*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 233404
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< กรกฎาคม 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2560
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 634 , 10:02:31 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน february26 , rattiya โหวตเรื่องนี้

หลวงพ่อ ชา สุภัทโท ท่านว่าดังนี้  “ อะไรทุกอย่าง ถ้าไม่มีเหตุผลเพียงพอ ในใจของเราเองก็ยังไม่ปล่อยวาง คือว่า มีสองข้าง  นี่ข้างหนึ่ง นี่ก็อีกข้างหนึ่ง   คนเรานั้นจะแอบเดินมาข้างนี้หรือแอบเดินไปข้างนั้น  ที่เดินไปกลางๆไม่ค่อยเดินหรอก  มันเป็นทางเปลี่ยว

เดี๋ยวรักก็ไปทางรัก  พอชังก็ไปทางชัง  จะปล่อยการรักการชังนี้ไป มันเป็นทางเปลี่ยว มันไม่ยอมไป “

คำสอน อาจารย์ ชา นี้  ได้อ่านมาหลายปีแล้ว ก็ไม่เข้าใจชัดเจนนักว่าท่านหมายมุ่งอะไร  ยังเข้าใจไปว่า ให้คนเราอย่ามีรัก อย่ามีชัง ดูๆไปไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ อ่านพอเข้าใจได้ คิดน่ะคิดได้ แต่ทำไม่ได้

มานึกถึงคำตรัสของพระศาสดา เนื่องในวันอาสาฬหบูชา ที่ท่านตรัสถึง ทางสุดโต่งสองทางคือ

1.กามสุขัลลิกานุโยค คือการที่จิตใจมุ่งหาความสุขกับสิ่งเสพทางทวารทั้งหก ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ  ประจวบกับ รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ(กายสัมผัส) และ ธรรมารมณ์(เรื่องราวที่ใจนึกถึง) ทำให้ยึดติดครุ่นคำนึง แสวงหา ทั้งทางชอบธรรมและไม่ชอบธรรม จนเข้าใจว่า นี่คือความสุขที่เลิศที่สุด คือ นิพพานนั่นเอง

 2. อัตตกิลมถานุโยค  คือการที่มองเห็นสิ่งเสพทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ เป็นอุปสรรคขัดขวางการบรรลุนิพพาน จึงเอาทุกข์มาทับถมตนที่ไม่มีทุกข์ พยายามหลีกหนีสิ่งเหล่านี้ ด้วยการทรมานตนเอง ถ้าเราเรียนวิชาศีลธรรมมาก่อน หรือเรียนหลักสูตรนักธรรม ก็จะพูดถึง การนอนบนตะปู การเปลือยกายแช่น้ำเย็น การอดอาหาร คือสรรหาวิธีทั้งหลายมาเพื่อทรมานกายนี้ ให้รับความทุกข์ลำบาก

โดยสรุป พวกหนึ่งก็แสวงหา กามสุข แล้วก็ติดอยู่ตรงนั้น แม้ว่าจะหามาโดยชอบธรรมก็ตาม แต่โดยมาก กามสุข มาได้จากการเบียดเบียนผู้อื่น ไม่โดยตรงก็โดยอ้อม เราได้มาย่อมมีผู้เสียไป ดังนี้

ส่วนอีกพวก ก็รังเกียจกามสุข คิดว่าต้องหนีพ้นจากสิ่งเหล่านี้เท่านั้น ตนจึงจะบรรลุธรรม บางคนทิ้งครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ ให้คนที่อยู่เบื้องหลังต้องลำบาก

คำสอนในธัมมจักกัปปวัตนสูตร ของสมเด็จองค์พระศาสดา นั้นลึกซึ้ง  ถ้าเราตีความเพียงแค่ การหลงใหลแล้วทำตนเองบำรุงบำเรอร่างกายตนเองให้มีความสุข กับการตีความเพียงแค่การนอนบนตะปู หรือทรมานตนเองด้วยการแช่น้ำเย็น   คิดว่าคงมีหลายคนกล่าวว่า เราไม่เป็นทั้งสองอย่าง  ถ้าเช่นนั้น วันอาสาฬหบูชา เราจะได้ประโยชน์อะไรจากตรงนั้น

นอกจากไปเพียงทำบุญตักบาตร และก็รับรู้รับทราบว่า พระองค์ตรัสทางสุดโต่งสองทาง และก็รับรู้ว่า วันนี้ เป็นวันพระสงฆ์

กลับไปที่คำสอนหลวงพ่อ ชา อีกครั้ง  ทางเดินสองข้างทางที่ราบเรียบ เปรียบเหมือนทางสุดโต่งสองทาง หรือจะกล่าวอีกนัยก็คือ ทางหนึ่งหลงใหลยึดติดในความสุข เมื่อสุขก็ติดสุข ก็เพลินอยู่ตรงทางเดินนั้น  อีกทางหนึ่งก็หลงใหลในทุกข์ ยินดีในทุกข์นั้น คนที่ติดสุข ยามที่สมหวัง เป็นไปตามที่ตนเองปรารถนา ตนก็เดินทางหนึ่งที่ราบเรียบ  แต่ยามที่ตนเองเบื่อหน่ายต่อสิ่งที่ตนเองเสพจนชิน หรือผิดหวังไม่เป็นไปตามที่ใจปรารถนา หรือพลัดพรากจากสิ่งที่อันเป็นที่รัก ก็ย่อมทุกข์ใจทุกข์กาย ก็ให้สิ่งนั้นมาเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงไม่ยอมปล่อยวาง  นี่ก็หมายถึง จากที่เดินทางเรียบด้านหนึ่ง  หันมาเดินทางเรียบอีกด้านหนึ่ง

พิจารณาดีๆแล้ว เราจะเห็นว่า คนทั้งสองฝั่ง ต่างก็เดินสลับกันไปมา  มีใครกี่คนที่ยอมมาเดินตรงกลาง ที่เป็นสัน เดินลำบาก  ทางที่เป็นสันที่เดินลำบากนี้นี้ คือ มัชฌิมาปฏิปทา คือทางสายกลางที่พระองค์ตรัสไว้ ทางปฏิบัติ มรรคมีองค์แปด เป็นทางปฏิบัติ ที่สวนกระแสโลก สวนกระแสกิเลส สวนทั้งสองฝั่งทางเดิน มองเห็นสองฝั่งทางเดินนั้น มีราคาค่างวดเท่ากัน

การเดินบนสันที่เดินลำบากนี้ ต้องอาศัยความวิริยะ อาศัย สติ อาศัยความรู้ทั่วตัวพร้อม จึงจะสามารถประคองตน คือจิตใจตนเองนี้ ให้ตั้งมั่นอยู่ได้

ทุกวินาทีทุกขณะจิต ยามที่เราลืมตาตื่นขึ้นมา จิตเราจะกระโดดโลดเต้น อยู่สองข้างทาง  เดี๋ยวกุศล เดี๋ยว อกุศล สลับกันไปมา  สิ่งเร้าที่เรียกว่าอารมณ์ ที่จรเข้ามา ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ ทำให้เรา เดี๋ยวรัก เดี๋ยวชัง ส่วนที่เฉยๆยามที่ประสบอารมณ์ ก็อย่าคิดว่าเราบรรลุอะไร ความเป็นจริงคือสิ่งที่จรเข้ามานั้น มันยังไม่ถึงจุดกระตุ้นกิเลสที่นอนเนื่องต่างหาก  พูดภาษาสมัยใหม่ เรียกว่า  มันยังไม่โดน

ในบทสวดอภิธรรม ที่ขึ้นต้นว่า “ กุศลาธัมมา  อกุศลาธัมมา อัพยากตาธัมมา...” ก็คือ ธรรมะมีทั้ง กุศล  ธรรมะ มีทั้งอกุศล  ธรรมะมีทั้งไม่เป็นกุศลและอกุศลคือเป็นกลางๆ

 ทั้งหมดนี้ จะเป็น ธรรมะ ขึ้นมาได้นั้น ก็เพราะเรามีสติรู้เท่าทัน สภาพจิตใจเราในขณะนั้น รู้ว่าอะไร คือกุศล อะไรคืออกุศล อะไรคือ กลางๆ  แต่โดยมากสติรู้ไม่ทัน จึงถูกกิเลสพาอารมณ์ที่เกิดขึ้น ไปเป็นทาสเสียก่อน  เช่นกิเลสพาสิ่งที่เป็นกุศลไปก่อนที่สติจะตามทัน ก็เกิดการติดดี สิ่งที่ตามมาคือ รอการสรรเสริญ   ถ้ากิเลสพาสิ่งที่เป็น อกุศลไปก่อนที่สติจะตามทัน ก็เกิดการติดชั่ว แสดงออกทางกายวาจา ส่อเสียด โป้ปด ด่าทอ ทำร้ายร่างกาย กรุ่นใจ ว้าวุ่นใจ

ถ้ากิเลสพาสิ่งที่เป็นกลางๆไปก่อนที่สติจะตามทัน ก็ยึดติดตนว่าตนเองเป็นผู้ไกลกิเลส เป็นผู้บรรลุธรรม ตนเองไม่มีอะไรต้องทำอีกแล้ว เป็นผู้บริสุทธิ์ เห็นอะไรก็ปล่อยวางได้หมด

เราจะเห็นตัวอย่างเหล่านี้ได้มากพอสมควร เช่นผู้ที่เป็นอาจารย์ทั้งหลายที่สั่งสอนศิษย์มากมาย สุดท้ายพอประสบกับอารมณ์ ที่เราเรียกกันว่า” โดน” เมื่อนั้นสิ่งที่กลางๆก็กลายเป็น  อกุศล และกุศล ที่สติตามไม่ทัน ก็ปรากฏข่าวที่ได้รับรู้กัน

พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า ตราบใดที่ยังไม่บรรลุอรหันต์ ตราบนั้นก็ยังไม่ปลอดภัย

บทสรุปสุดท้าย จากคำสอน หลวงพ่อ ชา และ คำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ในธัมมจักกัปปวัตนสูตร เรื่องทางสุดโต่งสองทางนั้น  ก็มาสรุปที่ การมีสติ การฝึก สติปัฏฐานสี่ ใน กายเวทนา จิต ธรรม นั้นแหละ ที่จะนำเราให้สามารถเดินบนสายกลางที่เป็นสันแหลม ต้องอาศัยการทรงตัว และเดินลำบาก ต่างจาก ทางโล่งๆเรียบๆ สองข้างทาง

ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ อารมณ์ที่เกิดจากทวารทั้งหกนี้  ถ้าสติทันก่อนกิเลส นั่นคือทางสายกลาง  ถ้ากิเลสมาก่อน สติ นี่คือ ทางสองข้างทาง

ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ ทำให้เราติดข้อง ก็จริง  แต่ ตา หู จมูก ลิ้น กายและใจ นี่เช่นกัน ที่จะทำให้เราหลุดพ้น

วิมุติอยู่ตรงไหน สมมุติอยู่ตรงนั้น  สมมุติอยู่ตรงไหน วิมุติอยู่ตรงนั้น

 

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน