*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 232348
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< กรกฎาคม 2016 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 กรกฎาคม 2559
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 2238 , 10:01:16 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 15 คน นรอง , ภาษาไทย และอีก 13 คนโหวตเรื่องนี้

สืบเนื่องจากตอนที่แล้วที่ผมชี้ให้เห็นความสำคัญของการบริหารจัดการ มวลกล้ามเนื้อและไขมันอย่างถูกต้อง และชี้ให้เห็นความสำคัญของการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ อันเป็นการเพิ่มระบบเผาผลาญในร่างกายให้มากขึ้น เพื่อเป็นทางหนึ่งในการป้องกันโรคเบาหวาน และเป็นการควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะการเพิ่มกล้ามเนื้อคือการเพิ่มค่า BMR นั่นเอง

ตรงนี้จึงทำให้หลายคนคิดว่าต่อไปนี้ต้องทานเนื้อ ทานโปรตีนให้มากๆ กล้ามเนื้อจะได้เพิ่ม

คิดอย่างนี้คิดได้ครับ แต่มันไม่ง่ายอย่างที่คิดครับ  เราต้องทราบกลไกธรรมชาติของร่างกายเราก่อน

ร่างกายเราเปรียบเหมือน CPU ที่ตกรุ่น และไม่ยอมอัพเกรด  แม้อาหารในโลกจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน มันก็ไม่เคยที่จะเปลี่ยนตามโลก มันใช้กลไกการใช้การเก็บแบบเดิมๆตามต้นตระกูลของมนุษย์

ข้อเท็จจริงที่ควรรู้เบื้องต้น

1.ร่างกายไม่ชอบเก็บกล้ามเนื้อ มันพยายามหาโอกาสที่จะสลายกล้ามเนื้อออกตลอดเวลา เพราะกล้ามเนื้อเป็นสิ่งที่เกินจำเป็น มันบริโภคพลังงานมาก  ร่างกายเราจึงเก็บกล้ามเนื้อเฉพาะที่ใช้จริงๆในชีวิตประจำวันเท่านั้น ยามใดส่วนใดที่ไม่ค่อยได้ใช้ มันจะสลายออกไปเก็บเป็นไขมันแทน

2.ร่างกายชอบเก็บไขมัน เพราะไขมันเป็นสิ่งจำเป็นแก่ชีวิต มันให้พลังงานมากกว่ากล้ามเนื้อ มันให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย ต้องนึกย้อนไปสมัยหลายหมื่นปี ที่อาหารหายาก บางครั้งอดอยาก ต้องต่อสู้กับสภาพอากาศที่เลวร้าย ร่างกายมันจำสิ่งนี้ไว้ เพื่อเซฟชีวิตตนเอง

3.จากข้อ2และข้อ3 จึงเป็นข้อเท็จจริงที่ว่า 

    3.1 สลายไขมันยาก       เก็บสะสมไขมันง่าย

    3.2 สลายกล้ามเนื้อง่าย  เก็บสะสมกล้ามเนื้อยาก

4.ดังนั้นคนที่กินอาหารเกินระดับค่า TDEE (ดูในบทความตอนที่ 2 ประกอบ) ค่าพลังงานที่เกิน จะเก็บในรูปไขมัน เมื่อเก็บสะสมตามที่ต่างๆจนล้น ก็กลายเป็นคนที่รูปร่างอ้วนอย่างสมบูรณ์แบบ

5.ส่วนคนที่กลัวตัวเองจะอ้วน แล้วพยายามกินให้น้อยมากๆ ร่างกายยิ่งสลายกล้ามเนื้อออก มากกว่าการสลายไขมัน แม้รูปร่างจะเล็กลง แต่เป็นสภาวะคนอ้วนแฝง หรือคนอ้วนที่ตัวเล็ก

เพราะการอดอาหารทำให้ร่างกายกลัวตาย จึงยิ่งหวงของสำคัญ คือไขมัน  คนเหล่านี้แม้ดูไม่อ้วนแต่ไม่แข็งแรง เจ็บป่วยง่าย

6.การสร้างกล้ามเนื้อต้องอาศัยวัตถุดิบคือโปรตีนในการสร้าง แต่ร่างกายจะสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรงได้ ต้องทำลายกล้ามเนื้อก่อน เส้นใยกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดจากการที่ต้องออกแรงต้านแรงโน้มถ่วง จะถูกเสริมสร้างด้วยโปรตีน ทำให้มันหนาตัวขึ้น  ดังนั้นการเล่นเวท คือการทำลายกล้ามเนื้อให้ฉีกขาด เพื่อสร้างใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม

7.โดยนัยนี้ การที่เราไม่มีกิจกรรมใดๆ หรือวิถีชีวิตใดๆที่ต้องออกแรงต้านแรงโน้มถ่วงเพิ่มขึ้นจากชีวิตปกติ การทานเนื้อ ทานโปรตีนมากๆเกินความต้องการ ก็ไม่ได้ช่วยอะไร เป็นภาระแก่ร่างกายที่ต้องคอยขับทิ้ง รวมทั้งสิ้นเปลืองเงินทองที่ต้องซื้อหามา  เพราะอย่าลืมว่า การสร้างกล้ามเนื้อเป็นส่วนเกินของร่างกาย ถ้าไม่มีอะไรต้องออกแรงเป็นพิเศษแล้ว ร่างกายมันคอยกำจัดกล้ามเนื้อออกตลอดเวลา

ร่างกายเราจึงมีรูปร่างที่แตกต่างกันไปตามส่วนประกอบหลักๆที่สำคัญคือ มวลกล้ามเนื้อและมวลไขมัน โดยมีสาเหตุมาจาก สิ่งที่รับเข้าไปคือ อาหาร ที่ให้พลังงาน(แคลอรี่)และสารอาหาร  กับสิ่งที่ต้องใช้จ่ายออกไปคือ ค่าต้นทุนชีวิตBMR  และ ค่าต้นทุนวิถีชีวิตTDEE

 

รูปข้างบนนี้คือ ผลลัพธ์ ของการบริหารร่างกาย จากอาหารและกิจวัตร เราใส่ปัจจัยอะไรเข้าไป รูปร่างเราก็จะออกมาเป็นอย่างที่เราต้องการ

ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการบริหารจัดการร่างกายเราคือ อาหาร มีผลถึง70 % ขณะที่ปัจจัยกิจวัตรหรือการออกกำลังกายมีผลเพียง30%  เพราะถ้าเราเจาะลึกถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการใช้และการรับพลังงาน  เราจะพบว่า เรารับพลังงานมากกว่าการใช้ออกทุกครั้ง  ส่วนผู้ที่กลัวอ้วนก็พยายามรับพลังงานให้น้อย แต่ปัญหาก็มาอยู่ที่การขาดสารอาหาร ทำให้ร่างกายไม่แข็งแรง เป็นคนผอมที่อมโรค   เราจึงพบคนที่อ้วนและที่ผอมที่อมโรค   พบคนรวยที่อ้วน ไม่ขาดสารอาหาร แต่ไขมันอุดตันในเส้นเลือด  พบคนจนในเขตเมืองที่อ้วนแต่ได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ  โรคเบาหวาน โรคไต จึงไม่ใช่โรคของคนรวยหรือคนจน ทุกคนมีโอกาสเสี่ยงไม่ยิ่งหย่อนกว่ากัน เพียงเพราะปัจจัยหลักอย่างเดียวคือ อาหารที่ไม่ถูกต้อง ที่เรารับประทานเข้าไปทุกวัน

 ผมอยากให้หลักในการบริโภคหลักหนึ่งว่า  พยายามศึกษาถึงปริมาณแคลอรี่และสารอาหาร ที่เรากำลังนำเข้าสู่ปาก ว่าสิ่งนั้นอะไรคือคุณค่าแท้ อะไรคือสิ่งที่เกินจำเป็นต่อร่างกาย (ทานเพื่อสนองร่างกาย อย่าทานเพราะสนองลิ้นหรือสายตา)

 

จากรูป ร่างกายเราเหมือนเครื่องจักร มีวัตถุดิบที่ป้อนเข้ามา สิ่งนั้นมีสารอาหารที่จำเป็นต่อการทำงานส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นสิ่งเกินจำเป็นที่แฝงมากับสารอาหาร ซึ่งคนจำนวนมากให้ความสำคัญกับสิ่งปรุงแต่งเหล่านี้มากกว่าสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย  สิ่งที่จำเป็นต้องใช้ในการดำเนินชีวิตร่างกายก็ได้จากสารอาหารที่จำเป็นที่รับเข้ามา  ส่วนที่ปรุงแต่งหรือเป็นสารอาหารที่เกินจำเป็นร่างกายต้องขับทิ้ง ขับไม่หมดก็สะสม หรือไม่ก็เปลี่ยนสภาพ เก็บกักในร่างกาย นี่จึงเป็นบ่อเกิดของโรคทั้งหลายที่เราหามาเองจากการบริโภคที่ขาดการไตร่ตรอง  เพียงอาศัยความอร่อย สีสันชวนกินบวกกับแรงโฆษณา

ผมจะยกตัวอย่างของคนสองกลุ่มที่ผมเห็นว่าเป็นปัญหา เนื่องจากการเข้าใจบางสิ่งบางอย่างผิดพลาดไปเกี่ยวกับการจัดการร่างกายตนเอง

กลุ่มที่1 คือคนอ้วนสูงอายุ ที่น้ำหนักเกิน ค่าBMI    เกินเกณฑ์  แต่BMR็    ต่ำ  แล้วพยายามอดอาหาร อาจทานสองมื้อ แต่ละมื้อทานน้อยๆ หรือบางครั้งทนไม่ไหวก็ทานมาก แล้วรู้สึกผิดขึ้นมา ก็ทานน้อยอีก

กลุ่มที่2 คือคนที่รูปร่างไม่อ้วน ค่า BMI  มาตรฐานหรือต่ำ  แต่ค่า BMR   ก็ต่ำ แล้วพยายามอดอาหาร หรือทานน้อยเพราะกลัวอ้วน แต่ละมื้อทานอาหารหลักน้อยๆ แต่มีของว่างบ่อยๆ สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงเท่าที่ควร

 

กลุ่มที่1 คือรูป  C      กลุ่มที่2 คือรูป B

การบริหารจัดการในกลุ่มที่1 (กลุ่ม C ) คนที่รูปร่างอ้วน มีไขมันมากกว่ากล้ามเนื้อ

1.เริ่มแรกสุด ผมไม่แนะนำให้ไปออกกำลังกาย เช่นไปวิ่ง ไปเข้ายิม ไปเต้นแอโรบิค ไปขี่จักยาน ผมจะแนะนำให้เดินมากขึ้น เดินให้ได้วันละ 10000 ก้าว ฟังดูอาจจะเยอะ แต่ในชีวิตประจำวันถ้ามีสติคอยเตือนตนเองตลอดเวลา สามารถทำได้ เช่นจอดรถไกลสักนิดเพื่อจะได้เดิน อยู่ในบ้านทำงานบ้าน เดินไปมาจะเดินจงกลมทำสมาธิ หรือเดินหยิบข้าวของในบ้าน ประเด็นหลักๆคือ อย่าเนือยนิ่ง

 ผมเคยเห็นคนที่น้ำหนักตัวมาก แล้วไปเข้ายิมเพื่อลดความอ้วน ครูฝึกก็ให้เขาวิ่งลู่ ยกน้ำหนัก กระโดดย่อเข่า ดูแล้วก็น่าสงสาร เพราะเขาไม่สามารถทำอย่างที่ครูฝึกให้ทำได้ ไม่ช้าก็ท้อแท้ เลิกกันไป   ผมขอย้ำตรงนี้นะครับว่า การออกกำลังกายไม่ใช่ปัจจัยหลักของการลดน้ำหนัก หรือลดความอ้วน (นักยกน้ำหนัก ซูโม่ นักกีฬาขว้างจาน นักมวยปล้ำ มีคนไหนรูปร่างเล็ก น้ำหนักน้อยบ้าง)แต่เป็นปัจจัยเสริม

 ปัจจัยหลักของการลดน้ำหนักคือการบริหารการบริโภคอาหารให้ถูกต้อง

2.เมื่อเป็นเช่นนี้ โปรแกรมแรกสุดของคนกลุ่ม นี้  คือการวางโปรแกรมการบริโภค โดยทานจำนวนแคลอรี่ให้ต่ำกว่าค่าTDEE    วันละ500แคลอรี่ต่อเนื่องกัน ที่สำคัญ สารอาหารต้องครบ  จนน้ำหนักมาสู่ระดับที่สมดุลอาจเกินนิดหน่อย เมื่อนั้นจึงมาเข้าโปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อเร่งการเพิ่มค่าBMRคือการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ  เพื่อปรับปรุงรูปร่างร่างกายให้สมส่วน

 

นี่คือภาพที่แสดงให้เห็นถึงคนที่อ้วนที่สามารถมองเห็นด้วยตา แล้วอยากลดความอ้วน ด้วยวิธีที่ลัดเห็นผลเร็ว คือการอดอาหาร หรือทานผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาตามสื่อต่างๆ เช่น กาแฟลดน้ำหนัก ทานบุกเพื่อไม่ให้หิว

บางคนทานแอปเปิ้ลผลเดียวทั้งวัน บางคนทานยาที่ทำให้เบื่ออาหาร หรือทานยาที่ไปเร่งการเผาผลาญ

วิธีเหล่านี้ให้ผลเร็วมาก เพราะจำนวนพลังงานที่เรารับเข้าไปไม่เพียงพอกับการที่ต้องใช้จ่ายออก ร่างกายต้องดึงจากส่วนต่างๆของร่างกายมาใช้ เหมือนเราอยู่ดีๆไม่ทำงาน แต่ก็ต้องใช้เงิน เมื่อเงินสดหมดก็ต้องเบิกจากธนาคาร ต้องขายหุ้น ขายทอง จนต้องขายบ้านหลังใหญ่ไปอยู่บ้านหลังเล็ก

สภาวะแบบนี้ร่างกายมันยอมไม่ได้ มันจะทำลายกล้ามเนื้อที่จำเป็นน้อยที่สุดต่อการดำรงชีวิตออกไปให้หมด แขนขาเริ่มลีบ ทั้งกล้ามเนื้อและไขมันลดลงอย่างมาก ค่า BMR  จะลดลงทันที  เพื่อลดค่าใช้จ่าย

ร่างกายผอมลงอย่างเสื่อมโทรม บางคนถึงขั้นเสียชีวิต เนื่องจากยาลดความอ้วน ทำให้ร่างกายขาดสารอาหาร  เมื่อทนไม่ไหว เราจะต้องกลับมากินอีกครั้ง แม้ว่าจะทานได้ไม่มากดังก่อน แต่เราจะอ้วนอย่างรวดเร็ว เพราะร่างกายได้รับบทเรียนว่า อาจต้องอดอยากอีกครั้ง ดังนั้นอาหารที่ทานเข้าไปแม้จะไม่มาก แต่มันก็จะเก็บในรูปของไขมันอย่างเดียว  ทั้งนี้เพราะกล้ามเนื้อที่เสื่อมสลายไปหมด ทำให้ค่าเผาผลาญคือ BMR  ลดลง

 เหมือนคนที่เคยจนเคยลำบากมามักขี้เหนียว ไม่ค่อยยอมจ่าย จะเก็บอย่างเดียว  นี่คือสาเหตุของภาวะที่เราเรียกว่า โยโย่ เอฟเฟค 

ภาวะนี้เกิดกับคนที่อ้วน แล้วคิดว่าต้องกินน้อยๆ หรือบางคนชอบอดอาหารมื้อหลักๆ แล้วไปคอยตอดเล็กตอดน้อยกับขนมชิ้นเล็กชิ้นน้อย โดยคิดว่าปริมาณน้อยๆจะไม่ทำให้อ้วน

หรือคนที่ทำอะไรไม่สม่ำเสมอ เช่นเดี๋ยวกินมาก รู้สึกผิด ก็กลับมากินน้อย ก็รู้สึกอึดอัดขัดข้อง ก็ไปกินมากๆอีก 

แบบนี้ร่างกายสับสนมาก ไม่รู้จะเอาอย่างไร ขบวนการบริหารจัดการในร่างกายเรามันจะรวน เมื่ออยู่ในภาวะที่ไม่แน่นอนแบบนี้  ร่างกายจึงเลือกวิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือ ขอเก็บเป็นไขมัน ดีที่สุด

2.ในกลุ่มที่2 คนที่แลดูอาจไม่อ้วน แต่ค่าBMR    ต่ำ จัดเป็นคนอ้วนแฝง แขนขาอาจดูดี แต่ส่วนต้นขาบ้าง รอบเอวบ้างสะสมชั้นไขมันพอสมควร หรือเมื่อวัดผลเลือด ค่าไขมันในเลือดค่อนข้างสูง   ในกลุ่มนี้บริหารจัดการง่ายกว่ากลุ่มแรกมาก หลักใหญ่ที่ต้องยึดเป็นสรณะคือ การควบคุมเรื่องอาหาร ( ไม่ใช่การอดอาหาร รายละเอียดจะนำเสนอต่อไป) และการออกกำลังกาย และการออกกำลังกายชนิดที่สำคัญที่สุดคือการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เพื่อเพิ่มค่าBMR   ให้สูงขึ้น

นี่คือตัวอย่างหนึ่ง สำหรับคนที่อยากลดส่วนเกินที่ไม่ต้องการลง สิ่งจำเป็นอันดับแรกคือ รักษาค่าBMR  เอาไว้ให้ดีด้วยการทานอาหารให้ถูกต้อง  จากนั้นออกกำลังกายทั้งแอโรบิค และเวท  เราก็จะมีน้ำหนักตัวที่ลดลงอย่างแข็งแรง เพียงแต่วิธีการเหล่านี้ต้องใช้เวลาและความพยายามที่มาก

 

นี่คือการพัฒนาการไปอีกขั้น ต่อจากรูปที่แล้ว ด้วยการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อให้มากขึ้นจากเวทเทรนนิ่ง ซึ่งต้องปรับการบริโภคโดยเฉพาะกลุ่มโปรตีน ไขมัน คาร์โบไฮเดรท ทำให้ %ไขมันลดลง มวลกล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น

ในตอนต่อไป ผมจะลงลึกเรื่อง อาหารและ การออกกำลังกาย ซึ่งก็คือ การนำเข้า และการเอาออก  เพื่อผู้อ่านจะได้นำไปปรับใช้กับวิถีชีวิตของตนเอง ตามสมควร

ก่อนจบบทความตอนนี้ ผมขอสรุปภาพรวมอีกครั้ง เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพตนเอง

1.การทานอาหารที่ถูกต้องสารอาหารครบ และจำนวนแคลอรี่ที่สอดคล้องกับวิถีดำเนินชีวิต ผลคือ ร่างกายแข็งแรงสมวัย

2.การทานอาหารที่ถูกต้องสารอาหารครบ และจำนวนแคลอรี่ที่สอดคล้องกับวิถีดำเนินชีวิต บวกกับการออกกำลังกายแบบต่างๆอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ร่างกายแข็งแรงอ่อนกว่าวัย สามารถทำกิจกรรมที่คนวัยเดียวกันทำไม่ได้

3.การทานอาหารที่ถูกต้องสารอาหารครบ และจำนวนแคลอรี่ที่สอดคล้องกับวิถีดำเนินชีวิต บวกกับการออกกำลังกายแบบต่างๆอย่างสม่ำเสมอ และมีการฝึกอบรมจิต  ทำให้ร่างกายแข็งแรงอ่อนกว่าวัย สามารถทำกิจกรรมที่คนวัยเดียวกันทำไม่ได้ และมีความสุขกับชีวิตในทุกๆช่วงเวลาที่ผ่านมาและผ่านไป

ตอนต่อไปจะเริ่มเข้าเรื่องอาหารโดยตรงครับ

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
นรอง วันที่ : 21/07/2016 เวลา : 16.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nrong

ขอบคุณมากค่ะพี่หมอ..

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
สมชัย วันที่ : 15/07/2016 เวลา : 08.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห19.wullop ขอบคุณที่ช่วยสรุปให้สั้นๆครับ

ความคิดเห็นที่ 19 นรอง , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
wullopp วันที่ : 14/07/2016 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/health2you

เห็นหัวข้อ... ต้องรีบแวะมาอ่าน
และดูภาพประกอบทันที

เป็นเรื่องที่มีประโยชน์มาก...
เรื่องนี้ทำให้เรารู้ว่า

(1). ถ้าจะลดน้ำหนักอย่างเดียว
อาหารสำคัญกว่าออกกำลัง
ทว่า... จะเสียมวลกล้ามเนื้อด้วย

(2). ถ้าจะให้สุขภาพดีจริงๆ ในระยะยาว...
กรณีมวลกล้ามเนื้อน้อย ให้เน้นเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ
ถ้ามวลกล้ามเนื้อมากอยู่แล้ว ให้เน้นลดสัดส่วนไขมัน

ความคิดเห็นที่ 18 สายลมที่ผ่านมา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 14/07/2016 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห17.สายลมที่ผ่านมา ค่อยๆฝึกกันไปครับ

ความคิดเห็นที่ 17 wullopp , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สายลมที่ผ่านมา from mobile วันที่ : 14/07/2016 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

วินัยสำคัญค่ะ อันนั้นไม่ค่อยมี แฮะ ๆ

ความคิดเห็นที่ 16 BlueHill ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย from mobile วันที่ : 13/07/2016 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

บก.ชาลี ขออย่าเป็นช่วงกลางๆ พย.ครับ ผมไม่ว่างช่วงนั้นพอดี

ความคิดเห็นที่ 15 wullopp , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 13/07/2016 เวลา : 18.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

กายพร้อม
ใจพร้อม
หน้าหนาวนี้ ลงใต้กันอีกไหมครับคุณหมอ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สมชัย วันที่ : 13/07/2016 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห12. Cat@ ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ รู้หลักทำให้สุขภาพดีครับ ส่วนอยากหุ่นดี ต้องเป็นอีกขั้นตอนหนึ่ง

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
สมชัย วันที่ : 13/07/2016 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห11SW19 . ขอบคุณกับความคิดเห็นมากๆครับ เรื่องค่าดัชนีน้ำตาลต้องนำเสนอแน่นอนแต่จะพยายามเขียนให้เข้าใจง่ายๆ เป็นเรื่องสำคัญมากๆในขบวนการจัดการภายในร่างกายเรา ประเทศไทยบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่ไม่น้อย โดยเฉพาะในเด็กนักเรียน
เรื่องการทานอาหาร ที่ว่าคนอายุมากต้องทานน้อยลง อันนี้จริงครับ เพราะเป็นการจัดสมดุลย์ของร่างกาย คือมวลกล้ามเนื้อจะลดลงตามอายุที่มากขึ้น เพราะวิถีชีวิตเราเป็นเช่นนั้น เหนื่อยมาตั้งแต่หนุ่มสาวจนแก่เฒ่า ก็อยากสบาย นั่งๆนอน ค่า bmr มันจึงลดลง ถ้าทานมาก ทานไม่ถูกต้อง ร่างกายก็สะสม ระบบต่างๆก็เสื่อมทราม การย่อยก็ผิดปกติ แต่ในผู้สูงอายุ ถ้าเราปรับสารอาหารปรับค่าแคลอรี่ ปรับค่า bmr ให้สูงขึ้นได้ ร่างกายสามารถกลับมารีเฟรชตนเองได้ครับ
คุณณัฐรดา แม่บ้านผมนี่เป็นตัวอย่าง ที่จากเป็นคนทานอะไรน้อยทานไม่ค่อยได้ ไร้เรี่ยวแรง เจ็บป่วยบ่อย จนปัจจุบันนี้ สภาพร่างกายหวนกลับเป็นสาวอีกครั้ง ด้วยอาหารที่ถูกต้องและการออกกำลังกายที่เหมาะสมครับ

ความคิดเห็นที่ 12 wullopp , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
Cat@ วันที่ : 13/07/2016 เวลา : 04.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ขอบคุณค่ะ
อยากหุ่นดี งั่นต้องค่อยๆ อ่าน

ความคิดเห็นที่ 11 wullopp , สมชัย และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
SW19 วันที่ : 13/07/2016 เวลา : 00.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SW19

คุณหมอเขียนได้ถูกใจมาก เพราะเป็นรูปแบบเดียวกันกับที่ใช้อยู่
weight training ที่ทำกัน ก็แบ่งเป็นท่อนร่างกาย ส่วนบน ส่วนล่าง วัยตอนนี้พยายามให้ทั้งข้อเข่าแข็งแรง ให้ core strength พยุงตัวเองได้ และใช้บางการออกกำลังด้วยหลักการ calisthenics - แต่เราคงไม่ได้ lean เท่าคุณหมอ เพราะ injuries สะสมมามากเกินไป กับไม่ได้หวังให้ผอม

มีข้อคิดเรื่องอาหารของผู้สูงวัย ที่รายการสุขภาพทางนี้แนะนำ ฟังดูค้านกับความเชื่อที่ว่า 'แก่แล้วไม่อยากอาหาร กินน้อยลง' เพราะเขาบอกว่า อัตราความต้องการอาหารและพลังงานของร่างกายไม่ได้ลดลงขนาดนั้น ยิ่งอายุมาก ยิ่งต้องระวัง คือ ต้องกิน แต่ต้องกินอย่างรอบคอบ กินไม่ได้มาก ก็ให้เพิ่มมื้อกิน แต่ไม่ใช่กินจุบจิบ ไม่เช่นนั้น เวลาเป็นอะไรขึ้นมา ร่างกายจะไม่มีแรงต้านทาน

เราพบว่า เรื่องการกินอาหาร แนวคิดเรื่อง GI - Glycaemic Index มีประโยชน์มาก คุณหมอคงน่าจะเคยได้ยิน เราเคยเอามาเล่านานแล้วเหมือนกัน เพราะช่วยควบคุมอาการ yo-yo ของระดับน้ำตาลในเลือดได้ดี ขนาดที่คุมเบาหวานให้ผู้สูงวัยในครอบครัวได้ด้วยการใช้การกินแบบ GI diet (diet ที่แปลว่าการกิน ไม่ใช่ คำกิริยาที่แปลว่าการลดน้ำหนัก) บวกกับการออกกำลัง

ขอบคุณคุณหมอสำหรับสาระดีๆ - SW19 ตามอ่านอยู่ แต่บางทีไม่สะดวกเขียนคุยทุกครั้ง

ความคิดเห็นที่ 10 สิงห์นอกระบบ , ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห5.สิงห์นอกระบบ ได้สุขภาพดีแน่นอนครับ แต่รูปร่างเป็นอีกเรื่องครับ ตรงนั้นต้องใช้โปรแกรมฟิตเนส มาช่วยพอสมควรทีเดียวครับ
แต่ว่าเพียงเรามีสุขภาพดี เท่านี้ก็เป็นความสุขในชีวิตแล้ว ที่ไม่ต้องเจ็บป่วยเป็นนั่นเป็นนี่

ความคิดเห็นที่ 9 ณัฐรดา , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห4.rattiya วิถีชีวิตคุณรัต ยอดเยี่ยมเลยครับ มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา ถ้าไม่หยิบเอาเรื่องยุ่งยากใจจากที่ทำงานมาคิดต่อที่บ้าน ชีวิตแบบนี้ดีมากๆครับ

ความคิดเห็นที่ 8 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห3.ลูกเสือหมายเลข9 ได้ความเห็นตรงนี้ค่อยใจชื้นขึ้นมาครับ เพราะกลัวว่าเขียนแล้ว สื่อกับผู้อ่านไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 7 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 21.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห2.WIC!!WIC!! ขอบคุณครับที่มาเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 6 ณัฐรดา ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 20.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1.แม่มดเดือนMarch เมืองไทยน่าจะไม่มี Health Club อย่างที่พี่ว่ามาครับ ที่มีก็เป็นพวกฟิตเนสเซนเตอร์ทั้งหลาย พวกสูงอายุที่มีปัญหาเรื่องสุขภาพ จับมาออกกำลังทันทีมันไม่ไหวครับ มันต้องเป็นขั้นตอน และต้องให้สิ่งที่เรียกว่าออกกำลังกายเป็นวิถีชีวิตที่ปกติ ส่วนการฟิตเนสนั้นมีจุดประสงค์เพียงการรีเชฟสัดส่วนเท่านั้น

ความคิดเห็นที่ 5 wullopp , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ทำได้จะได้สองต่อ ทั้งหุ่นและสุขภาพดีทั้งคู่ นะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 wullopp , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
rattiya วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ขอบคุณค่ะ

รัตติยาใช้ชีวิตประจำวัน คือไม่ใช่ลิฟค่ะ เดินขึ้นบันไดตลอด ทั้งที่บ้านเเละที่ทำงานค่ะ ถ้าวันไหนทำงานเช้า/บ่าย ก็ขึ้นบันไดเป็นร้อยขั้น เวลาอยู่บ้านดูทีวี จะสลับทำยิมนาสติก หน้าจอทีวีเลยค่ะ แผ่นที่รองทำยิมนาสติกก็ปูทิ้งใว้เลย...ไม่เก็บเข้าออก...(กำหนดเวลาเเน่นอนไม่ได้ค่ะ เเล้วเเต่ว่าทำงานมาเหนื่อยเเคไหน )

ความคิดเห็นที่ 3 wullopp , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 16.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เห็นภาพประกอบ เข้าใจง่ายขึ้นมากครับ
ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 2 wullopp , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
WIC!!WIC!! วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 13.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thingtoyou

โชคดีที่คนอ่านข้อมูลนี้ที่เป็นคนไทย เข้ามาอ่านและแชร์ความคิดได้ที่ การกระทำกับนามธรมม ที่ WIC!!WIC!! ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 wullopp , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 12/07/2016 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

ขอบคุณค่ะ
คุณหมอเขียนให้เข้าใจง่ายดีจัง
พอมีเวลา จะค่อยๆทะยอยอ่านย้อนหลังนะคะ

ตอนอยู่ที่โน่น เมืองของเรามี Health Club สำหรับสตรีโดยเฉพาะ ผู้ปฏิบัติงานทั้งหมดเป็นผู้หญิงด้วย
ปรัชญาของคลับไม่ตามกระแส เน้นที่การออกกำลังกายและโปรแกรมอาหารที่มุ่งให้สมาชิกมีสุขภาพแข็งแรงตามสมควร ไม่เน้นเรื่องของความงาม ความอ่อนเยาว์หรือการมีหุ่นนางแบบเลย
การปฏิบัติเน้นให้กลมกลืนกับชีวิตประจำวันอย่างที่ปฏิบัติได้จริง ค่อยเป็นค่อยไป ใช้เวลาแต่สม่ำเสมอ คงทน และเท่าที่จะทำได้ด้วยความสบายใจ
เรามีสมาชิกตั้งแต่อายุ ๑๕ ถึง ๘๐ ปี แต่ละคนได้รับการดูแลจากผู้ปฏิบัติงานตามโปรแกรมที่ถูกจัดขึ้นแบบ tailor-made ให้สอดคล้องกับความจำเป็นและความเป็นไปได้ของสมาชิกแต่ละคน
แม่มดยังไม่พบคลับที่มีแนวทางเช่นนี้ในบ้านเรา คิดถึงจัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน