• HOF
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-01
  • จำนวนเรื่อง : 128
  • จำนวนผู้ชม : 1100181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1168 คน
Hall_of_movie
มหรสพทัศนะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/moviehall
วันเสาร์ ที่ 7 กรกฎาคม 2550
Posted by HOF , ผู้อ่าน : 4178 , 16:43:27 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

                เมื่อตอนก่อน "หนังไทยเรื่องแรก"  มีการกล่าวถึงการฉายหนังของฝรั่งที่เรียกว่า ซีมาโตแครฟ   โดยคำขอของคณะราษฎร  ต่อมา คำขอที่ว่าถูกคลี่คลายโดยนักประวัติศาสตร์ภาพยนต์  ว่าเป็นเพียงการโฆษณาในหนังสือพิมพ์ บางกอกไตมส์  ให้คนไทยไปตื่นดูนวตกรรมใหม่ 

                  ลงชื่อว่า นาย เอส.จี.มาคอฟสกี ซึ่งไปค้นชื่อ คนฉายหนังของลูมิแอร์ที่ส่งไปเผยแพร่นวตกรรมใหม่  ก็ไม่มีชื่อ นาย เอส.จี. มาคอฟสกี อยู่ด้วย จึงเชื่อว่าเขาเป็นเพียงพ่อค้าหนังเร่ชาวยุโรป  ที่ไปตามที่ต่างๆทั่วโลก 

 แต่ครั้งนั้นมีคนดูถึง 600 คน ที่โรงละครหม่อมเจ้าอลังการและเป็นครั้งแรกที่มีการฉายหนังในประเทศไทย  คือ คืนวันที่ 10 มิถุนายน  2440 และ นาย เอส.จี. มาคอฟสกี จึง เป็นคนฉายหนังเร่คนแรกที่มาฉายในประเทศไทยน่ะครับ

            กิจการหนังเร่เป็นไปด้วยความคึกคักครับ มีทั้งจากยุโรป  ฝรั่งเศส อังกฤษและอเมริกา  ตอนนั้นยังไม่มีโรงหนังเฉพาะ สมัยก่อนหนังจะยาวเพียงประมาณ 1 นาที ไม่มีการผูกเป็นเรื่องราวน่ะครับ อาจเป็น  การแสดงระบำ กายกรรม ตลก มายากล  การประดิษฐ์ พวกกล่อง   เสียงหุ่นกระบอก  บางครั้งก็สลับด้วยภาพนิ่ง  และด้วยการที่มันเป็นหนังเงียบ จึงต้องมีการบรรเลงดนตรีระหว่างการแสดงไปด้วย  ช่วงแรกๆ ก็เป็นการนำนักดนตรีของตัวเองมา หรือไม่ก็หาเอาตามท้องถิ่น เครื่องดนตรีที่เล่นก็เป็น  พวกหีบชัก  ไวโอลิน หรือเครื่องเป่า 

               หนังเร่คณะที่ได้รับความนิยมในสมัยนั้น กลับเป็นของคนญี่ปุ่นครับ  ชื่อนายวาตานาเบ้ พ.ศ. 2447  เขามาตั้งกระโจมฉายอยู่ระหว่างวัดตึก  หรือ เวิ้งนาครเกษม ปัจจุบันล่ะครับ  ต่อมาเขาก็มาสร้างโรงหนัง ถาวรที่ข้างๆวัดตึกนั่นเอง ถือว่าเป็นโรงหนังโรงแรกของไทยเลยก็ว่าได้ ( 2448 )  


ภาพจากเรื่อง โหน่ง-เท่งนักเลงภูเขาทอง จำลองบรรยากาศ ยุคสมัยนั้น  มีโรงหนังญี่ปุ่นด้วย แต่ในภาพอาจทันสมัยไปหน่อย เพราะจากข้อมูล เป็นเพียงสังกะสีล้อมเป็นสี่เหลี่ยม และหลังคาก็มุงสังกะสี พื้นโรงเป็นดิน  ตั้งม้ายาวเป็นแถวรอบๆ  นอกโรงเป็นร้านค้าเล็กๆ วางด้วยลังใบเดียว จุดตะเกียงมีโป๊ะ เทียนบ้าง ใต้บ้าง (หนังมักจะฉายตอนดึก)

" น่าแปลกไม๊ครับ ยิ่งค้นไปยิ่งสนุก  แล้วทำไม หนังเร่ ( หนังขายยา ) ในยุคหลังนี้  มีข้อสังเกต 2 อย่างครับ  คือเป็นหนังเงียบ และเป็นฟิล์ม 16 มม.  ทั้งๆที่ เราหมดยุคหนังเงียบมาตั้งแต่ปี 2474 และเราใช้ฟิล์ม 35 มม. มาตั้งแต่หนังเรื่อง โชค 2 ชั้น แล้วครับ"

หลวงกลการเจนจิต ผู้ถ่ายภาพเรื่อง โชคสองชั้น


มาถึงเรื่องเสียงก่อนครับ


             อเมริกา มีหนังเสียงมาตั้งแต่ปี 2470 แล้วครับ  คือเรื่อง Jazz Singer  ของบริษัท ฟอกซ์
แต่ในเมืองไทย มีการนำหนังเสียงมาฉายครั้งแรก เมื่อปี 2471 ของคณะฉายหนังจากสิงคโปร์ ดังนั้น พี่น้องตระกูลวสุวัต ( ผู้สร้าง โชคสองชั้น ) ก็หยุดสร้างหนังเงียบ หลังจากสร้างไปได้เพียง 2 เรื่อง เขาหันมาค้นคว้าเรื่องหนังเสียง เขาผลิตกล้องสำหรับถ่ายหนังเสียง และสำเร็จในปี 2474 ถึงตอนนี้พวกเขาเปลี่ยนใจจากการทำหนังสั้นแล้วครับ  เขาวางแผนทำหนังเสียงเรื่องยาวเรื่องแรก และเปลี่ยนชื่อ จาก บริษัท กรุงเทพภาพยนต์บริษัท  มาเป็น บริษัทภาพยนต์เสียงศรีกรุง  และได้สร้างหนังพูดสำเร็จ เป็นเรื่องแรก คือเรื่อง" หลงทาง  "


  ออกฉายใน เดือนเมษายน ปี 2476 

              หลงทางเป็นหนังที่ถ่ายทำในระบบ Single System คือถ่ายภาพกับเสียงในกล้องตัวเดียวกันครับ ซึ่งมีปัญหาทางเทคนิค ในการถ่ายภาพและตัดต่อ  ซึ่งฝรั่งได้คิดระบบถ่ายแยกกันแต่นำมา Synchonizg  คือการให้มันเดินไปพร้อมกันได้  ต่อมา ศรีกรุงก็ทำได้ครับ



น่าแปลกครับก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 หนังไทยนิยมสร้างในระบบ 35 มม. เสียงในฟิล์ม หลังสงครามโลกกลับมาสร้างในระบบ 16 มม. ฟิล์มเล็กลงกว่าเดิม  

  เนื่องจากช่วงหลังสงครามโลก  ในปี 2492 มีหนังเรื่อง สุภาพบุรุษเสือไทย  เข้าฉาย  เป็นหนัง 16 มม. ครับ และประสบความสำเร็จมากเสียด้วย  บริษัทต่างๆ จึงหันมาสร้างหนัง 16 มม. กัน  เพราะกล้องเล็กกว่า ฟิล์มเล็กกว่า ทำให้ประหยัดขึ้นมาก  และหลังช่วงสงคราม ฟิล์มก็หายาก เศรษฐกิจก็ตกต่ำทั่วไป  เสียงในฟิล์มที่เคยมีก็ไม่มี ต้องใช้นักพากย์ มาพากย์แทนพระเอก-นางเอกและตัวละครทั้งหลาย ถือเป็นยุคทองของหนัง 16 มม. ได้รับความนิยมจากผู้ชมสูงมาก


ช่วงนี้เองมังครับ  ที่เกิดการฉายหนังเร่ขึ้นอีกครั้งโดยคนไทย  หนังเร่ที่ไปตามต่างจังหวัดไกลๆ ที่ยังไม่มีโรงหนัง  ต่อมา พวกบริษัทยาก็มีการจัดฉายหนังเร่ไปพร้อมกับการขายยาไปด้วย เช่น บริษํทโอสถสภา  ถ้วยทอง เยาวราช ห้าแพะ   ที่เราเรียกว่า " หนังขายยา"  

      

        ลุงบุญชอบ สุทธิศักดิ์ ชายวัย 60 ปี

       ลุงเป็น คนฉายหนังกลางแปลง หรือหนังขายยา ของโอสถสภา   เป็นทั้งคนพากษ์หนังและฉายหนัง  รวมถึงขายยาด้วยซึ่งถือเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของหนังกลางแปลง ลุงบุญชอบเริ่มต้นเป็นนักพากย์ด้วยแรงบันดาลใจจากการเป็นเด็กในกองรถเร่ฉายหนัง ความที่เห็นการพากย์หนังทุกวี่วัน จึงเกิดเป็นความชอบ อาศัยครูพักลักจำ จนได้เป็นนักพากย์ทั้งหนังขายยา หนังกลางแปลง และหนังวิกหนังโรง กว่า 36 ปีที่คลุกคลีสิ่งเหล่านี้ จนกลายเป็นความผูกพัน


       ก่อนพากย์แต่ละเรื่อง อ่านบทก่อน ซ้อมกับหนัง พอมีความชำนาญในเรื่องของหนังแล้ว การสอดแทรกมุก ไหวพริบปฏิภาณจะเกิดเองโดยธรรมชาติที่เรียกว่าพรสวรรค์ พากย์ไปพากย์มาผุดขึ้นมาเอง

       สำหรับนักพากย์ต้องทำได้ทุกเสียง เทคนิคไม่มีอะไรมาก รุ่นพี่บอกสอน อาศัยครูพักลักจำ มีแค่ประสบการณ์ การเข้าถึงวิญญาณตัวละครในหนัง การทำเสียง ต้องฝึกหัดทำเสียงก่อน ทำเสียงให้ได้เสียงผู้หญิง เสียงเด็ก เสียงคนแก่ พอทำได้สามารถพากย์ได้

       เสียงเปลี่ยนไปตามคีย์ เสียงคนแก่ต่ำ เสียงหนุ่มหน่อย เสียงพระเอกให้เสียงปานกลาง เสียงตลกให้เสียงสูง เสียงนางเอกต้องบีบเสียง พากย์เสียงผู้หญิงเหมือนคีย์เพลง ตั้งแต่ต่ำสุด สูง และสูงสุด ต้องหัดดัดเสียงทุกวัน จึงจะใกล้เคียง

       ส่วนมากพากย์ได้ทุกแนว คนดูยึดติดอยู่กับดารา ดาราเป็นใหญ่ โดยเฉพาะมิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์ เป็นดาราคู่พระคู่นิยม ถ้า 2 คนนี่ไป เราแห่รถไป กล่าวเชิญชวน วันนี้อย่าลืมอย่าพลาด พอเพชรา คนจะตามรถร้องโห่หิ้ว สำหรับผมชอบทุกเรื่องที่ทำ เพราะทำด้วยวิญญาณ ตั้งใจทำ พยายามเข้าถึงหนัง

        ความรู้สึกเก่าๆกลับมา แต่ก่อนดูหนังกลางแปลงดูไปดูมา ฟิล์มหนังชอบขาด คนก็จะโห่ตะโกน เสียอารมณ์มากเลยนะ เราก็อยากดูว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร เชื่อว่าตอนที่หนังหยุดฉาย เป็นฉากไคลแมกซ์ พีกมากๆ แล้วก็ดับวูบไปเลย คนก็ฮือฮา ประมาณว่าบ่น จากนั้นก็จะมีเสียงสวรรค์ อันไม่พึงปรารถนาของเจ้าของหนัง ประกาศขายยา อวดอ้างสรรพคุณ ชักแม่น้ำทั้ง 5 คนดูก็รู้ถ้าซื้อยาก็จะได้ดูต่อ แบบน้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า

       ส่วนใหญ่จะเป็นยาครอบจักรวาล แบบว่าเก็บรักษาเอาไว้ได้นาน เช่น ยาหม่อง หรือยาแก้ปวดอะไรทำนองนั้น บางทีก็เป็นยาสามัญประจำบ้านแต่เอามาอวดอ้างสรรพคุณให้ดูน่าเชื่อถือราคาไม่แพง 5 บาท 10 บาท ขายยาได้จำนวนเงินตามที่ต้องการแล้ว ก็จะฉายหนังต่อ

      ลุงบุญชอบยังทำหน้าที่ฉายหนังเร่อยู่นานกว่า 36 ปี และเคยเข้าไปฉายเร่ ในพม่ากว่า 6 เดือน ในยุคพลเอกชาติชาย ที่มีนโยบาย เปลี่ยนสนามรบ เป็นตลาดการค้าครับ 



           สมัยก่อนใช้รถจี๊ปพวงมาลัยซ้าย มีเครื่องทำไฟติดหลังรถ หลังจากนั้นจากเครื่องทำไฟเป็นไดนาโมปั่น จ่ายกระแสไฟเพื่อฉายหนัง จากรถจี๊ปเปลี่ยนเป็นรถฮีโน่ จากหนัง 16 มม.แผ่นฟิล์มขนาดเล็ก แต่หนา เปลี่ยนมาเป็นหนัง 35 มม. ฟิล์มแผ่นใหญ่ เดินเร็ว ขาดเร็ว หนังเรื่องหนึ่งมี 2 ม้วน



"....คืนนี้อย่าลืม อย่าพลาดนะครับ แม่นาคพระโขนง หนังย้อนยุค นำแสดงโดยสุรสิทธิ์ สัตยวงศ์ ปรียา รุ่งเรือง พากย์สด อย่าลืม อย่าพลาดหาโอกาสมาชมกันให้ได้นะครับ"
      
       สุ้มเสียงดังจากข้างรถขายยาป่าวประกาศเชิญชวนผู้คนที่ผ่านไปมา ลำแสงจากเครื่องฉายหนังพุ่งตรงไปที่ผืนผ้าขนาดใหญ่สีขาว สายไหมหลากหลายสีบรรจุในถุงล่อตาล่อใจลูกเล็กเด็กแดง พ่อค้า-แม่ค้าเร่ขายถั่วแก่ผู้คนที่เดินขวักไขว่ไปมา
      
       หน้าผืนผ้าสำหรับฉายหนัง คนหนุ่มคนสาวใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ที่หาได้ปูนั่งหน้าจอจับจองพื้นที่เหมาะเจาะ ภาพวันคืนเก่าๆ โหมโรงก่อนเริ่มต้นฉายหนังกลางแปลง หนังเร่ หรือหนังขายยา ซึ่งนับวันจะหาชมได้ยากยิ่ง

          เมื่อเวลาผ่านไปหนังไทยระบบ 16 มม. จึงเลิกสร้าง และกลับมาสร้างหนังระบบ 35 มม. แต่เสียงก็ยังอยู่นอกฟิล์ม  จนถึงยุค ของมนต์รักลูกทุ่ง ( พ.ศ. 2513 )ละครับ ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง ซึ่งเป็นหนัง 35 มม. เสียงในฟิล์ม หนัง 16 มม. จึงไม่มีการสร้างอีก และเป็นหนังเสียงในฟิล์มทุกเรื่องไป   หนังเร่ขายยา ค่อยๆ หายไปพร้อมกับยุคสมัย  มีแต่หนังกลางแปลงตามงานวัด  ช่วงแรกๆ ยังมีการพากษ์สดในหนังต่างประเทศอยู่  แต่ต่อมาก็มีการอัดเสียงพากษ์ลงในหนังแล้ว จึงไม่มีการพากษ์สดแล้วครับ  เนื่องจากเป็นหนังเสียงในฟิล์มกันหมดแล้วครับ

  

ขอขอบคุณ  ภาพ และข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์ ผู้จัดการ

ภาพและข้อมูล  จาก ๖๗ ปีภาพยนตร์ไทย โดยสมาพันธ์ภาพยนตร์แห่งชาติ

ภาพและข้อมูล จาก หนังสือ สตาร์พิค


  




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
16MM วันที่ : 13/10/2010 เวลา : 19.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/16MM
http://www.pantipmarket.com/mall/coffeetable/?node=products

แวะมาดูหนังครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
chandra วันที่ : 13/07/2007 เวลา : 20.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chandra
"Spiritus intus alit"

โอย กว่าจะได้มาอ่าน...

ชอบดูหนังมาแบบไหนก็ดู

เคยดูหนังกลางแปลงจาก ชานบ้านที่บ้านนอกเมื่อตอนเด็กๆอ่ะ...ลากผ้าห่มมากันเลยทีเดียว...

งิ้วก็ชอบ
ลำตัดก็ชอบ
ลิเกก็ชอบ

สรุปเป็นเด็กใฝ่การเอนเตอร์เทน

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
RearViewMirror วันที่ : 12/07/2007 เวลา : 00.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rearviewmirror
..Keep On Rockin' In The Free World !!

แต่ผมก็ชอบทั้งสองแบบนะ ไม่ว่าจะดูในโรง หรือกางแปลง ดูแบบเป็นหมู่ หรือดูแบบส่วนตัว มันได้คนละบรรยากาศกัน

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
HOF วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HOF

* เห็นเหมือนคุณ rvm เลย ชอบเวลาดูงิ้ว แม้จะฟังไม่รู้เรื่องก็ตาม หรือแม้แต่ดูหนังที่ต้องปูหนังสือพิมพ์ดู หรือดูลิเก ลำตัด ก็ตาม มันได้อารมณ์กว่า ดู หนังในโรง ดูโอเปล่าหรือคอนเสริต ในหอประชุมใหญ่ๆ หรืออาจเพราะ เราเป็นพวก ข้ามันลูกทุ่งก็ไม่รู้สิ 555

*555 คุณ pook ก็ชอบเหมือนกัน บรรยายเห็นภาพเลย

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
pook วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 14.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

มาอ่านอีกรอบค่ะ
เห็นคอมเมนต์คุณrearviewmirror ทำให้คิดถึงตอนเด็กๆมากๆ
เหล่าม่า(ยายทวด) พาไปดูงิ้วทุกอาทิตย์ที่โรงงิ้ว
ตั๋วกี่บาทจำไม่ได้แล้ว
สุดคลาสสิค ต้องเอาขาขึ้นเก้าอี้ด้วย
เพราะอาแปะ อาเจกจะแทะเม็ดก๋วยจี๊พ่นเป็นปืนกล 5555
เหล่าม่าจะคอยเล่าเรื่องให้ฟัง
แล้วทำไมนางเอกต้องโดนลงโทษควักลูกกะตาทุกเรื่องที่ไปดู ยังงงๆมาจนวันนี้

อ่อ เหล่าม่าพูดไทยไม่ได้
ปุ๊กพูดจีนแต้จิ๋วไม่ค่อยเป็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
RearViewMirror วันที่ : 10/07/2007 เวลา : 14.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rearviewmirror
..Keep On Rockin' In The Free World !!

ชอบครับชอบ ....
แต่ก็ไม่ทันหนังเร่ หนังขายยา เหมือนกัน

พูดถึงงิ้วนี่ชอบมาก
ตอนเป็นเด็ก อากง จะชอบเปิดเพลงงิ้วลั่นบ้าน เวลาที่มาอยู่ด้วย(แกจะเวียนไปพักตามบ้านลูกหลาน)
และอาอี๊ ของผมก็บ้านใกล้กับศาลเจ้า เวลาศาลมีงาน เอางิ้วมาเล่น ผมก็จะไปค้างบ้านอาอี๊ เพื่อดูงิ้ว(อย่างจริงจัง) ชอบไปดูถึงหลังเวที ตอนงิ้วแต่งตัวแต่งหน้า เท่ และอลังการมากสำหรับเด็กอย่างตอนนั้น แต่เดี๋ยวนี้หาดูยากแล้ว....

ทัศนคติของการดูหนังฟังเพลงมันเปลี่ยนไปตามยุคสมัย หาบรรยากาศของการหอบลูกจูงหลานมานั่งดูมหรสพ เป็นกิจกรรมร่วมกันอย่างหนึ่งของครอบครัว รวมถึงทางสังคมด้วย อย่างสมัยก่อนได้ยากมากแล้ว
ในยุคดิจิตอลอย่างทุกวันนี้ การดูหนังฟังเพลง มันกลายเป็นเรื่องส่วนตัว(มีทั้งซีดี ดีวิดี ให้เลือกใช้บริการ)
และคงไม่มีใครคุยกันเสียงดังในโรงหนัง รวมถึงคงไม่เอาเด็กอายุไม่กี่ขวบที่ยังไม่รู้ประสาเข้าโรงหนัง ให้เป็นการรบกวนคนอื่น .... ความสัมพันธ์ทางสังคมเริ่มขาดหายไป(บางทีโดยไม่รู้ตัว) อันนี้ไม่ได้บอกว่าผิดหรือถูกนะ
แค่นึกถึงว่าถ้าตัวเองทันบรรยากาศแบบเมื่อสมัยก่อนก่อน คงรู้สึกอบอุ่นดี (พูดเหมือนคนขาดความอบอุ่นแฮะ) ....

พูดถึงที่คุณ HOF จะเขียน เปลี่ยนบรรยากาศมั่งก็ดีครับ สลับๆ กันไป วิชาการบ้าง ไม่วิชาการบ้าง มีหนัก-เบา สลับกันไป ก็น่าจะดี

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
HOF วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 23.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HOF

มันมีข้อมูลที่น่าสนใจอยู่อีกมากครับเกี่ยวกับประวัติหนังไทยเก่าๆ แต่ผมก็กลัวว่ามันจะเป็นวิชาการไป รู้สึกตัวเองว่ายิ่งเขียนยิ่งยาว เดี๋ยวจะกลายเป็นตำราวิชาการไป 555

อย่างตอนที่ไปคนเรื่องหนังเร่ ผมก็ย้อนนึกว่า เขาทำไมต้องพากษ์สด ในเมื่อหนังเสียง มันมีมาตั้งแต่ ก่อนสงครามโลกแล้ว

พอค้นดู อ๋อ หลังยุคสงครามโลก เขากลับมาทำหนังไม่มีเสียงอีกครับ เออ แปลกแต่จริงน่ะ

จริงๆ ตอนแรกคิดว่า จะเขียนออกเป็นวิชาการภาพยนตร์ในเรื่อง การทำหนังเสียงในฟิล์ม แต่คิดว่ามันคงเป็นวิชาการไป เดี๋ยวจะน่าเบื่อเกินไปน่ะครับ แต่สำหรับผม มันสนุกน่ะ

เรื่องหน้า คิดว่า จะเปลี่ยนบรรยากาศ เขียนเรื่อง ผู้กำกับที่ผมชอบดูบ้าง หรือจะลุย เรื่องหนังไทยต่อดีครับ มีเรื่อง ดาวยั่วไทย ที่เตรียมข้อมูลไว้นิดหน่อย กับไปได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้ก่อตั้ง บริษัทถ่ายภาพยนตร์ไทย มา น่าสนใจมากครับ เพือ่นๆ ชวนแสดงความเห็นหน่อย อยากอ่านเรื่องอะไรก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
มัคคุเทศก์ทางวิญญาณ วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 17.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/guide007
ฉันถอดเสื้อสีแล้ว!!!! คุยกับฉันได้ไหมเพื่อนมนุษย์!!!!

ทำให้นึกถึงความหลังอีกแล้ว
สมัยผมดูหนังกลางแปลง
จำได้เรื่อง
แม่หัวลำโพง เห่าดง วีรบุรุษหนองตากยา
โทน ไผ่สีทอง ผีหัวขาด สามใบเถา
แล้วก็หนังจีนพวกเสี้ยวลิ้มยี่
ถ้าใครอยู่ในยุคนี้ก็ สามสิบนิดนึงครับ
มาเป็นเพื่อนกันได้เลย

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Angelrous วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 16.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angelrous
It's not who I am underneath, but what I do that defines me.

สมัยเด็ก เคยไปดูหนังกลางแปลงหลังบ้าน แต่นานมากจนพ่อต้องออกมาตาม โดยว่าไปตามระเบียบครับ แต่สนุกดีตอนนั้นที่ได้ดูเป็นภาพยนตร์จีนกำลังภายใน

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
BlueHill วันที่ : 09/07/2007 เวลา : 10.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

หนังเร่ สมัยก่อนดูเป็นประจำครับ เขาจะตั้งฉายตามวัด หรือไม่ก็สนามบอล ส่วนใหญ่จะเป็นหนังจีนกับหนังคาวบอย
ยังจำบรรยากาศได้ดีครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
mamababa วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tootoomama

เพิ่งกลับบ้านค่ะ ตามเม้นต์มานะ
ขออ่านพรุ่งนี้ละกันค่ะ ไม่อยากแค่เม้นต์ผ่านๆ

บ๋าบบาย ...มาม่า

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง

เคยดูหนังตะลุงหม่าย...ที่ระยอง แม้จะ พ.ศ.2550 แล้วก็ยังมีหนังตะลุงอยู่หลายคณะ..การพากษ์หนังตะลุงก็ใช่ย่อย..อรรถรสของการดูหนังตะลุงไม่ใช่แค่การเชิดตัวหนัง..แต่อยู่ที่การพากษ์ล้วนๆ ลูกเล่น ลูกล่อ ลูกชน..เด็กติดกันเกรียว..เครื่องดนตรีของหนังตะลุงก็เป็นเสน่ห์ มีไม่กี่ชิ้น..แต่ฟังแล้วสนุกคึกคักดี...หนังเร่ หนังกลางแปล หนังตะลุง..กำลังพากันหมดลมหายใจ..ก็ไม่รู้ว่าใครจะรักษาไว้เนาะ..

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ชานบ้านชานเมือง วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 20.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/threenation

ผมไม่เห็นเจอวิหคพลัดถิ่นสักตัวเลย เห็นแต่ดอกไม้เปลี่ยนสี ไปเรื่อย งง สับสน จำไม่ได้ แซ้วเล่นฮิ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
แมวเหมียว วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 20.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wassanok

ตามมาดูหนังเร่ค่ะ ได้ความรู้ดีจัง

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
HOF วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 18.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HOF

*พี่วิหค ยังติดโปสเตอร์ พระเจ้าช้างเผือกอยู่เลยน่ะ แกล้งทวง 555

ชอบดูงิ้วเหมือนกันครับ แต่ก็ฟังไม่รู้เรื่อง สมัยเด็กๆ ไปนั่งดูกับอาม่า
แต่ที่ชอบดูนอกจากหนัง คือลิเก กับลำตัด แต่หาดูค่อนข้างยากครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War

งิ้วเดี๋ยวนี้พูดไทย แต่ก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่อง เพราะดัดเสียงสูงงงงงงงง ปรี๊ดเลย

เรื่องหนัง ไม่มีภาพมาแจม จ้า
555

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
วิหคพลัดถิ่น วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vihokpludtin
..'AVihok's Family@Mafia War

โอ้ โหหหห ช่างขุดจริง ๆ
พี่นั่งทำงานอยู่ เข้ามาช้าไปหรือเปล่า
((( ค่อยยังชั่ว จราจรไม่ติดขัด )))

หนังขายยา เคยดูแถวบ้านนอกภาคอิสาน
ตอนไปอยู่สุรินทร์ ก็มีหนังขายยา หนังเร่

นอกจากดูหนังแบบนี้ 555 บอกฟามลับให้
พี่ชอบไปดูงิ้ว ที่เขาไปปิดวิก ตามที่ต่าง ๆ ด้วยนะ
เพื่อนพาไปดูครั้งแรก ต่อมา ก็ไม่ได้ตามหรอก
แต่ถ้ามีมาแถวบ้าน ก็ต้องไปดูให้ได้ซักวันนึง
แปลไม่รู้เรื่องหรอก แต่ชอบเครื่องแต่งตัว
ชอบเสียงแปร๋น ๆๆ ของงิ้วน่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
HOF วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 16.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HOF

*พี่มะอึก ครับถ้าเป็นเด็กบ้านนอก มักจะได้ดูหนังขายยา

* คุณ pook เล่าบรรยากาศ ซะ อยากกลับไปวันเก่าๆ เลย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
pook วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pook17
 Never complain. Never explain.

ตอนเด็กช่วงเทศกาลแถวบ้านจะมีหนังกลางแปลงมาฉาย
เป็นที่สนุกสานของเด็กๆอย่างพวกเรามากกกก
คว้าเสื่อคว้าหนังสือพิมพ์ไปปูจองที่
ชอบไปยืนดูเค้าพากย์ด้วยอ่ะ สนุกดี
เวทีใกล้ๆกันจะมีงิ้วสีสันฉูดฉาด
แล้วก็มีลิเกด้วย ประชันกันจนมึนอ่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มะอึก วันที่ : 08/07/2007 เวลา : 09.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

มะอึกผูกพันมากับหนังขายยา...
เพราะเป็นเด็กบ้านนอก....คิดถึงบรรยากาศเก่า ๆ มาก

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
HOF วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 21.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HOF

ผมไม่เคยดูหนังขายยาเลยครับ ทันตอนหนังล้อมรั้วที่เรียกว่า วิกหนัง จำได้ว่าพี่เลี้ยงพาไปนอนหลับหน้าจอเกือบทุกวัน เรียกว่าโตมาหน้าจอหนังเลยก็ว่าได้ 5555

แต่หนังกลางแปลงก็ดูบ่อย ตามงานวัด และงานแก้บนต่างๆ ชอบดูคนพากษ์หนังกว่าหนังซะอีก 5555

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
slipknot วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยย

ไม่เคยพลาดเลย..ตอนเด็กไปดูทุกปี...แถวบ้านมีงานประจำปีของศาลเจ้า....เราจะไปจองหน้าจอเยยยยยย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
pjeabja วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 18.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pradit

โห ผมนี่ก็แฟนหนังกลางแปง-หนังขายยาเลยนะ สมัยเด้กๆบ้านผมอยู่ติดวัดอ่ะ บางครั้งที่บ้านไม่อนุญาติให้ไปดูก็รอจนเขาหลับกันหมด เอาผ้าห่มม้วนๆเอาอีกผืนคลุมทำเป็นนอนอยู่ แล้วก็ย่องๆปีนหน้าต่างออกไปดู ฮ่าฮ่าฮ่า

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 17.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

ไม่ทราบว่าหนังขายยาปัจจุบันยังมีไหม...สมันก่อนผมชอบเบเศษฟิล์ม และชอบดูคนพากษ์หนัง..มันสนุกดี..ทั้งหนัง..ทั้งคนพากษ์

...ไม่น่าเชื่อ..ปัจจุบันผมก็ทำเกี่ยวกับหนัง...นั่งปั่นฟิล์มภาพยนต์ในแลปภาพยนต์แห่งหนึ่ง..ผมม่ต้องหาเก็บเศษฟิล์มที่ล่วงหล่นเวลาเขาฉายหนังอีกแล้ว.............

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
คนเดินถนนชีวิต วันที่ : 07/07/2007 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aniwet


เคยดูสมัยเด็กๆ ครับ และดีใจที่ปัจจุบันยังมีอยู่ ตอนเด็กผมจะเอาหนังสือพิมพ์ไปปู แล้วนอนดู แต่จะหงุดหงิดมากตอนขายยานี้แหละ แต่ก็ดีครับเพราะสมัยนั้นบ้านผมไม่มีทีวี เลยสนุกมากเมื่อมีหนังมา
สถานการณ์สิทธิชายแดนใต้ http://www.oknation.net/blog/aniwet/2007/07/04/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลง สุขาอยู่หนใด

ประกอบภาพยนตร์ เรื่อง วัยอลวน ร้องโดย ชัยรัตน์ เทียบเทียม

View All
<< กรกฎาคม 2007 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบดูหนังแนวไหนมากที่สุด
หนังชีวิต สะท้อนสังคม
20 คน
หนังรัก โรแมนติก
25 คน
หนังบู๊ มันส์สะใจ
20 คน
หนังสยองขวัญ กระตุกอารมณ์
11 คน
หนังเพลง เต้นรำ สนุกสนาน
6 คน
หนังตลก มุกฮากระจาย
33 คน
หนังวิทยาศาสตร์ สะท้อนอนาคต
8 คน
หนังสืบสวน คดีปริศนา
22 คน

  โหวต 145 คน