• HOF
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-01
  • จำนวนเรื่อง : 128
  • จำนวนผู้ชม : 1089905
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1168 คน
Hall_of_movie
มหรสพทัศนะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/moviehall
วันเสาร์ ที่ 7 สิงหาคม 2553
Posted by HOF , ผู้อ่าน : 32800 , 20:19:31 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เมื่อพูดถึงศิลปะการต่อสู้หรือศิลปะการป้องกันตัวของจีนแล้ว ผู้คนรู้จักกันดีในนามของ “กังฟู” หรือ “อู่ซู่” wushu วิทยายุทธ์นี้ มีความเก่าแก่ และสืบทอดกันมาอย่างยาวนานครับ ทำให้เกิดรูปแบบหลากหลาย ซิ่งนอกจากคนจีนจะใช้ในการบริหารร่างกายแล้ว ยังใช้สำหรับการป้องกันตัว ตลอดจนเป็นสุนทรียภาพในความงดงามของท่ารำมวยต่างๆ

สมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ.618- 907) มีการกำหนดวิธีการสอบคัดเลือกนายทหารอย่างเป็นระบบ วิธีการสอบชนิดหนึ่ง คือการประลองวิทยายุทธ์
สมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ.960-ค.ศ.1279) มีการตั้งสังเวียนประลองวิทยายุทธ์เพื่อคัดเลือกทหารเช่นกัน

ถึงสมัยราชวงศ์หมิง (ค.ศ.1368-ค.ศ.1644) วิทยายุทธ์ได้พัฒนาก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว มีการจัดการแข่งขันการประลองฝีมือกันบ่อยครั้ง

สมัยราชวงศ์ชิง (ค.ศ.1644-ค.ศ.1911) มีหลักฐานชี้ชัดว่า มีการตั้งสังเวียนประลองวิทยายุทธ์อย่างกว้างขวาง

หลังจากที่ประเทศจีนสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีนแล้ว วิทยายุทธ์ได้กลายเป็นกีฬาประเภทหนึ่ง นอกจากมีการจัดแข่งขันรวมอยู่ในรายการกีฬารายการใหญ่ ๆ ของประเทศจีน และยังมีการแข่งขันวิทยายุทธ์จีนเป็นการเฉพาะอีกด้วย

ตระกูลมวยที่สำคัญของจีน คือ มวยเส้าหลิน ครับ และ ยังเป็นต้นตระกูลมวย ที่ผมกำลังจะเชื่อมโยงให้ท่านเห็น ระหว่าง มวยสกุลหง ของอาจารย์หวงเฟยหง กับ มวยหย่งชุน ของอาจารย์ยิบมัน ครับ

ย้อนกลับไปเมื่อพระตั๊กม้อมาพำนักอยู่ ณ วัดเส้าหลิน มณฑลเหอหนาน ท่านได้สอนพระภิกษุที่นั่นว่า การพบแสงแห่งธรรมนั้นไม่ได้มาจากการอ่านพระไตรปิฎกอย่างเดียว หากแต่ต้องเกิดจากการฝึกสมาธิและการฝึกร่างกาย พระสงฆ์ในวัดเส้าหลินจึงได้รับการฝึกฝนการบริหารร่างกายจากพระอาจารย์ตั๊กม้อเพื่อเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง ในท่วงท่าเหล่านั้นแฝงด้วยเคล็ดลับศิลปะการต่อสู้เพื่อที่จะให้พระสงฆ์สามารถป้องกันตัวเองและป้องกันวัดได้หากมีความจำเป็น พระภิกษุเหล่านั้นต่างฝึกฝนอย่างขยันหมั่นเพียร และบรรจุวิธีการสอนของตั๊กม้อลงไปศิลปะการต่อสู้ของจีนด้วย ในศตวรรษที่ 15 เหล่าหลวงจีนวัดเส้าหลินได้ให้กำเนิด 108 วิธีป้องกันตัว ชื่อเสียงของวัดเส้าหลินจึงโด่งดังไปทั่วจนได้รับสมญาว่า " ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งวิทยายุทธ์จีน "

วัดเส้าหลินสาขาฟุเจี้ยนนั้นแตกสาขาออกมาจากที่มณฑลเหอหนาน เมื่อวัดเส้าหลินที่เหอหนานถูกเผาในปี ค.ศ.1570 พระสงฆ์ผู้มีวิชากังฟูแก่กล้าจำนวนมากได้เดินทางลงใต้ มาพำนักที่ฟุเจี้ยน และได้นำวิชากังฟูมาเผยแพร่อีกด้วยจนกระทั่งวัดเส้าหลินที่เหอหนานได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ แต่ไม่อาจเรียกศรัทธากลับมาได้เหมือนเดิมอีก

เมื่อราชวงศ์ชิง ( แมนจู ) มีอำนาจในยุคคริสตศตวรรษที่ 17 บทบาทของวัดเส้าหลินถูกเปลี่ยนแปลงไปจ่ากที่ ก่อนหน้านี้วัดเส้าหลินเคยมีบทบาทมากในหลายๆ เหตุการณ์ โดยหลักๆ ก็คือช่วยทางราชการหรือหมู่บ้านใกล้ๆ วัดในการต่อสู้กับพวกทหารข้าศึก หรือโจรที่กระทำการป่าเถื่อน ฆาตกรรมหมู่ชาวบ้าน

วัดเส้าหลินนั้นจะไม่สอนวิชาให้คนนอกที่ไม่ได้มาบวชเป็นพระที่นี่ อย่างไรก็ตาม นโยบายที่ร้ายแรงของพวกแมนจู ( ราชวงศ์ชิง ) ด้วยการที่พระหลายรูปหลบหนีไปได้ ซึ่งในนั้นก็มีพวกอดีตข้าราชการเก่าๆ ของราชวงศ์หมิงเช่นกัน นั่นเป็นยุคแรกที่วัดเส้าหลินเริ่มสอนวิชาให้คนภายนอก


ภาพจากเรื่อง หงซีกวน วีรบุรุษกู้แผ่นดิน



หงซีกวน พ่อค้าขายชากลายมาเป็นศิษย์นอกคนแรกของวัดเส้าหลินที่ฟุเจี้ยน หลังจากทิ้งกิจการของตนเพราะไปมีเรื่องกับขุนนางของราชวงศ์ชิงในมณฑลกวางตุ้ง หลวงจีนจี้ส่าน เจ้าอาวาสวัดในเวลานั้น ได้ฝึกสอนหงซีกวนอย่างหนักจนเขากลายมาเป็นคนนอกที่มีชื่อเสียงของวัดในที่สุด และเป็นต้นตระกูลของ มวยสกุลหง ที่ถ่ายทอดสู่รุ่นลงมา จนกระทั่งถึง หวงเฟยหง นี่ล่ะครับ

มีหนัง และ ซีรีย์ หลายเรื่อง ที่เป็นเรื่องของ หงซีกวน หรือ มีหงซีกวน เป็นตัวละครในเรื่อง เพราะ ในช่วงเวลานั้น ยังมีศิษย์ของวัดเส้าหลินร่วมรุ่นกันอีกหลายคนที่มีชื่อเสียงในเวลาต่อมา เช่น ปึงซีเง็ก หรือ ฟงไสหยก

และหวูฮุ่ยเฉียน ศิษย์นอกอีกคนของวัดได้ฝึกวิชาแล้วไปสังหารขุนนางชิงที่บ้านเกิดของตนเพื่อแก้แค้นให้พ่อ เมื่อทางราชสำนักทราบ จึงระดมกำลังทั้งปืน , ปืนใหญ่และธนูไปที่วัด และทำการถล่มวัดทันทีจนราบคาบ พระสงฆ์ต่างร่วมกันต่อสู้ปกป้องวัดอย่างกล้าหาญ แต่ในที่สุด เปลวเพลิงแห่งราชวงศ์ชิงก็ทำลายวัดไปจนไม่เหลืออะไร   ทำให้ ปรมาจารย์ทั้ง 5 ของเส้าหลิน (แม่ชีอู่เหมย (หอึมเม่ย - กวางตุ้ง) , หลวงจีนจี้ส่าน (จีซิ่น - กวางตุ้ง) , หลวงจีนคิ้วขาว , แป๊ะเหมย , ฟองโตตั๊ก และ แม่ชีเมียวหิ่น ) และศิษย์ฆารวาส หนีออกมาแล้วก็กระจายไปคนละทิศละทาง และเกิดเป็นตระกูลมวยต่างๆ มากมาย ในเวลาต่อมา

30 ผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ครั้งนั้นต่างพากันอพยพลงใต้ เช่นหงซีกวน และเจ้าอาวาส หลวงจีนจี้ส่านอาจารย์ของหงซีกวน

สายหลวงจีนจี้ส่าน แห่งเส้าหลินใต้  พร้อม ศิษย์ฆราวาสที่นำโดย หงซีกวน ตงชินกุน ฉอยอาฝก (ลู่อาไฉ)   ยังปฏิบัติการต่อต้านแมนจูต่อไป โดยปลอมตัวเป็นคณะงิ้วไปอยู่ในเรือแดงหงซวน โดยหลวงจีนจี้ส่านได้ปลอมตัวเป็นพ่อครัวของคณะงิ้ว  มีการสอนมวยถ่ายทอดให้ลูกเรือหงซวน ด้วยครับ

เมื่อมาถึงกวางตุ้ง หงซีกวนได้เปิดโรงเรียนสอนกังฟูขึ้นที่วัดใหญ่แห่งหนึ่งเพื่อแสดงความรับผิดชอบในฐานะผู้สืบทอดวิชา

10 ปีต่อมา เขาเปิดโรงเรียนในเมืองฟา โดยให้ชื่อว่า " สำนักมวยสกุลหง " เพื่อปกปิดการสอนมวยเส้าหลิน ไม่ให้พวกราชวงศ์ชิงได้รู้ และเพื่อเป็นการระลึกถึงราชวงศ์หมิง ที่ถูกราชวงศ์ชิงทำลายไป

สำนักของหงซีกวนกลายเป็นสำนักขนาดใหญ่และมีชื่อเสียง วิชาการต่อสู้นั้นแพร่กระจายไปทั่วภาคใต้ของจีนอย่างรวดเร็ว กลายเป็น 1 ใน 5 สำนักมวยที่ดังที่สุดในภาคใต้ของจีน

ทางฝ่ายหลวงจีนจี้ส่าน อาจารย์ของหงซีกวน เมื่อได้ทราบว่าศิษย์ของตนเปิดสำนักขึ้นที่เมืองฟา จึงส่งผู้ติดตามชื่อ " ลู่อาไฉ่ "(ฉอยอาฝก) ไปเรียนที่นั่น ในเวลาต่อมา ลู่อาไฉ่กลายเป็นผู้ชำนาญในศิลปะการต่อสู้ ( ในประวัติศาสตร์ที่ค้นมา ได้ยืนยันถึง ลู่อาไฉ ว่ามีตัวตนจริง แต่ หงซีกวน บางตำราจะว่า เป็นการเขียนขึ้น เพื่อการยกย่อง วีรบุรุษ ที่ชื่อ หงซิ่วฉวน ผู้นำกลุ่มกบฏไท่ผิง ซึ่งมีชีวิตอยู่ในช่วงใกล้เคียงกัน แต่สำหรับผม ยังเชื่อว่า หงซีกวน มีตัวตนจริง และเป็นคนละคนกับ หงซิ่วฉวน )

ไฟล์:20050905140943 01.jpg
ภาพ หงซิ่งฉวน จาก วิกิพีเดีย

หงซีกวน ส่ง ลู่อาไฉไปเผยแพร่มวยทั่วกวางตุ้ง

หวองไท่ เป็นผู้ติดตามฝีมือดีของลู่อาไฉ่ และลูกชายของเขา " หวงฉีอิง " ได้เรียนกังฟูจากลู่อาไฉ่และพ่อของเขา

และหวงเฟยหง ลูกชายของหวงฉีอิง ได้เรียนวิชาจากบิดา ในเวลาต่อมาเขากลายเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงที่สุดในภาคใต้ของจีน เรื่องราวของหวงเฟยหงถูกนำมาทำเป็นภาพยนตร์ และละครนับครั้งไม่ถ้วนในปัจจุบัน

~ 男兒當自強 ~ หนัน เอ๋อ ตัง จื้อ เฉียง (หวงเฟยหง)

ละครซีรีย์ เกี่ยวกับ หวงเฟยหง


เป็นเรื่องในวัยเด็กของหวยเฟยหง






หนังเรื่อง หวงเฟยหง 5 ภาค ของ ฉีเคอะ







หลังจากภาค 3 เจ็ทลี ก็ไม่ได้แสดงนำอีก





เรื่องราวโดยย่อ
ในภาพยนตร์เรื่อง หวงเฟยหง

หวงเฟยหงมีชื่อเดิมว่า หว่องเส็กเฉิ่ง (ไม่ทราบชื่อนี้ในสำเนียงจีนกลาง) แหล่งข้อมูลส่วนใหญ่ระบุว่า เกิดเมื่อวัน 9 เดือน 7 ปีที่ 25 ในรัชสมัยจักรพรรดิเต้ากวงแห่งราชวงศ์ชิง (ตรงกับปี 1847)

หวงเฟยหงเกิดที่หมู่บ้าน หลูเจ้า ใกล้ภูเขาสีเฉียว เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง เป็นบุตรของหวงฉีอิง (หว่องไค่อิง) ซึ่งเป็นครูมวยผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม 10 พยัคฆ์กวางตุ้งอันโด่งดัง (เรื่องราวของบรรดาวีรบุรุษกลุ่มนี้ ได้รับการนำมาสร้างเป็นหนังบ่อยครั้งเช่นกัน ไว้คงจะมีการเขียนเรื่องนี้ต่อครับ )


ภาพจากเรื่อง 10 พยัคฆ์กวางตุ้ง

แม้ว่าหวงเฟยหงจะเป็นทายาทวีรบุรุษ แต่ในขั้นเริ่มต้น หวงจี้อิงกลับไม่ยอมถ่ายทอดวิชาฝีมือให้แก่บุตรชาย (ไม่มีเหตุผลที่แน่ชัด แต่ในหนังปี 1976 เรื่อง Challenge of the Masters หรือ จอมเพชฌฆาตเจ้าสิงโต ผลงานกำกับของหลิวเจียเหลียง ซึ่งถ่ายทอดชีวประวัติของหวงเฟยหงในช่วงวัยนี้ ได้ให้คำอธิบายเอาไว้ว่า พ่อของหวงเฟยหงไม่อยากให้ลูกร่ำเรียนวิทยายุทธ เนื่องจากเกรงว่าจะนำไปใช้ในทางไม่ถูกควร ทะเลาะวิวาทต่อยตีกับผู้อื่น) ทว่าเมื่อไม่อาจขัดขืนความตั้งใจมุ่งมั่นอันแรงกล้า หวงเฟยหงจึงได้รับอนุญาตให้ฝึกฝีมือกับลู่อาไค (ลกอาฉอย) ซึ่งเป็นอาจารย์ของหวงจี้อิง (สองพ่อลูกตระกูลหวง จึงมีอาจารย์คนเดียวกัน)

นอกจากกราบกรานลู่อาไคเป็นอาจารย์แล้ว ในวัยเยาว์หวงเฟยหงยังได้ร่ำเรียนวิชา หงฉวน เพิ่มเติมจากหล่ำฟกซิง (ไม่ทราบชื่อจีนกลาง) จากนั้นก็ได้รับการสั่งสอนเพิ่มเติมจากหวงจี้อิงผู้เป็นบิดา ในวัยเด็กครอบครัวของหวงเฟยหงมีฐานะยากจน ต้องตระเวนรอนแรมไปเปิดทำการแสดงวิชาฝีมือและขายยาตามท้องถนน โดยสรุปแล้ว ช่วงวัยเยาว์และวัยหนุ่มของหวงเฟยหง เป็นระยะเวลาของการฝึกฝนวิชาฝีมือต่อสู้ป้องกันตัว และการรับมรดกสืบทอดวิชาแพทย์จากบิดา ซึ่งเป็นหมอแผนโบราณที่ได้รับการยกย่องนับถือ

กระนั้นก็มีวีรกรรม 2 เหตุการณ์ ซึ่งได้รับการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง เหตุการณ์แรกเกิดขึ้นเมื่อหวงเฟยหงมีอายุ 16 ปี ชาวตะวันตกกลุ่มหนึ่งคิดค้นกิจกรรมสร้างความบันเทิง โดยฝึกฝนหมาพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ดจนมีสภาพดุร้ายกระหายเลือด จากนั้นก็เปิดเวทีท้าประลองให้ชาวจีนสู้กับหมา ผู้ชนะจะได้รับเงินรางวัลมูลค่าสูง แต่หากพลาดพลั้งบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ก็ถือเป็นคราวเคราะห์ที่ไม่มีผู้ใดรับผิดชอบ ความบันเทิง คนสู้หมา กลายเป็นเรื่องเกรียวกราวไปทั่ว ผู้คนจำนวนมากที่เข้าประลองล้วนแล้วแต่พ่ายแพ้ บ้างโชคดีก็แค่บาดเจ็บ แต่มีจำนวนไม่น้อยนำเอาชีวิตเข้าสังเวยและตายไปอย่างสูญเปล่าไร้ค่า

หวงเฟยหงล่วงรู้เรื่องดังกล่าว จึงเข้าประลองเพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีให้แก่เพื่อนร่วมชาติ และเป็นฝ่ายชนะอย่างง่ายดาย ด้วยกระบวนท่า เท้าไร้เงา ซึ่งเป็นไม้ตายประจำตัวที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากสุดของเขา (เหตุการณ์ครั้งนี้ ได้รับการนำมาสร้างเป็นหนังเรื่อง How Huang Feihong Vanquished the Terrible Hound at Shamian เมื่อปี 1956)

เหตุการณ์ถัดมาคือ เมื่อครั้งที่ท่าเรือฮ่องกงเพิ่งเปิดทำการ หวงเฟยหงในวัย 21 ปี ไม่อาจทนเห็นผู้อ่อนแอโดนนักเลงท้องถิ่นจำนวนมากรุมรังแก จึงยื่นมือเข้าขัดขวาง ด้วยการใช้กระบองไม้ไผ่เป็นอาวุธบุกเดี่ยวเข้าสู้กับฝ่ายตรงข้ามจำนวนหลายสิบคน กลายเป็นศึกตะลุมบอนอันสะท้านสะเทือน (บริเวณที่เกิดเหตุดังกล่าว ปัจจุบันคือสวนสาธารณะที่ถนนฮอลลีวูด ฝั่งเกาะฮ่องกง)

ผลการต่อสู้ หวงเฟยหงสามารถหลบหนีไปได้ และทำร้ายบรรดานักเลงอันธพาลบาดเจ็บไปหลายคน แต่การปะทะครั้งนั้น ก็ส่งผลให้หวงเฟยหงไม่อาจพำนักอยู่ในฮ่องกงได้อีกต่อไป และต้องเดินทางกลับไปยังกวางเจา

ช่วงชีวิตของหวงเฟยหง ซึ่งเป็นที่รู้จักแพร่หลายมากสุด โดยผ่านการบอกเล่าของหนังมากมายหลายสิบเรื่อง คือ ช่วงวัยอายุประมาณ 30 ปี หวงเฟยหงกลายเป็นครูมวยผู้มีชื่อเสียง พร้อม ๆ กันนั้นเขาก็ได้เปิดร้านขายยา (จริง ๆ แล้วน่าจะเป็นประมาณคลีนิค เนื่องจากรับรักษาบำบัดผู้ป่วยด้วย) ชื่อ เป่าจือหลิน(โปจี๋หลำ)

เป่าจือหลินกลายเป็นร้านขายยาที่โด่งดังเป็นตำนานเช่นเดียวกับหวงเฟยหง (บริเวณที่ตั้งของเป่าจือหลิน สันนิษฐานว่าอยู่ที่ตรอกหยั่นออน ถนนสายที่ 13 เขตกวางเจาตะวันตกในปัจจุบัน) ด้วยเหตุที่ให้การรักษาผู้เจ็บป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสำหรับผู้ยากไร้ บ่อยครั้งยังเป็นการเยียวยาพยาบาลโดยไม่คิดเงิน วิชาแพทย์ของหวงเฟยหง ได้รับการยกย่องไม่น้อยหน้าวิชาฝีมือ ไม่ว่าจะเป็นการต่อกระดูก ตำรับยาเฉพาะประจำตระกูล หรือการรักษาโดยวิธีฝังเข็ม


ภาพ อาจารย์ หวงเฟยหง ที่พบเพียงภาพเดียว

ศิษย์ 10 คนที่ฝีมือดีที่สุดของหวงเฟยหง 1 ในนั้นคือ Lam Sai wing ก่อนหน้าที่เคยเรียนมวยจากที่อื่น แล้วละทิ้งวิชาเหล่านั้นมาเรียนกับหวงเฟยหง จนเขากลายเป็นอาจารย์ในเวลาต่อมา เขาเขียนหนังสือมากมายเกี่ยวกับกังฟู และใช้เวลาส่วนใหญ่ทั้งชีวิตกับการฟื้นฟูมวยสกุลหงให้เป็นรูปแบบในช่วงเปลี่ยนยุคสมัย ด้วยการอุทิศตนเช่นนี้เอง มวยสกุลหงจึงยังคงแพร่หลายอยู่ในภาคใต้ของจีน และในฮ่องกงมาจนถึงทุกวันนี้

หวงเฟยหงเสียชีวิตในวัยชรา อายุได้ 77 ปี

หลังจากหวงเฟยหงเสียชีวิต เรื่องราวของเขาก็ได้รับการนำมาเขียนเป็นนิยาย ตีพิมพ์ตามหนังสือพิมพ์รายวันหลายฉบับ และเป็นที่นิยมในวงกว้าง มีการแต่งเติมสีสันเพิ่มจินตนาการต่าง ๆ มากมาย จนกระทั่งเรื่องราวของหวงเฟยหงกลายเป็นตำนานพิศดาร 


HOF เรียบเรียง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
HOF วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 15.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HOF

เรื่องคิวบู๊ทั้งสองภาค ต้องยกความดีให้ หงจินเป่า ผู้กำกับคิวบู๊ แถมเรื่องนี้ได้รางวัลในเรื่องคิวบู๊ด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
เม็ดดิน วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 12.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iaun
+ + + ส วั ส ดี ช า ว โ ล ก + + +

เมื่อคืนดู IP MAN ทั้งสองภาค สนุกมากครับ
ได้อะไรหลายๆ อย่างจากภาพยนตร์เรื่องนี้ครับ
เดี๋ยวจะตามไปดูเรื่องอื่นๆด้วย
ชอบดูหนังกังฟูครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ทางแก้ว วันที่ : 09/08/2010 เวลา : 20.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

มาติดตามอ่าน

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
AC วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/allthatcouldhavebeen666

ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่านะครับ หลังจากได้ดูยิบมันทั้งสองภาคแล้ว เปรียบเทียบกับซีรี่ส์หวงเฟยหงที่หลี่เหลียนเจี๋ยเล่น(หรือหนังกังฟูเรื่องอื่นๆ) รู้สึกว่าหนังยิบมันมีภาคต่อสู้ที่สมจริงกว่ามากเลย คือมันดูมีพลังมากกว่า เหมือนเขาต่อยจริง ไม่ใช่ต่อยเหยาะแหยะ หรือต่อยให้หลบได้ และมวยแต่ละสำนักล้วนมีเอกลักษณ์ของตนเอง ซึ่งในหนังเรื่องอื่นๆจะเห็นว่า กังฟูก็คือกังฟูอะ คือเหมือนๆกันหมด ไม่มีเอกลักษณ์ การกำหมัด/ออกหมัด กระบวนท่าจะเหมือนหรือคล้ายๆกันหมด แต่หนังยิบมันนี่แต่ละคนจะต่อสู้ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับมวยที่ตัวละครนั้นใช้ อย่างภาคแรกเด่นๆก็จะมีมวยของอาจารย์อะไรหว่า จำชื่อไม่ได้ ที่มาขอประลองกับอาจารย์ยิบมันตอนแรกเลยอะ และก็มวยเหนือที่หนักหน่วงของจอมยุทธ์บ้านนอก แล้วก็มีมวยหย่งชุน และคาราเต้ญี่ปุ่น ภาคสองอาจารย์ยิบมันโดนหงจินเป่าขโมยซีน มวลสกุลหงเด่นกว่าเห็นๆเลยอะ นอกจากนั้นก็มีมวยปากวาจ่าง(แปลว่า 8 ทิศ) ของอาจารย์คนที่สองที่ประลองกับยิบมันบนโต๊ะกลม(ที่หมุนตัวไปมาอะครับ) แต่ภาคนี้มวยของตัวร้ายไม่เด่นเลย บ้าพลังอย่างเดียว ผมล่ะอยากให้ทีมงานที่ทำเรื่องยิบมันเอาอาจารย์หวงเฟยหงมารีเมคจังแฮะ จะได้มีหนังกังฟูดีๆให้ชมกันอีก :)

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
Zebra001 วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Zebra001

เมื่อวานก็ดูยิบมัน ในทรูวิชชั่นค่ะ เพิ่งรู้ว่ามีอะไรน่าสนใจ
แต่สกุลยิป กับสกุล หวง ท่าต่างกันมากเหรอค่ะ
เห็นในหนังบอกว่าสกุลยิป เป็นมวยแบบผู้หญิง

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
จินตกาล วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 19.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JINTAKARN

ข้อมูลแน่นมากๆ รออ่านตอนสองของ ยิบมัน ครับ +1

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
HOF วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HOF

กำลังเขียน สาแหรกมวยตระกูลหย่งชุน ของอาจารย์ยิบมัน อยู่ครับ สนุกไม่แพ้กัน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
YingeXtreme วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 11.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yingextreme
ก่อเกิดชีวิตไทยขาดเหลือยังเกื้อกูลแบบอย่างที่สมบูรณ์พร้อมเพียงผูกพันด้วยเรายังเป็นคนไทยที่มีใจดวงเดียวกัน พ่อที่มีคือพระองค์ท่านรักกันไว้ไม่ไหวหวั่นก้าวเดินไปในหนทางพอเพียง We love The King We love Thailand

ข้อมูลปึ้กมาขอบคุณมากนะคะได้ความรู้จาก Blog นี้มากมายเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 11.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เรื่องที่ฉีเคอะสร้าง ผมดูเกือบทุกตอนครับ
ยอดเยี่ยมมาก ๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
มุสิกะตะวัน วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 10.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mataharee

ดูทุกเรื่อง ชมมุกตอน ชอบทุกซี่รี่ ครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chailasalle วันที่ : 08/08/2010 เวลา : 01.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chailasalle

ขอบคุณครับเพิ่งเคยเห็นหน้าตาจริงๆๆนี่แหละครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ศณีรา วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 23.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ตำนานกล่าวว่าตั๊กม้อมาจากอินเดีย ...แต่อินเดียกลับไม่เด่นเรื่องการต่อสู่ด้วยมือเปล่า ก็แปลกดีครับ พึ่งเห็น อ.หวงเฟยหง ภาพตัวจริงก้วันนี้แหละครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 22.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam


หนัง..หวงเฟยหง..ดูเืกือบทุกตอน..แต่ตอนนี้กำัลังจะดู..ยิปมัน..๒ ครับ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ยายเช้า วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 22.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/titletete
หนังสือย่อโลกให้เล็กลง การอ่านขยายโลกให้ใหญ่ขึ้น 

ชอบจัง
ถูกใจยายมาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/08/2010 เวลา : 21.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้


อ่านเพลินเลยครับ....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลง สุขาอยู่หนใด

ประกอบภาพยนตร์ เรื่อง วัยอลวน ร้องโดย ชัยรัตน์ เทียบเทียม

View All
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบดูหนังแนวไหนมากที่สุด
หนังชีวิต สะท้อนสังคม
20 คน
หนังรัก โรแมนติก
25 คน
หนังบู๊ มันส์สะใจ
20 คน
หนังสยองขวัญ กระตุกอารมณ์
11 คน
หนังเพลง เต้นรำ สนุกสนาน
6 คน
หนังตลก มุกฮากระจาย
33 คน
หนังวิทยาศาสตร์ สะท้อนอนาคต
8 คน
หนังสืบสวน คดีปริศนา
22 คน

  โหวต 145 คน