*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 232440
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< กรกฎาคม 2017 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 10 กรกฎาคม 2560
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 1140 , 07:52:40 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน PiyaiandNoolek , rattiya และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

เคยดูหนังโฆษณาชิ้นหนึ่ง จำไม่ได้ว่าเป็นเรื่องอะไร เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ ชายหนุ่มที่ต้องคอยดูแลพ่อที่แก่เฒ่าและมีอาการขี้หลงขี้ลืมของตนเอง  ต้องคอยตอบคำถามเดิมซ้ำๆ เช่นมีนกมาเกาะใกล้ๆ พ่อก็จะถามว่านี่อะไร ชายคนนั้นก็ต้องตอบว่า นี่ นก จนรู้สึกรำคาญพ่อตนเอง ถึงกับตวาดด้วยเสียงอันดัง คนที่เป็นพ่อเมื่อถูกตวาดก็รู้สึกเศร้าใจ

   ภาพก็ตัดกลับไปที่ ชายหนุ่มคนนี้สมัยที่ยังเป็นเด็ก ที่คอยเฝ้าถามด้วยคำถามเดิมๆเช่นเดียวกัน  แต่คนที่เป็นพ่อก็ยินดีที่จะตอบ โดยไม่รู้สึกเบื่อหน่าย หรือโกรธเคืองกลัดกลุ้ม

 

ดูเรื่องสั้นเรื่องนี้จบลงก็รู้สึกสะเทือนใจ เพราะครั้งหนึ่งของชีวิตก็เคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้ การที่ต้องดูแลแม่ที่ชราที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ การที่ต้องตอบคำถามเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำเล่า กลับหวนนึกถึงยามที่ต้องคอยดูแลลูกเล็กๆต้องคอยตอบคำถามแบบเดิมๆเช่นเดียวกัน  แต่ไม่รู้สึกเบื่อหน่าย

 ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?

 เพราะหน้าที่การดูแลลูก ฟูมฟักลูก มันเห็นอนาคต ที่เราคาดหวังเอาไว้ ว่าวันหนึ่งลูกจะเติบใหญ่ มีความเจริญรุ่งเรือง มันเป็นหน้าที่ ที่มีวันสิ้นสุด  หน้าที่ตรงนั้นเราเลยไม่รู้สึกว่าเป็น  ภาระ

 เพราะความหมายของคำว่า  ภาระ  คือ ของหนักที่ต้องนำไป

  ภาระนี้มีวันจบ มีผลตอบแทนคือความสุขใจของเราต่อหน้าที่นี้

 แต่การที่ต้องดูแลพ่อแม่ แล้วเกิดภาวะจิตใจที่หนักอึ้งเช่นนี้  มันเป็นสิ่งที่ไม่เห็นอนาคต เพราะเพียงรอวันที่เสื่อมโทรมไปเท่านั้น  ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่รู้ว่าจะมีสิ้นสุดเมื่อไร  ไม่มีผลตอบแทนในการที่จะทำให้ดีขึ้น

 

อนาคตที่สามารถหวังกับอนาคตที่ไม่อาจหวัง  จึงทำให้สิ่งที่เป็นหน้าที่  กลายเป็นภาระขึ้นมา

 ถ้าเราตั้งสติให้มั่น  ว่า หน้าที่ของพ่อแม่ ที่มีต่อลูก คืออะไร

 ขอบเขตที่จะทำให้เพียงไหน กระทำเหตุนั้นด้วยปัจจัยเท่าที่สามารถให้ได้ โดยให้ดีที่สุดเต็มความสามารถ ด้วยพรหมวิหารธรรม   ผลจะออกมาเป็นอย่างไร ให้ยอมรับผลนั้น  มองโลกอย่างที่โลกเป็น  ไม่มองโลกอย่างที่เราอยากให้เป็น

เช่นกัน หน้าที่ของลูก ที่พึงปฏิบัติ ต่อพ่อแม่ที่ชรา คืออะไร ใช้หลักการเดียวกัน 

 เมื่อนั้น สิ่งที่เรียกว่าเป็น หน้าที่ ก็จะไม่เป็น ภาระ ที่เรารู้สึกว่าต้องมาแบกหาม

 

หลวงปู่ดุล เคยพูดว่า  คนเราทุกวันนี้ เป็นทุกข์เพราะความคิด

ความคิด นี้ เป็น มารหนึ่ง ในมารทั้งทั้งห้า ที่มากลุ้มรุมจิตใจ(อภิสังขารมาร  มารที่มาจากการปรุงแต่งของจิตใจ)

 คิดถึงอนาคตที่สวยหรู ลูกๆจะเติบโตเจริญทั้งทรัพย์ ยศ  ตนเองจะได้ที่พึ่ง ตนเองจะได้หมดภาระ อนาคตที่วางไว้มันคือ วิมาน

 คิดถึงอนาคตที่เหนื่อยยาก เมื่อไหร่พ่อแม่ตนเองจะกลับมาปกติ  ตนเองต้องลำบากอย่างนี้อีกนานแค่ไหน จะทอดทิ้งไม่ดูแล คนอื่นจะนินทาว่ากล่าว

 เพราะความคิดทั้งหมดนี้ จึงนำมาซึ่ง การที่ต้องตอบคำถามซ้ำๆแบบเดียวกัน แต่อันหนึ่งคือความสุขที่ได้ตอบ อีกอันคือความทุกข์ยามที่ต้องตอบ

 ทุกคนโดยมาก วันหนึ่งก็ต้องประสบกับเหตุการณ์เหล่านี้ จงมีสติ ที่จะพูดจะทำ เพราะขาดสติเมื่อไร สิ่งที่กระทำทางกายและวาจานั้น ย่อมนำมาซึ่งความทุกข์ ทั้งตนเองและผู้อื่น



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7 ชบาตานี , february26 และอีก 1 คนถูกใจสิ่งนี้ (3)
สมชัย วันที่ : 10/07/2017 เวลา : 16.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ขอตอบเป็นการรวมๆไปนะครับ
การรับรู้เรื่องที่นำเสนอ แล้วน้อมไว้ในใจ ทั้งคนที่เป็นลูกก็ดี ทั้งคนที่เป็นพ่อแม่ก็ดี เป็นไปเพื่อที่จะบอกว่า สิ่งเหล่านี้ มีอยู่ เป็นไปอยู่ ไม่ใช่เป็นความผิดของผู้ใด เพราะเราก็ยังเป็นปุถุชน
บางครั้งสิ่งที่เราเห็น เป็นเพียงเราเห็น ไม่ใช่เราเป็น เห็นกับเป็น ไม่เหมือนกัน เราคิดได้ เข้าใจได้ ตั้งใจว่าจะไม่เป็นแบบนั้น ตั้งใจว่าจะเป็นแบบนี้
แต่ความจริงของชีวิต คือการมีแบบฝึกหัด เข้ามาทดสอบต่างหาก
คนที่เป็นลูกยามนี้ ที่ยังไม่มีครอบครัว ตอนนี้เขารับรู้เรื่องเหล่านี้ เขาก็สามารถตั้งใจว่า จะไม่ทำหรือทำ ตามที่ตนเองคิดเห็นอยู่ แต่ยามใดที่ต้องพบความจริงของชีวิตแท้ๆ เช่นตนเองมีครอบครัว มีบุตรต้องเลี้ยงดู มีงานที่ต้องรับผิดชอบ มีหัวหน้าที่คอยมาจี้ไช ร่างกายที่อาจเจ็บป่วย แล้วมาเผชิญปัญหา อย่างในเรื่องสั้นเรื่องนี้

ถึงตอนนั้น ต่างหาก ที่ตนเองจะเป็นอย่างไร ตนจะทำอย่างไร

ถึงกล่าวว่า คิดกับทำต่างกัน เห็นกับเป็น ก็ต่างกัน

ความตั้งใจที่จะไม่เป็นอย่างลูกในเรื่องสั้นนี้ ที่ไปตวาดพ่อตนเอง เมื่อถามมากๆจนรำคาญ ถึงตอนนั้นอาจระเบิดโทสะที่แรงกว่าในเรื่องสั้นนี้ก็เป็นได้

เรื่องสั้นเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่เกิดกับใครก็ได้ ซึ่งก็เกิดกับตัวผมเอง ไม่เจอไม่รู้ ต้องเจอถึงจะรู้ ย้อนกลับมาดู ก็ให้สะท้อนจิตใจ ว่าทำไมตนเอง ถึงขาดสติในช่วงเวลานั้น

แต่สิ่งหนึ่ง การที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ แล้วน้อมใจ เตือนใจตนเองเนืองๆ อย่างน้อยวันหนึ่งภายภาคหน้า เกิดสติหลุด อย่างในเรื่องนี้ขึ้นมา ยังมีอะไรที่เป็นเครื่องฉุดรั้ง มิให้ทำอะไร ที่ทำร้ายตนเองและผู้ให้กำเนิด ยามที่ สติมาทัน
สุดท้าย ก็อีกนั่นแหละ เราต้องฝึกสติ สติเท่านั้น ที่จะทำให้เราพลาดน้อยลง

ความคิดเห็นที่ 6 ชบาตานี , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
rattiya วันที่ : 10/07/2017 เวลา : 10.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

อ่านแล้วนำมาคิดเปรียบเทียบที่เยอรมนีค่ะ

"คิดถึงอนาคตที่สวยหรู ลูกๆจะเติบโตเจริญทั้งทรัพย์ ยศ ตนเองจะได้ที่พึ่ง ตนเองจะได้หมดภาระ อนาคตที่วางไว้มันคือ วิมาน"
ที่เยอรมนี เด็กฝรั่งถูกเลี้ยงมาเพื่อให้เติบโตมาเลี้ยงตัวเองได้ ส่วนพ่อเเม่ก็มีเงินบำเน็จบำนาญของตัวเอง(รัฐกำหนดกฏระเบียบมาให้ต้องทำตาม เพื่อแก้ปัญหาในอนาคตของผู้สูงอายุู ขณะนี้ก็มีปัญหารัฐจะหาเงินจากไหนมา เพราะจำนวนผูสูงอายุมีมากขึ้น เเต่คนในวัยทำงานน้อยลง)
ส่วนตัวคิดว่า รัฐนำภาระ เเละหน้าที่ของพ่อเเม่ เเละลูก ไปจัดการ ถ้าถามรัตติยาว่าระบบนี้ดีไหม
รัตติยาขอตอบว่า ดี เเต่ก็มีส่วนเสีย คนเราไม่มีใครดีร้อยเปอร์เซนต์ ผลที่ตามมาของระบบนี้คือ มีคนหลายคนผลักภาระหน้าที่นี้ไปให้รัฐจักการ(ทั้งพ่อ เเม่ เเละลูก)

ขอกลับมาข้อความนี้อีกครั้ง
"คิดถึงอนาคตที่สวยหรู ลูกๆจะเติบโตเจริญทั้งทรัพย์ ยศ ตนเองจะได้ที่พึ่ง ตนเองจะได้หมดภาระ อนาคตที่วางไว้มันคือ วิมาน"
เป็นความรักเเบบไหนค่ะ
รักเพื่อหวังผลตอบเเทน
เขียนอาจจะสั้นไปหน่อย จะไม่จบแค่เขียนคห.เดียว แต่จะเข้ามาคุยต่อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 ชบาตานี , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
แม่หมี วันที่ : 10/07/2017 เวลา : 09.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ได้ดูโฆษณานี้ค่ะ มีคนเอามาส่งในไลน์ก็เลยส่งในไลน์ครอบครัว

มันสะเทือนใจ ถ้าวันหนึ่งเราเป็นเช่นนั้น แล้วลูกจะทำกับเราแบบไหน

เขาดูแล้วตอบว่า เขาจะไม่ทำอย่างนั้น เพราะเขารักแม่

วันนั้นยังมาไม่ถึง เราก็ยังไม่รู้เหตุการณ์ในอนาคต

ดูครั้งแรกนี่น้ำตาไหลพรากเลย

เคยดูแลพ่อที่ป่วยเป็นอัมพาต เคยเห็นแม่ที่เฝ้าดูแลพ่อไม่ห่าง

นั่นคือความรักที่แม่มีให้พ่อ ชื่นใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 10/07/2017 เวลา : 08.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เคยดูโฆษณาตัวนี้ค่ะ
ดูจบ แล้วรู้สึกสะเทือนใจมากๆค่ะคุณหมอ

ความคิดเห็นที่ 3 ชบาตานี , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
february26 วันที่ : 10/07/2017 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

สับสนละผม ขอโทษครับ คุณหมอ พิมพ์ผิดพิมพ์ถูกละ นอนดึกไปหน่อยครับ

ขอบคุณครับ คุณหมอสมชัย

ความคิดเห็นที่ 2 ชบาตานี , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
february26 วันที่ : 10/07/2017 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

หน้าที่ ภาระ ความกตัญญูรู้คุณ เหมือนมีเส้นบางๆกั้นไว้ อยู่ที่เรารู้สึกกับใคร อย่างไร ความรัก ความผูกพัน ความเคารพ

ถ้าใจบอกว่า คือ ภาระ คงไม่ผูกพัน ไม่มีความรัก หรือ มีก็น้อย แบบนี้ถูกหรือเปล่าครับคุณครู

อิอิ เช้าๆ สมองไม่ค่อยแล่นครับ ..วันหยุดพักผ่อน เยอะๆครับคุณครู

ความคิดเห็นที่ 1 ชบาตานี , สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (2)
นายยั้งคิด วันที่ : 10/07/2017 เวลา : 08.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political79

ปัญหาขี้หลงขี้ลืม กำลังเกิดแก่ผมปัจจุบันนี้ครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน