*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 262073
  • จำนวนผู้โหวต : 174
  • ส่ง msg :
  • โหวต 174 คน
<< กรกฎาคม 2018 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 2 กรกฎาคม 2561
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 596 , 08:36:10 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน นายยั้งคิด โหวตเรื่องนี้

ข่าวคราวของผู้ที่ครองสมณะเพศ ในปัจจุบันนี้ ไม่สู้จะงดงามนัก ในสายตาของประชาชน  เราแทบจะแยกไม่ออกว่าใครเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ  ควรแก่การเคารพกราบไหว้  นึกถึงคำสอนของพระบรมศาสดาที่ย้ำนักหนาให้ตนเองฝึกตนเองให้ดี จนเป็นที่พึ่งแก่ตนได้ ไม่ต้องไปหวังพึ่งพิงใคร  เพราะใครบรรลุธรรมก็ไม่มีใครรู้ ตนเท่านั้นที่รู้แก่ใจ  ขอเพียงให้ซื่อสัตย์ต่อสภาวะที่ปรากฏที่ใจตนเองนั้น  เพราะการแสดงออกทางกายวาจา มันปิดบังความจริงกันได้

ในพระไตรปิฎก มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  ฉบับภาษาไทย  เล่มที่ ๓๐ สุตตันต.๒๒  หน้า ๔๕๕ ผมไปนั่งเปิดอ่านดู หัวข้อ การหลอกลวง ๓ อย่าง  ถึงได้รู้ว่า สมัยก่อน ก็มีภิกษุหรือพระสงฆ์ ลักษณะนี้ปรากฏออกมาแล้ว  สมัยนี้ก็เห็นกันมากมาย ไม่อยากเอ่ยชื่อ  เดี๋ยวจะขัดใจลูกศิษย์ลูกหาของแต่ละท่าน  เอาเป็นว่า ลองอ่านดู แล้วไปเทียบเคียงเอาก็แล้วกัน

1.ความหลอกลวงเกี่ยวกับการใช้สอยปัจจัย

2.ความหลอกลวงเกี่ยวกับอิริยาบถ

3.ความหลอกลวงเกี่ยวกับการพูดเลียบเคียง

ความหลอกลวงเกี่ยวกับการใช้สอยปัจจัยเป็นอย่างไร ?  (ขออนุญาตใช้ภาษาชาวบ้าน )

ชาวบ้านจะเอาปัจจัยเช่น อาหาร จีวร ยารักษาโรค หรือสร้างกูฏิใหม่ให้  พระท่านก็อยากได้ แต่แกล้งออกอุบายว่า ท่านไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้  ท่านหมดซึ่งกิเลส  ตัวท่านเองครองจีวรเก่าๆ ใช้สอยเสนาสนะซอมซ่อ  ฉันอาหารง่ายๆ

ชาวบ้านเห็นเข้าก็ลือกันไปว่า  นี่คือพระแท้ เป็นพระระดับอริยะบุคคล  ถ้าได้ทำบุญกับพระแบบนี้ จะมีอานิสงส์มากกว่าปกติ  เรียกว่า ทำบุญไปแล้ว มีแต่กำไร  คือกำไรบุญกลับมาหลายเท่า 

ก็เลยแห่กันไปถวายปัจจัยมากมาย   พระท่านก็จำใจต้องรับ  ด้วยการอ้างเหตุ ความพรั่งพร้อม สามประการ คือ

กุลบุตรประกอบด้วยศรัทธา จึงมีบุญมาก

พรั่งพร้อมด้วยไทยธรรม

พรั่งพร้อมด้วยพระที่เป็นทักขิไณยบุคคล คือตั้งตนเองเป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ

เมื่อครบสามประการนี้ ถ้าอาตมาไม่รับ พวกท่านก็จะเสื่อมบุญ ไม่ได้บุญอันยิ่งใหญ่นี้ไป  ดังนั้นอาตมาจึงขัดไม่ได้

พอเป็นแบบนี้  ทุกผู้คนก็โจษจันกันไป ว่า เจอพระดีแล้ว อยากได้บุญเยอะต้องไปถวายจตุปัจจัยแก่พระรูปนี้

พระท่านก็ทำเนียน  รับด้วยสีหน้าเมยเฉย อาจออกอาการแบบเซ็งๆเล็กน้อย ว่า ไม่อยากรับหรอก แต่ไม่อยากขัด

นี่คือการหลอกลวงเกี่ยวกับการใช้สอยปัจจัย

 

ความหลอกลวงเกี่ยวกับอิริยาบถ  เป็นอย่างไร?

พระบางรูปเกิดความคิดจึงออกอุบายว่า คนจะมาศรัทธาเคารพยกย่องเรา เราต้องทำตัวแบบนี้  คือ

แกล้งสำรวมในอิริยาบถ  เดิน ยืน นั่ง นอน เหมือนเข้าสมาธิเจริญฌาน ตลอดเวลา  ทำเป็นพริ้มตา หรือแกล้งทอดสายตาให้ดูว่างเปล่าเวิ้งว้าง เหมือนคนหมดสิ้นกิเลส  ไม่เอาอะไร   แกล้งเข้าสมาบัติ  ปิดวาจา  ปลีกตัวขังตัวเอง 

 แต่ให้คนอื่นรู้(ฮา)

วางกิริยาท่าทางเคร่งขรึม อาจทำหน้านิ่วคิ้วขมวด หรือมีพึมพำเล็กน้อย  เพื่อให้คนที่เห็นเข้าใจว่าตนมีฌานวิเศษ กำลังท่องคาถาอาคม  ผู้คนจะได้นับถือศรัทธา ทำให้ตนเองมีชื่อเสียง

นี่คือการหลอกลวงเกี่ยวกับอิริยาบถ

 

ความหลอกลวงเกี่ยวกับการพูดเลียบเคียง  เป็นอย่างไร?

คือการกล่าวลอยๆเลียบเคียง เพื่อให้ผู้คนหาปัจจัยที่ตนอยากได้ มาถวาย  เช่น อาจเอ่ยถึงพระรูปนั้นว่า เป็นพระผู้ใหญ่ มีคนอุปัฏฐากมาก มีปัจจัยดีๆสะดวกสบาย  หรือกรณีอยากได้อาหารบางอย่าง  ก็แกล้งพูดว่า  อาหารชนิดนั้นชนิดนี้รสชาดอร่อย  โยมพอฟังแล้ว วันหลังก็จัดมาให้อีก

ตัวอย่างในปัจจุบันนี้ก็มีให้เห็น  ลูกศิษย์เอารถญี่ปุ่นมารับไปกิจนิมนต์  ท่านก็เปรยๆว่า วันก่อนมีโยมเอารถเบนต์มารับ นั่งนุ่มสบาย ไม่สะเทือน  หลังก็ไม่เจ็บ  วันหลังลูกศิษย์ก็ต้องขวนขวายหาเบนต์มารับแทน

นึกถึงเรื่องราวในพระไตรปิฏก  พระสารีบุตรอาพาธ  มีโยมมาบอกว่า อาหารชนิดนั้นชนิดนี้ สามารถแก้ได้  ก็นำมาถวาย ท่านไม่ยอมฉันอาหารดังกล่าว

อาจารย์ชา สุภัทโท  วัดหนองป่าพง  เจอคนบ้านเดียวกัน คบตั้งแต่สมัยเด็กๆ  มาที่วัด ก็นั่งคุยกัน  อาจารย์ชา ก็เอ่ยถึง ทุ่งดอกโสน สมัยก่อน  ว่ายังมีอยู่หรือไม่   พอวันรุ่งขึ้น โยมที่เคยเป็นเพื่อนท่าน เอาอาหารมาถวาย เป็นผัดดอกโสน

ท่านไม่ยอมฉัน  เพราะท่านเอ่ยขึ้นมา ไม่ใช่การเลียบเคียง เพียงเป็นการคุยกันในฐานะที่ไม่เคยเจอกันมานาน  ท่านไม่คิดว่า เพื่อนของท่านจะไปเอาดอกโสนมาให้ฉัน  ท่านนึกขึ้นได้ ว่านี่จะกลายเป็นลักษณะการเลียบเคียง จึงไม่ยอมละเมิดสิ่งนี้

ที่เขียนการหลอกลวงสามอย่างนี้ขึ้นมา  ไม่ใช่เพื่อจับผิดพระแต่อย่างไร  แต่ให้รู้ว่า  บางครั้งสิ่งที่เราเห็นจริง อาจไม่จริง  เรารู้ได้ยาก  และการหลอกลวงสามอย่างนี้ ก็เป็นเรื่องปกติ ที่เราสามารถพบเห็นได้  ขอเพียงว่าจะทำอะไรควรเป็นผู้ที่มีศรัทธาที่มีปัญญาประกอบ  พระก็คือชาวบ้านที่ห่มจีวร  เป็นผู้ที่ต้องฝึกตนเองเช่นเดียวกับเรา  เรามีกิเลสอย่างไร  พระก็มีเช่นกัน  ไม่ใช่เพียงการมีผ้าเหลืองห่มตัวก็ได้ชื่อว่า หมดกิเลส    แต่การอุปัฏฐากสมณะเพศก็ยังเป็นสิ่งที่พุทธศาสนิกชนควรปฏิบัติ  เพราะสมณะไม่สามารถทำมาหากินอย่างเราได้  เพียงแต่ทำอย่างไร ที่ตัวเราจะไม่หลงงมงายไปกับอุบายเช่นนี้  แล้วให้คนเหล่านี้ ที่เราให้เขาเป็นแม่โค  พาเราหลงทางไปไหนต่อไหน 

สุดท้ายก็มาจบที่พุทธภาษิตที่ว่า

อตฺตา  หิ  อตฺตโน   นาโถ        โก  หิ  นาโถ  ปโร  สิยา

อตฺตนา  หิ  สุทนฺเตน              นาถํ  ลภติ  ทุลฺลภํ.

ตนแลเป็นที่พึ่งของตน  บุคคลอื่นใครเล่า   จะเป็นที่พึ่งได้

เพราะบุคคลที่ฝึกตนดีแล้ว  ย่อมได้ที่พึ่งอันได้โดยยาก

ขุ.ธ.(แปล)  ๒๕/๑๖๐/๘๒

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน