห็นที่ 23 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย from mobile วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 17.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห22 ยามครับ ยาของพระพุทธเจ้าแก้ได้ชะงักตามที่น้องยามครับว่ามา แต่ยากที่จะเข้าถึง เพราะทานยากเย็นเหลือเกิน มันทวนกระแสธรรมชาติของคน แต่ถ้าผู้ใดยอมฝึกยอมทน ยอมทวนกระแส เขาผู้นั้นย่อมพ้นจากห้วงน้ำที่ทับโถมจิตใจ

ความคิดเห็นที่ 22 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ยามครับ วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 17.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yamkrub
สารพันเรื่องราวชักชวนให้ทุกท่านน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและธรรมะ มาประยุกต์ใช้ 

เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และยากในการทำใจ อย่างที่ วรรณศิริ ได้ประสสบ คุณแม่ของเธอชี้ทางสว่าง โดยให้ ลด ละ เลิก.. การยึดมั่นถือมั่น

แต่วรรณศิริ ก็ทำไม่ได้

ไม่แค่เฉพาะ วรรณศิริ หรอก ครับ อรปวีณา ประภาพรรณ นันทภัทร์ รัตนาวดี ปรียาภรณ์ อมรรัตน์ ฉัตรโสภิณ รินรดา ภาวิณี ขจีสมร (ตอนหลังเปลี่ยนชื่อเป็น ธารินันท์ อ่านว่า ทา-ริ-นัน แปลว่า ความสดชื่นรื่นเริง) เมื่อประสบเหตุเช่นนี้ก็ไม่เคยทำใจได้

(ชื่อทั้งหมด ยามครับ สมมุติขึ้นมา)


ใคร ลด ละ เลิก ได้ ไม่เป็น ชายหรือหญิง ก็จะเป็นผู้มีความสบายเบา.. เพราะการวางของหนักลงไปได้ จะมีแต่รอยยิ้ม จริงๆ

มีคนบอกว่า เวลาคือยารักษาหัวใจที่ดีที่สุด แต่ผมคิดว่า ธรรมะของพระพุทธเจ้า ที่เราเข้าใจ และนำมาปรับใช้ ได้ทันท่วงที นี่ล่ะ ได้ผลชะงักกว่า สรรพคุณแรง ขนาด บาดแผลฉกรรจ์ อาจจะหายไปในชั่วข้ามคืนทีเดียว

ความคิดเห็นที่ 21 ยามครับ , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 15.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

เรียน คุณรัตติยาค่ะ

ทั้งสองฝ่ายต้องต่างฝึกตนซึ่งกันและกันค่ะการครองคู่จึงจะฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ไปด้วยกันได้อย่างตลอดรอดฝั่ง เพราะคนเรามักเป็นอย่างที่คุณรัตติยาให้ความเห็นไว้จริงๆค่ะ คือ ถ้าฝ่ายหนึ่งไม่ถนอมน้ำใจ รู้เพียงความต้องการของตน ครุ่นคิดไปตามความต้องการตนจนแสดงออกทางกายวาจาไปตามใจตน ก็อาจถึงวันที่ความอดทนของอีกฝ่ายถึงวันสิ้นสุดเมื่อรู้สึกว่าตนของตนถูกบีบคั้นมากๆเข้า

ดังที่เล่าค่ะ ว่าผู้ใหญ่มักให้องค์ธรรมนี้เป็นการให้พรแก่คู่บ่าวสาว ก็คือทั้งเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ทั้งสองต้องฝึกตนด้วยกันทั้งคู่

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งละเลยการฝึกตน จนต้องจากกัน การจากกันด้วยดี ก็เป็นโอกาสที่ทั้งสองฝ่ายจะนำประสบการณ์ที่ได้เป็นบทเรียนอีกบทของตนเพื่อป้องกันการผิดพลาดในโอกาสหน้า

แต่หากมองด้วย "ผล" ของการปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา ก็คงมีคนที่ละความเห็นว่าเป็นตนได้จนไม่มีตนไหนๆให้ได้รับการบีบคั้น อีกฝ่ายจะทำอย่างไร เขาก็ต้องได้วิบากอย่างนั้น ถ้าพยายามแก้ไขปัญหาด้วยความอดทน เสนอแนวทางที่ควรปรับปรุงแก่อีกฝ่ายโดยไม่หวังผล เพราะใจของใครก็ของคนนั้น ไม่มีใครไปบังคับใจใครได้ แต่ขณะเดียวกัน ก็พยายามปรับปรุงสิ่งที่ควรปรับปรุงของตน ใช้ภาวะบีบคั้นเป็นการฝึกขันติ ฝึกทมะ อบรมเมตตา โสรัจจะ ให้เกิดและงอกงามในจิต ก็คงอยู่ได้ไม่ว่าในสภาวะไหนๆ หรือ อยู่อย่างไร

เพียงแต่ เราต้องเจอภาวะบีบคั้นอย่างนั้นเฉพาะหน้า เราจึงตอบตัวเองได้ว่าเราอดทนได้จริงหรือไม่ อยู่ได้ในทุกสภาวะจริงหรือไม่

กระทั่ง สามารถอยู่อย่างสงบได้ แม้ว่าจะมีหรือไม่มีอีกฝ่าย หรือไม่


แต่บางที เรื่องเฉพาะหน้าอย่างนั้น ก็อาจเป็นบทฝึกที่เราไม่อยากเจอนะคะ

ความคิดเห็นที่ 20 ลิงเขียว , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 14.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห18-19 rattiya ขออนุญาตตอบในฐานะเจ้าของบ้าน
หลบักการศาสนาพุทธนั้น เน้นที่ตัวเราครับ รู้ใน เข้าใจนอก

ความหมายคือ มุ่งขัดเกลาที่ตัวเรา รู้อะไรคือ กุศล อะไรคืออกุศล รู้ว่ากุศลควรมีควรเจริญ รู้ว่า อกุศลพึงละพึงทำลาย นี่คือรู้ใน

ไม่ต้องไปเพ่งคนอื่น ว่าเขาจะทำอย่างเราหรือเปล่า ทำไมปล่อยให้เราทำหรือเสียสละคนเดียว เพราะเราไม่สามารถควบคุมบังคับ เขาหรือคนอื่น ความคิด เพราะสิ่งเหล่านี้มันเป็นสิ่งปรุงแต่ง เปลี่ยนแปรได้ตลอดเวลา เขาคิดเขาทำ ถูกหรือผิด ตัวเขาคือผู้กระทำ ผู้รับผลนั้น อาจได้ดี ได้ชั่ว เป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ตามกรรม ที่เขากระทำ
เราเพียงเข้าใจ สิ่งที่ปรวนแปรนี้เท่านั้น นี่คือ เข้าใจนอก

กลับมาที่ ถ้าคนสองคน คนหนึ่ง มีฆราวาสธรรม รักษาสัจจะ อีกคน ไม่รักษา แล้วไปด้วยกันไม่ได้ อยู่อย่างระหองระแหง ก็แยกทางกันสิครับ ไม่มีอะไรเสียหาย ศาสนาพุทธไม่ได้บอกนี่ครับ ว่าเราต้องแต่งงานอยู่กับใคร คนใดคนหนึ่งคนเดียว ต้องมานั่งทน
เพียงแต่ว่า เราได้พยายาม ที่จะรักษาสัจจะ อดทน สละ และฝึกเพียงพอไหม ถ้าทำสิ่งเหล่านี้เต็มที่แล้ว ยังไม่ได้ทำให้อีกฝ่าย เปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อความผาสุกของครอบครัว ก็หาทางออกที่เกิดความเสียหายน้อยที่สุด ถ้าไม่มีบุตร ก็สบายหน่อย แต่ถ้ามี มันก็ต้องหาทางออกที่ดี เด็กมากมายที่มาจากครอบครัวแตกแยก ได้ดีถมเถไปครับ ที่ไม่ดีก็มีไม่น้อย อย่าลืมครับ ผลหลากหลาย ปัจจัยเอนก ถ้าเข้าใจหลักการของศาสนาแล้ว เราจะได้ไม่ไขว้เขว แยกทางก็แยกทาง ขอให้เป็นไปในลักษณะ รู้เรา เข้าใจเขา เพียงเท่านี้
ถ้าเราหมั่นพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้นในจิตใจเราบ่อยๆ มีสติรู้ทั่วตัวพร้อมบ่อยๆ เราจะรู้สึกว่า หลายเรื่องเป็นสิ่งที่ไร้สาระเหลือเกิน
เกิดเป็นคน ไปเพลิดเพลินเรื่องน่ายินดี เรื่องน่ายินร้าย มันก็มีแต่ทุกข์ทั้งนั้น ไม่มีอะไรที่คงที่ ดูจิตที่เกิดแต่ละขณะในแต่ละวันก็จะรู้เดี๋ยวเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา เมื่อใดที่เกิดความสงบที่จิตไม่เกี่ยวพันกับความน่ายินดียินร้าย นั่นจึงเป็นความเย็นอย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 19 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 12.49 น.

ปล.เขียนความคิดเห็นเรื่องทำนองนี้(ชีวิต)ยากกว่าเขียนความคิดเห็นเรื่องการเมืองเสียอีก

ความคิดเห็นที่ 18 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 12.46 น.

เข้ามาอ่านอีกรอบ(เสาร์-อาทิตย์ขึ้นเวร อ่านเเบบผ่านๆ )
คห.2 คุณณัฐรดา

"มองว่า ที่ฆราวาสธรรมเหมาะกับทุกคน ก็เพราะทุกคนล้วนต้องรักษาสัจจะ ต้องพยายามเข้าใจสภาวะที่แท้จริง (สัจจะ) และเพราะเราต้องมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง จึงต้องฝึกตนในด้านต่างๆเพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข (ทมะ) ต้องอดกลั้นในเบื้องต้น (อธิวาสนขันติ) ด้วยเมตตาตนและผู้อื่น ซึ่งในระหว่างที่อดกลั้นนั้น ต้องมีการพิจารณาเพื่อให้ใจผ่องใส (โสรัจจะ) ให้คลายการยึดมั่นในบางเรื่อง สละกิเลสบางอย่าง (จาคะ) เพื่อให้เห็นสอดคล้องกับสภาวะ เห็นตามที่เป็นจริง (สัจจะ)"

สงสัย
ส่วนตัวคิดว่าการครองคู่ชีวิต คือการร่วมชีวิตที่ทั้งสองฝ่ายควรที่จะรักษาสัจจะเสมือนกัน ถ้าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดรักษาสัจจะเเต่ฝ่ายเดียว อีกฝ่ายหนึ่งทำอะไรตามใจชอบ การครองคู่จะไปได้นานเเค่ไหน. ใช่ที่ว่าคนเราควรมีความอนทน อดกลั้น.เเต่คนเราเเต่ละคนก็มีขีดจำกัดในความอดทนอดกั้นมากน้อยต่างกัน.

รัตติยาจึงมองว่าการหย่าร้างไม่ใช่เรื่องเสียหาย ไม่ใช่เป็นเรื่องไม่ดี ...เเต่หมายถึงว่าคนทั้งคู่มีความคิดเเนวทางในการครองคู่เเตกต่างกันค่ะ

ปล.เขียนความคิดเห็นเรื่องทำนองนี้(ชีวิต)ยากกว่าเขียนความคิดเห็นเรื่องการเมืองยากเสียอีก

ความคิดเห็นที่ 17 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห8-9 ลิงเขียว อ่านความเห็นของน้องลิงเขียว ก็ต้องขออภัยที่ไปสะกิดเพื่อนๆของน้องโดยไม่ตั้งใจ แต่มันเป็นเรื่องประจำโลก
น้องอาจจะมองด้านเดียวหรือเปล่าเกี่ยวกับผู้ชาย ลองอ่านเรื่องที่ผมเขียนวิจารณ์หนังอยู่สองเรื่อง เผื่อไปเล่าให้เพื่อนๆฟัง หรือหามาดู บางทีเราอาจเข้าใจ บางสิ่งบางอย่างที่ชีวิตคู่ยามที่อยู่ด้วยกัน แล้วต้องมีปัญหา บางครั้งอาจไม่เกี่ยวข้องกับความหลายใจของผู้ชายโดยตรง ตามเอ็นทรี่นี้

http://www.oknation.net/blog/movie-som/2015/05/09/entry-1

http://www.oknation.net/blog/movie-som/2014/10/30/entry-1

ลองอ่านดูนะครับ เราอาจเห็นบางแง่มุม ที่มากกว่านี้ก็ได้ครับ


ความคิดเห็นที่ 16 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห7.redribbons07 เป็นทางออกที่ดี วิธีหนึ่ง แต่ผมอยากจะเสริมอีกนิด คือ การตัดใจนั้น ต้องเป็นการตัดด้วยการเข้าใจตรงสภาวะ คือเห็นคุณเห็นโทษของการที่จะอยู่ตรงนั้น และออกจากตรงนั้น ถ้าเป็นเช่นนี้ ความผูกโกรธ ความคิดแก้แค้น เคียดแค้น มันจะไม่มีค้างคาใจเรา เป็นการจากกันด้วย ดี จริงๆ
ผมเห็นคู่ชีวิต หลายคู่ จากกันด้วยความแค้น ปากบอกปล่อยวางแล้ว ตนเองก็ได้คู่ชีวิตใหม่แล้ว แต่ยังเก็บความเคียดแค้นในใจ เอ่ย กระทบกระเทียบ ทั้งที่เป็นเรื่องเสียดแทงใจตนเอง ตนเองก็ยินดี ในความเสียดแทงนั้น เอามาทิ่มตำตนเอง นี่คือ การหลงใหลในทุกข์ สุขเราวางไม่ลงเพราะติด ทุกข์ที่เสียดแทง ก็ยังวางไม่ลงเฉกเช่นกัน
ถ้าไม่สามารถมองทะลุถึงตรงนี้ได้ ไม่สามารถ อภัยทาน คือ สละความเจ็บช้ำน้ำใจนี่ได้ มันไม่ต่างอะไรกับการที่ต้องอยู่ด้วยกัน เพราะมันจะคอยกระซิบใจตลอดเวลา
บททดสอบคือ ยามเราเจอเขา เจอคนที่มาแย่งคนรักเราไป สภาพจิตเราขณะนั้นเป็นอย่างไร เราหลอกใครกี่คนก็ได้ แต่เราหลอกตนเองไม่ได้ จิตตอนนั้นคือเครื่องวัด การปล่อยวางได้ดีที่สุดครับ

ความคิดเห็นที่ 15 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห6.chailasalle ขอบพระคุณที่มาฝากข้อคิดเห็นครับ ยิ่งรัก ยิ่งต้องมีสติ การมีสติกำกับ จะกลายเป็นความเมตตา ไม่ใช่การครอบครองผูกมัดสิ่งที่รัก

ความคิดเห็นที่ 14 ลิงเขียว , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 10.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห5. rattiya อย่างที่รัตว่ามาครับ ของที่อยู่ใกล้ตัวบางครั้งมันธรรมดา จนเราลืมความสำคัญไป เราแคร์ความรู้สึกคนอื่น ที่ไม่รู้จักไม่ใกล้ชิด แต่คนที่สนิท คนใกล้ชิด เรามักปล่อยปละละเลย เพราะคิดว่า นี่คือของตาย จะทำอย่างไรก็ได้
ยิ่งสนิทชิดเชื้อเท่าไหร่ ยิ่งต้องเกรงใจและรักษาน้ำใจกันให้มากขึ้นเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 13 แม่หมี , ลิงเขียว และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 10.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห4. แม่หมี ขอบพระคุณที่มาเยี่ยมและฝากข้อคิดเห็นไว้ เป็นเรื่องครอบครัว ที่เราพบเห็น อยู่บ่อยๆจริง เป็นเรื่องประจำโลกก็ว่าได้ สุดแท้แต่ใครจะแก้ปัญหาอย่างไร เพียงแต่ว่า ใครวางได้ก่อน คนนั้นก็เบาใจก่อน

ความคิดเห็นที่ 12 ลิงเขียว , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 10.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห3. สิงห์นอกระบบ ขอบพระคุณครับสำหรับคำอวยพร ขอให้ความสวัสดีมงคล จงมีแด่ท่านเช่นกันครับ

ความคิดเห็นที่ 11 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห2.ณัฐรดา ขอบคุณที่มาขยายความ คำว่า ฆราวาสธรรม ที่เราคิดเพียงว่า เป็นธรรมที่ควรปฏิบัติในชีวิตคู่ ความจริง เป็นธรรมที่ควรน้อมมาใส่ตน ปฏิบัติที่ตน ต่างคนต่างมีธรรมะนี้ประจำจนเป็นเนื้อเป็นตัว ยามที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกัน ย่อมเป็นไปด้วยความผาสุก

ความคิดเห็นที่ 10 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ณัฐรดา วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 08.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ขอบคุณทุกท่าน
ที่แวะมาเยี่ยมกัน
และที่ฝากความเห็นไว้
มากๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 06.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

เล่าให้เพื่อนที่ทำงานฟังค่ะเรื่องสั้นในวันนี้
ชีวิตนางสามีนอกใจเช่นกันค่ะ

นางเลยบอกว่า
( เอาชีวิตฉันไปตีแผ่เถอะ!)

โอ๊ะ...ไม่อะ. มันวิบากกรรมมากชีวิตเธอเนี่ย

แต่เพื่อนร่วมห้องคนนี้เข้มแข็งมากค่ะ เธอไม่มีเวลามาคร่ำครวญให้กับผู้ชายแย่ๆค่ะ. เพราะไม่งั้นลูกน้อยของเธออดตายแน่ๆ


คือ.....ลิงว่า


เสียใจนะเสียได้ แต่ฟูมฟายนานเกินเดือนเนี่ย
มันเปล่าประโยชน์จริงๆนะ


ลุกมาใช้ชีวิตลัลล้า....มีกว่ามะ :)


ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพทั้งไปและกลับค่ะ

ลิวติดเรื่องสั้นแล้วอะ
ถ้าไม่มาทุกอาทิตย์....ลิงจิลงแดงป่าวนะ =_=;;

มันสนุกทุกเรื่องที่เอามานำเสนอเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 สมชัย , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว วันที่ : 23/11/2015 เวลา : 06.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ คุณหมอ

เพื่อนลิงเขียวหลายคนเลย ผ่านเหตุการณ์คล้ายๆเรื่องนี้มาแล้วค่ะ
สามี.....นอกใจ ทั้งๆที่ภรรยาดีแสนดี ขยันขันแข็งทุกคนค่ะ
ผู้ชายมักมีข้ออ้าง เหงา หว้าเหว่ซะทุกคนแหละเวลานอกใจภรรยาอะ
ลิงเห็นคนรุ่นแม่ ที่บรรดาพ่อทั้งหลายไปทำงานต่างประเทศเป็นสิบปี
ภรรยายังรอได้ไม่คบชู้
แต่.....ถ้าฝ่ายภรรยาไปทำงานงกๆต่างจังหวัดหลายวัน
ฝ่ายชายมักจะนอกใจซะแล้ว บางครั้งก็คิดว่า
(มันจะเหงาอะไรนักหนาวะคะ! หนัง...ละคร...ก็ดูไปเซ่)มันแก้เหงาได้นะ ละครสนุกๆอะ

เฮ้อ...ข้ออ้างงงงงง...ของผู้ชายมากกิเลสตัณหา

อินเนอร์จัดเต็มอีกแล้วช้านน

เป็นลิงเขียว
สาบานได้ว่าจะทำอย่างวรรณศิริค่ะ. ที่เฉดหัวผู้ชายแบบนี้ออกจากบ้านทันที
แต่สิ่งหนึ่งที่จะไม่คิดทำเลย
การนั่งฟูมฟาย....ร้องไห้น้ำตาเปียกหมอน....หรือแค้นฝั่งหุ่น
ลิง.....จะไม่ทำเด็ดขาดค่ะ
โอเค.....ลิงเสียใจมาก. แต่จะให้เวลาเต็มทีอาทิตย์นึง
ที่จะคร่ำครวญหาคุณ
ผ่านไปอาทิตย์นึงแล้ว....ลิงจะเชิดหน้าตั้งค่ะ
สะบัดบ็อบ.....หาผู้ชายคนใหม่ ฮี่ๆๆๆ

ลิง.....ก็เคยอกหักมาค่ะ
แต่จะทำแบบที่เล่ามาเลยค่ะ
....ลิงเข้มแข็งนะเออ .....
ตอนรักก็รักมว้ากกกก
แต่พอผู้ชายไม่ซื่อสัตย์ ก็ไม่รู้จะนั่งเพ้อหาเพื่ออะไร?
จบแล้ว....จบเลยดีกว่า
เราสวย(คิดเอง)นะคะ เลือกได้ค่า :)


ตอนนี้เพื่อนๆลิงเลยมีแฟนเป็นชาวต่างชาติกันหมดแล้ว
อาจมีคนแย้ง ฝรั่งมันก็นอกใจได้นะครับคุณลิง

ไม่เถียง. แต่สิ่งหนึ่งที่ฝรั่งมีมากกว่าผู้ชายไทยคือ
ความรับผิดชอบต่อครอบครัว แม้บางคนมีนอกใจ แต่ก็ยังรับผิดชอบลูกเต้าที่เกิดมา
แต่ผู้ชายไทยมักไม่ค่อยมี
อันนี้ลิงเอามาจากประสบการณ์ของเพื่อนๆค่ะ
แต่ละนางซิงเกิ้ลมัมทั้งนั้น. สามีไม่มาเลยค่ะ

เพื่อนลิงเจอมาหนักกว่าวรรณศิริหลายเท่าค่ะ แต่ ณ วันนี้หลายคนมีชีวิตใหม่ที่สดแล้วค่ะ

ลิงมีเพื่อนผู้หญิง 7-8 คน
ทุกคนหัวอกเดียวกัน. คือแฟนไปมีกิ๊ก ทิ้งลูกทิ้งเมีย
เฮ้อ....เรื่องจริงยิ่งกว่าละคร

จนลิงเอง....สยอง! ไม่กล้ามีความรัก
อยู่เป็นสาวโสดคานทองฝังเพชรดีก่า อิอิ

ไม่ได้เข็ดกับความรักน้า
แต่ขอให้ชีวิตลัลล้าก่อนค่า.....

โหย.....ความรักไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตนะ ไม่มีรักไม่เป็นไร
แต่ไม่มีงานทำนี่สิ.....แย่แน่ๆ


ลิงชอบเดินทางค่ะ.....เลยคิดว่า. ไม่มีแฟนไม่เป็นไร
ขอท่องเที่ยวใช้ชีวิตลัลล้าไปเรื่อยๆ. ก็มีความสุขมากๆแล้ว
เลยชอบทำงานค่ะ. เก็บเงินเที่ยว. อิอื


แต่เอิม.....แก่ตัวลงไปใครจะมาเลี้ยงลิงเล่าเนี่ย
คิดไม่ตก...เหอๆ

คุณแม่.....สอนลูกสาวดีจัง
ถ้าจะกินน้ำตาต่างข้าวขนาดนี้ ตัดใจปล่อยเค้าไปเถอะเนาะ
กอดทะเบียนสมรสเอาไว้ ไม่มีประโยชน์อันใดจริงๆ
6. เดือนกว่าๆมันนานมากแล้วกับการเสียใจ...ไฟท์ติ้งค่ะสาวๆ


ได้พล็อตมาจากทอมแอนด์เจอรี่
ทอม....หวงของที่ตัวเองก็ไม่ได้กินได้ใช้กับเจอรี่

คิดถึงตอนเป็นเด็ก
คุณตา. ข้างบ้านแกปลูกมะม่วงไข่เอาไว้ค่ะ. มะม่วงไข่อร่อยมากๆ
เวลาลมแรง. มะม่วงหล่นเต็มพื้น. ...เด็กๆชอบไปเก็บมากิน
แก....ก็จะไล่ตะเพิด. เด็กๆก็วิ่งหนี ตามทันก็วิ่งไล่มาสิคะ จ้างก็วิ่งไม่ทันเด็ก
มะม่วงมีมากมาย. ก็ไม่แบ่ง
เข้าใจว่าเป็นสิทธิ์ของแก จะให้กินหรือไม่ให้กินก็ได้ในสวนของแก
แต่เด็กไม่เข้าใจหรอกค่ะ ก็ลมมันแพงมะม่วงหล่นลงมาเก็บกินก็ไม่แปลก
ไม่ได้แอบไปสอยสักหน่อย 555
ลิงคือเด็กในกลุ่มนั้น. สมัยเด็กมันยากจะเข้าใจจริงๆค่ะ
คือ....ทุกบ้านเวลามีลมแรงเด็กๆมักจะไปรอเก็บมะม่วงแบบนี้แหละค่ะ

เรื่องสั้นสนุกดีค่ะ แม้จะชวนปวดกระดองใจเหลือหลาย
เจอมากับตัวเอง.....เจ็บอยู่หลายวันเลยเชียวT__T

ความคิดเห็นที่ 7 สมชัย , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
redribbons07 วันที่ : 22/11/2015 เวลา : 08.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

แวะมอ่านเรื่องสั้นค่ะ


เขียนได้สะท้อนความจริงมาก


ในความเห็นวรรณศิริควรหย่าและปล่อยคนคนนั้น

ไปตามทางของเขา มีประโยชน์อะไร

กับการต้องทนทุกข์กับความทรยศของผู้ชายคน

หนึ่ง

หย่าแล้วแต่งงานใหม่ หาคนดีๆ ดีกว่า

หรือไม่ก็อยู่เป็นโสด มีความสุขกับเพื่อนๆ

ไปค่ะ



ความคิดเห็นที่ 6 สมชัย , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
chailasalle วันที่ : 22/11/2015 เวลา : 01.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

เยี่ยมเลย ครับ รัก ...ต้องรักอย่างมีสติ

ความคิดเห็นที่ 5 สมชัย , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 21/11/2015 เวลา : 22.28 น.

บางครั้งเราจะไม่เห็นคุณค่าของที่อยู่กับเราตลอดเวลา ....จะเห็นค่าหรือเสียดายเมื่อสิ่งนั้นหลุดมือไปเป็นของคนอืนเเล้ว

ความคิดเห็นที่ 4 สมชัย , ณัฐรดา และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
แม่หมี วันที่ : 21/11/2015 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาอ่านเรื่องราว การใช้ชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องง่าย

วรรณศิริ ก็น่าเห็นใจที่เธอคิดว่าเธอทำทุกอย่างเพื่อครอบครัวเพื่ออนาคตจนละเลยการมีสัมพันธภาพที่ดี ชีวินจึงจากไป

บางทีการจากไปของคนที่ไม่รักกันแล้วดีกว่าทนอยู่ด้วยกันอย่างไม่มีความรักเหลืออยู่

หากวรรณศิริคิดได้อย่างที่คุณแม่เธอบอก เธออาจจะพบความสุขแม้ไม่มีชีวิน

เขียนเก่งจังเลยค่ะ สมแล้วกับเป็นเรื่องที่ได้รับการคัดเลือกให้ตีพิมพ์ในนิตยสารแพรว ชื่นชมวิธีการเขียนและให้แง่มุมดีๆกับผู้อ่าน


ความคิดเห็นที่ 3 สมชัย , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 21/11/2015 เวลา : 11.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เดินทางปลอดภัยทั้งไปและกลับครับ

ความคิดเห็นที่ 2 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ณัฐรดา วันที่ : 21/11/2015 เวลา : 06.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

พอพูดถึง “ฆราวาสธรรม” อันประกอบด้วย สัจจะ (ความจริง), ทมะ (การฝึกตน), ขันติ (ความอดกลั้น, อดทน, ทนได้ด้วยใจที่เห็นโดยความเป็นกลาง) และ จาคะ (ความสละ) นั้น เราก็มักนึกถึงคำอวยพรที่ผู้ใหญ่ให้แก่บ่าวสาวในวันแต่งงาน ว่าทั้งสองหากครองชีวิตคู่ด้วยฆราวาสธรรมแล้ว จะทำให้อยู่ด้วยกันอย่างยั่งยืน ถือเท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร แต่อันที่จริง ฆราวาสธรรมนี้ แม้แต่ฆราวาสผู้ที่ไม่แต่งงานก็จำเป็นต้องใช้ค่ะเพื่อการเป็นอยู่ที่เป็นสุข และเป็นสมาชิกที่ดีของสังคม

ท่านพุทธทาสเคยให้ความเห็นว่า ฆราวาสธรรม เป็นธรรมที่เหมาะสำหรับฆราวาสจริงๆ ทั้งผู้ที่ยังไม่ปรารถนาจะพ้นโลก หรือผู้ที่ต้องการเดินทางออกจากโลก

มองว่า ที่ฆราวาสธรรมเหมาะกับทุกคน ก็เพราะทุกคนล้วนต้องรักษาสัจจะ ต้องพยายามเข้าใจสภาวะที่แท้จริง (สัจจะ) และเพราะเราต้องมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง จึงต้องฝึกตนในด้านต่างๆเพื่อให้อยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข (ทมะ) ต้องอดกลั้นในเบื้องต้น (อธิวาสนขันติ) ด้วยเมตตาตนและผู้อื่น ซึ่งในระหว่างที่อดกลั้นนั้น ต้องมีการพิจารณาเพื่อให้ใจผ่องใส (โสรัจจะ) ให้คลายการยึดมั่นในบางเรื่อง สละกิเลสบางอย่าง (จาคะ) เพื่อให้เห็นสอดคล้องกับสภาวะ เห็นตามที่เป็นจริง (สัจจะ)

แล้วการฝึกทั้งหมดจะวนกันไปเป็นวงกลม เมื่อเห็นตามที่เป็นจริง จึงยินดีที่จะฝึก (ทมะ) บ่อยขึ้น จึงเข้าถึงสัจจะได้มากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเข้าถึงสัจจะได้มากยิ่งขึ้น จากที่ต้องทนกลั้น ก็กลายเป็นทนทานด้วยการรู้เห็นด้วยความเป็นเช่นนั้นเอง เป็นขันติในระดับสูง (ตีติกขาขันติ) การสละ (จาคะ) ไม่ว่าจะสละกิเลส สละทรัพย์ สละความยึดมั่น สละกระบวนการคิดที่ทำให้บิดเบือนออกไปจากความเป็นจริง ก็จะทำได้มากขึ้นเรื่อยๆ

ก็จะอยู่เป็นสุขในปัจจุบันได้ดีขึ้นเรื่อยๆเช่นกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา , ลิงเขียว และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 21/11/2015 เวลา : 05.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

สาเหตุที่ลงเรื่องสั้นวันอาทิตย์ แต่มาลงในวันเสาร์ เพราะว่าติดภารกิจไปต่างจังหวัด จึงไม่สะดวกลงในวันอาทิตย์ ผมจะกลับมาตอบความเห็นในวันจันทร์ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน