*/
  • สมชัย
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : vansomchai99@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2011-10-08
  • จำนวนเรื่อง : 162
  • จำนวนผู้ชม : 233231
  • จำนวนผู้โหวต : 172
  • ส่ง msg :
  • โหวต 172 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 13 สิงหาคม 2561
Posted by สมชัย , ผู้อ่าน : 488 , 11:22:38 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ณัฐรดา โหวตเรื่องนี้

ชีวิตคนที่เกิดมา เราอยู่กับความสัมพันธ์สามด้าน  นั่นคือ

ตัวตนที่มีความคิดความเห็น  หนึ่ง

ธรรมชาติและเรื่องราวที่เกิดขึ้น ตลอดการมีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับตัวตน   หนึ่ง

สิ่งแวดล้อมที่เป็นสังคมการอยู่ร่วมกับผู้อื่น   หนึ่ง

ทุกครั้งที่ตื่น ที่มีการกระทำทั้งเจตนาหรือไม่เจตนา  เราก็จะเกี่ยวข้องในความสัมพันธ์ทั้งสามด้านนี้เสมอ

และการเกี่ยวข้องนี้  ย่อมนำพาให้เรา สัมผัสกับความชอบใจ ไม่ชอบใจ  ความทุกข์ความสุข  การเบียดเบียนตนเองบ้าง เบียดเบียนผู้อื่นบ้าง  ทั้งที่ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ  นี่คือชีวิต ที่ทุกคนต้องประสบกันทุกๆคน

เมื่อเกิดมาเช่นนี้  ถ้าเราปล่อยไปตามธรรมชาติของชีวิต  ที่ต้องดิ้นรน เพื่อให้ตนอยู่รอด โดยที่ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนผู้อื่น   ถ้าทุกคนยึดหลักการเช่นนี้   ชีวิตที่อยู่ร่วมกัน ย่อมประสบปัญหาไม่มากก็น้อย

พระบรมศาสดาจึงตรัสว่า  เกิดมาเราต้องขัดเกลาตน  เหมือนน้ำในธรรมชาติ ที่ให้ทั้งประโยชน์และโทษ  เราจึงต้องมีการบริหารจัดการน้ำให้ดี เพื่อความผาสุก  

ไม้ที่ตัดจากป่า ถ้าไม่มาเหลาหรือขัดเกลา  ให้ตรง ให้เที่ยง ถ้านำมาทำลูกธนู ย่อมไม่สามารถพาไปตามเป้าหมายได้ดังใจ หรือนำมาทำบ้านเรือน ย่อมไม่มั่นคงสวยงาม

คนเราก็เช่นกัน  ถ้าเกิดมาไม่ฝึกฝนขัดเกลาตนเอง   ย่อมไม่อาจกล่าวได้ว่าตนเองคือบัณฑิต

ไตรสิกขา จึงเป็นบทฝึกสำหรับคนที่เกิดมาเพื่อขัดเกลาให้เป็นคนที่สมบูรณ์

การฝึกที่ลดละการเบียดเบียนผู้อื่น  ถ้าช่วยกันทำ ก็เป็นสังคมที่สงบสุข  ร่มเย็น  บทฝึกที่ให้จิตใจและการกระทำทางกายวาจา มีการละเว้นสิ่งที่ไม่ดี จนเป็นปกติ  จึงเป็นเหตุให้สิ่งแวดล้อม และสังคม(สังฆะ)ที่อยู่ด้วยกัน มีความสงบสุขร่มเย็น ปราศจากภัยเวร  นี่คือ ศีล

การฝึกจิตใจตนเอง  ไม่ให้ฟุ้งซ่าน ให้มีความสงบรำงับ อกุศลจิตทั้งหลาย  ย่อมเป็นประตูนำไปสู่การเข้าใจธรรมชาติ  เข้าใจเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นในทุกขณะจิต  นี่คือการเข้าใจสภาวะ หรือเรื่องราว (ธรรมะ)  คือมีสภาวะจิตที่เสมอในทุกขณะจิต   นี่คือ สมาธิ

การเข้าใจสิ่งที่กล่าวมาทั้งสองด้าน ทำให้จิตตนเองแจ้งในธรรม  รู้อะไรคือของแท้ รู้อะไรคือสมมติ  รู้ทั่วทั้งด้านทุกข์ด้านสุข จนจิตใจไม่ยึดติดในสิ่งทั้งหลาย ที่เกิดขึ้นมาแล้วก็ดับไปเป็นธรรมดา  นี่คือปัญญาที่รู้พ้น ไม่ใช่ปัญญาที่รู้ติด  นี่คือปัญญา

ด้วยจุดเริ่มต้น จากคนจากตนที่เป็นปัจเจก(คน)  อยู่ในสังคม(สังฆะ)  ท่ามกลางเรื่องราวที่เกิดขึ้น(ธรรมะ)

  เจอทุกข์เจอสุข วิ่งตามทุกข์วิ่งตามสุข  หนีจากสิ่งหนึ่งเพื่อไปเจออีกสิ่ง  ที่มีลักษณะเดียวกัน คือ การเปลี่ยนแปลงที่มีตลอดเวลา   เห็นสิ่งที่ไม่เที่ยงว่า เที่ยง  ไขว่คว้าหาเงา  ทำตนเบียดเบียนตนเองบ้างผู้อื่นบ้าง

มาฝึกตนขัดเกลาตน เพื่อให้สมประโยชน์  ด้วยไตรสิกขา  ตามขั้นตอนอ่อนแก่ของการปฏิบัติ  เหมือนก้าวขึ้นบันได

เมื่อนั้น  จากคนจากตน  ก็กลายเป็น พุทธะ ผู้รู้ ผู้ตื่น  เสียเอง

โดยมีเรื่องราวที่มาเป็นแบบทดสอบชีวิต ที่เรียกว่า  ธรรมะ

และตนเองเป็นผู้ฝึก ทั้งฝึกตนเองและฝึกการอยู่ร่วมกับผู้อื่น ที่มีกรอบวินัยหรือกฎหมายกำกับ  นี่คือ สังฆะ

เมื่อนั้น  สิ่งที่เป็นที่พึ่งอันเกษม อันอุดม ซึ่งก็คือ รัตนตรัย  ย่อมเกิดกับตนเอง  ไม่ต้องอาศัยที่พึ่งภายนอก   นี่คือความเป็นอิสรภาพแห่งชีวิตที่แท้จริง   ยามนั้น เราจึงไม่เชื่อในพิธีกรรม  ในโชคชะตา หรือพึ่งพาความเห็นผู้อื่นอีกต่อไป

เหล่านี้คือสิ่งที่พระองค์ ฝากไว้กับพุทธศาสนิกชน  ทำตนให้ตนอง เป็นที่พึ่งตนเองให้ได้ โดยเฉพาะจิตใจ ที่มั่นคง

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน