• HOF
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-01
  • จำนวนเรื่อง : 128
  • จำนวนผู้ชม : 1090938
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1168 คน
Hall_of_movie
มหรสพทัศนะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/moviehall
วันจันทร์ ที่ 9 สิงหาคม 2553
Posted by HOF , ผู้อ่าน : 14049 , 14:07:55 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่าน ตอนที่ 1 เส้นทางมวยหมัดบนแผ่นฟิล์ม ผมจะเกริ่นสักเล็กน้อยน่ะครับ

หลังจากวัดเส้าหลินถูกเผา ปรมาจารย์ ทั้ง 5 ของเส้าหลิน และศิษย์ฆราวาส ได้ หนีออกเป็นหลายสายด้วยกัน ตอนก่อนเราพูดถึง สายของหลวงจีนจี้ส่าน กับ หงซีกวน ที่ก่อให้เกิด "มวยสกุลหง"


อีกสายหนึ่ง คือ แม่ชีอู่เหมย ศิษย์พี่หญิงอาวุโสที่สุดในห้า หนีความวุ่นวายทั้งปวงไปยังวัด กระเรียนขาวบนเขาไทซาน ระหว่างมลรัฐเสฉวนและยูนาน ซึ่งที่นั่นเองเป็นที่กำเนิดมวยชนิดใหม่ ที่ภายหลังถูกเรียกว่า มวยหย่งชุน ตามชื่อของ หยิ่มหย่งชุน ศิษย์ที่ได้รับการถ่ายทอดมวยชุดนั้นจากแม่ชีอู่เหมย

แม่ชีอู่เหมย

แม่ชีอู่เหมย ได้ค้นพบพื้นฐานมวยชนิดใหม่โดยบังเอิญครับ เมื่อเธอได้เห็นการต่อสู้ระหว่างจิ้งจอก และกระเรียน (เมื่อ จิ้งจอกโจมตีด้วยกงเล็บของมัน ส่วนกระเรียนก็จะปัดด้วยปีกในขณะเดียวตอบโต้ด้วยการจิกด้วยจงอยปาก ขณะที่จิ้งจอก อาศัยความเร็วและความเจ้าเล่ห์ของมัน กระเรียนก็สามารถตอบรับได้ทุกครั้งโดยอาศัยการป้องและโต้ตอบในขณะเดียวกัน เข้าสู่ศูนย์กลาง ของจิ้งจอก การต่อสู้เป็นไปเป็นเวลานาน ) แต่ที่ไม่ได้ ตั้งชื่อว่า มวยกระเรียน หรือ มวยจิ้งจอก เพราะท่ามวยไม่ได้เลียนแบบท่าทางของกระเรียนหรือ จิ้งจอกเลย แต่เลียนแบบวิธีการจู่โจมและตั้งรับนั่นเอง

มวยชนิดใหม่นี้แตกต่างกับหลักวิทยายุทธ์เสี้ยวลิ้มเดิมโดยสิ้นเชิง แม่ชีได้ตัดกระบวนท่าอันซับซ้อนและเปลี่ยนเป็นกระบวนท่าอันกระชับ อาศัยการเคลื่อนไหวน้อยที่สุด เพื่อที่จะโจมตีสู่เป้าหมายด้วยระยะทาง เวลาที่น้อยที่สุด และให้ได้พลังที่มาก

อีกสิ่งซึ่งต่างจากวิทยายุทธ์เสี้ยวลิ้มคือการฝึกหัดในการ ใช้พลังเป็นเวลานาน แม้การฝึกฝนของวิทยายุทธ์หยงชุ่นจะมีการฝึกพลังอยู่บ้างในขั้นต้น หากแต่เมื่อฝึกฝนไปได้สักระยะหนึ่ง การใช้กำลังก็จะถูกเปลี่ยนเป็นการใช้สมอง และ ไหวพริบในการต่อสู้มากกว่ากำลัง ท่ายืนของมวยชนิดนี้ต่างกับมวยจีนชนิดอื่นที่กว้างมาก อีกทั้งยังสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว

หยิ่มหยงชุน

หยิ่มหยงชุน สาวงามจากมลรัฐกวางตุ้งได้อยู่กับบิดา หลังมารดาเสียชีวิตลง บิดาได้ไปมีคดีกับทางบ้านเมืองจึงต้องหลบหนีไปยังพรมแดนระหว่างมลรัฐเสฉวนและยูนาน อาศัยการขายเต้าหู้ยังชีพ ณ เชิงเขาเขาไทซาน

ความงามของนางหยิ่มหยงชุน ทำให้อันธพาลได้มาชอบพอและมาบังคับเธอให้แต่งงานด้วย ทั้งเธอและบิดาเป็นกังวลอย่างยิ่ง จนกระทั่งบิดาเธอเล่าเรื่องนี้ให้แม่ชี อู่เหมย ซึ่งเป็นลูกค้าประจำฟัง แม่ชีต้องการช่วยเหลือจึงรับ หยิ่มหย่งชุ่น เป็นศิษย์และไปอยู่ด้วยบนเขาและสอนวิทยายุทธ์แขนงใหม่ให้ป็นเวลาสามปี

หลังจากฝึกฝนจน สามารถป้องกันตนเองได้แล้วหยงชุนจึงกลับมาหาบิดา จริงดังคาดเมื่ออันธพาลคนเดิมตามมารังควาน ครั้งนี้หยงชุนไม่ได้หลีกเลี่ยงอีก ต่อไปแต่ได้ท้าอันธพาลประลองและเอาชนะอันธพาลในเวลาอันสั้น

หยิ่มหยงชุ่นหลังจากนั้นได้แต่งงานกับเหลียงปอกเชาที่หมั้นกันมาตั้งแต่เด็ก และพยายามจะสอนสามีของเธอได้ฝึก วิชามวยที่เธอเรียนมาจากแม่ชี หากแต่สามีเธอไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่นัก เนื่องจากเขาเองได้ฝึกฝนมวยเสี้ยวลิ้มมาอย่างช่ำชองแล้ว แต่หลังจากเธอสามารถชนะเขาได้ครั้งแล้วครั้งเล่า เขาจึงยอมเรียนรู้วิชาการต่อสู้นี้กับหยงชุน และตั้งชื่อวิทยายุทธ์นี้ตามชื่อภรรยาเขาว่า “มวยหย่งชุน”

เหลียงปอกเชา

เหลียงปอกเชา สอนวิทยายุทธ์นี้ให้กับเหลียงหล่านไกวหมอยา ผู้พยายามปกปิดวิทยายุทธ์นี้จากผู้อื่น จนการต่อสู้กับกลุ่มนักมวยซึ่งรุมล้อมนักมวยผู้หนึ่ง หว่องหว่าโป และเหลียงหยี่ไท

วิทยายุทธ์หยงชุ่นคงจะไม่มีในวันนี้หากเหลียงหล่านไกวไม่สอนใครเลย แต่ว่าเขาได้สอนหว่องหว่าโปว นักแสดงงิ้วแห่ง คณะงิ้วเรือแดง เป็นการบังเอิญที่ปรมาจารย์ จี้ส่านก็ได้ปลอมตัวเป็นพ่อครัวในคณะงิ้วเช่นกัน หลวงจีนจี้ส่านในเวลานั้นได้สอนลูกศิษย์อยู่จำนวนหนึ่ง เหลี่ยงหยี่ไท นายคัด ท้ายเรือคือหนึ่งในจำนวนศิษย์ซึ่งสนใจและได้รับการถ่ายทอดกระบองหกแต้มครึ่ง

หว่องหว่าโปวและเหลี่ยงหยี่ไท

หว่องหว่าโปวและเหลี่ยงหยี่ไทได้รู้จักชอบพอกัน และแลกเปลี่ยนวิชากัน หลังจากนั้น ทั้งสองได้ดัดแปลงกระบองหกแต้มครึ่งโดยประยุกต์หลักการฟังด้วยสัมผัสจากมวยหมัดหยงชุ่น หรือชี้เสา และเรียกการฝึกฝนด้วยกระบองสัมผัสนี้ว่าชี้กวัน (คำอธิบาย ผู้เชียน - การฝึกฝนนี้เรียกว่า ชี้เสา โดยคู่ฝึกใช้แขนสัมผัสกันตลอดการฝึกฝน โดยต่างฝ่ายฟังการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายจากการสัมผัสในขณะที่พยายามปิดป้องและโจมตี ในเวลาเดียวกัน โดยใช้แม่ไม้ของมวยหยงชุนระหว่างการฝึก แขนทั้งสองฝายจะต้องไม่หลุดสัมผัสหรือแยกจากกันเลย)

เหลี่ยงหยี่ไทได้สอน เหลียงจั่น ศิษย์คนเดียวเมื่อเขาเกือบเข้าสู่วัยชรา

เหลียงจั่น เป็นหมอแผนโบราณชื่อดังแห่งฟอสาน มลฑล กวางตุ้ง เหลียงจั่นต่อมาได้ชื่อว่าเป็นราชาแห่งมวยหมัดหยงชุน หรือราชามวยประลอง เนื่องจากนักมวยทั่วสารทิศได้มาประลองกับเหลียงจั่น แต่ทุกคนก็ได้แพ้ไป ในที่สุด ว่ากันว่าเขาไม่เคยแพ้ผู้ใดติดต่อกันมากกว่า 300 ครั้ง

เหลี่ยงจั่นได้ถ่ายทอดหยงชุ่นให้กับบุตรชายทั้งสอง คือ เหลี่ยงชุนและเหลี่ยงปิ๊ก รวมทั้ง หมกหยั่นหว่า(หว่าหุ่นไม้)ผู้มีแขนทั้งสองอันแข็ง แรง และลูกศิษย์ที่สำคัญของเหลียงจั่นคือ ฉานหว่าซุน หรือผู้แลกเงินเจ๋าฉิ่นหว่า ผู้ซึ่งได้แอบฝึกมวยหยงชุ่นโดยมองผ่านเข้ามาตามซอกประตู จนกระทั่งเหลี่ยงจั่นจับได้หลัง จากที่เหลี่ยงซุ่นและฉานหว่าซุ่นได้ทำเก้าอี้ตัวโปรดหักระหว่างการประลองกัน และรับเป็นศิษย์ในที่สุด

ฉานหว่าซุ่น ต่อมาตั้งสำนักมวย และรับลูกศิษย์ทั้งหมดสิบหกคน มีศิษย์คนโตชื่อว่า หงึงชงโซว และศิษย์คนสุดท้ายคือ อาจารย์ยิบมั่น

มีเรื่องเล่า ตอนที่ อาจารย์ ฉานหว่าซุ่น รับยิบมั่นเป็นศิษย์ ว่า ยิบมันนั้น เป็นลูกเศรษฐีผู้มีความสนใจในวิชาป้องกันตัวเป็นอย่างมาก จึงได้เก็บสะสมเงินเพื่อมาขอเป็นศิษย์อาจารย์ฉานหว่าซุนเมื่อเขาอายุได้ประมาณสิบเอ็ดปี

ฉานหว่าซุ่นด้วยว่ายิบมั่นเป็นเด็กอาจจะขโมยเงินมาจากผู้อื่นจึงไม่ยอมรับ และขอพบบิดาของยิบมั่น หลังจากทราบความจริง ฉานหว่าซุ่นจึงรับยิบมั่นเป็นศิษย์คนสุดท้ายและสอนหยิบมั่นเป็น เวลาหกปีก่อนจะสิ้นชิวิต หลังจากนั้นยิบมั่นฝึกฝนต่อภายใต้การชี้นำของศิษย์พี่ใหญ่หงึงชงโซว

ยิบมั่นได้เข้าศึกษาต่อที่ฮ่องกง ด้วยความคะนองได้ท้าประลองไปทั่วเกาะฮ่องกง และเขาชนะเสมอ จนกระทั่งเขาได้ประลองกับคนแก่คนหนึ่ง ซึ่งเขาแพ้ครั้งแล้วครั้งเส่า คนแก่ ผู้นั้นแท้จริงคือเหลียงปิ๊ก อาจารย์อา บุตรเหลียงจั่น หรือศิษย์น้องของฉานหว่าซุนนั่นเอง เหลียงปิ๊กในฐานะอาจารย์อาจึงรับยิบมั่นเป็นศิษย์และถ่ายทอดความรู้เพิ่ม เติมให้ ยิบมั่นหลังเรียนจบมัธยมศึกษาตอนปลายจึงลาอาจารย์กลับเมืองจีน

Poster ยิบมัน เจ้ากังฟูสู้ยิบตา ภาค 1 ปี 2009
( Legend of Grandmaster ) IP man 1

หนังเรื่อง ยิบมัน ก็เริ่มต้นเมื่อ ยิบมันกลับไปเมืองจีนนี่ล่ะครับ

นำแสดงโดย เจิน จื่อตัน หรือ ดอนนี่ เยน, เยิ่น ต๊ะหัว, หลิน เจียต่ง, ฟาน ซิ่วหว่อง, สง ไต้หลิน, ฮิโรยูกิ อิกิอูชิ

กำกับคิวบู๊ โดย หงจินเป่า

กำกับการแสดงโดย วิลสัน ยิป ออกฉายในปี ค.ศ. 2008 ที่จีนและฮ่องกง ในส่วนของต่างประเทศฉายในปีถัดมา


เริ่มเรื่องในปี ค.ศ. 1930 ที่เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ยิปมัน (เจิน จื่อตัน) เป็นยอดฝีมือมวยหย่งชุน แต่ยิปมันไม่ได้รับใครเป็นลูกศิษย์หรือเปิดสำนักสอนกังฟูเหมือน เช่นคนอื่น ๆ เนื่องจากยิบมันเกิดในตระกูลร่ำรวย และภรรยา (สง ไต้หลิน) ก็ไม่ชอบให้ชกต่อย และอยากให้มีเวลาให้ อาชุน ลูกชายอย่างเต็มที่ ยิบมันจึงได้แต่ฝึกซ้อมมวยในบ้าน

ในฝอซาน ที่ต่างเปิดสำนักกังฟูกันจนเอิกเกริกทั้งเมือง
อาจารย์หลิว ปรมาจารย์กังฟูมาขอท้าทายฝีมือด้วย ยิปมันก็เอาชนะได้ในที่สุด รวมกระทั่งการเอาชนะนักเลงจากต่างถิ่น (ฟ่าน ซิ่วหว่อง) ที่ยกพวกมาข่มเหงชาวฝอซานถึงกับที่ด้วย

จนกระทั่งในสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง กองทัพของจักรวรรดิญี่ปุ่นยกทัพเข้าบุกยึดฝอซาน สภาพในเมืองต่างย่ำแย่ แม้กระทั่งบ้านหลังใหญ่โตของยิปมันก็ถูกยึดครอง เขาและภรรยาและลูกชายต้องระเห็ดไปอาศัยอยู่ในบ้านหลังโทรม ๆ ด้วยความตกอับทำให้ยิปมันต้องไปทำงานในเหมืองถ่านหินเช่นเดียวกับปรมาจารย์กังฟูคนอื่น ๆ

นายพลมิอุระ (ฮิโรยูกิ อิกิอูชิ) นายพลกองทัพญี่ปุ่นผู้ชื่นชอบศิลปะการต่อสู้ ได้บังคับให้จัดการต่อสู้ระหว่างศิลปะคาราเต้ของญี่ปุ่นกับกังฟูของจีนขึ้น เพื่อพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของศิลปะการต่อสู้ทั้ง 2 ประเภทนี้ ซึ่งผู้ชนะจะได้รางวัลเป็นข้าวสาร

เดิมที ยิบมัน ไม่ได้ต้องการจะประลอง แต่ด้วยการหายไปของเถ้าแก่เฉิน และการตายของ อาจารย์หลิว ที่ถูกพวกญี่ปุ่นยิงทิ้ง ทำให้ยิปมันต้องลุกขึ้นสู้ และสามารถเอาชนะทหารญี่ปุ่นพร้อมกันถึง 10 คนได้ในเวลาเดียวกัน นายพลมิอุระ ชื่นชอบยิปมันมาก จึงอยากให้ยิปมันสอนกังฟูแก่ทหารญี่ปุ่น แต่ยิปมันปฏิเสธ

เขากล่าวว่า  กังฟูจีน เรียนเพื่อช่วยเหลือคนที่อ่อนแอกว่า  ยากที่คนญี่ปุ่นจะเข้าใจ   เพราะญี่ปุ่น ซึ่งเน้นการใช้กำลัง และข่มเหงคนที่ด้อยกว่า  

และในท้ายที่สุดยิปมันขึ้นประลองฝีมือตัวต่อตัวกับนายพลมิอุระ บนเวทีสาธารณะและสามารถเอาชนะได้อย่างเด็ดขาดในที่สุด

ฉากสำคัญของเรื่องนี้ คือ

1. ฉากที่อันธพาลมาเก็บค่าคุ้มครองโรงงานเพื่อนของยิบมัน ทำให้ อาจารย์ยิบ มัน ต้องช่วยสอนมวยให้กับคนงานในโรงงานฝ้ายเพื่อการป้องกันตัว และต่อสู้กับอันธพาล

2. ฉากการต่อสู้ในสนามประลองของญี่ปุ่น ยิบมัน สามารถเอาชนะคาราเต้ของญี่ปุ่นได้ถึง 10 คน

3. ฉากการประลอง ระหว่าง ยิบมัน กับ นายพลซันโป ซึ่งยิบมันสามารถเอาชนะได้ แต่ก็ถูกพวกทหารญี่ปุ่นลอบยิง

และในท้ายทีสุด ยิบมันและ ครอบครัว หลบหนีออกจากฝอซานได้สำเร็จ โดยการช่วยเหลือจากเพื่อนนักธุรกิจ


ยิบมัน อาจารย์ บรู๊ซลี ภาค 2 ปี 2010 IP man 2

ยิบมันได้มาเปิดสำนักมวยในฮ่องกง โดยติดใบปลิวทั่วไป จนได้รับศิษย์ชุดแรก ต่อมาศิษย์ได้ไปมีเรื่องวิวาทกับ ศิษย์สำนักมวยหวงกวง จนทำให้ยิบมันต้องพลอยเดือดร้อนไปด้วย

การตั้งสำนักที่ฮ่องกงมีข้อจำกัดมากมาย ยิบมันต้องได้รับการยอมรับจากสำนักอื่นๆ โดยการเข้าประลองตั้งสำนัก โดย การต่อสู้บนโต๊ะกลมใน 1 ก้านธูป และยิบมันสามารถชนะอาจารย์สำนักอื่นๆได้ จนกระทั่งประลองกับ อาจารย์หวงกวง และสูสีกัน แต่ อาจารย์หวง ก็ยอมรับในฝีมือ ยิบมัน และยกย่องเป็นอาจารย์

แต่ความบาดหมางระหว่างค่อยมวยหวงกวง กับ ศิษย์หย่งชุน ยังคงมีอยู่ และเกิดการวิวาทกัน จนผู้ให้เช่าตึกไม่สามารถให้เช่าตึกต่อได้ อาจารย์ยิบมัน จึงต้องไปสอนศิษย์ในสวนสาธารณะ

ในฮ่องกง พวกอังกฤษ ได้จัดให้มีการชกมวยประลอง ระหว่างมวยสากล กับกังฟูจีน โดยคัดเอา ทวิตเตอร์ นักมวยแชมป์อังกฤษมาเป็นตัวยืน การทนเห็น นักมวยฝรั่งทำร้ายคนจีนไม่ไหว ทำให้ อาจารย์หวง ลงท้าประลองกับนักมวยฝรั่ง แต่พ่ายแพ้จนเสียชีวิต และ อาจารย์ยิบมัน ต้องมาปกป้องชื่อเสียงของกังฟูจีน จึงรับคำท้าต่อกับทวิตเตอร์ ท่ามกลางการเอาใจช่วยจากคนจีนทั่วทั้งเกาะ และในที่สุดก็สามารถเอาชนะ ทวิตเตอร์ได้

ฉากบู๊ที่สำคัญของหนังเรื่องนี้ มี 3 ฉากครับ



1. ฉากตีกับลูกศิษย์ หวงกวง ในตลาดปลา กว่า 100 คน ทั้งมีการใช้อาวุธด้วย โดยมีอาจารญืยิบมัน กับศิษย์ เพียง 2 คน จะเห็นได้ว่า หนังได้สอกแทรกคุณธรรมของอาจารย์ยิบมัน โดยการใช้สันมีดฟัน และไม่ทำร้ายจนถึงตาย

2. การประลองตั้งสำนัก ระหว่าง อาจารย์ยิบมัน กับ อาจารย์หวง บนโต๊ะกลม โดยถ้าสามารถยืนอยู่บนโต๊ะได้ ภายใน 1 ก้านธูป ก็จะสามารถตั้งสำนักมวยในฮ่องกงได้ การต่อสู้ของทั้งคู่สูสีกันมาก จนไม่สามารถวัดแพ้ชนะได้


3 การประลองระหว่างมวยสากล กับมวยจีน ในสองคู่ คือ ระหว่างทวิตเตอร์ แชมป์มวยอังกฤษ กับ อาจารย์หวง ซึ่ง อาจารย์หวงซึ่งสุขภาพไม่สมบูรณ์นักพ่ายแพ้ต่อ ทวิตเตอร์ จนถึงเสียชีวิต อีกคู๋หนึ่งคือ อาจารย์ยิบมัน กับ ทวิตเตอร์ ซึ่ง อาจารย์ยิบมัน สามารถเอาชนะได้ แม้จะโดนเอาเปรียบจากชาวอังกฤษ ซึ่งตอนนั้นมีอิทธฺพลในฮ่องกงสูงมาก

ในตอนจบของเรื่อง ยังมีการเกริ่นถึง บรู๊ซลี ในวันเด็กชาย ที่อยากจะมาเรียนมวยกับ อาจารย์ยิบมัน แต่อาจารย์ยิบมันปฏิเสธ และขอให้โตอีกหน่อย

เรื่องราวหลังเรื่องยิบมัน 2

ลูกศิษย์ซี่งมีชื่อเสียงจนถึงปัจจุบันมีมากมาย ยกตัวอย่างคือ ซุยเซียงทิ้น หว่องซั่มเหลี่ยง เจี้ยงจอกเฮง หลีเซียวเส้ง (บรู๊ซลี) ฮ่อกกิ่นเชียง และอื่นๆ อาจารย์เหล่านี้ได้เผยแพร่มวยหยงชุน จนมีผู้ฝึกฝนทั่วโลกในปัจจุบันเป็นหมี่นหรือแสนคน

ระบบการฝึกของมวยหย่งชุนจะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ
(1) ฝึกมวย ซึ่งประกอบด้วยชุดฝึกมวยเดี่ยว 3 ชุด ที่เน้นฝึกมือกับเน้นฝึกเท้าและเน้นฝึกแบบองค์รวม กับการฝึกคู่ที่คล้าย ๆ กับการฝึกผลักมือของมวยไท้เก๊ก
(2) ฝึกกับหุ่นไม้ เพื่อประยุกต์ทักษะในการใช้มวยหย่งชุนในการต่อสู้
(3) ฝึกอาวุธ ได้แก่ กระบองหกแต้มครึ่งกับดาบผีเสื้อคู่

ยิบมั่นเสียชิวิตลงในปี ค.ศ. 1972 และถูกยกย่องให้เป็นปรมาจารย์ในยุคปัจจุบันของหยงชุ่น
เคียงข้าง เช็งหม่านชิง (แต้หมั่งแช - แต้จิ๋ว) แห่ง สำนักไท้เก็ก
และยูอิชิบ้าแห่งสำนักไอกิโด้

___________________________________________
HOF เรียบเรียง





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Phoebus วันที่ : 11/12/2010 เวลา : 20.03 น.
จะไล่นายกฯถามกูหรือยัง...หืมมม ถามยัง !?!

ขอบคุณมากครับ

ชอบมาก

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
phecon วันที่ : 11/12/2010 เวลา : 01.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phecon
สมิหลาพลัดถิ่น

ดูยิบมัน ภาค 2 จบไป เข้ามาหาความรู้เพิ่ม ..ได้รับกลับไปมากมาย ..ขอคาราวะ และขอบคุณครับ.!!

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
HOF วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 15.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HOF

ช่วงนี้ก็ทำให้ผมบ้ามวยไปเลยครับ ชอบมวยหย่งชุนตรงความเร็ว และรัวหมัด แถมด้วยมีไหวพริบต่างๆมาประกอบ อย่างการดัด การจับกด ดูเหมือนไม่ค่อยใช้กำลังมาก สมกับเป็นมวยผู้หญิงจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
จินตกาล วันที่ : 10/08/2010 เวลา : 09.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JINTAKARN

มาตามต่อภาค 2 เพลงมวยสกุล หย่งชุน กับข้อมูลที่อัดแน่นเหมือนเดิม

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ทางแก้ว วันที่ : 09/08/2010 เวลา : 20.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/faab
แห่งสี่สายน้ำปิงวังยมน่าน

ลูกศิษย์หยงชุนในเมืองไทยมีเยอะเหมือนกันครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
HOF วันที่ : 09/08/2010 เวลา : 17.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HOF

ผมว่า หนังเรื่อง IP Man แม้จะมีเรื่องหมัดมวย คล้ายหนังในยุค เฉินหลง ช่วงต้น ที่มีเรื่องการ ฝึกวิชา การประลอง แต่หนังมีความเป็น ชีวประวัติมากกว่า แถมแฝงคติสอนใจได้ดี มีความเป็นเรื่องแต่งเติมน้อยมาก ส่วนคิวบู๊นั้นทำได้ดีทีเดียว รวมทั้งได้ ดอนนี่ เยน มาแสดงนำ ผมว่าเขาเป็น อาจารย์ยิบ ได้ดีมากทีเดียว และรู้สึก ผู้กำกับจะคือคนในตระกูลยิบ รุ่นต่อมานั่นเอง

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
sayellow วันที่ : 09/08/2010 เวลา : 17.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sayellow

จะไปเช่ายิบมันภาค 2 มาดู ปรากฎว่าคนอื่นเช่าไปหมด เลยซื้อมาจากราคา 110 เหลือ 90 บาท จากการเป็นสมาชิกและแลกโดยใช้คะแนนไป 140 คะแนน ดูแล้วก็นึกถึงหนังยุค เก่า ๆ ประเภท ไอ้หนุ่มพันมีอ ไอ้หนุ่มหมัดเมา

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
BlueHill วันที่ : 09/08/2010 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เขียนได้สุดยอดมากครัีบ
นับถือ ๆ
ต้ิองหาภาพยนตร์เรื่อง ยิบมัน มาดูบ้่างเสียแล้่วครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
HOF วันที่ : 09/08/2010 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/HOF

ตอบ ยายเช้า หนังสือเรื่องอุ้ยเสี่ยวป้อ น่าจะมีการพิมพ์แล้วหลายครั้ง และเป็นหนังสือดัง คิดว่าหาได้ตามร้านหนังสือที่ขายหนังสือยุทธจักรทั่วไป
ส่วนหนังมีการสร้างมาหลายเวอชั่นแล้วครับ แต่ภาคล่าสุดปัจจุบันDVD ยังไม่เห็นมีใครพิมพ์มาขาย อาจจะต้องหาของก๊อปปี้ จากเมืองนอก ซึ่งไม่รู้จะมี sub ไทยรึเปล่า เพราะเดี๋ยวนี้เขาไปนิยมดูหนังเกาหลีกันหมดเลย 555

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
bon09 วันที่ : 09/08/2010 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

เป็นชีวิตที่น่าตื่นเต้นมาก




ฟังเพลงย้อนยุคที่
http://www.onehitwondercenter.com/

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
จำปาขาว_เวียงละโว้ วันที่ : 09/08/2010 เวลา : 15.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/twibutr
 ให้ความดีเขาไปใส่อารมณ์  จนเขาห่มความดีนี้แนบใจ!!

ขอบพระคุณ...
สำหรับเกร็ดความรู้ที่มาที่ไปของ "มวยหย่งชุน" ครับ
ผมประทับใจกับหนัง "ยิปมัน ทั้งสองภาค" เลย

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ยายเช้า วันที่ : 09/08/2010 เวลา : 14.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/titletete
หนังสือย่อโลกให้เล็กลง การอ่านขยายโลกให้ใหญ่ขึ้น 

อ่านบล็อกขอทิด HOF เรื่องอุ้ยเสี่ยวป้อ
แล้วยายชอบมาก จะหาหนังสืออ่านได้จากที่ไหน
หนังสือมือสองก็ได้นะ ส่วน dvd ที่เป็นซีรี่ส์ ไอ้ทิดจะแนะนำยายชุดไหนดี อยากอ่านอยากดูมาก

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 09/08/2010 เวลา : 14.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ...
เพิ่งรู้จักอาจารย์ยิบมั่นตอนนี้เอง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลง สุขาอยู่หนใด

ประกอบภาพยนตร์ เรื่อง วัยอลวน ร้องโดย ชัยรัตน์ เทียบเทียม

View All
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบดูหนังแนวไหนมากที่สุด
หนังชีวิต สะท้อนสังคม
20 คน
หนังรัก โรแมนติก
25 คน
หนังบู๊ มันส์สะใจ
20 คน
หนังสยองขวัญ กระตุกอารมณ์
11 คน
หนังเพลง เต้นรำ สนุกสนาน
6 คน
หนังตลก มุกฮากระจาย
33 คน
หนังวิทยาศาสตร์ สะท้อนอนาคต
8 คน
หนังสืบสวน คดีปริศนา
22 คน

  โหวต 145 คน