*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 232954
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< มิถุนายน 2018 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน 2561
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 718 , 11:59:33 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ณัฐรดา , february26 และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

หลายคนที่รู้จัก หรือที่ได้ยินได้เห็นมา เป็นผู้ที่ไปปฏิบัติธรรม มานาน  ยามปกติก็ดูเป็นผู้ทรงศีล แต่บางครั้งบางเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น  กลับสามารถระเบิดอารมณ์อย่างที่คนปกติยากที่จะทำได้  จึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า  สิ่งที่เขาเสียเวลา ลางาน ไปฝึกมา ทำไมไม่ได้ช่วยให้เขาดีขึ้น  บางคนกลับมีมานะ มีอัตตาใหญ่กว่า ก่อนไปปฏิบัติธรรมเสียอีก  ด้วยถือว่า ฉันผ่านการปฏิบัติ วิปัสสนามาจากเกจิที่มีชื่อเสียงมาแล้ว

พระพุทธองค์สอนธรรมะที่ปรากฏ ที่ ตัวเรา ตรวจสอบ สอดส่อง ที่ตัวเรา  รวมความคือที่กายและใจนี้ 

การฟังธรรมก็ดี การประพฤติธรรมก็ดี ไม่มุ่งที่ภายนอก  ภายนอกไม่ว่าจะเป็นสถานที่ผู้คน เป็นเพียงปัจจัยภายนอกที่อยู่นอกเหนือการควบคุม  

ให้เรามุ่งที่ภายใน คือตัวเราเองนี้  สอบก็สอบที่ตัวเรา ไม่มีใครรู้ตัวเราดี เท่ากับตัวเราเอง  ถ้าตัวเรายังไม่รู้จักตัวเรา ท่านว่า ไม่ต่างอะไรกับคนที่ตายไปแล้ว

การมุ่งภายในก็มุ่งที่จิตเรานี้  จิตนี้เป็นนามธรรม ไม่มีตัวตนให้จับต้อง  แต่มันอาศัย  ตา หู จมูกลิ้น กายสัมผัส  เป็นแดนต่อ เพื่อให้ รู้  

การรู้ นี่คือ วิญญาณ     ตา กับใจ มาประสานสนธิกัน   เกิดเป็น จักขุวิญญาณ  หรือการรู้ทางตาเกิดขึ้น

จิตอาศัยรู้อารมณ์ ซึ่งเป็นส่วนรูปธรรม ผ่านทางตา  เป็นรูปารมณ์

ทางหู ทางจมูก ทางลิ้น ทางกายสัมผัส  ก็เป็นเช่นเดียวกัน

ตาประจวบรูปที่เห็น มีการรู้มารับช่วง  หน้าที่นั้นก็หมด  นี่คือการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป

ใจที่เป็นมโนทวาร มารับช่วงต่อ  เอาไปพิพากษาสิ่งที่รับเข้ามา สวยไม่สวย ชอบไม่ชอบ 

ภาวะที่เกิดนี้ มันรวดเร็ว จนยากที่จะตรวจสอบทัน ถ้าไม่หมั่นฝึก

การขาดสติที่ตามระลึกในทุกอารมณ์ที่ประสบ  กิเลสตัณหาที่เป็นรากเหง้าที่ติดตัวเรา  มันก็พาเอาสิ่งที่เรารับเข้ามา เตลิดเปิดเปิงไปไหนต่อไหน

ถ้า ระงับไว้ได้ไม่ระเบิดออก  ก็อัดอกจนทุกข์ใจ  ยามที่ทนไม่ไหว ระเบิดออกมา ทางกาย ทางวาจา  คนที่ต้องประสบด้วย ก็พลอยทุกข์กายทุกข์ใจตามกัน

การไปปฏิบัติธรรมกับ เกจิอาจารย์ทั้งหลาย  ถ้าไม่รู้วัตถุประสงค์และอุบายของการปฏิบัติ  ก็เป็นการเสียเปล่า

หารู้ไม่ว่า  อารมณ์ต่างๆที่เราต้องประสบอยู่ จาก ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ นี่แหละ ก็คือ ธรรมะ  คือ อาจารย์ ที่มาคอยสอนคอยให้แบบฝึกหัด คอยทดสอบเรา

ทุกเช้าที่ตื่นขึ้นมา ธรรมะมันตามติดอยู่ตลอดเวลา  เกจิอาจารย์ก็คือ อารมณ์ ที่เราต้องเผชิญ มาสอบจิตเรานี้

สิ่งที่ทำให้เรารู้ทันอารมณ์  นั่นคือการฝึกสติ 

ถ้ายังเป็นคนที่ยับยั้งชั่งใจไม่ได้  หรือยังมีความทุกข์ใจที่คอยหล่อเลี้ยง กับอารมณ์ต่างๆ ที่ทั้งชอบใจไม่ชอบใจทำให้ต้องขุ่นมัว ต้องโลดโผน ต้องกังวล ต้องสับสน  ทั้งที่เป็นคนไปปฏิบัติธรรมบ่อยๆ

ขอให้กลับมาถามตนเองว่า  ตนเองพลาดหรือเข้าใจอะไรผิดไปหรือไม่ กับคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

เพราะถ้าปฏิบัติถูกต้อง  สิ่งที่ชีวิตต้องเผชิญอยู่  ซึ่งไม่มีวันหลีกหนีพ้น  ก็ยังต้องประสบทุกวัน   แต่ทว่าจิตใจกลับเบาสบายไม่อึดอัด  ทั้งที่อดีตเคยพบเรื่องเหล่านี้  แต่จิตใจไม่เคยมีความรู้สึกเช่นนี้

หญ้าเป็นเครื่องประทุษร้ายข้าวในนา  กิเลสตัณหาเป็นเครื่องประทุษร้ายจิตใจ

 

 



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 19/06/2018 เวลา : 08.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ตอบคห.3february26 ภาษาไทยกับภาษาธรรม ใช้คำเดียวกัน แต่เป็นคนละความหมาย
อารมณ์ในภาษาไทย คือ เรื่องราวที่ถูกปรุงขึ้นมาจากจิตใจเรียบร้อยแล้ว เราจึงมีคำว่า อารมณ์โกรธ อารมณ์รัก อารมณ์เบื่อ อารมณ์ของเรา เป็นต้น
แต่ในทางภาษาธรรม คำว่าอารมณ์ หมายถึง ประสาทตา รับภาพเนื่องมาจากแสงส่องกระทบวัตถุ แล้วสะท้อนเข้าประสาทตาของเรา แล้วเราเกิดการรู้รับภาพนั้นได้ นี่คือ อารมณ์
ทีนี้ในชั่วเศษเสี้ยวของวินาที อารมณ์ที่รับเข้ามานั้น มันมาเทียบเคียงกับสิ่งที่เรียกว่าสัญญา หรือความจำได้หมายรู้ ที่เราเคยเก็บเอาไว้ เมื่อเทียบเคียงเสร็จ ถ้าสติมาทัน กิเลส เราก็จะรับรู้ตามนั้นเท่านั้น แต่ส่วนมาก กิเลสมาออกรับหน้าก่อนเสมอ จิตเราจึงปรุงแต่งไปตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต สิ่งใดที่เคยจำได้ว่า สิ่งนี้ให้ความสุขแก่กาย เราก็ เกิดคำว่า อารมณ์ดี อารมณ์ของเรา อย่างที่ คุณfebruary26 เขียนมา เข้าใจมา อารมณ์แบบนี้ ภาษาธรรม เขาเรียกว่า สังขารขันธ์ หรือสังขาร สิ่งปรุงแต่ง
พอมีคำว่าสังขาร ในภาษาไทยก็มีคำว่าสังขาร ที่เราแปลกันว่า ร่างกาย แต่ภาษาธรรมแปลว่า สิ่งที่ปรุงแต่ง เพราะฉะนั้นทั้งวัตถุในจักวาล ทั้งจิตของเรา ก็คือสังขารทั้งสิ้น การปรุงแต่งมันจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จิตใจเราจึงเป็นเช่นนั้น
มีกี่คนที่ไม่เคยฝึก จะสามารถมองเห็นอะไร เพียงหยุดแค่ว่ามองเห็นอะไร แล้วจิตใจไม่ได้ไปยึดติดหรือคลั่งไคล้ ยิ่งเป็นสิ่งที่ตนเองเคยรัก หรือเคยเกลียดมาก่อน
ทางที่พระองค์สอนให้เดิน มีอยู่ แต่บุคคลต้องเดินไปเอง และทางนั้นมันช่างเนิ่นนาน ยาวนาน ดูไม่มีสิ้นสุดว่าเมื่อไรจะถึง
การฝึกจึงสำคัญ ฝึกกายว่ายาก ผมยืนยันว่ายาก เพราะผมก็ฝึกกายอยู่ ด้วยความลำบาก ด้วยความอดทน ด้วยการมีวินัย
แต่การฝึกจิตใจนี้ ยากกว่าการฝึกกายเป็นร้อยๆเท่า แต่เราก็ต้องฝึกไป บทความธรรมะของผมทุกบททุกตอน จบลงที่การฝึกสติเสมอ เพราะนี่คือวิธีที่จะนำไปสู่ทางเดินที่พนะองค์ชี้ให้เห็น

ความคิดเห็นที่ 3 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
february26 วันที่ : 18/06/2018 เวลา : 23.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bang2510
The twenty-six of February 

อารมณ์ของเราเอง ยังยับยั้งไม่ค่อยจะได้เลยครับ จะพยายามครับ

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 2 rattiya ถูกใจสิ่งนี้ (1)
สมชัย วันที่ : 18/06/2018 เวลา : 20.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/political1

ตอบคุณ rattiya พระองค์เป็นเพียงผู้ชี้ทาง เราต้องปฏิบัติและรู้ด้วยตนเองเท่านั้น ใครก็ช่วยเราไม่ได้
เรื่องเช่นนี้ต้องค่อยเป็นค่อยไป ตาเห็น หูได้ยิน มีสติคอยกำกับ อย่าวิ่งตามทันที ค่อยๆพิจารณา ถ้าไม่พอใจหรือพอใจแล้วรู้ว่ามีความไม่พอใจหรือพอใจเกิดขึ้น กับสิ่งที่เห็น สิ่งที่ได้ยิน ไม่แสดงออกไปทันที สามารถข่มกลั้นได้ในขณะนั้น ถือว่าเป็นความสำเร็จขั้นหนึ่ง
การฝึกจิตนี้ยากยิ่งนัก เพราะธรรมมันมีอยู่ทุกที่ทุกเวลา เพียงแต่เราขาดสติตามกำกับ ตามรู้ตามเห็น ปล่อยให้กิเลสมันพาล่องลอยไปจนลืมความจริง การที่เราเห็นอะไรต่ออะไรเป็นความเที่ยงแท้ เพราะการสืบต่อเนื่องนั่นเอง จิตใจที่ปรุงแต่งตามพัวพันไม่เลิกรา นำมาย้อมจิตตลอดเวลา จึงดูเหมือนสิ่งนั้น เป็นความเที่ยง
สมมติคนที่ด่าเรา เสียงนั้นมาแล้วก็ไปแล้ว แต่เรายังโกรธไม่เลิก ก็เพราะการปรุงแต่งจากสิ่งที่จำได้ ที่เรียกว่า สัญญา ซึ่งเป็นอดีตไปแล้ว แต่มันกลายเป็นปัจจุบันเพราะจิตไปเหนี่ยวเอาไว้ไม่ปล่อย จึงเหมือนมีเสียงด่านั้นคงอยู่ไม่มีวันเสื่อม ชีวิตเราเป็นทุกข์กันมาก เพราะคนเรามักเห็นสิ่งที่เกิด แต่ไม่เห็นสิ่งที่ดับ
จิตนี้จึงรักษายากห้ามยาก

ความคิดเห็นที่ 1 สมชัย ถูกใจสิ่งนี้ (1)
rattiya วันที่ : 18/06/2018 เวลา : 14.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Kuessaberg-Germany

สรุปว่า
ต่อให้เราไปนั่งถือศิลต่อหน้าพระพุทธเจ้า ถ้าจิตเราไม่สงบ ทำใจให้สงบไม่ได้ก็ยังไปไม่ถึงทางหรือหลงทางใช่ไหมค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน