*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 232355
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< สิงหาคม 2016 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 26 สิงหาคม 2559
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 1745 , 20:06:56 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 8 คน Gaby , สิงห์นอกระบบ และอีก 5 คนโหวตเรื่องนี้

เมื่อหลายปีก่อนจนมาถึงสมัยนี้ ในบางครั้งบางครา อดเกิดความรู้สึกขัดเคืองใจขึ้นมาไม่ได้ ว่าทำไมคนนั้นคนนี้ไม่ทำอะไรให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ปล่อยให้เราทำงานเอาเป็นเอาตายอยู่คนเดียว อุตส่าห์ทุ่มแรงกายแรงใจทำงานเต็มที่ แต่คนอื่นไม่ทำอย่างเรา บางคราวก็เกิดรู้สึกท้อใจ อยากจะบอกเลิก บอกลาจากงานที่ทำอยู่ นี่คงเป็นเหตุหนึ่งกระมังที่เราตกอยู่ในภาวะที่เรียกว่า burn out

ถ้าอธิบายในแง่มุมของพุทธศาสนา ก็อาจกล่าวได้ว่า สภาวะจิตเรากำลังมีนิวรณ์ มีภาวะขุ่นมัว พร่าเลือน ไม่แจ่มใส ต้นเค้าก็มาจากกิเลส สามกองหลักๆคือ ราคะ โทสะ โมหะ อาจกล่าวได้เป็นตะกอนนอนก้นที่เรียกอีกชื่อว่า  อนุสัย คือ ราคานุสัย ปฏิฆานุสัย อวิชชานุสัย

ตะกอนทั้งสามกองนี้ เรามีอยู่ด้วยกันทุกคน ยามที่ ตาเราเห็นอะไร ได้ยินอะไร แล้วเอามาปรุงแต่งตามความคิดเห็นของเราที่เรายึดมั่นถือมั่นมาโดยตลอด ก็เหมือนเราเอาไม้มาแหย่ตะกอนเหล่านี้ให้ฟุ้งขึ้นมา

 

-กลายเป็นความอยากที่ประกอบด้วยกิเลสคือราคะ  อยากทำอะไรให้คนชื่นชมเอาเราเป็นแบบอย่าง มีคนมาสรรเสริญ ซึ่งความอยากนี้มันมาซ้อนกับความอยากที่เพียงต้องการให้การงานบรรลุสำเร็จตามเป้าหมายตามที่ตนเองคาดหวังโดยไม่ใส่ใจกับคำสรรเสริญนินทา มันซ้อนทับกันอย่างนี้ แต่เราพลาดตรงที่ไปตามกิเลส คืออยากได้สรรเสริญ

-ความอยากที่ไม่ได้รับการตอบสนองเพราะถูกกิเลสราคะสวมรอย ก็กลายเป็นความขุ่นใจ ปฏิฆานุสัยก็ฟุ้งขึ้นมาแทน เป็นกิเลสกองโทสะ ผลก็คือเพ่งเฉพาะผู้อื่น กล่าวโทษผู้อื่น ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงๆผู้อื่นที่เกียจคร้านไม่ทำอะไร ก็เป็นจริง แต่แทนที่เราจะทำความดีที่ดีอยู่แล้วของเราไป กลับโกรธผู้อื่น แล้วคิดว่าเธอทำได้ฉันก็จะทำบ้าง  กลายเป็นว่า จากที่เป็นคนดี เลยอยากไปเป็นคนไม่ดีเช่นคนอื่น เป็นการทำตนให้ไหลไปสู่ที่ต่ำแท้ๆ

การก่อกวนโดยที่ตนเองขาดสติในการแยกแยะ ธรรม ผลก็คือเกิด นิวรณ์ดังกล่าว นิวรณ์เป็นสภาวะจิตที่แบ่งออกเป็น ห้า อย่าง คือ

กามฉันทะ  ก็คือความอยากทั้งหลายที่ประกอบด้วยราคะ เช่นทำแล้วอยากมีคนชมคนยกย่อง คนเอาอย่าง

พยาบาท   ก็คือความขัดเคืองใจ ทำไมคนอื่นเป็นอย่างนั้น ทำไมไม่ทำอย่างฉัน ฉันอยากทำให้คนทุกคนเป็นเหมือนฉันให้หมด สังคมจะได้เจริญรุ่งเรือง

ถีนมิทธะ  ก็คือความซึมเซาท้อแท้ หดหู่ หมดกำลังใจ ไม่อยากทำงาน  ทำไปก็เท่านั้น เงินเดือนก็ไม่ขึ้น คนชมก็ไม่มี เจ้านายก็ไม่สน

อุทธัจจกุกกุจจะ  ก็คือความฟุ้งซ่าน คิดสารพัดเรื่อง ในหัวมีแต่เรื่องคิดที่ไม่ได้อยู่ในปัจจุบัน เอาอดีตบ้าง อนาคตบ้าง สับสนปนเป จนไม่มีสมาธิกับงานที่ทำอยู่

วิจิกิจฉา ก็คือความลังเล ตัดสินใจไม่ได้ ก็เนื่องมาจากนิวรณ์ข้อแรกๆเป็นต้นมา สาวเหตุสาวผลไม่ได้เพราะสับสนปนเปกันไปหมด อยากลาออกจะได้พ้นๆไป เอ๊ะถ้าลาออกแล้วจะไปทำอะไร งานที่ทำก็ไม่มีใครสานต่อ วันแล้ววันเล่า คืนแล้วคืนเล่าก็จมอยู่กับสิ่งเหล่านี้

นานเข้า จิตใจที่เจ็บป่วย ก็นำไปสู่สาเหตุการป่วยทางกายตามมา นอนไม่หลับ กินไม่ลงหรือ กินไม่หยุด นิวรณ์ที่รุมเร้าเหล่านี้ มันก่อสารแห่งความเครียดมากมาย เส้นเลือดฝอยตีบตัน ความดันสูง ระบบเผาผลาญผิดปกติ กลายเป็นไทรอยส์เป็นพิษ

คนเราเป็นสัตว์ที่แปลกมาก เป็นสัตว์ชนิดเดียว ที่สามารถฆ่าตัวตายได้เพียงแค่มีปัญหาเรื่องคิดเท่านั้น

ทุกวันนี้เราถูกความคิดมันลากพาเราไปไหนต่อไหน ความคิดที่เป็นประโยชน์กับเรา ที่เกิดขึ้นมันน้อยมากในแต่ละวัน ส่วนมากเป็นความคิดขยะทั้งนั้น  ลองเอากระดาษมาหนึ่งแผ่นกับปากกาสักด้าม แล้วนั่งเฉยๆสักห้านาที  จากนั้นเมื่อมีความคิดเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นความคิดอะไรก็แล้วแต่ จดความคิดที่เกิดลงในกระดาษ  เราจะพบว่า มีความคิดมากมายที่ผุดขึ้นมา ซึ่งถ้าสำรวจเนื้อหาความคิดที่ผุดขึ้นมา จะพบว่าเป็นเรื่องราวในอดีตบ้าง ในอนาคตบ้าง เต็มไปหมด  เพราะสิ่งที่เกิดจริงๆตรงขณะนั้นคือเรานั่งเฉยๆต่างหาก

 

มีผู้หญิงคนหนึ่งเขาต้องดูแลแม่ที่ชราช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ผู้หญิงคนนี้ไม่ได้แต่งงาน อายุก็พอสมควร การดูแลแม่ที่ป่วยมาหลายปี ทำให้เธอเริ่มมองไปที่พี่น้องคนอื่นว่าทำไมไม่มาดูแล แม่บ้าง ความคิดเหล่านี้วนเวียนเข้ามาในใจเธอ กล่าวได้ว่า วันๆเธอถูกนิวรณ์เข้ารุมเร้า จนบางวันเธออารมณ์เสีย แสดงออกมาทางวาจาทางกายบ้างกับแม่ของเธอ เพราะรู้สึกว่า แม่คือผู้ที่พรากเอาชีวิตส่วนหนึ่งของเธอไป ถ้าเธอไม่ต้องมาดูแลแม่ ป่านนี้เธอได้ไปนั่งหรือปฏิบัติธรรมที่วัดแล้ว ไม่ต้องมาลำบากแบบนี้ พี่น้องที่มาเยี่ยมก็จะเจอคำพูดแดกดัน จนไม่ค่อยมีใครอยากมาเยี่ยมแม่อีก

มีผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นพยาบาล ทำงานมานาน เป็นคนขยันขันแข็ง การทำงานที่ผ่านมาหลายสิบปี ได้ดูแลคนไข้ให้ได้รับความสุขตามสมควร แต่จนมาถึงตอนนี้เธอยังไม่ค่อยก้าวหน้าในตำแหน่งการงานเท่าที่ควร และก็เกิดภาวะหมดไฟ มีความขัดเคือง หดหู่ มีปากเสียงกับคนที่ทำงานบ่อยครั้ง ตนเองพยายามที่จะกำหนดให้ผู้ร่วมงานทำงานทุ่มเทแบบตนเอง ด้วยการทำงานหนักมาโดยตลอดเพียงเพื่อจะเป็นแบบอย่างให้คนอื่นเห็นและทำตาม แต่ก็ไม่เห็นผลตามที่หวัง

 ตัวอย่างที่ยกมาทั้งสองกรณี มีปรากฏให้เห็นอยู่บ่อยๆ จากคำเทศนาธรรมของพระอาจารย์ไพศาล วิสาโลที่ท่านได้เปรียบคนดังกล่าวนี้ว่า ทำตัวเหมือนพัดลม คือให้ความเย็นแก่ผู้อื่น ดูแลผู้อื่นให้มีความสุขสบายทางกาย แต่ทำใจตนเองให้ร้อน  เหมือนพัดลมที่เป่าลมให้ผู้อื่น แต่ตัวมอเตอร์กลับร้อนผ่าว

โดยเฉพาะผู้หญิงที่ดูแลแม่ตนเอง แล้วพูดจาไม่ดีกับแม่ ก็เหมือนปล่อยให้มอเตอร์ไหม้จนเป่าเอาเปลวไฟไปลนแม่ตนเอง  การที่ตนเองเป็นพัดลมที่เป่าลมเย็นแต่มอเตอร์ร้อนนั้น มอเตอร์นั้นก็เปรียบดังจิตตนเอง จิตที่มัวแต่มานั่งปรุงคิด ส่งออกนอก คอยเพ่งเฉพาะ คอยเงี่ยหูฟัง สิ่งที่น่ายินดี คอยตามดูสิ่งที่น่ายินดี เมื่อไม่เป็นไปตามที่กิเลสตนเองหมายมั่นไว้ คือ กองราคะ  กิเลสอีกตัวคือกองโทสะก็มารับช่วงต่อทันที

การเป็นมอเตอร์ที่สามารถทำงานตลอดโดยไม่ร้อนนั้น เป็นสิ่งที่ต้องฝึก ต้องมีสติคอยกำกับดูแล ต้องตรวจสอบจิตเนืองๆ ว่าอะไรคือกุศลจิต กุศลจิตคือสิ่งที่เกิดกับจิตแล้วเรารู้สึกร่มเย็นสบายปลอดโปร่ง มีความชัดมีความกว้างขวางออกไป เมื่อมีก็ให้รู้ ให้ทำมากขึ้น การดูแลมารดาที่ป่วย การดูแลคนเจ็บคนป่วย ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่เป็นกุศล มารดาก็ดี คนป่วยก็ดี เห็นการกระทำเราก็พลอยยินดีชื่นใจ

เราต้องทันในสิ่งที่เป็นอกุศล แรกๆอาจหลุดออกไปบ้างก็ขอให้มีสติดึงกลับมาโดยเร็ว บุคลากรทางแพทย์ว่ากันจริงๆแล้ว เป็นดั่งพัดลม คือช่วยผู้อื่น ซึ่งเป็นกุศล คนเจ็บนึกถึงหมอนึกถึงพยาบาล แต่เกือบทั้งหมด ลืมตัวมอเตอร์ไป ปล่อยให้มอเตอร์ร้อน ไม่ได้คอยควบคุมตรงนี้

 

 อาจารย์ชา ท่านเคยสอนธรรมชุดหนึ่ง ที่นำมาเปรียบหญิงตัวอย่างที่สองได้ดี ท่านเปรียบเหมือนวัวลากเกวียนสองตัว ลากเกวียนหนึ่งเล่ม ต่อมามีวัวตัวหนึ่งเห็นว่า วัวข้างๆตนเอง เดินช้า ไม่เอาไหน ก็ขัดเคือง เลยออกแรงลากด้วยตนเอง จนลำตัวครูดถลอกปอกเปิก อาจารย์ชาว่า การลากเกวียนหนึ่งเล่มก็สาหัสพอดูแล้ว วัวตัวนั้น นอกจากจะลากเกวียนหนึ่งเล่มแล้ว ยังต้องลากวัวอีกหนึ่งตัวไปด้วย

 การทำงานในชีวิตก็เป็นดังนี้ แทนที่เราจะทำงานเพราะงาน ทำงานเพราะได้งานตามวัตถุประสงค์ แต่เรากลับไปเอาปัจจัยภายนอกที่บางครั้งเหนือการควบคุมมาทำร้ายจิตใจเราเอง คอยเพ่งผู้อื่น ปล่อยให้จิตใจเราเป็นทาสอารมณ์ที่ผ่านมาทาง ทวารทั้งหก การรู้จักตนเอง ควบคุมตนเองโดยมีสติตามระลึกรู้เสมอ ว่ายามใดมีกุศลจิต ยามใดเกิดอกุศลจิต ฝึกหัดการจับเช่นนี้ รู้ว่าอะไรเป็นอดีต อะไรเป็นอนาคต เราจะเป็นผู้ชำนาญในการกำจัดความคิดขยะที่เวียนเข้ามาทุกนาทีได้คล่องแคล่วขึ้น

เมื่อนั้นเราจะเป็นพัดลมที่สามารถเป่าลมเย็น โดยมอเตอร์ไม่ร้อนมาก และก็เป็นวัวที่ลากรถที่เข้าใจเพื่อนที่ลากไปด้วยกัน ตามจังหวะที่มันต้องเป็นไป เมื่อนั้นเราก็ไม่ต้องแบกความหนักอึ้งเอาไว้ เพื่อนที่ช่วยลากก็รู้สึกคุณค่าของเขาขึ้นมา เกวียนจึงสามารถถึงสู่ที่หมายได้อย่างสมบูรณ์

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สมชัย วันที่ : 30/08/2016 เวลา : 08.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห16.Gaby คุณแม่เป็นคนเข้าใจสัจธรรมในชีวิตจริงๆ ท่านคงเห็นอะไรมาเยอะ จนตกผลึกความคิดนำมาสอนลูก น่าอนุโมทนา

ความคิดเห็นที่ 16 สมชัย , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
Gaby วันที่ : 29/08/2016 เวลา : 12.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Gaby

ยึดคำของแม่มาตลอดค่ะว่า " ใครเขาจะเป็นอย่างไรก็ช่างเขา " คือแม่หมายถึงช่างสิ่งที่จะมารบกวนจิตใจน่ะค่ะ
ขอบคุณสำหรับบทความดีๆ ค่ะ นี่แหล่ะเป็นเหตุผลที่ชอบการอ่านเรื่องราวแบบนี่ เพื่อพัฒนาตัวเอง เนื่องจากยังเป็นมนุษย์ขี้เหม็นอยู่อาจมีพลั้งเผลอไปบ้าง เวลาไปเมืองไทยก็จะชอบเข้าร้านหนังสือซื้องานเขียนประเภทนี้ติดมือกับบ้านเป็นประจำค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 29/08/2016 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

มีอีกเอ็นทรี่หนึ่งที่ผมเคยเขียนเอาไว้ ใจความมันเกี่ยวเนื่องกับเอ็นทรี่นี้ เลยนำมา เสนอประกอบกัน

http://www.oknation.net/blog/movie-som/2014/08/22/entry-1

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
สมชัย วันที่ : 29/08/2016 เวลา : 08.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห11.สิงห์นอกระบบ เพราะคนเราปล่อยวางไม่ได้อย่างที่พูดสิครับ จากที่ต้องใช้มือพัด จึงกลายมาเป็น พัดลม

ความคิดเห็นที่ 13 february26 , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 29/08/2016 เวลา : 08.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห10.ni_gul
"ถามตนเสมอว่างานที่ทำอยู่นั้นทำแล้วมีความสุขอยู่หรือไม่
ถ้าไม่มีความสุข อย่าทำ เพราะคนรอบข้างก็จะไม่มีความสุข"

ขอคัดลอกที่คุณ นิกุล แสดงความเห็นมา
อันนี้ก็คือความจริงอย่างหนึ่ง ที่ไม่ว่าใครก็ตาม ถ้าสามารถมีความสุขกับงานที่ทำ ย่อมมีความสุข เป็นธรรมดา

แต่ปัญหามันอยู่ที่ว่า ความสุขกับงานที่ทำคนเรายึดอะไรเป็นหลัก
งานเบา เงินดี เจ้านายไม่เข้มงวด มีวันหยุดเยอะ อย่างนั้นหรือเปล่า

การเปลี่ยนงานยามที่ทำให้เราไม่มีความสุขกับงานเป็นเรื่องธรรมดา เราไม่ควรทนอยู่กับงานที่เราไม่ถนัด ไม่ชอบ แต่ถ้าเมื่อไหร่ ที่เราเปลี่ยนงานตลอด คือไม่มีงานใดที่จะทำให้เรามีความสุขได้ เมื่อนั้น เราควรหยุดและมานั่งทบทวนตัวเองดู ว่าแท้จริงปัญหาที่ทำงานแล้วไม่มีความสุข มาจากปัจจัยภายนอก หรือ มาจากตัวเราเอง ถ้ามาจากกิเลสตัณหาในตัวเราคือไม่ได้ใฝ่ใจในงานจริงๆ เพียงเอางานมาเป็นข้ออ้างที่ทำให้เราลำบาก แล้วโทษงานไม่โทษตัณหาความทะยานอยากของเรา ชีวิตนี้เราจะไม่มีวันพบกับงานที่ใช่ เพราะตัณหาไม่เคยพอ ใช่ตอนแรกแล้วก็จะเบื่อ สิ่งที่ใช่ก็กลายเป็นไม่ใช่
พระพุทธองค์ทรงสั่งสอนว่า ทำงานก็เพื่องาน ถ้าทำงานเพื่ออะไรแล้ว มันไม่มีวันจบ เพื่ออะไรมันเป็นผลพลอยได้จากการทำงานเท่านั้น ผลอะไรก็เช่น ชื่อเสียง เงินทอง คำสรรเสริญเยิยยอ ยศฐาบรรดาศักดิ์
ดังนั้นถ้าทำงานเพื่อยศ เราก็จะจ้องที่ยศว่าเมื่อไหร่จะมาสักที
ทำงานเพื่อเงินมากๆ ก็คอยจ้องที่ตัวเงิน
ทำงานเพื่อคำสรรเสริญ ก็คอยจ้องว่ามีคนมาสรรเสริญหรือยัง
ถ้าได้สมประสงค์ก็ยินดี และคิดว่านั่นคือความสุข
ถ้าไม่ได้สมประสงค์ก็ขุ่นเคืองโกรธแค้น และนั่นคือความทุกข์
คนเราโดยมากต้องจมอยู่ในความสุขความทุกข์เนื่องจากการทำงานก็เพราะสิ่งเหล่านี้

ความคิดเห็นที่ 12 ni_gul , february26 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 29/08/2016 เวลา : 08.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห8-9 february26 ขอบคุณที่มาเยี่ยมและแสดงความคิดเห็น วัตถุประสงค์ในเอ็นทรี่นี้ คือ ให้เราเข้าใจในสิ่งที่เราทำ ที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น ดูตรงความดีตรงนี้ ไม่ต้องไปเพ่งภายนอก เอาปัจจัยภายนอกมาบั่นทอนความดีที่เราทำอยู่
เราทำดีคือดูแลพ่อแม่ พี่น้องคนอื่นไม่ได้ดูแล คนอื่นๆที่เห็นที่รู้เขาก็สรรเสริญ เขาก็ว่าเราเป็นพัดลม ทำให้แม่ผาสุก แต่เราไม่รับรู้คุณความดีเราตรงนี้ กลับทำจิตใจให้ขุ่นมัว เป็นมอเตอร์ที่ร้อน ไม่มีใครรู้นอกจากตัวเรา เหมือนกับเราท่านทั้งหลายที่เปิดพัดลมก็รับลมเย็นสบายดี ทุกคนก็ว่ามีพัดลมมันดีแบบนี้ แต่ถ้าพัดลมมันพูดได้ มันคงตะโกนว่า กูนะร้อนจะตายอยู่แล้ว พวกมึงเอาแต่สบาย ปล่อยให้กูทำคนเดียว
ชีวิตแบบนี้แหละ ถ้าไม่เข้าใจ ยิ่งทำงานและงานก็เพื่อผู้อื่น แต่ตัวเองยิ่งทำยิ่งทุกข์


ความคิดเห็นที่ 11 ni_gul , Gaby และอีก 2 คนถูกใจสิ่งนี้ (4)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 28/08/2016 เวลา : 11.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

เป็นพัดมือดีกว่านะครับ
เหนื่อยเมื่อยก็หยุด ให้ปล่อยวางได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 10 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ni_gul วันที่ : 27/08/2016 เวลา : 21.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

พัดลม...ลมเพลมพัด...เปลืองไฟ เย็นแต่เครื่องร้อน
ดีจังค่ะ ไว้เตือนตน อย่าเป็นพัดลม

ถามตนเสมอว่างานที่ทำอยู่นั้นทำแล้วมีความสุขอยู่หรือไม่
ถ้าไม่มีความสุข อย่าทำ เพราะคนรอบข้างก็จะไม่มีความสุข

เรื่องนี้ทำให้นึกถึง ศรีริต้า เจนเซ่น เธอเคยทำงานหนักหลายงานและต้องสอบไปด้วยจนเครียด พ่อถามเธอว่ามีความสุขไหม ถ้าไม่ก็หยุดเถอะ ขืนทำต่อไปงานก็จะไม่ดี คนข้างๆ ก็ไม่มีความสุขไปด้วย เธอเชื่อพ่อ หยุดโหมงาน ไปหาตัวเอง หาเรียนเพิ่มเติม จนได้ข้อสรุปว่ายังรักงานแสดงจึงกลับมาทำ เข้าใจเลือกทำแต่พอเหมาะ และทำอย่างฝากฝีมือ (เล่าไว้ในรายการวู้ดดี้เกิดมาคุย)

สรุปได้ว่าถ้าคนเรารักที่จะทำงานนั้น ดีให้พอทำ ทำให้พอดี ชีวีมีสุข ทุกคนประทับใจ ไม่มีใครขัดเคือง และยังเลื่องชื่อ ... ขอบคุณนะคะ


ความคิดเห็นที่ 9 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
february26 วันที่ : 27/08/2016 เวลา : 16.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

** พิมพ์ผิดครับ (สวัสดีครับ) สงสัยมอเตอร์ร้อนครับ ไม่ดูให้ดี แย่จัง ขออภัย คุณหมอสมชัยครับ

ความคิดเห็นที่ 8 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
february26 วันที่ : 27/08/2016 เวลา : 16.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

สมัยดีครับ คุณอาหมอ สมชัย

วันนี้ชื่อบทความ "อย่าทำตัวเป็นพัดลม" บทความเกี่ยมกับ ธรรม ... ถ้าผมวิเคราะห์ แต่ชื่อ โดยยังไม่ได้อ่านบทความ เหมือนกับว่า "อย่่าให้ความสงบเย็นกับใคร ในขณะที่ใจเราร้อน" ตอนนี้ผมยังไม่อ่านนะครับ เด๋วผมอ่าน ว่าผมคิดถูกหรือเปล่า

อ่านจบละครับ เกือบถูกมั้งครับ วันนี้บทความคุณอาหมอ อ่านเข้าใจไม่ยากครับ โดยเฉพาะมีตัวอย่างเปรียบเทียบ
จาก ผญ.สองท่าน ทำให้เข้าใจ

แต่ผมคิด ว่าเป็น ผญ.คนที่ดูแลแม่ และ ญาติคนอื่นๆไม่ใส่ใจ แหม อันนี้ ก็น่าเห็นใจนะครับ การที่จะทำให้มอเตอร์ไม่ร้อน คงต้องฝึกฝนจิตใจกันพอสมควร ผมคิดว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่ครับ (ความคิดผมเองครับ)

ขอขอบคุณ คุณอาหมอสมชัยมากๆครับ สำหรับบทความดีๆ


ความคิดเห็นที่ 7 ณัฐรดา , BlueHill และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย from mobile วันที่ : 27/08/2016 เวลา : 13.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห.4 bluehill
555 ปรับปุ่มอย่าให้ส่ายสิครับ จะได้ไม่เมื่อย

ความคิดเห็นที่ 6 february26 , ณัฐรดา และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย from mobile วันที่ : 27/08/2016 เวลา : 13.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห3.rattiya ต้องระวังคำว่า ทำงานโดยไม่เปรียบเทียบ นิดหนึ่ง
เปรียบเทียบเพื่อการพัฒนาตนเอง เปรียบเทียบที่งาน เพื่อให้งานออกมาดียิ่งขึ้น
อย่าเอาตัวตนเข้าเปรียบเทียบ งานดีกว่าคนอื่น ก็ไม่ต้องดูถูกคนอื่น งานไม่เท่าคนอื่นก็ไม่ต้องอิจฉา แต่พัฒนาตนตามความสามารถที่มี ทำเต็มที่ ผลได้อย่างไรก็ตามนั้น
ในเอ็นทรี่นี้ ให้มุ่งที่การทำงานตนเอง ทำงานเพื่องาน งานทุกงานที่เราทำต่างให้ประโยชน์แก่สังคม ไม่มากก็น้อย ไม่ต้องไปทุกข์ใจกับหลายสิ่งหลายอย่างที่เราไปเปลี่ยนไม่ได้ แต่เราสามารถวางท่าทีต่อสิ่งที่เราเจอได้ วางให้ถูกก็ไม่ทุกข์ วางไม่ถูกก็ทุกข์
ในสถานการณ์หนึ่งๆที่เกิดขึ้น มีบางคนพอใจ มีบางคนไม่พอใจ เป็นธรรมดา
ฝนตก ชาวนาชาวไร่พอใจ แต่คนทำงานออฟฟิตที่ต้องเดินทางต้องรถติด ไม่พอใจ
ทั้งที่มันก็เป็นเรื่องของฝนที่ตก
รถติด หนุ่มสาวที่เพิ่งจีบกัน อยู่ในรถแสนจะมีความสุข คุยกันหนุงหนิง
รถติด สามีภรรยาอยู่กันมานานจนไม่รู้จะคุยอะไร ก็ได้แต่นั่งเบื่อหน่ายในรถ
รถสองคันต่างอยู่เคีบงข้างกัน สภาพเดียวกันเวลาเดียวกัน คันหนึ่งเหมือนอยู่บนสวรรค์อีกคันเหมือนอยู่ในนรก

ความคิดเห็นที่ 5 ณัฐรดา , แม่มดเดือนMarch ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย from mobile วันที่ : 27/08/2016 เวลา : 12.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1,3 แม่มดเดือนMarch พอดีวันนี้ขับรถไปต่างจังหวัด เพิ่งว่างมาตอบ
ขอบคุณความเห็นของพี่ โดยเฉพาะคห.ที่3 แสดงว่าพี่ตุ้มอ่านละเอียดมาก
เป็นการเขียนที่รวบรัดของผมเอง ระบบเผาผลาญรวนเป็นเหตุหนึ่ง ความเครียดทำให้ระบบภูมิคุ้มกันปั่นป่วน อาจเป็นสาเหตุที่เกิดไทรอยด์เป็นพิษ ผมมีคนไข้ที่ป่วยเป็นไทรอยด์เป็นพิษ ซึ่งส่วนมากเกิดปุบปับมาจากภาวะความเครียดที่เรื้อรังที่รุมเร้า และมักมาปรับทุกข์บ่อยๆ ซึ่งพอเป็นก็ต้องอาศัยการรักษาทางยาเท่านั้น เรื่องที่จะให้เขาปล่อยวางจนตัดใจไม่คำนึงเป็นเรื่องที่ยาก เมื่อรักษาทางยาส่วนมากก็หายดีครับ
ดังนั้นที่เขียนว่าระบบเผาผลาญรวนกลายเป็นไทรอยด์เป็นพิษ คือการเขียนที่ผมรวบรัดเข้ามา ขอบคุณในคำติติงครับ ไม่ใช่มิตรที่เชื่อใจที่ใจคอกว้างขวาง ไม่กล้าทักท้วงอย่างพี่ตุ้มหรอกครับ ขอบคุณพี่อีกครั้งจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 4 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 27/08/2016 เวลา : 10.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ถ้าใครทำตัวเป็นพัดผม
คงเมื่อยหน้า น่าดูเลยนะครับคุณหมอ
แถมฝุ่นฟุ้งกระจายเข้าตาตัวเองอีก


ความคิดเห็นที่ 3 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 26/08/2016 เวลา : 20.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

......ระบบเผาผลาญผิดปกติ กลายเป็นไทรอยส์เป็นพิษ
กลับมาอ่านอีกรอบ แปลกใจกับการวิเคราะห์ของคุณหมอถึงสาเหตุของโรคนี้เพราะแตกต่างจากที่แม่มดฟังมาจากหมอประจำตัวทั้งที่เยอรมนีและที่เมืองไทยมาก
ไทรอยด์ของแม่มดทำงานเพียง 40% คุณหมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้ชนิดหนึ่ง ไม่เกี่ยวกับอายุ อาหารหรือการดูแลตัวเองทั้งกายและใจเลย
คุณหมอมีคนไข้โรคนี้ตั้งแต่เด็กอายุเพียงสิบกว่าขวบจนถึงผู้ชรา
เด็กๆยังไม่น่าจะสะสมความเครียดไว้มากมายจนระบบเผาผลาญทำงานผิดปกติได้มังคะ
แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับคุณหมอเพราะเชื่อในความเป็นปัญญาชนว่าเราสามารถคิดต่างกันได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 26/08/2016 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ออกจากระบบไปเเล้วเห็นเรื่องของคุณสมชัยเลยกลับเข้ามาใหม่คะ

เปรียบเทียบว่า คนเราควรที่จะรู้จักประมาณตนเองหรือเปล่าคะ คือรู้ตัวเองว่ามีกำลังที่จะสามารถทำได้เเค่ไหน.ทำเท่าที่เราทำได้..โดยไม่ไปมองคนอื่นว่าคนอื่นสามารถทำได้มาก น้อย ดีกว่าเรา ....

ความคิดเห็นที่ 1 ณัฐรดา , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 26/08/2016 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

การเป็นคนปกติธรรมดาที่ที่มีอารมณ์ความรู้สึก ร้อนเป็น หนาวเป็นแต่รู้จักตัวเอง คิดเป็น มีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ตนเองด้วยความเข้าใจ สามารถยอมรับและให้อภัยตนเอง ให้โอกาสตนเองแก้ไขปัญหาโดยไม่ประนาม ไม่บิดเบือนตัวตนของตัวเองดีที่สุดค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน