*/
  • mr_taweesak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr_taweesak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-28
  • จำนวนเรื่อง : 348
  • จำนวนผู้ชม : 1532734
  • จำนวนผู้โหวต : 629
  • ส่ง msg :
  • โหวต 629 คน
<< กันยายน 2011 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 23 กันยายน 2554
Posted by mr_taweesak , ผู้อ่าน : 30038 , 18:06:05 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ตุ๊กตาอ้วน , เจ้าพระยา1 และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ได้มีโอกาสไปทำหน้าที่เป็นนักรีวิวโรงแรมบูติกอีกครั้ง ซึ่งในปีนี้ได้รับรายชื่อโรงแรมที่ผ่านเข้ารอบมา 120 แห่ง ก็ตกลงใจเลือก "พระยาพาลาซโซ" เป็นแห่งแรกที่อยากไปรีวิวโดยไม่ลังเล ด้วยความที่ชื่นชอบสถาปัตยกรรมเก่าในกรุงเทพฯ ... เคยนั่งเรือผ่าน "บ้านบางยี่ขัน" ครั้งที่ยังไม่ได้บูรณะและแอบหวังว่าจะได้รับการปรับปรุงสักวัน ... และในปีที่แล้วได้ชมรายการ "สุริวิภา" มาเที่ยวชมโรงแรมแห่งนี้ที่เพิ่งเปิดให้บริการ ทำให้อยากมาสัมผัสสถานที่แห่งนี้นานแล้วและเคยเขียนไว้ในบล๊อก (+) อ้างถึงเอนทรี พาไปกินข้าวหมกแพะ และแวะเที่ยวป้อมมหากาฬ

หลังจากได้นัดกับทางโรงแรมว่าจะเช็คอิน เพื่อมาเก็บภาพบรรยากาศประมาณ 15:00 น. ทางเจ้าหน้าที่ของโรงแรมแจ้งว่า จะส่งเรือมารับที่ ท่าพระอาทิตย์ ซึ่งในตอนแรกเข้าใจว่า สามารถนำรถมาจอดที่โรงแรม แต่ได้รับแจ้งว่าต้องจอดรถไว้ที่ลานจอดรถของวัดที่อยู่เยื้องๆ และให้เรือมารับข้ามมาที่โรงแรมจะสะดวกมาก

เมื่อมองดูจากภาพถ่ายจากดาวเทียม ก็ถึงบางอ้อ เพราะจะมีบ้านชุมชมหนาแน่นด้านหลังของโรงแรม มีแค่ทางเดินเท้าเล็กๆ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงด้วยรถยนต์ ... ก็ดีเหมือนกัน "โรแมนติก" ตั้งแต่เริ่มต้นเลยแบบนี้ซิเรา

ระดับน้ำสูงมาก คงเพราะไหลหลากมาจากทางเหนือ แต่ก็ไม่ต้องกลัว เพราะทางโรงแรมส่งเรือขนาดใหญ่ชื่อ "พระยาพาลาซโซ 2" มารับ ซึ่งเป็นบริการรับ-ส่ง แขกของโรงแรมตลอดเวลาอยู่แล้ว

เรือแล่นมาใกล้ท่าเรือเพื่อเข้าสู่โรงแรม ซึ่งในวันนี้เราจะพักค้างคืน และรับประทานอาหารค่ำ โดยจะพาชิมเมนูแนะนำต่างๆ รวมทั้งพาเยี่ยมชมห้องพัก และห้องต่างๆ ... ตามมานะ ฉันจะพาไป

เดินขึ้นชั้น 2 ไปทางปีกขวา มายังห้องพักหมายเลข 234 ซึ่งเป็นห้อง Suites

ด้วยการตกแต่งแบบย้อนยุค ยิ่งทำให้แขกผู้มาเยือนได้ย้อนกาลเวลาไปด้วย และการเลือกใช้โทนสีเหลืองมัสตาร์ด ตัดกับผ้าสีม่วงแดงเลือดหมู ทำให้เข้ากับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีโอ๊คได้อย่างลงตัว

นัดหมายกับเจ้าหน้าที่โรงแรม ให้ช่วยพาเที่ยวชมห้องต่างๆ เพื่อบันทึกภาพมุมต่างๆ ซึ่งโรงแรมแห่งนี้มีห้องพักเพียง 17 ห้อง เท่านั้น

มาชมห้อง Chao Phraya Suites กัน เลือกใช้โทนสีชมพูบ่งบอกถึงความรัก หวานชื่น ซึ่งสถานที่แห่งนี้เดิมมีชื่อว่า "บ้านบางยี่ขัน" สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2466 โดย "อำมาตย์เอก พระยาชลภูมิพานิช" ขุนนางและคหบดีเชื้อสายจีนผู้มั่งคั่ง สมรสกับ "คุณหญิงส่วน" (สกุลเดิม อุทกภาชน์) ภายหลังสมรสแล้วก็ได้ครองคู่อยู่อาศัยอย่างมีความสุขในบ้านหลังนี้ โดยมีพยานรักเป็นบุตรธิดารวม 10 คน

หลังจากที่บ้านสไตล์พาลาดิโอหลังนี้ ถูกปล่อยทิ้งรกร้างริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ไม่ว่าใครสัญจรผ่านไปมา ย่อมอดรู้สึกเสียดายไม่ได้ หนึ่งในนั้น คือ "ผศ. วิชัย พิทักษ์วรรัตน์" สถาปนิกหนุ่มผู้มีความรักในสถาปัตยกรรม เริ่มโครงการฟื้นคืนชีวิตให้กับบ้านหลังนี้ ซึ่งไม่ง่ายเลย ที่จะคงลักษณะเดิมของอาคารไว้เพราะทรุดโทรมไปมาก วัสดุก่อสร้างและสีที่ใช้ที่ต้องให้เหมือนหรือใกล้เคียงของเดิมมากที่สุด

ยังไม่นับรวมถึงอุปสรรคในการเดินทาง การขนส่งวัสดุก่อสร้าง เครื่องไม้เครื่องมือ รวมถึงต้นไม้ใหญ่ ที่ต้องใช้การขนส่งทางเรือเช่นในอดีต

แต่ความเหนื่อยยากเหล่านี้ มิอาจเทียบได้กับความสุขในจิตใจของสถาปนิกหนุ่ม ช่างฝีมือ และเหล่าคนงาน ที่มองดูบ้านหลังงามค่อยๆ หวนคืนมีชีวิตอีกครั้ง จนกระทั่งแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2552

พร้อมด้วยชื่อใหม่ว่า "พระยา พาลาซโซ" ที่มีความหมายถึง "คฤหาสน์แห่งพระยาชลภูมิพานิช" อันเป็นผลงานทางสถาปัตยกรรมชิ้นสุดท้ายที่ ผศ. วิชัย ฝากไว้ ก่อนจะหลับไหลไปตลอดกาลในปีเดียวกัน ... มาถึงวันนี้โรงแรมบูติกแห่งนี้ ได้ตกแต่งสถานที่โดยมีกลิ่นอายความเป็น ไทย-จีน-ฝรั่ง ผสานกันอย่างลงตัว

มาชมห้องแบบ Superior กันต่อ ด้วยความรู้สึกว่า การมาพักผ่อนที่โรงแรมบูติกแห่งนี้ เหมือนพักอาศัยอยู่ในบ้านมากกว่า ด้วยความรู้สึกอบอุ่น ความเงียบสงบ และรูปแบบการตกแต่งที่ดูกว้างขวาง

ห้องแบบ Deluxe และในทุกห้อง จะมีการใช้กระจกสี ซึ่งไม่ได้รับแสงแดดในช่วงเช้า จะมีแสงสีต่างๆ พาดไปบนกำแพง ดูสวยดี

อดไม่ได้ที่จะเก็บบันทึกภาพมุมต่างๆ ระหว่างห้องพัก มีการใส่ลูกเล่นศิลปะ ไม่ว่าจะเป็น โมเสค, โคมไฟ, มุมนั่งเล่น และที่ชอบมากคือ ตะแกรงฝาท่อระบายน้ำฝน ที่มีลวดลายสวยงามมาก

ห้องที่สวยงามอีกห้อง คือ "ห้องร่มโพธิ์" ซึ่งไว้สำหรับจัดงานพิธีการต่างๆ ชื่นชอบโคมระย้า (Chandelier) ใบโพธิ์สีทอง สวยงามมาก พื้นไม้เก่าทั้งแผ่นยาวกว่า 4 เมตร และลายฉลุไม้ที่อ่อนช้อย

หลังจากเที่ยวชมห้องพักครบทั้ง 4 รูปแบบแล้ว ก็ขอมานั่งชมสวนและชมวิวแม่น้ำเจ้าพระยากันบ้าง

สั่งเครื่องดื่มเย็นๆ มาจิบ แบบชิลชิล ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ยามแดดร่มลงตก

แสงทองสาดส่องป้อมพระสุเมรุ และสวนสันติชัยปราการ พร้อมละอองฝนปรอยๆ

ด้วยความโชคดี รุ้งกินน้ำตัวอ้วน ก็เริ่มการแสดง ยิ่งทำให้การชมบรรยากาศยามเย็นในวันนี้สมบูรณ์แบบ

แสงยามโพล้เพล้ ถูกใจช่างภาพทุกคน ในการเก็บบรรยากาศและสถาปัตยกรรม ก่อนแสงจะมืดมิด

บริเวณ Pool Bar ที่เรานั่งจิบบรรยากาศยามเย็น สนุกกับการอับเดท facebook ซึ่งทางโรงแรมมีบริการ Free Wifi ในทุกจุดทั่วโรงแรม ทำให้ไม่พลาดการสื่อสารในสังคมออนไลน์ ถือเป็นปัจจัยสำคัญของทุกโรงแรมไปซะแล้วในยุคนี้

ไม่อยากให้แสงสุดท้ายของวันจางหายไป แต่เป็นนาฬิกาธรรมชาติ ที่บอกให้เรารู้ว่า ได้เวลาอาหารค่ำกันแล้ว

เดินกลับไปที่ห้องพัก เตรียมตัวก่อนไปรับประทานอาหารค่ำในเวลา 1 ทุ่มตรง

บริเวณห้องอาหารชั้นล่าง และอยู่ติดกับห้องสมุดขนาดเล็ก ไว้สำหรับนั่งอ่านหนังสือก่อนหรือหลังรับประทานอาหาร ถือเป็นอาหารสมองเสริมจากอาหารที่อิ่มท้อง

เมนูอาหารไทยในวันนี้ รสชาดถูกปาก กลมกล่อม ไม่เผ็ดจัด สังเกตว่ามีแขกในโต๊ะอื่นๆ ที่มารับประทานอาหารค่ำ มีทั้งแขกคนไทย และแขกต่างประเทศ ซึ่งต้องลงเรือของทางโรงแรมไปรับ ซึ่งได้กินลม ชมสะพานพระราม ๘ สร้างความประทับใจก่อนมาถึง และเรือกลับไปส่งยังท่าเรือที่อยู่ตรงข้าม

หลังจากเต็มอิ่มจากอาหารมื้อค่ำ ก็มาเดินย่อยสูดอากาศยามค่ำคืนภายนอกซัก 10 นาที มองชมสะพานพระราม ๘ ที่อยู่ไม่ไกลนัก

กลับมายังห้องนอนบนชั้น 2 แม่บ้านได้จัดเตรียมดอกไม้พร้อมบทกลอนดีๆ เพื่อให้แขกที่มาพักนอนหลับฝันดี และสามารถมองเห็นยอดสะพานพระราม ๘ ลอดผ่านหน้าต่างของห้องได้อีกด้วย ซึ่งได้ตั้งโทรศัพท์มือถือให้ปลุกตอนเช้า เพื่อเก็บภาพบรรยากาศแสงแรกของวันใหม่

ก็ไม่ผิดหวังเลย ได้ชมแสงสวยๆ ยามเช้า และเสียงนกร้อง เพิ่มอรรถรสในวันพักผ่อนอย่างมีความสุข เหมือนได้ย้อนกลับไปในอดีต เพราะไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของเรือ หรือรถยนต์

ซึ่งเช้าวันอาทิตย์นี้ อากาศสดใส ถ่ายรูปได้อย่างประทับใจ

แสงแดดอุ่นๆ ลมพัดเอื่อยๆ

ทำให้เพลินในการเก็บบันทึกภาพในมุมต่างๆ สมกับความเป็นบูติกที่ใครมาเยือน จะอดไม่ได้แม้จะขอถ่ายภาพจากโทรศัพท์มือถือ

โดยเฉพาะบางมุม นึกว่ากำลังเดินเที่ยวในยุโรปด้วยซ้ำไป

ประทับใจในสถาปัตยกรรมแบบ พาลาดิโอ ซึ่งไม่น่าเชื่อว่ามีมายาวนานเกือบร้อยปี ณ ที่แห่งนี้ ตั้งแต่รัชสมัย "พระพุทธเจ้าหลวง" รัชกาลที่ ๕ ยุคสมัยที่ประเทศไทยมีความเจริญรุดหน้าในด้านต่างๆ อย่างรวดเร็ว

ได้เวลาอาหารเช้า ที่เราเพลิดเพลินไปกับอาหาร และอ่านเรื่องราวพร้อมภาพประกอบ เกี่ยวกับสถานที่แห่งนี้ เป็นแกลลอรี่ไปด้วยในตัว ซึ่งขอชื่นชมในจุดนี้ ที่ทำให้ผู้มาเยือนได้รับทราบถึงประวัติความเป็นมา ในครั้งอดีตถึงปัจจุบัน ช่วยให้เกิดความทรงจำและประทับใจอีกทางหนึ่ง

เป็นการตัดสินใจที่ไม่พลาด ในการที่ได้มารีวิวสถานที่แห่งนี้อย่างที่ตั้งใจ ซึ่งจะหาโอกาสกลับมาอีก แม้ไม่ได้มาพักแต่ก็มารับประทานอาหาร ถือได้ว่าเป็นโรงแรมบูติกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนาน และน่าสนใจอยู่ไม่น้อย และหวังให้มีการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมเก่าๆ อีกหลายจุดในกรุงเทพฯ หรือในจังหวัดอื่นๆ ให้กลับฟื้นคืนชีวิตอีกครั้ง ดังเช่น "พระยาพาลาซโซ" แห่งนี้

เอนทรีอื่นที่รีวิวในโครงการ Thailand Boutique Awards 2010/2011



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ตุ๊กตาอ้วน วันที่ : 14/10/2012 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mybeautifulworld

เขียนเรื่องและภาพประกอบได้น่าประทับใจมาก เพิ่งได้มีโอกาสเข้ามาอ่านเมื่อไม่นานนี้เองค่ะ ขอสมัครเป็นแฟนคลับนะคะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
พันธิวา วันที่ : 03/10/2012 เวลา : 21.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iziza

คราวหน้าขอตามไปเป็นคนถือกระเป๋าให้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เจ้าพระยา1 วันที่ : 01/10/2011 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada08
เจ้าพระยา ๑

งามจริง ๆ ค่ะ Vote ให้ไปเลย

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
คมเย็น วันที่ : 24/09/2011 เวลา : 14.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/komyen

สวยงาม

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
mr_taweesak วันที่ : 24/09/2011 เวลา : 12.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mrtaweesak
http://www.taweesak.in.th        บล๊อกของฉัน

คุณ JoyGangster ... ดีใจที่มาเยี่ยมชมและชอบเหมือนกันนะครับ

คุณ gingx ... ดีใจที่ชอบบทความนี้นะครับ ผมอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมโบราณของบ้านเรา หันมาบูรณะให้ยังคงความงาม และเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาให้เราเห็นคุณค่าของศิลปะในอดีต ซึ่งนับวันจะถูกเปลี่ยนไปเป็นตึกหมดแล้ว ...เก่งมากเลยครับที่แอบไปถ่ายตอนเป็นบ้านร้าง ซึ่งตอนนั้นผมก็แค่ถ่ายภาพจากเรือ ตอนนั้นล่องเรือไปเที่ยวอยุธยา ขากลับก็ถ่ายภาพบ้านหลังนี้เก็บไว้ เมื่อตอนปี พ.ศ. 2551 ครับ

พี่ชาลี ... สวยงาม ร่มรื่นจริงๆ ครับ มีนกเยอะด้วย ผมว่าถูกใจ พี่ชาลี แน่นอนครับ


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
BlueHill วันที่ : 24/09/2011 เวลา : 09.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เป็นอีกรีสอร์ทที่ตกแต่งได้สวยงามมาก ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
gingx วันที่ : 24/09/2011 เวลา : 06.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ginx

เคยเห็นตอนที่ยังไม่บูรณะค่ะ นานมากแล้วเห็นทุกวันว่าตึกเก่านี้สวยมากแอบข้ามเรือไปถ่ายรูปกับเพื่อนอีก2คน ตอนนั้นเป็นบ้านร้างดีใจมากค่ะที่มีผู้เห็นคุณค่า ชอบบทความนี้ค่ะ ขอบคุณที่นำสิ่งดีๆมาให้ชม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
JoyGangster วันที่ : 23/09/2011 เวลา : 21.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gangster-1
Photo Blog...สากกระเบือยันเรือรบ, I Love เมืองไทย I Like Korea, เรื่องกินเรื่องเที่ยวเรื่องเดียวกัน...

สวยมากเลยค่ะ...

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน