• HOF
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-06-01
  • จำนวนเรื่อง : 128
  • จำนวนผู้ชม : 1089727
  • ส่ง msg :
  • โหวต 1168 คน
Hall_of_movie
มหรสพทัศนะ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/moviehall
วันอังคาร ที่ 10 สิงหาคม 2553
Posted by HOF , ผู้อ่าน : 22950 , 19:22:35 น.  
หมวด : ภาพยนตร์/ละคร

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


ผู้ชมจำนวนไม่น้อย ที่เคยได้ชม หนังของ บรู๊ซลี ในอดีต คงและต้องทึ่งและชื่นชมในตัวเขาไม่น้อย ( อาจเปรียบได้กับ จา พนม ในยุคนี้ล่ะครับ ) แม้เขาจะเสียชีวิตมาแล้วกว่า 30 ปี และมีผลงานการแสดงนำเพียง 4 เรื่อง แต่ผู้ชมก็ยังระลึกถึงเขาอยู่เสมอ เขาเป็นนักแสดงต่างชาติเพียงไม่กี่คนที่ได้รับการยอมรับจากฝรั่ง จนได้รับเลือกจาก นิตยสารเอ็มไพร์ (อังกฤษ) จัดเขาเป็นหนึ่งใน 100 ดารานำตลอดกาล ในปี 1997


นอกจากผลงานด้านการแสดง บรู๊ซลี ยังถือว่าเป็นครูมวยกังฟู ที่มีอัจฉริยะทีเดียว เขาสามารถนำเอาศาสตร์ของการต่อสู้หลายแขนงมาประยุกต์ เป็น ศาสตร์ชนิดใหม่ ที่เขาเองเรียกว่า จี๊ทคุนโด ( Jeet Kung Do )


มากล่าวถึง ประวัติและผลงานด้านแสดง ของบรู๊ซลี ก่อนครับ
บรู๊ซลี เกิดที่โรงพยาบาลในย่านไชนาทาวน์ มลรัฐซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกา ปี 1940 ในระหว่างที่พ่อของเขา ( พ่อของบรู๊ซเป็นชาวจีน ขณะที่แม่ของเขานั้นเป็นลูกครึ่งระหว่างจีนกับเยอรมัน ) พร้อมกับคณะงิ้วกวางตุ้งไปตระเวนแสดงในอเมริกา บรู๊ซจึงได้รับสัญญาติอเมริกัน จากนั้นพ่อของเขาก็พากลับฮ่องกง

บรู๊ซลีเริ่มเข้าสู่โลกเซลลูลอยด์ตั้งแต่ยังเป็นทารกหนึ่งขวบ จากนั้นก็มีการแสดงในฮ่องกงเรื่อยๆ ตั้งแต่ 6 ขวบ ในภาพยนตร์เรื่อง "The Beginning of the Boy" (1946 )


จากนั้นก็ได้เล่น Xi lu xiang หรือ My Son, Ah Chung (1950) ตอนที่เขายังอายุสิบขวบ ซึ่งได้ฉายในอเมริกา จากนั้นลีเล่นภาพยนตร์มาตลอด

พอเริ่มเป็นวัยรุ่นก็เริ่มเกเร ยกพวกตีกับชาวบ้านเขาไปทั่ว ครั้งหนึ่งเมื่อเขาได้ต่อสู้กับเด็กคนหนึ่ง ซึ่งตัวเล็กกว่า แต่เขาพ่ายแพ้ เพราะเด็กคนนั้นเรียนวิชามวย เขาจึงต้องการเรียนมวยบ้าง เขาจึงเข้าไปฝากตัวเป็นศิษย์ของ สำนักมวย หย่งชุน ของอาจารย์ยิบมัน เขาละทิ้งโรงเรียนและหันมาเอาจริงเอาจังทางกังฟู ตั่งแต่อายุเพียง 15 ปี


ปลายเดือนเมษายน ค.ศ. 1959 ที่เกาลูนแห่งเกาะฮ่องกงมีการประลองมวยจีน ระหว่างศิษย์สองสำนัก ฝ่ายหนึ่งคือ บรู๊ชลี ในวัย 19 ปี ซึ่งขณะนั้นเป็นศิษย์ของอาจารย์ยิบมันเรียนมวยหย่งชุนอยู่ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งที่มาท้าประลองเป็นคนของสำนักหลงอี้ฝึกมวยใต้มา 4 ปีแล้ว สถานที่ประลองคือ ดาดฟ้าของตึกแห่งหนึ่งซึ่งตามปกติใช้เป็นสนามบาสเก็ตบอลตามกติกาที่ตกลงกันในตอนแรก คือ ต้องหยุดหมัดก่อนชกถูกลำตัวและหากผู้ใดหลุดออกนอกเส้นสนามบาสเก็ตบอลจะถือว่าเป็นฝ่ายแพ้

แต่ครั้นพอ บรู๊ช เพิ่งจะถอดเสื้อออก หมัดของคู่ประลองก็ใส่เข้ามาที่ใบหน้าของบรู๊ช ลี ทันที ทำให้กติกาที่ตกลงกันไว้ยกเลิก กลายเป็นการวิวาทกันอย่างไม่มีกติกาไปเสียแล้ว แต่การวิวาทในครั้งนี้กลับกลายเป็นว่า ฝ่ายนั้นถูก บรู๊ช ลี ต่อยลงไปนอนกับพื้นแล้วยังถูก บรู๊ช ลี ตามเข้าไปแตะซ้ำที่ใบหน้าอีกสองทีจนฟันหักหลายซี่และสลบคาที่ ขณะที่ตัว บรู๊ช ลี นอกจากรอยช้ำที่ขอบตาเพราะโดนหมัดทีเผลอในตอนแรกแล้วแทบไม่โดนต่อยเลย

ต่อมา ผู้ปกครองของคู่ประลองได้เข้าแจ้งความกับตำรวจให้ดำเนินการกับบรู๊ช ลี ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ทำให้พ่อของบรู๊ซ ต้องส่ง เขาไปอยู่ อเมริกา

บรู๊ช ลี จึงเดินทางไปเมืองซานฟรานซิสโก ในเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1959 เขามาทำงานที่ร้านอาหารของญาติในซานฟรานซิสโกอยู่พักหนึ่ง แล้วย้ายไปซีแอตเทิล เป็นครูสอนเต้นรำชาชาชา ซึ่งเขาเคยได้แชมป์ที่ฮ่องกงมาก่อน


จากนั้นเขาก็มาเรียนวิชาปรัชญา ที่มหาวิทยาลัยวอชิงตัน เรียนจบแล้วย้ายไปแคลิฟอร์เนีย บรู๊ซลี พบกับลินดา ลี แคดเวลล์ ภรรยาที่แต่งงานอยู่กินกันขณะที่เรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนียนี่เอง พร้อมทั้งตั้งสถาบันสอนศิลปะป้องกันตัว สอนมวยจีนไปด้วย



เดือนกรกฏาคม ปี ค.ศ. 1964 บรู๊ช ลี ในวัย 24 ปี ได้ย้ายไปอยู่ที่โอ๊คแลนด์ อาชีพสอนกังฟู สร้างรายได้ให้ บรู๊ซถึง ชั่วโมงล่ะ 275 ดอลล่าร์ และเขียนหนังสือเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้จีนหลายเล่ม เขากับคู่หูเปิดรับนักเรียนกังฟูที่ไม่ใช่เอเชียอย่างเป็นทางการในเมืองโอ๊กแลนด์ หลังจากสองปีก่อนเขาเคยเทรนคนผิวขาวคนแรกเล่นกังฟู และก่อนหน้านั้นเล็กน้อย มีสตูดิโอสอนกังฟูไม่จำกัดสีผิวเจ้าอื่นเปิดก่อนเป็นแห่งแรกในโลกที่ไชน่า ทาวน์ ในลอสแอนเจลิส


ที่โอ๊คแลนด์นี่เองที่เป็นจุดหักเหแห่งวิถีมวยจีนของบรู๊ช ลี เพราะบรู๊ซ มีเหตุต้องประลองกับครูมวยจีนคนหนึ่งชื่อ หว่อง แจ๊คแมน โดยเรื่องมีอยู่ว่า
เมื่อ บรู๊ช ลี มาเปิดสำนักมวยจีนที่โอ๊คแลนด์ โดยเปิดกว้างต่อชาวตะวันตก ทำให้ผู้อาวุโสชาวจีนโพ้นทะเลในไชน่าทาวน์ที่ซานฟรานซิสโกไม่พอใจเป็นอย่างมาก และส่งสาส์นออกมาเตือนบรู๊ช ลี หลายครั้ง แต่เขาก็ไม่สนใจยังคงเปิดสำนักมวยสอนชาวต่างชาติอยู่อีก ในที่สุด ทางนั้นจึงส่ง หว่อง แจ็คแมนที่เชี่ยวชาญ หมัดกระเรียนขาว (มวยใต้ของมณฑลฮกเกี้ยน) เพื่อมาปราบ บรู๊ช ลี

ก่อนประลอง หว่อง แจ๊คแมน ได้พาลูกศิษย์และผู้เกี่ยวข้องราว ๆ 10 คนมาที่สำนักมวยของ บรู๊ช ลี โดยเรียกร้องให้เขายุติการสอนมวยจีนให้แก่คนต่างชาติ หรือไม่ก็ต้องรับคำท้าประลองจากตน และถ้าหากบรู๊ช ลี แพ้เขาจะต้องปิดสำนักหรือไม่ก็ต้องเลิกสอนชาวต่างชาติเสีย โดยทางฝ่ายหว่องคงแค่คิดจะขู่ บรู๊ช ลี ให้หงอแล้วยอมทำตามความเห็นของพวกผู้ใหญ่ในไชน่าทาวน์เท่านั้น แต่เหตุการณ์กลับตาลปัตร เมื่อ บรู๊ช ลี กลับรับคำท้าของหว่องจริง ๆ มิหนำซ้ำยังเป็นฝ่ายเสนอให้สู้กันโดยไม่มีกติกาข้อห้ามใด ๆ ทั้งสิ้นด้วย

บรู๊ช ลี สั่งให้ลินดาภรรยาของเขาและศิษย์ในสำนักของเขาทั้งหมดออกไปข้างนอก ข้างในมีแต่เขากับหว่องและพวกเท่านั้น เมื่อการประลองเริ่มขึ้น บรู๊ช ลี เป็นฝ่ายเข้าประชิดตัวหว่องแล้วออกหมัดตรงเป็นชุดใส่หว่องราวกับพายุบุแคม หว่องพยายามถอยหลังเพื่อรักษาระยะห่างจาก บรู๊ช ลี เอาไว้แต่ บรู๊ช ลี กลับตามติดแล้วปล่อยหมัดชกออกไปไม่หยุดหว่องทนการบุกของบรู๊ช ลีไม่ไหวถึงกับหันหลังหนีไม่คิดสู้อีก บรู๊ช ลี ต้องกระโจนไปกระชากตัวหว่อง ทุ่มลงนอนกับพื้นเงื้อหมัดหมายเผด็จศึก จนหว่องเอ่ยปากยอมแพ้ การประลองในครั้งนั้นจึงยุติลง

แม้บรู๊ช ลี จะได้ชัยอย่างง่ายดาย แต่ตัวเขากลับไม่พอใจในสไตล์การต่อสู้ของเขาในครั้งนั้นเลย เพราะเขาต้องใช้เวลาในการประลองนานถึงกว่า 30 วินาทีกว่าจะพิชิตคู่ต่อสู้ได้ ในขณะที่สไตล์การต่อสู้ในอุดมคติของบรู๊ช ลี คือต้องโค่นคู่ต่อสู้ให้ได้ภายใน 6 วินาที เท่านั้น


บรู๊ช ลี ได้วิเคราะห์จุดอ่อนในสไตล์การต่อสู้ของเขาในครั้งนั้นซึ่งใช้มวยหย่งชุนว่าขาดฟุตเวอร์คที่ดีพอทำให้ต้องเสียเวลาไล่ตามคู่ต่อสู้ที่ถอยหนีไม่ยอมปะทะด้วย อาจกล่าวได้ว่า ผลจากการประลองกับหว่อง แจ๊คแมน เป็นจุดเริ่มต้นการคิดค้น วิชา "มวยจี๊ทคุนโด"

ชื่อเสียงของบรู๊ซลี เริ่มโด่งดังจนถึงขนาดที่ว่าโรงเรียนสอนศิลปะการป้องกันตัวของญี่ปุ่นในซีแอตเทิล ต้องขอมาทดสอบฝีมือด้วย



ปี 1966 เขามีโอกาสได้ร่วมงานกับบริษัทภาพยนตร์เล็กๆของฮอลลีวู๊ด เป็นตัวประกอบในซีรีย์ เรื่อง The Green Hornet" หนังชุดนี้มี 30 ตอน แม้จะไม่ดังมาก แต่ก็ทำให้ลีเริ่มมีชื่อเสียงโดดเด่นยิ่งกว่าดารานำเสียอีก แต่นั่นกลับทำให้ดาราดังอย่างเจมส์ โคเบิร์น และสตีฟ แม็คควีน อ้อนวอนขอให้บรูซช่วยรับเป็นศิษย์ และเขายังเรียนคาราเต้เพิ่มเติม ในสาขา Kenpo Karate จากอาจารย์ญีปุ่นในกลางทศวรรษที่ 60


The Big Boss 1971

ก่อนจะกลับไปสอนกังฟูต่อ หลังจากผิดหวังในฮอลลีวูด เขากลับฮ่องกงในปี 1971 พบกับ เรย์มอนด์ เชา (Raymond Chow) ผู้ผลิตหนังในฮ่องกง เปิดฉากด้วย "ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง" (The Big Boss) ถ่ายทำในประเทศไทยทั้งเรื่อง ( กรุงเทพ และ สระบุรี ) แสดงร่วมกับ เหมียวเข่อซิ่ว (Mao Ke-hsiu หรือ Nora Miao) ดาราดังในยุคนั้น


ฉายในอเมริกา ในชื่อ The Fist Fury

จากนั้นก็ต่อด้วย "ไอ้หนุ่มซินตึ๊งล้างแค้น" (The Chinese Connection) 1972

บรู๊ซลี วาดลวดลายพายุหมัดและเท้าแบบที่ผู้ชมไม่เคยเห็นมาก่อน เขาได้ประกาศศักดาของคนเอเชีย เตะฝรั่งตัวมหึมาคว่ำคาเท้า ส่งผลให้ลีกลายเป็นฮีโร่ของคนทั่วฮ่องกงและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนังของเขาทำรายได้มหาศาล แสดงร่วมกับ เหมียวเข่อซิ่ว เช่นเดิม



เขาตั้งบริษัทหนังของตัวเอง และสร้างเรื่อง "ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง บุกกรุงโรม" (The Way of the Dragon) 1972 ชื่อในอเมริกา Return of the Dragon

โดยหนังเรื่องนี้ บรู๊ซ ลี กำกับ และเขียนบทด้วยตนเอง ทั้งยังได้เข้าไปถ่ายทำใน โคลีเซียม ของอิตาลี กลายเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของเขา รายได้สูงสุด ชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปถึงฮอลลีวูด ร่วมแสดงโดย เหมียวเข่อซิ่ว และชัค นอริส ดาราศิลปป้องกันตัวชื่อดังของอเมริกา รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญศิลปป้องกันตัวอีกหลายชาติ





เรื่องต่อมาจึงได้ทุนจากอเมริกาคือ "ไอ้หนุ่มซินตึ๊ง มังกรประจัญบาน" (Enter the Dragon) 1973 หนังทำรายได้ถล่มทลายกว่าสองร้อยล้านเหรียญ กลายเป็นหนังกังฟูฮ่องกงเรื่องแรกที่สร้างปรากฏการณ์ใหญ่ให้แก่วงการ ภาพยนตร์เอเชีย อีกทั้งยังก่อให้เกิดกระแสคลั่งไคล้ไอ้หนุ่มซินตึ๊งไปทั่วโลก


แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ที่ บรู๊ซลี เสียชีวิตเสียก่อนที่หนังจะฉาย ด้วยวัยเพียง 32 ปี ( หลังจาก อาจารย์ยิบมันเสียชีวิตเพียง 1 ปี )


หนังเรื่องสุดท้ายของบรู๊ซ GAME OF DEATH (1978) ชื่อไทย ไอ้หนุ่มซินตึ๊งเกมมรณะ ซึ่งบรู๊ซลี ถ่ายไม่จบ เพราะเสียชีวิตก่อน และได้ใช้คนอื่นมาแสดงต่อจนจบ



หลังจากนั้น ยังมีการสร้างหนังประวัติของ บรู๊ซลี จากเนื้อหาที่ ลินดา ภรรยาของเขาเขียน Dragon: The Bruce Lee Story 1993 แสดงนำโดย Jason Scott Lee



บุตรของ บรู๊ซลี Brandon Lee ได้เดินตามรอยบิดา เป็นนักแสดง โดยแสดงเพียงเรื่องเดียว The Crow 1994 ชื่อไทย อีกาพยายาม

และเสียชีวิต ด้วยอายุเพียง 28 ปี

และยังมี ซีรีย์ เรื่อง The Lendgend of Brucelee 2008


ผลงานทาง การคิดค้นวิชามวย จี๊ทคุนโด Jeet Kun Do  หรือ วิชาหยุดหมัด ที่รวมเอาการต่อสู้ ถึง 26 ชนิด บรู๊ซลีนั้น ศึกษาในศิลปะการต่อสู้ ทั้ง มวยจีนไท๊เก็ก สายตระกูลอู๋ที่บิดาสอนในตอนเด็ก มวยหย่งชุน ที่ฝึกกับอาจารย์ยิบมัน และยังมีมวยจีนสายอื่นๆ ทั้งมวยเหนือ และ มวยใต้ สายเส้าหลิน แต่ดูเหมือนว่า บรู๊ช ลี ไม่เคยมีโอกาสได้ค้นคว้ามวยสิ่งอี้ มวยปากัว (ฝ่ามือมังกรแปดทิศ) มวยอี้ฉวน (มวยจิต) และมวยแปดสุดยอด มิฉะนั้นแล้ว ฝีมือของเขาจะยิ่งรุดหน้ากว่าที่เป็นอยู่ในขณะนั้นอย่างแน่นอน


ในส่วนมวยต่างชาติ บรู๊ซลี ศึกษาทั้ง คาราเต้ ในสาขา Kenpo Karate , เทคควันโด้ , มวยไทย , มวยปล้ำ , มวยสากล ยิวยิตสู ฯลฯ ไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน โดยมีท่วงทำนองที่ลื่นไหลและยืดหยุ่นมากขึ้น



ด้วยความที่ บรู๊ซลี เป็นคนตรง เชื่อมันในตัวเอง และมุ่งมั่นทำงานอย่างหนัก โดยไม่ยอมพักผ่อนและดูแลร่างกายที่ถูกใช้งานอย่างหนัก เขาฝึกฝน จนบ่อยครั้งเขาถึงกับไม่กินข้าว ในที่สุดเขาก็มีคนพบร่างไร้สติของเขาที่บ้านพักของดาราสาว เบ็ตตี ติงเพ่ย (Betty Ting Pei) ในฮ่องกง เขาถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลและเสียชีวิต เนื่องจากบรู๊ซป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองบวม เนื่องจากแพ้ยาแก้ปวดที่ติงเพ่ยให้กินก่อนเขาจะหลับ เป็นการตายโดยอุบัติเหตุไม่ใช่ฆาตกรรม


แต่ถ้าหาก บรู๊ช ลี ยังคงมีชีวิตอยู่มาจนถึงปัจจุบันนี้ จะมีอายุ หกสิบเศษ เชื่อว่าในช่วงสามสิบปีมานี้เขาคงหันมาสนใจศาสตร์กำลังภายในอย่างวิชาลมปราณล้างไขกระดูก และมวยภายในสกุลต่าง ๆ รวมทั้งหันมาสนใจเรื่องจิตวิญญาณด้วยอย่างแน่นอน ตำนานของ "มังกร" อย่าง บรู๊ช ลี จึงยังกลายเป็นตำนาน ที่ยังไม่ตาย ของ มังกรผู้ผงาดโลก ตราบจนเท่าทุกวันนี้

_____________________
HOF เรียบเรียง






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
จำปาขาว_เวียงละโว้ วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/twibutr
 ให้ความดีเขาไปใส่อารมณ์  จนเขาห่มความดีนี้แนบใจ!!

ตระกูล Lee ทั้งสามคน
เมื่ออยู่บนแผ่นฟิล์ม ดูมีพลังและน่าติดตามทุกคน
เสียดายที่ บรู๊ซ และ แบรนดอน จากไปด้วยวัยหนุ่มเกินไป

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ThailandNeverDie วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 13.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thailandneverdie
"รักวัวให้ผูก รักลูกให้กอด..."

Lee เป็นคนเก่งครับ ผมได้ดูหนังของเขาหลายเรื่องในยุคนั้น ชอบครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
ร้อยโฉบ วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/meechai


ถ้าผมจำไม่ผิด ลูกชายของเขาตายจากกระสุนจริงในการถ่ายทำภาพยนตร์ครับ
และก็เป็นปริศนาที่ไม่มีคำตอบ
และถ้าจำไม่ผิดอีก เขาตายวันเดียวกับที่พ่อเขาเสีย
ใครช่วยค้นคว้าให้ด้วยก็จะดี
เป็นข่าวมากว่า 20ปีแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
konthai24hours วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konthai24hours
konthai24hours@yahoo.com

วันก่อนยังดูหนังเกี่ยวกับตัวอาจารย์ยิบมัน ของ บรูซ ลี เป็นอีกตำนานของคนจีนจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Ae^ วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 10.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chae-reu-mai

ดีจังได้ทราบประวัติของบรู๊ซ ลี เคยรู้แค่ว่าดังมากๆ แล้วลูกชายตายด้วยสาเหตุใดค่ะ เคยดูหนังของเขาอีกาพยายม แต่ไม่ทราบว่าตายแล้ว

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
tanthainium วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 09.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanthainium

ชอบจัง..เรื่องราวแบบนี้..สุดยอดจริง ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
supersup วันที่ : 11/08/2010 เวลา : 08.23 น.

เสียดาย อายุสั้นไปหน่อย ไม่งั้นได้ลองกับมวยไทยจริงๆ จะได้รู้จุดอ่อนจุดแข็ง ตอนมาถ่ายเมืองไทย ก็ดันไปเอาพวกสิบล้อมาเข้าฉาก ซุ่มซ่ามซะไม่มี

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
tengpong วันที่ : 10/08/2010 เวลา : 22.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong


เรียบเรียงแล้วอ่านสนุก น่าติดตามมาก
ผมชอบ lee มาตั้งแต่เด็ก
โลโก้ของผมในFB ก็ปั้นมาจากรูปของ lee ครับ
ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ยายเช้า วันที่ : 10/08/2010 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/titletete
หนังสือย่อโลกให้เล็กลง การอ่านขยายโลกให้ใหญ่ขึ้น 

แนะนำหน่อยว่าจะหาหนังเหล่านี้จากที่ใด ยายอยากระลึกอดีต

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 10/08/2010 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ยังมีหนังแกอยู่ครับ..
เป็นหนึ่งในดาราที่ชอบมาก

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
TOR-THE-HITMAN วันที่ : 10/08/2010 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hitman

เพิ่งจะรู้ว่าชีวิตจริง บรูซ ลี สุโค่ยขนาดนี้

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
TOR-THE-HITMAN วันที่ : 10/08/2010 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hitman

เพิ่งจะรู้ว่า บรูซ ลี สุโค่ยขนาดนี้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
จินตกาล วันที่ : 10/08/2010 เวลา : 20.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JINTAKARN

ไตรภาค เส้นทางมวยหมัดบนแผ่นฟิล์ม เยี่ยมจริงๆครับ +1

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
khox วันที่ : 10/08/2010 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

น่าสงสารครับ Brandon Lee ตอนได้ข่าวเสียชีวิตผมยังช็อคเลยครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

เพลง สุขาอยู่หนใด

ประกอบภาพยนตร์ เรื่อง วัยอลวน ร้องโดย ชัยรัตน์ เทียบเทียม

View All
<< สิงหาคม 2010 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณชอบดูหนังแนวไหนมากที่สุด
หนังชีวิต สะท้อนสังคม
20 คน
หนังรัก โรแมนติก
25 คน
หนังบู๊ มันส์สะใจ
20 คน
หนังสยองขวัญ กระตุกอารมณ์
11 คน
หนังเพลง เต้นรำ สนุกสนาน
6 คน
หนังตลก มุกฮากระจาย
33 คน
หนังวิทยาศาสตร์ สะท้อนอนาคต
8 คน
หนังสืบสวน คดีปริศนา
22 คน

  โหวต 145 คน