*/
  • mr_taweesak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr_taweesak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-28
  • จำนวนเรื่อง : 346
  • จำนวนผู้ชม : 1530402
  • จำนวนผู้โหวต : 629
  • ส่ง msg :
  • โหวต 629 คน
<< เมษายน 2019 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 28 เมษายน 2562
Posted by mr_taweesak , ผู้อ่าน : 349 , 16:44:14 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เช้าวันที่ 6 ของทริป หลังจากตื่นเช้าข้ามไปแช่ออนเซ็น และรับประทานอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์เต็มอิ่มกันที่ Amanohashidate Hotel เราก็เช็คเอ๊าท์จากโรงแรม Auberge Amanohashidate - Miyazu พร้อมทั้งฝากกระเป๋าเสื้อผ้าไว้ที่โรงแรม เพราะวันนี้เรายังต้องเดินทางไปเที่ยวที่หมู่บ้านชาวประมงที่มีชื่อว่า อิเนะ (Ine) 伊根町 โดยเดินข้ามถนนมารอที่ป้ายรถเมล์ หน้าสถานี Amanohashidate รอนั่งรถบัส Tankai Bus ไปลงที่ Inewanmeguri – Hide Bus Stop ใช้เวลาประมาณ 50 นาที มีป้ายตารางเวลาของรถบัสอยู่ด้วย แต่เราก็ขอตารางบัสจากโรงแรมและกำหนดเวลากันไว้แล้วตั้งแต่เมื่อคืน แต่ก็ต้องเดินมารอคิวก่อน เพราะว่ามีนักท่องเที่ยวจำนวนเยอะพอสมควรมารอคิว ซึ่งก็เจอกับนักท่องเที่ยวชาวจีนมากันเป็นกลุ่มใหญ่ ไม่เช่นนั้นอาจต้องยืนบนบัสแน่เลย หรือต้องรอบัสเที่ยวถัดไปก็จะเสียเวลา

นั่งรถบัสใช้เวลาประมาณ 50 นาที นั่งดูวิวข้างทาง เห็นทุ่งข้าวสีเหลืองทองสวยงาม และมีทุ่งดอกคอสมอสเล็กๆ เพื่อให้ผู้ที่ขับรถผ่านมาหยุดถ่ายภาพกันได้ แต่เราก็นั่งไปเรื่อยๆ ก็เริ่มเห็นวิวทะเลแล้ว แสดงว่าเริ่มใกล้หมู่บ้านอิเนะ Ine (伊根町)เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ริมทะเลชายฝั่งทางตอนเหนือของจังหวัดเกียวโต (Kyoto) ซึ่งความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอยากมาท่องเที่ยวกัน ก็คือ “ฟุนายะ” (Funaya) 舟屋 หรือภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Boat House ที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ริมน้ำรอบอ่าวถึง 230 หลังคาเรือน ซึ่งได้รับการอนุรักษ์ และยังอาศัยอยู่ราว 2,500 คน

อาชีพหลักของชาวบ้าน คือ การทำประมง แม้ว่าบางหลังจะถูกเปลี่ยนไปเป็นที่พักแบบเกสต์เฮาส์ก็ตาม แต่ก็ยังใช้วิถีชีวิตแบบขาวประมงกันอยู่ แม้จะเป็นหมู่บ้านเล็กๆ น่ารัก ริมอ่าว ดูเหมือนไม่มีอะไรมากมาย แต่ได้ชื่อว่าเป็น 日本で最も美しい村 (Nihon de mottomo utsukushii mura) หนึ่งในหมู่บ้านที่สวยที่สุดในญี่ปุ่น

เราก็เดินไปเรื่อยๆ เจอแดดอุ่นๆ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย ถ่ายรูปกันไปเรื่อยๆ มองเห็นนักท่องเที่ยวมาล่องเรือชมอ่าวอิเนะ (Ine-wan Bay Excursion Boat)

เรือจะพานักท่องเที่ยววนรอบอ่าวอิเนะ ซึ่งรายล้อมไปด้วยบ้านแบบฟุนายะโดยใช้เวลา 30 นาที ให้นักท่องเที่ยวได้ชมภูมิทัศน์ของหมู่บ้านลอยน้ำแห่งนี้ที่ดูสวยงามแปลกตาแตกต่างไปจากเมื่อมองจากบนบก และยังจะได้เพลิดเพลินไปกับการให้อาหารกับฝูงนกนางนวลที่บินแวะเวียนมาที่เรืออีกด้วย

แต่พวกเราเลือกเดินเที่ยวไปตามเส้นทางเรื่อยๆ ผ่านหมู่บ้านแต่ละหลัง แต่ก็เงียบสงบมากยังแอบสงสัยว่า คนหายไปไหนกันหมด หากเป็นขาวประมงน่าจะออกไปจับปลาช่วงกลางคืน กลางวันแบบนี้คงปิดเงียบนอนพักผ่อนกัน เดาว่าเช่นนั้น

บ้าน “ฟุนายะ” (Funaya) โดยชั้นล่างเป็นท่าจอดเรือ ส่วนชั้นบนเป็นที่อยู่อาศัย เป็นลักษณะทางสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมในท้องถิ่น เพื่อให้สามารถออกเรือจากบ้านไปหาปลาได้สะดวกรวดเร็ว จำนวน 230 หลังทอดยาวเป็นแนวเส้นโค้งสวยงามริมอ่าวเป็นระยะทางยาวกว่า 5 กิโลเมตร

ปัจจุบันชาวบ้านส่วนหนึ่งดัดแปลงฟุนายะชั้นบนของอู่เรือเป็นเกสต์เฮาส์เล็กๆ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยว มีทั้งหมด 7 แห่ง ซึ่งได้สร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับผู้มาเยือน เพราะเกสต์เฮาส์แต่ละแห่งจะต้อนรับเราราวกับเพื่อนสนิทที่มาเยี่ยมบ้าน มีอาหารเย็นชุดใหญ่ และห้องนอนอบอุ่นในตอนกลางคืน ห้องนอนส่วนใหญ่จะมีหน้าต่างกว้างเปิดให้เห็นวิวริมทะเล พอล้มตัวลงนอนแล้วหลับตา จึงเหมือนลอยอยู่กลางทะเลท่ามกลางความมืดมิด มีเสียงคลื่นกล่อมให้หลับใหล

เดินไป ก็เริ่มจะหิวแต่ทว่ามองหาร้านอาหารไม่เจอ หรือว่าปิดอยู่ เรียกได้ว่าใครชอบสถานที่ ชิล ชิล เงียบสงบ มาเที่ยวที่นี่ได้เลย วันที่ไปนักท่องเที่ยวก็ไม่ได้มากมาย ทำให้เดินไปเพลินๆ จะแวะถ่ายภาพจุดไหน ก็แทบจะไม่เจอผู้คน

ในวันที่ฟ้าสวยๆ แบบนี้ เหมาะกับการมาเที่ยวทะเล ซึ่งไม่ได้มาท่องเที่ยวชายหาด กลับได้สัมผัสบรรยากาศของหมูบ้านชาวประมงเก่าแก่ย้อนยุคแทน

ในที่สุดก็ต้องเดินย้อนกลับออกมาหม่ำอาหารกลางวันกันที่ร้านอาหารบนชั้น 2 ของ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวของหมู่บ้านอิเนะ (Inemachi Information Center) ซึ่งเป็นเซ็ตอาหารทะเล อิ่มอร่อยกำลังดี ราคาก็ไม่แพง มองวิวทะเลนอกหน้าต่างได้อีกด้วย

หากดูจากแผนที่จะแสดงหมุดจุดขึ้นรถบัสกลับ ซึ่งหลังจากอิ่มอร่อยแล้ว เราก็ต้องเดินทางกลับด้วยรถบัสกลับไปที่ Amanohashidate ตามเดิม และต้องไปรับกระเป๋าเสื้อผ้าที่ฝากไว้ที่โรงแรม เพื่อมาขึ้นรถไฟกลับเข้าเกียวโต

เดินลากกระเป๋าจากโรงแรมข้ามถนนมาขึ้นรถไฟ ซึ่งเรายังคงใช้ Kansai Wide Area Pass กันได้อยู่ ยังพอมีเวลาเหลือให้ซื้อกาแฟยืนจิบก่อนขึ้นรถไฟ ซึ่งมีผู้โดยสารมายืนรอเข้าแถวยาว ซึ่งเราต้องนั่งรถไฟขบวน Limited Express Tango Relay 6 ใช้เวลา 45 นาที เพื่อไปเปลี่ยนรถไฟอีกขบวนที่ Fukuchiyama

ซึ่งเกิดเหตุการณ์ที่รถไฟเดินทางมาถึงล่าช้า ทำให้เราเหลือเวลาในการเปลี่ยนขบวนรถไฟจาก 6 นาที เหลือเพียง 3 นาที ซึ่งพวกเราก็เตี๊ยมกันไว้ว่า พอรถไฟถึงชานชาลา ก็เตรียมใส่เกียร์วิ่งเพราะลากกระเป๋าใบเล็ก เพื่อไปเปลี่ยนขบวนรถไฟชนิดเฉียดฉิว แต่ทว่าผู้โดยสารคนอื่นๆ ก็พากันวิ่งไป ทุลักทุเลเล็กน้อย แต่พอไปถึง รถไฟขบวน Limited Express Kinosaki 20 ก็จอดรออยู่แล้ว แต่ทว่ารถไฟก็ออกช้าเล็กน้อย เพราะเป็นผลมาจากการล่าช้าของขบวนที่เราโดยสารมานั่นเอง รู้งี้ไม่ต้องวิ่งเร็วขนาดนี้ก็ยังทัน แต่ก็มานั่งหอบแฮ๊กๆ กันบนรถไฟ ได้ประสบการณ์ไปอีกแบบ

ยังดีที่ได้ที่นั่งในตู้ Non-Reserved Seat นั่งพักเหนื่อยไปอีก 79 นาที กว่าจะถึงเกียวโต (Kyoto) เพื่อไปหม่ำบุฟเฟต์ชาบูกันในเย็นวันนี้ ต้องหม่ำชดเชยพลังงานที่เสียไปจากการวิ่งเมื่อสักครู่นี้ แต่กรณีที่ไม่ทันขบวนรถนี้จริงๆ ละก้อ ไม่ต้องตกใจ เพราะลองค้นหาจาก Hyperdia แล้วยังมีอีกขบวนที่จะเข้ามาอีกไม่กี่นาที จะเป็นขบวน Limited Express แล่นตรงเข้าสถานี Shin-Osaka ได้เลย ซึ่งเราก็พักอยู่ที่โรงแรมใกล้ๆ สถานี Shin-Osaka อยู่แล้ว แต่คงต้องไปหาบุฟเฟต์ชาบูร้านอื่นที่ Osaka แทน ซึ่งข้อดีอย่างหนึ่งของการใช้พาสของรถไฟ (Pass) ทำให้เราเปลี่ยนขบวนได้โดยไม่ต้องไปเปลี่ยนตั๋วรถไฟหากต้องมีการปรับเปลี่ยนขบวนหรือเส้นทาง

ในที่สุดเจ้ารถไฟขบวน LTD. EXP KINOSAKI 20 สุดหล่อหน้าตาเหมือนหนอน ก็พอพวกเรามาส่งที่สถานี Kyoto ในเวลาประมาณ 1 ทุ่มนิดๆ ก็เดินออกมาถ่ายภาพกับ Kyoto Tower กันซักเล็กน้อย ก่อนไปจัดหนักบุฟเฟต์ชาบู ในห้างใหญ่ที่อยู่หลัง Kyoto Tower อิ่มหนำสำราญ ก็ได้เวลานั่งรถไฟขบวน LTD. EXP THUNDERBIRD 46 ในเวลา 22:03 น. กลับไปถึงสถานี Shin-Osaka ในเวลา 22:26 น. (ใช้เวลา 23 นาที) และไปแวะ Family Mart ข้างๆ โรงแรม ก่อนพักผ่อนเอาแรง เพื่อท่องเที่ยวกันต่อในวันพรุ่งนี้

Camera : Samsung Galaxy S7/S6, Lumix TZ90, GoPro Hero7 Black

www.taweesak.in.th



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน