*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 232245
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< ธันวาคม 2016 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 31 ธันวาคม 2559
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 988 , 20:23:40 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน แม่หมี , ชบาตานี และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้

31/12/2559

ปีใหม่ไปเที่ยวไหน ?

คำถามยอดฮิตในช่วงนี้  ผมได้แต่ยิ้มและตอบว่า คงไม่ไปไหน เพราะคนเยอะ รถคงติดมาก

ความจริงผมอยากบอกว่า เราควรจะพักมากกว่า หลังจากที่ต้องเจออะไรต่อมิอะไรมาทั้งปี

เพราะตลอดทั้งปี เราเที่ยวอยู่ตลอด แต่ไม่รู้ตัว

ดังนั้นความหมายที่ว่าเที่ยวของผมกับคนอื่นออกจะแตกต่างกันอยู่บ้าง

คำว่าเที่ยว โดยทั่วไป มักหมายถึง การพาร่างกายนี้ มีอิริยาบถนี้ ไปยังสถานที่  ที่ใจอยากไป

แต่ถ้าร่างกายนี้ มีอิริยาบถนี้  อยู่ในสถานที่  ที่ใจไม่อยากไป  เราก็ไม่เรียกว่าเที่ยว

คำว่าเที่ยว ในความหมายของผม คือ เราเที่ยวตลอดเวลาที่เราตื่นอยู่ แม้กระทั่งเวลานอน บางครั้งเราก็ยังฝัน

จิตใจคนเราไม่เคยอยู่นิ่ง บางครั้งที่อยู่นิ่งได้ ก็เพราะยังไม่มีอะไรมากระตุ้นให้ถึงจุดต่างหาก ไม่ใช่เพราะปล่อยวาง  เรามักไม่รู้ตัวเสมอ และการไม่รู้ตัวนี้ ก็พาจิตใจเราวิ่งตาม สิ่งที่มากระทบ ชอบใจก็อยากได้ อยากเป็น  ไม่ชอบใจ ก็อยากหนี  อยากที่จะไม่ขอเจอ  ลงท้ายก็คือ ความอยากทั้งสิ้น

ในสมัยพุทธกาล ราตรีหนึ่งที่พระองค์ค้างแรมในเรือนของช่างปั้นหม้อ ในเรือนนั้นมีนักบวชรูปหนึ่งอาศัยค้างแรมเช่นกัน พระองค์ได้สนทนาธรรมกับนักบวชรูปนั้น  และนี่คือที่มาของพระสูตรหนึ่ง ที่กล่าวถึง คุณสมบัติของมนุษย์ ว่าคนเรามาจากไหน มาทำอะไร  ดังธาตุวิภังคสูตร ที่พระองค์แสดงอย่างพิสดาร ควรค่าแก่การศึกษา วิเคราะห์และน้อมมาปฏิบัติ

  พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า

“ ดูกรภิกษุ คนเรานี้มีธาตุ ๖ มีแดนสัมผัส ๖ มีความหน่วงนึกของใจ ๑๘ มีธรรมที่ควรตั้งไว้ในใจ ๔ อันเป็น

ธรรมที่ผู้ตั้งอยู่แล้ว ไม่มีกิเลสเครื่องสำคัญตนและกิเลสเครื่องหมักหมมเป็นไป

ก็เมื่อกิเลสเครื่องสำคัญตนและกิเลสเครื่องหมักหมม ไม่เป็นไปอยู่ บัณฑิตจะเรียก

เขาว่า มุนีผู้สงบแล้ว ไม่พึงประมาท  ปัญญา   พึงตามรักษา  สัจจะ พึงเพิ่มพูน   จาคะ

พึงศึกษา  สันติ  เท่านั้น นี้อุเทศแห่งธาตุวิภังค์หก ฯ”

นี่คือใจความของพระสูตรนี้ โดยสรุป (พระสูตรฉบับเต็มหาอ่านได้ที่พระไตรปิฎกเล่ม ๑๔ พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๖)

 

พระสูตรนี้แสดงถึงว่า คนเราไม่มีใครมาสร้าง แต่เป็นธรรมชาติที่มีอยู่ ดังที่กล่าวว่า มีธาตุ ๖

อันประกอบไปด้วย ธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ และวิญญาณ

มีแดนสัมผัส หรือแดนต่อ หกทาง

มีที่เที่ยวไปของใจ ทั้งหมด สิบแปดทาง

และสิ่งที่มาประกอบเข้าด้วยกันนี้ ที่เราเรียกว่าเป็นคน ก็เพื่อที่จะให้เรียนรู้ตนเองจนมีปัญญาที่ถูกต้อง ได้เห็นสัจจะความเป็นจริงแท้ จนละคลายสละการยึดถือมั่น จนนำไปสู่ความสงบของจิตใจ

 

ธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ และวิญญาณ  ย่อมไม่ใช่ ความหมายตามที่เราเข้าใจ ดินไม่ใช่ดิน น้ำไม่ใช่น้ำ วิญญาณไม่ใช่วิญญาณตามที่เรารู้จัก

แต่ทั้งหมดที่กล่าวมานี้คือสภาวะ โดยนำคำที่คนเรารู้จักมักคุ้นมาแทนสภาวะนั้น

ธาตุดินคือความหมายที่เป็นกลุ่มก้อน ต้องการพื้นที่ มีความแข็งความอ่อนที่ปรากฏ ร่างกายเรา อวัยวะของเรา ที่คงรูปร่าง  สิ่งภายนอกทั้งหลาย ที่ต้องการพื้นที่  ที่สามารถปะทะ เช่นสายลม สายน้ำ ที่ปะทะสิ่งต่างๆ ได้ สายลม สายน้ำเหล่านั้นก็มีสภาวะธาตุดินแฝงอยู่ เป็นต้น

ธาตุน้ำ คือความหมายที่เกาะเกี่ยวยึดกันทำให้ธาตุดินคงสภาพ ไม่สามารถเห็นด้วยตา แต่วัตถุบางอย่างสามารถอธิบายสภาวะธาตุน้ำได้  เช่น ของเหลวต่างๆ  สารคัดหลั่งในร่างกายเรา น้ำที่เราเห็น  เป็นต้น

การที่เราเห็นน้ำสามารถแปรรูปไปตามภาชนะที่ใส่ เพราะน้ำนั้น มีสภาวะธาตุน้ำปรากฏอยู่

ธาตุไฟ  คือความหมายของสิ่งต่างๆที่มีอุณหภูมิภายในตนเอง ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีชีวิตหรือไม่มีชีวิต ทุกสิ่งในจักรวาลมีพลังงานความร้อนแฝงอยู่ทั้งสิ้น  ร่างกายเราพลังงานจากการเผาผลาญเมื่อมีการเคลื่อนไหว เมื่อมีการย่อยอาหาร เป็นต้น

ธาตุลม  คือความหมายของการเคลื่อน รูปธรรมที่เป็นตัวอย่างชัดเจนคือ ลมหายใจเข้าออก ลมในช่องท้อง เป็นต้น  ลมที่พัดปะทะใบหน้า  สิ่งที่ปะทะคือธาตุดิน ก้อนลมที่หอบมาทั้งกลุ่ม คือ ธาตุน้ำ  การเคลื่อนที่มาปะทะ คือ ธาตุลม ความร้อนเย็นที่เกิดจากการปะทะ คือ ธาตุไฟ ดังนี้

ธาตุอากาศ  คือความหมายว่า ที่ว่าง  เพราะมีที่ว่าง จึงมี ธาตุดิน น้ำ ไฟ ลม ได้  เพราะมีที่ว่าง เราจึงมีร่างกายที่สามารถให้เรายืนอยู่ นั่งอยู่ที่นี่เดี๋ยวนี้  ถ้าไม่มีที่ว่าง ในจักรวาลนี้ย่อมไม่มี  วัตถุที่ปรากฏสภาพขึ้นมาได้

ธาตุวิญญาณ  คือความหมายของการรู้ ระบบประสาทในสิ่งมีชีวิตที่มีการพัฒนามาตามลำดับขั้น การรู้ที่เกิดขึ้นนั้น ทำให้สิ่งมีชีวิต มีการวิวัฒนาการ  ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจที่นึกคิดได้นี้  คือช่องทางที่ทำให้เกิด การรู้ขึ้นมา   สิ่งไม่มีชีวิต ไม่มีธาตุรู้ตรงนี้  แม้ว่าจะประกอบด้วย ธาตุ ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ เช่นกัน  แต่เพราะขาด ธาตุวิญญาณ  นี่คือข้อแตกต่างที่สำคัญ

ดังนั้น ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ คือสิ่งที่ประกอบเข้าด้วยกัน ที่เรียกว่า สังขาร

สังขาร ที่มีใจครอง คือ มีธาตุ วิญญาณ เรียกว่า อุปาทินกสังขาร  เช่นสิ่งมีชีวิตทั้งหลาย

สังขาร ที่ไม่มีใจครอง คือ ไม่มี ธาตุวิญญาณ  เรียกว่า อนุปาทินกสังขาร  เช่น สิ่งไม่มีชีวิตทั้งหลาย

ตัวอย่างสภาวะ ดิน น้ำ ไฟ ลม อากาศ ที่เกี่ยวเนื่องกัน มีอยู่ในทุกๆสิ่ง  ที่จะยกตัวอย่างนี้ จะเข้าใจชัดเจนขึ้น

น้ำแข็งก้อนหนึ่ง วางอยู่  ธาตุดิน ปรากฏชัด คือเป็นก้อน มีมวล มีน้ำหนัก ถ้ามีการปะทะ เกิดมีแรงกระทำขึ้นได้   ต่อมาธาตุไฟที่แฝงอยู่( ที่ไม่สามารถคงสภาพได้ ถ้าไม่ใส่ปัจจัยเข้า) เมื่ออุณภูมิสูงขึ้น น้ำแข็งเริ่มละลาย สภาวะ ธาตุน้ำปรากฏ  เป็นของเหลวที่เกาะเกี่ยวเอิบอาบ   ต่อมาธาตุไฟยังปรากฏต่อไป น้ำเริ่มมีการระเหยกลายเป็นไอ  นี่คือ สภาวะ ธาตุลมปรากฏ  ทั้งหมดนี้เกิดในสภาวะ ที่มีธาตุอากาศ  คือมีที่ว่างให้เกิด

ต่อมา ไอน้ำในอากาศ เกิดการควบแน่น เนื่องจาก อุณหภูมิ ธาตุลมประจวบธาตุไฟ เมื่อควบแน่น ธาตุน้ำปรากฏ  เกาะเกี่ยว ร่วงตกลงมา เป็น ธาตุดิน คนที่ถูกฝนปะทะใบหน้าหรือลำตัว นั่นหมายถึง เรากำลังรับรู้ ธาตุลมและธาตุดิน ในน้ำฝน   ฝนที่ปะทะไหลอาบตามลำตัว เรารับรู้ ธาตุน้ำในน้ำฝน  ความเย็นชุ่มฉ่ำ ที่เรารู้สึก คือเรากำลังรับ ธาตุไฟ ของน้ำฝน

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้  เพื่อเป็นการรับรู้ว่า  ตัวเรา คือธรรมชาติส่วนหนึ่ง  ไม่มีอะไรที่แตกต่างจากสิ่งที่อยู่รอบตัวเราเลย  ผิวหนังที่ห่อหุ้ม สภาวะของธาตุต่างๆ ที่มีในกายนี้  ทำให้เรา แยกตนเองออกจากธรรมชาติ

พระองค์ตรัส ว่า คนเรานี้ มีธาตุ ๖ ก็เพื่อให้เราหันมาพิจารณาตน  เข้าใจตนเองขึ้นมาก่อนเป็นลำดับแรก หยุดความเข้าใจผิดๆ ว่าตนเองเหนือกว่า ด้อยกว่า ทั้งเขาทั้งเรา ทุกอย่างในจักรวาลนี้ ไม่หนีจาก ธาตุที่พระองค์ตรัสมา

ทีนี้มาถึง แดนสัมผัส หก และที่เที่ยวไปของใจ สิบแปด

เรามีประสาท ตา มีวัตถุในสายตา มีแสงที่ตกกระทบวัตถุนั้น มีความตั้งใจที่จะรู้ในสิ่งที่เห็น

นั่นคือ มี ตา  มีรูปประจวบตา  มีธาตุวิญญาณทางตา  สามสิ่งครบองค์ เกิด ผัสสะทางตา

            มี หู   มีเสียงประจวบหู  มีธาตุวิญญาณทางหู  สามสิ่งครบองค์  เกิดผัสสะทางหู

            มี  จมูก มีกลิ่นประจวบจมูก  มีธาตุวิญญาณทางจมูก  สามสิ่งครบองค์ เกิดผัสสะทางจมูก

            มี   ลิ้น  มีรสประจวบลิ้น  มีธาตวิญญาณทางลิ้น  สามสิ่งครบองค์  เกิดผัสสะทางลิ้น

          มี กาย  มีสิ่งที่ต้องทางกาย  มีธาตุวิญญาณทางกาย สามสิ่งครบองค์ เกิดผัสสะทางกาย

          มี ใจ     มีเรื่องราวที่ใจนึกคิด  มีธาตุรู้ทางใจ   สามสิ่งครบองค์  เกิดผัสสะทางใจ

นี่คือ แดนสัมผัส หก  ที่มีอยู่ในทุกผู้คน  เมื่อแดนสัมผัส หก ปรากฏขึ้น ความรู้สึกที่เกิดจากแดนสัมผัสทั้งหก ก็อาจเป็นความรู้สึก ที่สุข หรือ โสมนัส   หรือรู้สึก ทุกข์ที่เรียกว่า โทมนัส  หรือรู้สึกเฉยๆ ที่เรียกว่า อทุกขมสุข(อุเบกขา)  แดนสัมผัส หก คูณด้วย ความรู้สึกที่ปรากฏ อีกสาม  รวมเป็น สิบแปด

นี่คือ ที่เที่ยวไปของใจ สิบแปด ดังที่กล่าวมา

ทุกคน ที่ตื่นอยู่ แม้กระทั่งยามหลับ  ใจของเราก็จะเที่ยวไปใน สิบแปดนี้  เราเห็น เราได้ยิน เราได้กลิ่น เราได้รส เราได้สัมผัส เราได้นึกคิด  ทั้งวันก็วิ่งวุ่นวายไปมา  เดี๋ยวทุกข์เดี๋ยวสุข เฉยๆก็มีมาก  เพราะสิ่งที่มาปรากฏมันยังไม่มีแรงพอที่จะกระตุ้นความรู้สึก

ความรู้สึก ทั้งสามนี้ คือ สุข ทุกข์ เฉยๆ นี้ เมื่อเกิดขึ้น สติมาไม่ทัน กิเลส  ถูกกิเลสชิงตัดหน้าไป ก็กลายเป็นตัณหา คือความอยาก  ที่เป็นสุข ก็อยากได้  อยากเป็น ที่เป็นทุกข์ ก็อยากที่จะไม่ได้  อยากที่จะไม่เป็น  ที่เฉยๆก็ไม่ใช่เฉยเพราะมีปัญญา แต่เฉยเพราะความรู้สึกนั้นยังไม่ถึงจุดที่จะก่อให้เกิด ทุกข์หรือสุข

การท่องไปของใจ สิบแปดนี้ จึงสามารถท่องไปในสิ่งที่เป็นวัตถุที่ไปยึดติด  กับสิ่งที่ไม่ใช่วัตถุ แต่เป็นการติดสมาธิ หลงใหลสมาธิ  จากสิบแปดคูณ สอง กลายเป็นสามสิบหก   และการท่องไปโดยมีกิเลสเป็นตัวชักนำ ยังสามารถไปทั้งสามกาลได้ คือ อดีต ปัจจุบัน และอนาคต  ดังนั้น จากสามสิบหก คูณ สาม กลายเป็น หนึ่งร้อยแปด  นี่คือที่มาของคำว่า ตัณหา ร้อยแปด

พระบรมศาสดาสอนให้เรารู้ทันสิ่งเหล่านี้ ดังนั้นการที่เราจะทันกิเลส เราต้องมี สติ สตินั้นต้องเป็นสติที่เป็นไปใน กายและใจเรานี้  ไม่ใช่สติที่แล่นออกไปภายนอก  การปฏิบัติ สติปัฏฐาน สี่ เป็นการเพิ่มพูน ปัญญา   ปัญญาที่รู้แล้ว รู้พ้น ไม่ยึดติด  ต่างจากปัญญาภายนอก ที่รู้อะไรๆ ก็ทำให้ติด  เช่นปัญญาทางโลกทั้งหลาย  แม้ว่าปัญญาเหล่านั้น ทำให้เราผาสุกในกายและใจก็ตาม  แต่เป็นปัญญาที่ยิ่งรู้มากยิ่งติดมาก เพราะมันทำให้ติดสุขทางกาย  การติดเช่นนั้นทำให้เกิดการพึ่งพิง และเกิดการหลง

ดังนั้น ปัญญา ที่พระองค์ ทรงสั่งสอนให้ บุคคลที่มีธาตุ หก แดนสัมผัส หก ท่องไปในมโนปวิจาร สิบแปด จะต้องทำขึ้นมา คือ ปัญญาที่รู้พ้น  รู้เท่าทันใน ธาตุหก แดนสัมผัส หกนี้

ปัญญาที่รู้พ้นนี้แหละ ที่จะทำให้เรา รู้ สัจจะ ความเป็นจริงที่ถูกต้อง  สัจจะความเป็นจริงที่ถูกต้องนี้ คือ รู้ อริยสัจสี่   รู้นี้คือรู้จากจิต  ไม่ใช่รู้เพราะการอ่าน แต่ต้องเป็นการรู้ที่เกิดจากการปฏิบัติ ตามลำดับขั้น

เมื่อรู้สัจจะ ที่แท้จริงแล้วนั่นแหละ  การสละกิเลส การละกิเลสจึงเป็นผลในขั้นต่อมา  เพราะถ้าไม่รู้สัจจะจริง การละคลายกิเลสย่อมไม่เกิดขึ้น  เพราะกิเลสเป็นเพื่อนสนิทที่ติดตัวเรามาตั้งแต่เกิด เป็นเพื่อนที่ติดตัว ไม่มีอะไรจะติดตัวยิ่งไปกว่านี้   การที่จะสลัดเพื่อนคนนี้ออกไปได้  ก็มีทางเดียว คือ รู้จักเพื่อนคนนี้ชัดเจน หมดข้อสงสัย  เห็นโทษของการคบเพื่อนคนนี้

และเพราะการสลัดเพื่อนคนนี้ออกไปได้  ธาตุ หก แดนต่อ หก ท่องไปของใจ สิบแปดนี้  จึงพบความสงบรำงับ อย่างแท้จริง

ธาตุวิภังคสูตรนี้  เป็นสูตรสำคัญ และเป็นสูตรหลักสูตรหนึ่ง สำหรับผู้ที่ศึกษาศาสนาพุทธไม่ควรละเลย เป็นสูตรที่อธิบายหลักการของศาสนาพุทธที่ชัดเจน ว่าคนเราไม่มีผู้สร้าง เป็นธรรมชาติหนึ่งในจักรวาลนี้ทั้งหมดที่เป็นไปตามปัจจัย ที่เรียกว่าสังขารคือสิ่งปรุงแต่ง  และเพราะธรรมชาตินี้เองหากปล่อยไปโดยไม่ขัดเกลา ย่อมล่วงไปโดยเปล่าประโยชน์  ดังนั้นเราจึงควรต้องฝึก เริ่มแต่การเรียนรู้เพื่อให้เกิดปัญญาทางโลก อันนำไปสู่การดำรงตน เพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์ครอบครัว ประโยชน์ส่วนรวม จนที่สุด ปฏิบัติตนให้เกิดปัญญาที่รู้พ้นดังกล่าว จึงสมกับที่ได้เกิดมา เป็นมนุษย์

ปีใหม่นี้  ผมจึงตามดูการเที่ยวของใจ เงียบๆ เพื่อรู้เท่าทันและทำให้มันอยู่นิ่ง  อย่างน้อยก็มีโอกาสได้พักบ้าง เพราะเหนื่อยกับการวิ่งตามมันมาทั้งปี

  



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 ลิงเขียว ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 03/01/2017 เวลา : 19.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ขอขอบคุณทุกๆท่านอีกครั้งครับ ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จสมหวังทุกประการด้วยเทอญ

ความคิดเห็นที่ 13 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
Cat@ from mobile วันที่ : 02/01/2017 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
feng_shui วันที่ : 02/01/2017 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

สวัสดีปีใหม่

สุขกายสุขใจ
ตลอดปีและตลอดไปนะคะหมอ

ความคิดเห็นที่ 11 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
แม่หมี วันที่ : 02/01/2017 เวลา : 08.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

พยายามควบคุมใจของตัวเองอยู่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 02/01/2017 เวลา : 07.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณหมอ
ขอให้คุณหมอและครอบครัวร่ำรวยสุขภาพกาย มีอารมณ์แจ่มใส ไม่เจ็บ ไม่จน พ้นจากภัยพาลทั้งปวงค่ะ
ด้วยความเคารพค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 01/01/2017 เวลา : 21.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีปีใหม่

สุขกายสุขใจ
ตลอดปีและตลอดไปนะคะ

ลิงเขียวไปเที่ยวมาจ้า
ทำงานมา 5 เดือน เพิ่งได้หยุดวันนี้
ไปดูหนัง กินไอติมมาสนุกดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 february26 , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 01/01/2017 เวลา : 19.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ขอบคุณทุกความเห็นครับ และฝากสวัสดีปีใหม่ ทุกๆคนครับ

ความคิดเห็นที่ 7 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ธรรมพยนต์ วันที่ : 01/01/2017 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/speechthai

ครับ...วิ่งตามใจมันเหนื่อยจริงๆ ต้องสงบที่ใจให้จงได้.

ความคิดเห็นที่ 6 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ni_gul วันที่ : 01/01/2017 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

ทำอะไรตามใจชื่อไทยแท้
ผู้ว่าแน่ต้องรู้ถึงดวงจิต
หยุดทำตามเพียงรู้สึกเที่ยวนึกคิด
เลิกยึดติดสติแน่วแผ้วถางใจ
...
สาธุค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 สมชัย , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
february26 วันที่ : 01/01/2017 เวลา : 18.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

สวัสดีปีใหม่ ทั้งสองท่านครับ HAPPY NEW YEAR2017

สำหรับผมยาก เรื่องควบคุมอารมณ์ ครับ ยิ่งเป็นช่วงที่ เราอินกับเรื่อง นั้นๆ อยู่ด้วย ก็พยายามทำให้รู้ตัวนะครับ ว่าโมโหไปทำไม

พยายามทำอยู่ครับ ขอบคุณครับ คุณสมชัย

ความคิดเห็นที่ 4 สมชัย , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 01/01/2017 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เรื่องยากที่สุดก็คือ"ห้ามใจ"นะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 สมชัย , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 31/12/2016 เวลา : 23.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

...เสาร์สุดท้าย ปลายปี อย่ามีทุกข์
...เมื่อวานศุกร์ วันนี้เสาร์ เราสุขสันต์
...ถึงพรุ่งนี้ วันอาทิตย์ ติดวันจันทร์
...ก็เป็นวัน ที่หนึ่ง พึ่งเริ่มปี
...ขึ้นปีใหม่ ทำสิ่งใด ให้สมหวัง
...ให้มีตังค์ มากมาย กายสุขขี
...ให้ปลอดภัย ไร้โรค ให้โชคดี
...ให้มั่งมี ปีหกศูนย์ พูลสุขเอย

ความคิดเห็นที่ 2 สมชัย , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 31/12/2016 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 สมชัย , ni_gul ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 31/12/2016 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

ขอบคุณค่ะที่เขียนเรื่องเตือนสติ
สวัสดีใหม่คุณทั้งสองค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน