*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 233198
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< มกราคม 2017 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 5 มกราคม 2560
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 1233 , 06:03:35 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 4 คน ni_gul , rattiya และอีก 2 คนโหวตเรื่องนี้

ทฤษฏี เกลียว พลวัตรนี้เป็นโมเดลวิวัฒนาการระดับจิตของมนุษย์ ที่ได้รับการยกย่องเทียบเคียงกับงานวิจัยทางชีววิทยาที่ยิ่งใหญ่อย่าง human genome project โดยอาจเรียกได้ว่าเป็น human consciousness project

คนที่บุกเบิกคนแรกก็คือ glase graves ต่อมา don beck และ  Christopher cowen

ได้นำโมเดลนี้มาปรับปรุง โดยแบ่งระดับจิตของมนุษย์ออกเป็น 9 ระดับ  แล้วใช้สีแทนระดับจิต  เรียกว่า

Meme (มีม) อันหมายถึงค่านิยมหลักที่กำหนดพฤติกรรมต่างๆของมนุษย์ โดยมุ่งจะชี้ให้เห็นว่า คนเรานั้นแตกต่างที่ภายในหรือที่ระดับจิต ไม่ใช่ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นฐานะ ตำแหน่ง หรือสีผิว

ระดับจิตทั้ง 9 นี้แบ่งเป็น สองชั้นใหญ่ๆ

ใน 6 ระดับแรก เป็นระดับจิตที่คิดเรื่องของตนเองเป็นหลัก(ตัวกู) ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อความอยู่รอดในเชิงปัจจัยสี่ ความอยู่รอดของธุรกิจตนเอง หรือความอยู่รอดทางการเมืองของตนก็ตาม  ระดับจิตคนใน 6 ระดับแรกนี้ จึงมักขัดแย้ง ปะทะกันทางความคิดเสมอ เพราะต่างยึดมั่นในตัวกู ของกู อยู่ตลอดเวลา

ใน 3 ระดับท้าย เป็นระดับจิต ที่เริ่มก้าวข้ามพ้นตัวตน สามารถพัฒนาภายในจิตใจได้อย่างเป็นองค์รวมและรอบด้าน เห็นสิ่งที่เป็นสัจจะความเป็นจริงชัดเจน

อาจกล่าวได้ว่า 6 ระดับแรก เป็นจิต ปุถุชน 3 ระดับท้าย เป็นจิตของ อริยะบุคคลตั้งแต่ขั้นต้นคือโสดาบันจนถึง อรหันต์

ระดับจิตทั้ง 9 แสดงตามแถบสีทางจิต ที่เราเรียกว่า มีม  มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

1.มีมสีเบจ     เป็นจิตระดับสัญชาตญานดั้งเดิม ที่มุ่งต่อสู้ดิ้นรนเพื่อเอาชีวิตรอด  จิตจะคำนึงแต่การหาอาหาร น้ำ เครื่องนุ่งห่ม และความปลอดภัยเพื่อตนเองเป็นหลัก  มีมระดับนี้ เป็นจิตระดับฝูงชนที่อดอยาก  ผู้คนที่ตื่นตระหนกกับภัยสงคราม ภาวะเกิดภัยพิบัติที่ต่างคนต่างเอาตัวรอด เด็กที่เกิดใหม่  คนชรา ผู้ป่วยอัลไซเมอร์ระยะสุดท้าย  ทั่วโลกมีประชากรในจิตระดับนี้ ประมาณ 0.1 %

2. มีมสีม่วง  เป็นระดับจิตของคนที่เชื่อในไสยสาสตร์อย่างงมงาย เป็นระดับจิตที่โน้มเอียงในการมองทุกสิ่งทุกอย่างเป็นขาวกับดำอย่างสิ้นเชิง  ไม่ว่าจะเป็น ดีกับเลว  เทพกับมาร  จิตคนระดับนี้ยังเชื่อในเรื่องคำสาปแช่ง  โชคลาง ถือฤกษ์ถือดวง  มีความผูกพันแบบชนเผ่า ตัวอย่างของจิตสีม่วงนี้ ที่เห็นได้ชัดคือ  กลุ่มที่เชื่อในพิธีกรรม ไสยศาสตร์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น  พวกพ่อมดหมอผี  พบมากในโลกที่สาม มีประมาณ 10%

3.มีมสีแดง เป็นระดับจิตของคนที่เชื่อในอำนาจของเทพเจ้า มุ่งหวังการคุ้มครองจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์  เต็มไปด้วยแรงผลักดันหลงใหลในความเป็นฮีโร่  ชอบการแก้ไขปัญหาโดยใช้ความรุนแรง  เป็นโลกทัศน์ของคนที่เห็นว่า  ชีวิตคือการต่อสู้เพื่อชัยชนะ  ชิงไหวชิงพริบ  หาความสุขทางกายอย่างสุดฤทธิ์  ไม่สนใจเรื่องอนาคต

ตัวอย่างมีมสีแดงนี้  เช่น วัยรุ่นที่ยกพวกตีกัน  นักการพนัน  พวกที่หลงไหลฮีโร่ เช่น นักกีฬา คลั่งดารา นักร้อง นิยมพระเอก เช่น เจมส์บอน  ขุนแผน  เป็นต้น  ทั่วโลกมีจิตประเภทนี้ 20 %

4.มีมสีน้ำเงิน  เป็นระดับจิตของคนที่เชื่อเรื่องระเบียบวินัย กฎระเบียบอย่างเคร่งครัด  ปฏิบัติตามระเบียบธรรมเนียมกฎหมายที่สังคมวางไว้โดยไม่ตั้งคำถาม  มีความรู้สึกรักชาติ  ยึดความถูกต้องตามตำราคัมภีร์เป็นหลักในการดำเนินชีวิต  ไม่สามารถยอมรับวิถีการดำรงชีวิตที่แตกต่างไปจากนั้นได้  เป็นระดับจิตที่สามารถอุทิศตน เพื่ออุดมการณ์ที่ตนเองเชื่อได้

ตัวอย่างเช่น  กลุ่มรักชาติทั้งหลาย  กลุ่มมวลชนต่างๆที่มีอุดมการณ์ของตน กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน พวกที่คลั่งศาสนาอย่างสุดโต่ง พวกคลั่งสถาบันโดยคิดเพียงว่ากลุ่มตนเท่านั้นคือผู้รักสถาบันอย่างแท้จริง ไม่ชอบความเห็นต่าง  พวกที่ยึดมั่นในการจัดระเบียบสังคมอย่างเข้มงวด  พวกที่ยึดติดประเพณีอย่างเหนียวแน่น ทั่วโลกมีคนระดับจิตนี้ 40%

5.มีมสีส้ม  เป็นระดับจิตที่เชื่อในความสำเร็จทางวิทยาศาสตร์  มีความเป็นตัวของตัวเองสูง  ไม่ยึดติดกับความเชื่อเป็นกลุ่ม  ชอบค้นหาความจริงด้วยตนเอง  ชอบตั้งสมมตฐาน  ตั้งข้อสังเกต  หาคำตอบด้วยเหตุผล  คิดแบบภววิสัย  มองโลกแบบวิทยาศาสตร์ที่พยายามหาทางควบคุมและใช้ประโยชน์จากธรรมชาติ   มีมระดับนี้มุ่งเน้นความสำเร็จภายนอก  เพื่อให้ได้ความสุขทางวัตถุ  เป็นผู้ที่มุ่งใช้การบริหารจัดการตามหลักวิชาและวิทยาศาสตร์ในการกำหนดเศรษฐกิจการเมืองและสภาวะของมนุษย์

คนกลุ่มนี้มองว่าโลกนี้คือกระดานหมากรุก เพื่อการแข่งขัน  ชีวิตคือการแข่งขัน  ผู้ชนะคือผู้ที่ฉลาด  คือผู้ที่ได้ครอง ผู้แพ้คือผู้ที่โง่เขลาและต้องสูญเสีย  จิตระดับนี้มุ่งแต่กลยุทธ์ แสวงการได้เปรียบ

ตัวอย่างที่ชัดเจนคือ ภาคเอกชนที่มุ่งล่าความสำเร็จ กลุ่มอุตสาหกรรม กลุ่มการเงิน นักการตลาด นักล่าอาณานิคม  ทั่วโลกมีจิตประเภทนี้ 30% และมีแนวโน้มมากขึ้นเรื่อยๆโดยมาแทนที่ อีก สี่กลุ่มแรก

6.มีมสีเขียว  มีความใส่ใจ ห่วงใยสิ่งแวดล้อม ต้องการเห็นความสมานฉันท์ระหว่างเพื่อนมนุษย์  คนกลุ่มนี้จะเห็นว่า การเติบโตทางจิตวิญญาณหมายถึงการพ้นไปจากความโลภ และการแบ่งพรรคแบ่งพวก

เป็นระดับจิตของคนที่ใช้หัวใจในการตัดสินมากกว่าการใช้สมอง ต่อต้านโครงสร้างอำนาจการควบคุมและครอบงำ  เชื่อมั่นในการตัดสินปัญหาโดยใช้ประชามติและการเจรจา  ยอมรับค่านิยมที่หลากหลายแตกต่าง ซึ่งไม่เชื่อว่าความถูกต้องมีเพียงหนึ่งเดียว

ตัวอย่างเช่น พวกนิยมนิเวศวิทยาแบบลึก กลุ่มกรีนพีช กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม กลุ่มเคลื่อนไหวเรียกร้องสิทธิมนุษยชน  ทั่วโลกมีระดับจิตนี้ 10%

7.มีมสีเหลือง  เป็นระดับจิตแบบบูรนาการ  ที่มองเห็นการเชื่อมโยงของโลก กับ จิต   ตระหนักถึงกระบวนการอันยิ่งใหญ่ของชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไม่รู้จบสิ้น  ทุกอย่างเป็นเหตุเป็นปัจจัยดุจดังสายน้ำที่ไหลต่อเนื่อง

เป็นระดับจิตที่สามารถบูรนาการความคิดต่างๆเข้าด้วยกัน เชื่อในความสามารถของตนเองว่ามีความสำคัญมากกว่า การมีวาสนา ลาภ ยศทั้งปวง  ทั่วโลกมีระดับจิตนี้ราว 1%

8.มีมสีเทอร์คอยส์  เป็นจิตองค์รวมที่ผสานความรู้สึกและความรู้เข้าด้วยกัน สามารถใช้ความสมานฉันท์ทุกระดับจิต  เริ่มเข้าใจรหัสนัย ญาณทัศนะ แยกสมมุติ จากสภาวะความเป็นจริงในธรรมชาติได้ชัดเจน

ทั่วโลกมีประมาณ 0.1%

9.มีมสีคอรอล  เป็นจิตที่ต่อยอดจาก มีมเทอร์คอยส์ แต่ชัดแจ้งกว่า

มีมแต่ละสี ล้วนมีด้านที่เป็นประโยชน์ในตัวมันเอง  มีมระดับที่สูงกว่า ย่อมก้าวข้ามและหลอมรวม มีมที่ต่ำกว่าเอาไว้ในตัวมันเอง

คนเราจำเป็นต้องใช้มีมสีต่างๆ ไปจัดการกับสถานการณ์ที่หลากหลายในชีวิต เช่นสถานการณ์การเอาตัวรอดยามต้องเสี่ยงภัย เราต้องใช้ มีมสีแดง  การเจรจาธุรกิจ เราต้องใช้ มีมสีส้ม  ยามที่บ้านเมืองวุ่นวายต้องจัดระเบียบ เราต้องใช้ มีมสีน้ำเงิน  ยามที่เราคบหาเพื่อนฝูง คนรัก  เราก็ใช้ มีมสีเขียว

ทั้งนี้ หมายถึง คนผู้นั้นต้องพัฒนาจิตใจจนตนเองถึงมีมสีนั้นๆแล้ว  ถ้ายังไม่ถึง ก็จะยังไม่เข้าใจ มีมชั้นที่สูงขึ้นไป   แต่คนที่มี มีมชั้นสูงขึ้นไป จะเข้าใจ มีม ระดับที่รองลงมา

ดังเช่น คนที่มีการพัฒนา มีมระดับขั้นแค่สีแดงเท่านั้น  เขาก็ไม่เข้าใจ มีมระดับ น้ำเงิน หรือ ส้ม หรือสูงกว่านั้นได้  และปัญหาอีกข้อคือ ใน มีม 6 อันดับแรก  บางครั้ง ระดับเดียวกันก็ยังไม่เข้าใจหรือขัดแย้งทางความคิดกัน  ดังเช่นกลุ่มทุนต่างๆที่ต่างฝ่ายต่างหักเล่ห์ชิงเหลี่ยมกัน

มีมในสามระดับท้ายคือ 7-9 มีมสามระดับนี้จะเข้าใจ มีมในระดับ1-6 เพราะได้หลอมรวม และก้าวข้ามมาแล้ว จนสามารถเชื่อมโยงส่วนที่เป็นทางโลกและทางธรรม จนครบกระบวนการ  เพียงแต่ความเข้าใจแจ่มแจ้งหรืออ่อนแก่กว่ากันเท่านั้น

นี่คือการอธิบายสภาวะจิตที่ได้แบ่งเป็นระดับขั้นๆ ดังนั้นในฐานะที่เกิดเป็นมนุษย์ ในทางพุทธศาสนา

พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสว่า มนุษย์จะดีได้ก็เพราะการฝึก เราจึงควรฝึกตนเอง( ศีล สมาธิ ปัญญา )เพื่อพัฒนาระดับจิตใจให้สูงยิ่งขึ้นๆไป

ซึ่งในทฤษฎีเกลียวพลวัตรนี้ได้อธิบายองค์ประกอบในการพัฒนาระดับมีม อันประกอบด้วย

1.ความอิ่มเต็ม

2.ความคลาย

3.ความแจ้งกระจ่างใจ

4.ความเปิดกว้างของจิต

เมื่อตนเองอยู่ในระดับ มีมนั้นๆ จนอิ่มเต็ม  ก็จะเกิด ความคลาย ความหน่าย จึงเริ่มค้นหาความจริง ความหมายของชีวิตให้มากขึ้น  นั่นคือการที่จะต้องเปิดกว้าง นี่คือประเด็นสำคัญ  เพราะถ้าไม่เปิดกว้าง เราก็จะจมอยู่ตรงที่เดิม และก็เบื่อหน่ายตลอดเวลา  การเปิดกว้างก็โดยอาศัย การอ่าน การฟัง การตรอง การทดลอง เพื่อให้เห็นผล เหล่านี้คือการเรียนรู้ สภาวะจิตใหม่ๆ เราก็จะค่อยๆก้าวข้ามจากระดับล่างขึ้นมาเรื่อยๆ จนสามารถอยู่ในระดับ 7-9 นี่คือการพัฒนาจิตของมนุษย์จากปุถุชนจนกลายเป็นอริยชนตามลำดับ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 ลิงเขียว , rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (2)
สมชัย วันที่ : 06/01/2017 เวลา : 09.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห4.rattiya สาธุครับ คุณรัต ค่อยๆฝึกไป ไม่ต้องรีบร้อน อย่าเชื่ออะไร โดยที่ยังไม่ได้ปฏิบัติ อย่าไม่เชื่ออะไร โดยยังไม่ปฏิบัติ

ความคิดเห็นที่ 6 ni_gul , ลิงเขียว และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 06/01/2017 เวลา : 09.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห2-3 ลิงเขียว เรื่องไสยศาสตร์ เป็นเรื่องของจิตใจที่ยังหวั่นไหว ที่ยังไม่สามารถทำตนให้พึ่งตนเองได้ ทางจิตใจ ส่วนมากก็เป็นเช่นนี้ทุกคน เรากลัวสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้ พอพิสูจน์ไม่ได้ การโยนไปให้สิ่งลี้ลับจึงเกิดขึ้น และเพื่อความมั่นใจว่าตนจะรอดจากการถูกคุกคามโดยสิ่งที่ไม่รู้ การมีเครื่องบรรณาการเซ่นไหว้จึงเกิดขึ้น
ผี ไม่มีจริงครับ ผีก็คือจิตใจเรานี่เอง ไม่ใช่ที่ไหน จิตใจที่ผูกติดยึดแน่น ก็สามารถสร้างจินตาการจากเสียงจากภาพ จากกลิ่น ได้บรรเจิด
สมมติว่ามีเด็กคนหนึ่งเติบโตมา ในระบบปิด ไม่เคยรับรู้ข่าวสารหรือ นิยามคำว่า ผี มาก่อนเลยในชีวิต เขาจะไม่มีจินตนาการตรงนี้ ไม่รู้สึกกลัว เพราะไม่เคยมีข้อมูลเช่นนี้มาก่อน
ความกลัวผี เป็นสากลครับ เพราะคนเราไม่ว่าจะอยู่มุมไหนในโลก เราก็มีการรับรู้ทาง ตา ทางเสียงมาเหมือนกัน มีสิ่งลี้ลับที่เล่าสืบทอดต่อๆกันมา มีความกลัวความไม่รู้ประจำจิตด้วยกันทุกคน
แต่ก็ไม่เคยมีใครที่ตายเพราะถูกผีบีบคอ เพราะการตายด้วยการบีบคอ ต้องมีมือ มีแรงบีบ มีการกระทำ เป็นลักษณะทางกายภาพ ถ้าผีปรากฏออกมาทางกายภาพได้ ผีก็มีโอกาสถูกคนต่อยหน้าได้เช่นกัน แต่ไม่เคยมี ดังนั้น ผีก็คือ ตัวเรานี่แหละ สร้างมันขึ้นมา จากการปรุงแต่งของใจเรา
ผมเอง กลัวคนเป็นๆที่ถืออาวุธ มากกว่ากลัวผีแน่ เพราะถ้า ผีสามารถปรากฏออกมาเป็น วัตถุที่จับต้องได้ ไม่ผีก็ ผม ก็ต้องได้แผลกันบ้าง
ใจเราจริงๆ สร้างความกลัวในสิ่งที่ถูกสอนกันมาตั้งแต่เด็ก
จงพึงตัวเองดีที่สุด ถ้านับถือศาสนาพุทธถูกหลัก เชื่อฟังคำสอนพระพุทธเจ้า ว่าตนเป็นที่พึ่งแห่งตน เราก็จะไม่ไปอ้อนวอนร้องขอใครทั้งสิ้น สิ่งที่ปรากฏเป็น ผลที่เห็น มาจากเหตุทั้งนั้น ไม่มีใครดลบันดาล เพียงแต่ เราหาเหตุไม่เจอเท่านั้น แล้วโยนให้สิ่งที่ไม่มีจริง รับผิดชอบไป

ความคิดเห็นที่ 5 ni_gul , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 06/01/2017 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

คห1.สิงห์นอกระบบ ไม่เกี่ยวกันครับ เพราะนี่คือทฤษฏีทางจิตของฝรั่ง ที่บังเอิญมาสอดคล้องกับ ข้อปฏิบัติทางพุทธศาสนา ในเรื่องมรรค คือทุกอย่างมาจากการค่อยๆพัฒนาทีละขั้น
อีกอย่างแสง ออร่า ผม ก็ไม่เข้าใจ เคยได้ยินมาบ้าง แต่ไม่เข้าใจจริงๆว่าเกี่ยวข้องกับคนอย่างไร เป็นเรื่องเกี่ยวกับอภินิหารหรือเปล่าครับ

ความคิดเห็นที่ 4 ลิงเขียว , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 05/01/2017 เวลา : 19.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

กำลังพยายามฝึกตนเองหาความหมายของชีวิต และคำว่า..เพียงพอ ..อยู่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 rattiya , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 05/01/2017 เวลา : 18.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

แล้วก็มา...มีมสีเขียว
ลิงเป็นอย่างนั้นอยู่นะ

แต่มีมอื่นๆ ไม่ใช่ตัวลิงเขียวเลยค่ะ ^^

ความคิดเห็นที่ 2 rattiya , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
ลิงเขียว from mobile วันที่ : 05/01/2017 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/greenmonkey

สวัสดีค่ะ
ลิงเขียวอยู่ในมีมสีม่วง
เพราะเชื่อไสยศาสตร์มากๆ
แม้จะปฏิบัติอยู่บ้างก็ตาม
อะไรที่ว่า...มีติดไว้จะมีโชคลาภ
ก็จะเสาะหา 555
ขูดๆต้นไม้เอาหวย
ไหว้พญานาคเสร็จ หาตัวเลขตามเกร็ดพญานาค
555++
แต่การเชื่อแบบไม่ถล่ำลึกจมดิ่ง
มันก็ทำให้เราสนุกสนานดีค่ะ
ฝันเห็นไรเอามาตีเป็นเลขงี้ แล้วก็ซื้อหวย
และที่ร้านนวดที่ทำงาน
เจ้านายเชื่อว่า ที่ร้านลูกค้าน้อย
เพราะโดนมนต์ดำ ร้านใกล้กันเอาน้ำมันพราย 7 ป่าช้ามาสาดหน้าบ้าน
ทำให้มีผีมาบังหน้าร้าน คนเดินไปมามองไม่เห็น เลยไม่มีลูกค้า
เจอแบบนี้ ลิงขี้กลัวผีอยู่แล้ว
เล่นเอานอนไม่หลับ กว่าจะหลับตีสี่
กำพระแน่นจนปวดมือ
กลัวขี้หดตดหายมากมาย
..ไม่กล้าหลับตา กลัวฝันร้าย
กลัวผีมาจ๊ะเอ๋
โหยยย...เวทนาตัวเองชะมัด
สวดมนต์ทั้งวัน ภาวนาพุท โธ ทั้งวัน
ยังช่วยไม่ได้
มันกลัวจริงๆ
สมาธิก็ไม่กล้านั่ง
...เฮ้อ....
แล้วตอนเช้ามาลุกตักบาตรค่ะ
พระท่านเดินผ่านหน้าร้าน
มาตักบาตรในสภาพซอมบี้
สัปหงกรอพระเดินมา 555
..มานั่งคิด
เราจะกลัวไรนักหนาแว้
ถ้าเรามัวกลัวอยู่แบบนี้ คงไม่ได้สวดมนต์ คงไม่มีมาธิกันพอดี
มารก็ชนะเราอะดิ!
คืนต่อมาเลยไม่กลัวค่ะ แต่ตอนสวดมนต์ก็แอบมองข้างๆนะ
แต่ก็ทำใจฮึดสู้จ้า ..
นึกถึงหลวงปู่ชา ตอนที่ออกธุดงค์ปักกลดในป่าช้า
เจออะไรไม่รู้เที่ยวเดินนอกกุฎิแล้วมาหยุดหน้ากลด หลวงปู่บอกกลัวแทบตาย พอวันหลังมา ทำใจกล้า เอาเป็นเอาตายเลยทีเดียว พอคิดได้เท่านั้นแหละ ความกลัวมันหายไปทันที
ลิงเขียว...ก็กลัวมาก แต่ก็เอาอย่างหลวงปู่ค่ะ

ที่นี่ภูเก็ต
เค้าเล่นมนต์ดำกันจริงๆนะคะ
ลิงเขียวละเชื่อหัวปักหัวปำ

ลิงถามเพื่อนว่า
...วันๆหนึ่ง เรามีแต่ฟังธรรม อ่านธรรม แผ่เมตตา นั่งภาวนา
พุทธานุภาพขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ช่วยเลยเหรอ?

แม่หมอที่คอยปลุกเสกมนต์บอกว่า
...ช่วยได้ แต่มนต์ดำ ไปไวมาไว บุญเราทำตามไม่ทัน...


ลิง..ร้อง เฮ้ยย มันเป็นอย่างนั้นเหรอ
แต่ ก็ยังคงเชื่อมันในพุทธคุณค่ะ

คือ พนักงานในร้าน แต่ละนาง
มีแต่อดีตที่น่ากลัว
วิญญาณเด็ก ตามแม่มาทำงาน
วิญญาณเด็กนั่งติิดแม่..อาฆาตแม่
โหย...กลัวมากๆ
..คนนี้โดนของมาหน้าดำ ...
บลาๆ...ไสยศาสตร์ล้วนๆไม่มีเรื่องราวจรรโลงจิต
ตอนนี้เวลาเค้าคุยเรื่องนี้กันจะลุกหนีทันที คือกลัวอยู่แล้วอะค่ะ
เลยไม่อยากรับรู้..มโนเก่งอ่าค่ะ

แต่ก็ทำใจเข้มแข็ง
ลิงเขียวเป็นคนที่ ถ้ามีเรื่องเล่าผีมาผ่านหูจะกลัวค่ะ
แต่ถ้าไม่มีใครมาเปิดปุ่ม มันก็จะไม่คิดไร
นอนหลับสบายๆ
พอมีคนมาเล่าเรื่องผีเท่านั้นแหละ
ตี 5 ..ก็ยังหลับไม่ลง

กรรม...ๆ
แต่ก็ยังคงภาวนาต่อไป

ความคิดเห็นที่ 1 ni_gul , rattiya และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 05/01/2017 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

ไม่เกี่ยวกับแสงออร่า (AURA) ใช่มั๊ยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน