*/
  • mr_taweesak
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : mr_taweesak@yahoo.com
  • วันที่สร้าง : 2007-11-28
  • จำนวนเรื่อง : 344
  • จำนวนผู้ชม : 1524671
  • จำนวนผู้โหวต : 629
  • ส่ง msg :
  • โหวต 629 คน
<< สิงหาคม 2019 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 12 สิงหาคม 2562
Posted by mr_taweesak , ผู้อ่าน : 257 , 17:00:00 น.  
หมวด : กล้อง/ถ่ายภาพ

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ใกล้จะปิดทริปเต็มทีแล้ว เช้านี้พวกเราวางแผนเที่ยวกันในโอซาก้าและสถานที่สำคัญที่พลาดไม่ได้ก็คือ ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle) 大阪城天守閣 เรียกได้ว่า เป็นสัญลักษณ์ของมหานครโอซาก้า ก็ว่าได้ ซึ่งทริปที่แล้วที่เคยมาโอซาก้า ก็ไม่ได้มาเที่ยวชมปราสาทแห่งนี้ ดังนั้นทริปนี้จะพลาดได้ไง ซึ่งช่วยนี้ใบไม้กำลังเปลี่ยนสีพอดี ยิ่งเพิ่มสีสันในการเที่ยวชมได้ดี ซึ่งปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1583 โดยไดเมียวผู้มีชื่อเสียงโด่งดัง "โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ" (Hideyoshi Toyotomi) โดยมีต้นแบบมาจากปราสาทอะซุจิ ซึ่งเป็นที่พำนักของ "โอะดะ โนบุนากะ" ใช้เวลาก่อสร้างร่วม 2 ปี จึงแล้วเสร็จ

การเดินทางมายังปราสาทโอซาก้าง่ายมาก และโดยมีสถานีรถไฟใต้ดินถึง 5 สถานีโดยรอบ ประกอบด้วย

  • Keihan Main Line・Subway Tanimachi Line:Temmabashi Station
  • Subway Chuo Line・Subway Tanimachi Line:Tanimachi 4 chome Station
  • Subway Nagahori Tsurumi-ryokuchi Line:Osaka Business Park Station
  • Osaka Loop Line・Subway Nagahori Tsurumi-ryokuchi Line:Morinomiya Station
  • Osaka Loop Line:Osakajokoen Station

เลือกลงสถานีที่สะดวก เพราะก็สามารถเดินเท้าเข้ามายังบริเวณปราสาทได้ง่ายๆ ชมบรรยากาศสีสันของใบไม้ไปด้วย อากาศที่เย็นสบายๆ ในวันพักผ่อนได้อย่างเต็มที่

 

เดินไปถ่ายรูปไป เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีได้ดีและเดินทางสะดวกในเมืองโอซาก้า มีต้นโมมิจิ (เมเปิ้ล) หรือ อิโจ (แปะก๊วย) อยู่มากมายกว่าหลายพันต้น

จากนั้นก็เดินข้ามสะพานเพื่อเข้ามาถึงในตัว ปราสาทโอซาก้า (Osaka Castle)大阪城天守閣 มองเห็นเรือที่พานักท่องเที่ยวล่องในคูน้ำรอบกำแพงปราสาท

บริเวณที่ก่อสร้างปราสาทโอซาก้านั้น เดิมเคยเป็นวัดชื่อ Hongan-ji มาก่อนจะถูกทำลายลงด้วยฝีมือของ "โอดะ โนบุนากะ" ตัวปราสาทสูง 55 เมตร มีทั้งหมด 8 ชั้น ล้อมรอบไปด้วยคูน้ำและกำแพงขนาดใหญ่สูงกว่า 30 เมตร เพื่อเป็นการป้องกันการโจมตีของข้าศึก

ปราสาทโอซาก้า ถูกทำลายทั้งจากสงครามและภัยพิบัติ (ฟ้าผ่า) และถูกบูรณะขึ้นมาใหม่หลายครััง โดยในปี ค.ศ. 1665 บริเวณส่วนยอดของปราสาทที่เรียกว่า Tenshukaku ได้ถูกฟ้าผ่าจนเสียหาย จนกระทั่ง ค.ศ. 1931 ชาวเมืองโอซาก้าได้ร่วมใจกันบริจาคเป็นจำนวนเงินกว่า หนึ่งล้านห้าแสนเยน (ซึ่งถือได้ว่าเป็นเงินมหาศาลเมื่อเทียบกับในปัจจุบัน) เพื่อทำการบูรณะส่วนยอดของปราสาทให้กลับคืนเหมือนเดิม หลังจากนั้น ก็มีการปรับปรุงซ่อมแซมตัวปราสาทบ้างเป็นครั้งคราวจนออกมาเป็นปราสาทที่สวยงามดังที่เห็นในปัจจุบัน

พวกเราเดินถ่ายภาพบริเวณสวนรอบๆ ตัวปราสาทกัน และสมาชิกในกลุ่มพามายังมุมถ่ายภาพตัวปราสาทสะท้อนน้ำ พบเห็นมีนักท่องเที่ยวบางคนที่มารอถ่ายภาพกัน รวมทั้งคู่บ่าวสาวชาวญี่ปุ่นมาเก็บภาพประทับใจที่มุมนี้เช่นเดียวกัน

ถือเป็นภาพประทับใจของทริป 10 วัน คันไซ ทริปนี้ เที่ยวกันอย่างสนุกสนาน หลายหลายรูปแบบของการเดินทาง

ได้ใช้กล้องในการเก็บบันทึกภาพในหลากหลายแนว ฝึกการใช้กล้อง GoPro ไปด้วย เพราะเพิ่งถอยมาเพื่อทริปนี้ จึงได้มุมมองของภาพแบบที่ไม่เคยบันทึกภาพมุมกว้างแบบนี้มาก่อน

หลังจากสนุกสนานกับการถ่ายภาพกันแล้ว ก็หามุมพักเท้า จิบเครื่องดื่มชมวิว ก็เลือกขึ้นไปชั้นดาดฟ้าของตัวอาคาร Miraiza Ōsaka-jō ตัวอาคารก่อสร้างขึ้นในปี 1931 ในฐานะกองบัญชาการกองทัพบกกองพลที่ 4 และในภายหลังถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ประจำอำเภอโอซาก้า ซึ่งหลังจากที่พิพิธภัณฑ์ปิดตัวลงไป 16 ปีก็ได้รับการปรับปรุงใหม่จนกลายเป็นสถานที่ที่มีทั้งร้านค้า คาเฟ่ และร้านอาหารต่างๆ

เราเลือกเครื่องดื่มเย็นๆ แกล้มกับ ทาโกยากิ หรือ ขนมครกญี่ปุ่น たこ焼き (Takoyaki) และเป็นมุมที่แสนวิเศษเพราะมองออกไปก็จะเห็นหอคอยของปราสาทโอซาก้าอยู่เบื้องหน้า ทำให้เป็นประสบการณ์หนึ่งที่น่าสนุกและประทับใจในการมาเที่ยวปราสาทแห่งนี้ ได้ชมภาพมุมสูงโดยรอบ แทนการขึ้นไปชมจากตัวปราสาทและอยากแนะนำวิธีนี้

หลังจากที่นั่งชิล และอิ่มอร่อยจาก ทาโกยากิ ที่ลงไม้ลงมือหยอดลงหลุมกันเองแล้ว เราก็ต้องเดินทางกันต่อไปยังสวนที่อยู่ใกล้ โดยหยุดแวะเที่ยวกันที่ ศาลเจ้าโฮโกกุ (Hokoku-Jinja Shrine) เป็นหนึ่งในศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้แก่ไดเมียวเจ้าของปราสาท "โทะโยะโตะมิ ฮิเดะโยะชิ" (Hideyoshi Toyotomi)

เราก็เดินเท้ากันต่อเพื่อไปยังสถานี Morinomiya เพื่อไปเที่ยวกันต่อ แต่ก็ต้องหยุดตะลึงกับภาพที่เจอโดยบังเอิญนั่นคือ "ดอกซากุระ" กำลังบานสวยงาม ซึ่งปกติแล้วไม่น่าจะบานในช่วงเวลานี้ ซึ่งก่อนเดินทางมาทริปนี้ได้ดูข่าวจาก TV และ Facebook ว่า ในหลายๆ จุดในประเทศญี่ปุ่นนั้น ต้นซากุระ ออกดอกแบบบานนอกฤดู ซึ่งเป็นผลมาจากอากาศที่แปรปรวนในปีนี้ โดยทั่วไปซากุระจะออกดอกช่วงปลายมีนาคม - เมษายน

ทำให้รู้สึกโชคดี เหนือความคาดหมายที่ได้เจอ ซึ่งเคยวางแผนในทริปนี้เพื่อจะเดินทางไปที่เมืองโอบาระ (Obara) มีซากุระที่เรียกว่า "ชิคิซากุระ" (Shikizakura) หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Winter Cherry Blossoms ที่จะบานสวยให้ชมกันถึง 2 รอบต่อปี ซึ่ง ชิคิซากุระจะบานในช่วงปลายเดือนตุลาคม - ต้นธันวาคม แต่ทว่าเดินทางไกลจาก โอซาก้า (Osaka) ไปยังนาโกย่า (Nagoya) และนั่งรถไฟจากสถานี Metetsu Nagoya สาย Nagoya line (NH36) → สถานี Chiryu (NH 39) → สถานี Toyotashi สาย Mikawa line (MY07) ซึ่งไกลเกินกว่า 4 ชั่วโมงและไม่เหมาะหากไม่ได้พักที่นาโกย่า จึงตัดออกจากแผน แต่พอได้มาพบเจอแบบนี้ ถือว่าเกินความคาดหมายจริงๆ

เดินทางมาถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ Osaka Aquarium Kaiyukan ซึ่งเป็นหนึ่งใน Aquarium ที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีผู้คนมาเยี่ยมชมหนาแน่นทุกวัน ด้านในมีแท้งค์น้ำขนาดใหญ่ถึง 15 แท้งค์ที่บรรจุสัตว์น้ำ 580 สายพันธุ์ จำนวนกว่า 30,000 ตัว

แต่ทว่าพวกเราเดินทางมาถึงกว่าบ่าย 3 โมงแล้ว คงต้องขอยกไว้ทริปหน้าที่จะเข้าไปท่องเที่ยวภายในแล้วกัน ก็เลยเดินเที่ยวในบริเวณแถวนี้ มีทั้งเรือสำราญขนาดใหญ่ เรือสำเภา รวมไปถึง ชิงช้าสวรรค์ (Tempozan Ferris Wheel หรือเรียกอีกชื่อว่า Daikanransha โดยมีความสูงถึง 112.5 เมตร

ไหนๆ มาถึงพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแต่ไม่ได้สัมผัสสัตว์ทะเล เราจึงเลือกไปสัมผัสสัตว์น้ำหลากหลายด้วยการหม่ำอาหารทะเลแทนก็แล้วกัน โดยเฉพาะบุฟเฟต์ขาปู จากร้าน Chiso Zanmai อยู่ที่ชั้น 14 ของห้าง Daimaru Umeda

จัดไปหลายจานมากๆ เสียดายที่ไม่มีน้ำจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ แต่ก็ยังมีอาหารอื่นหลากหลายในสไตล์บุฟเฟ่ต์ ขนมหลากหลาย เล่นเอาอิ่มหนำสำราญกันอย่างเต็มที่

ก็ต้องเดินช้อปปิ้งเพื่อช่วยย่อย และสิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ลูกพลับสด ลูกโตๆ ที่ต้องซื้อกลับมาเป็นของฝากกัน รสชาติหวานกรอบอร่อย ถูกใจผู้รับสุขใจผู้ให้อย่างแน่นอน จากนั้นก็เดินทางมายังย่าน Dotomburi ซึ่งเป็นถนนสายเล็กๆ เลียบคลองโดทมบุริ โดยเรานัดเวลากันที่จุดนัดพบหน้าป้ายไฟกูลิโกะ (Gligo) บริเวณสะพานเอบิซุ ก่อนแยกย้ายไปช้อปปิ้งกัน และร้านขายของฝากชื่อดังที่ห้ามพลาด คือ ร้านดองกี้ (Don Quijote) โดยหน้าร้านจะมีป้ายเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งกำลังอุ้มเจ้าเพนกวิน ชื่อ ดอนเพน (Donpen) ซึ่งเป็นมาสคอตของร้าน ล้อมรอบด้วยชิงช้าสวรรค์ที่หมุนขึ้นลงได้

หลังจากถึงเวลานัดแล้ว ก็เดินทางด้วยรถไฟใต้ดินกลับไปยังสถานี Shin-Osaka และเดินถึงโรงแรม ก็ต้องเตรียมจัดกระเป๋า เพราะเราต้องเช็คเอ๊าท์ในพรุ่งนี้เช้าและนอนพักหลังจากเที่ยวอย่างเต็มที่มาทั้งวัน ในวันรุ่งขึ้นหลังจากรับประทานอาหารเช้าเสร็จ ก็เดินทางไปสนามบินคันไซ (KIX) ด้วยรถไฟ Haruka ที่เราได้ซื้อตั๋วแบบไป-กลับ (Round Trip) ไว้ล่วงหน้าแล้วซึ่งไม่เกิน 14 วัน นับจากวันที่ใช้เดินทางเที่ยวขามา และเป็นเหตุผลที่เลือกพักใกล้ๆ สถานี Shin-Osaka เพราะสะดวกในการเดินทางมากๆ ไม่ต้องลากกระเป๋าหรือต่อรถไฟใต้ดินให้ยุ่งยาก

ออกเดินทางจากสนามบินคันไซ (KIX) ในเวลา 10:30 น เพื่อมาเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินโหน่ยบ่าย (Noi Bai) แห่งเมืองฮานอย (Hanoi) ก่อนเดินทางกลับถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ ถือเป็นการปิดทริป 10 วัน คันไซ ใบไม้แดง ได้อย่างสมบูรณ์ ด้วยความสนุก ประทับใจหลายๆ อย่าง ต้องขอขอบคุณเพื่อนร่วมทริป และผู้ที่เขามาอ่านบล๊อกบันทึกการเดินทางซึ่งถือว่ามาท่องเที่ยวไปด้วยกัน ไว้มาติดตามกับต่อในทริปอื่นๆ ต่อไปนะ .. จบบริบูรณ์

Camera : Samsung Galaxy S7/S6, Lumix TZ90, GoPro Hero7 Black

www.taweesak.in.th



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน