• มัชฌิมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : much_shima@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-02
  • จำนวนเรื่อง : 300
  • จำนวนผู้ชม : 258575
  • ส่ง msg :
  • โหวต 243 คน
มัชฌิมา
. . เรื่องเล็ก เก็บมาเขียน . .
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
วันพฤหัสบดี ที่ 18 ตุลาคม 2550
Posted by มัชฌิมา , ผู้อ่าน : 1159 , 10:13:57 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

อันเนื่องมาจากเทศกาลดองบล็อกของข้าพเจ้ากำลังจะเริ่มต้นขึ้น
 และเทศกาลนี้ไม่มีกำหนดแน่นอนว่าจะสิ้นสุดเมื่อใด
 ข้าพเจ้าเห็นว่า...
จะดองบล็อกกันทั้งทีน่าจะมีบทความที่มีสาระดีมีประโยชน์สำหรับท่านที่ผ่านมาอ่าน
จึงได้คัดลอกบทความของท่านพุทธทาสภิกขุ จากเว็บ พุทธทาสด็อทคอม มาไว้ ณ ที่นี้
 

.....

 

บุญ กับ กุศล

เมื่อใดมีการพิจารณากันให้ละเอียดถี่ถ้วน เมื่อนั้นจะพบความแตกต่างระหว่าง
สิ่งที่เรียกกันว่า "บุญ" กับ สิ่งที่เรียกว่า "กุศล" บ้างไม่มากก็น้อย
แล้วแต่ความสามารถ ในการพินิจพิจารณา แต่ว่า โดยเนื้อแท้แล้ว
บุญ กับ กุศล ควรจะเป็น คนละอย่าง หรือ เรียกได้ว่า ตรงกันข้าม
ตามความหมาย ของรูปศัพท์ แห่งคำสองคำ นี้ทีเดียว

คำว่า บุญ มีความหมายว่า ทำให้ฟู หรือ พองขึ้น บวมขึ้น นูนขึ้น,
ส่วนคำว่า กุศล นั้น แปลว่า แผ้วถาง ให้ราบเตียนไป โดยความหมาย
เช่นนี้ เราย่อมเห็นได้ว่า เป็นของคนละอย่างหรือเดินคนละทาง

บุญ เป็นสิ่งที่ทำให้ฟูใจพอใจชอบใจ เช่น ทำบุญให้ทานหรือรักษาศีลก็ตาม
แล้วก็ฟูใจ อิ่มเอิบ หรือ แม้ที่สุดแต่รู้สึกว่า ตัวได้ทำสิ่งที่ทำยาก ในกรณีที่
ทำบุญเอาหน้า เอาเกียรติ อย่างนี้ ก็ได้ชื่อว่า ได้บุญ เหมือนกัน แม้จะ
เป็น บุญชนิดที่ไม่สู้จะแพ้ หรือแม้ในกรณีที่ทำบุญด้วยความบริสุทธิ์ใจ
เพื่อเอาบุญกันจริงๆ ก็ยังอดฟูใจไม่ได้ว่า ตนจะได้เกิดในสุคติโลกสวรรค์
มีความปรารถนาอย่างนั้น อย่างนี้ ในภพนั้น ภพนี้ อันเป็น ภวตัณหา นำไปสู่
การเกิดในภพใหม่ เพื่อเป็น อย่างนั้น อย่างนี้ ตามแต่ ตนจะปรารถนา ไม่ออก
ไปจาก การเวียนว่ายตายเกิด ในวัฎสงสาร ได้ แม้จะไปเกิดในโลกที่เป็นสุคติ
อย่างไรก็ตาม ฉะนั้น ความหมายของคำว่า บุญ จึงหมายถึง สิ่งที่ทำให้ฟูใจ
และ เวียนไปเพื่อความเกิดอีก ไม่มีวันที่สิ้นสุดลงได้

ส่วนกุศลนั้น เป็นสิ่งที่ ทำหน้าที่ แผ้วถาง สิ่งกีดขวาง ผูกรัด หรือ รกรุงรัง
ไม่ข้องแวะ กับความฟูใจ หรือ พอใจ เช่นนั้น แต่มีความมุ่งหมายจะกำจัดเสียซึ่ง
สิ่งต่างๆ อันเป็นเหตุ ให้พัวพัน อยู่ใน กิเลสตัณหา อันเป็น เครื่องนำให้ เกิดแล้ว
เกิดอีก และมีจุดมุ่งหมาย กวาดล้างสิ่งเหล่านั้นออกไปจากตัว ในเมื่อบุญต้องการ
โอบรัด เข้ามาหาตัว ให้มีเป็น ของของตัว มากขึ้น ในเมื่อฝ่ายที่ถือข้างบุญยึดถือ
อะไรเอาไว้มากๆ และพอใจ ดีใจนั้น  ฝ่ายที่ถือข้างกุศล ก็เห็นว่า การทำอย่างนั้น
เป็นความโง่เขลา ขนาดเข้าไป กอดรัดงูเห่า ทีเดียว ฝ่ายข้างกุศล หรือ ที่เรียกว่า
ฉลาด นั้น ต้องการจะ ปล่อยวาง หรือ ผ่านพ้นไป ทั้งช่วยผู้อื่น ให้ปล่อยวาง หรือ
ผ่านพ้นไปด้วยกัน ฝ่ายข้างกุศล จึงถือว่า ฝ่ายข้างบุญนั้น ยังเป็นความมืดบอดอยู่

แต่ว่า บุญ กับ กุศล สองอย่างนี้ ทั้งที่มี เจตนารมณ์ แตกต่างกัน ก็ยังมี การกระทำ
ทางภายนอกอย่างเดียวกัน ซึ่งทำให้เราหลงใหลในคำสองนี้อย่างฟั่นเฝือ เพื่อจะให้
เข้าใจกันง่ายๆ เราต้องพิจารณา ดูที่ตัวอย่างต่างๆ ที่เรา กระทำกัน อยู่จริงๆ คือ
ในการให้ทาน ถ้าให้เพราะจะเอาหน้าเอาเกียรติ หรือ เอาของตอบแทน เป็นกำไร
หรือ เพื่อผูกมิตร หาพวกพ้อง หรือ แม้ที่สุดแต่ เพื่อให้บังเกิดในสวรรค์ อย่างนี้
เรียกว่า ให้ทานเอาบุญหรือได้บุญ แต่ถ้าให้ทาน อย่างเดียวกันนั่นเอง แต่ต้องการ
เพื่อขูดความขี้เหนียว ของตัว ขูดความเห็นแก่ตัว หรือให้เพื่อค้ำจุนศาสนา เอาไว้
เพราะเห็นว่า ศาสนาเป็น เครื่องขูดทุกข์ ของโลก หรือ ให้เพราะ เมตตาล้วนๆ
โดยบริสุทธิ์ใจ หรืออำนาจเหตุผล อย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่ง ปัญญาเป็นผู้ชี้ขาดว่า
ให้ไปเสีย มีประโยชน์มากกว่าเอาไว้อย่างนี้ เรียกว่า ให้ทานเอากุศล หรือได้กุศล
ซึ่งมันแตกต่างๆ ไปคนละทิศ ละทางกับการให้ทานเอาบุญ เราจะเห็นได้กันสืบไป
อีกว่า การให้ทานเอาบุญนั่นเอง ที่ทำให้เกิดการฟุ่มเฟือยขึ้นในสังคม ฝ่ายผู้รับทาน
จนกลายเป็นผลร้ายขึ้น ในวงพระศาสนาเอง หรือในวงสังคมรูปอื่นๆ เช่น มีคน
ขอทานในประเทศมากเกินไป เป็นต้น การให้ทาน ถูกนักคิดพากันวิพากษ์วิจารณ์
ในแง่เสื่อมเสีย ก็ได้แก่ การให้ทานเอาบุญนี้เอง ส่วนการให้ทานเอากุศลนั้นอยู่สูง
พ้นการที่ถูกเหยียดอย่างนี้ เพราะว่ามีปัญญาหรือเหตุผลเข้าควบคุม แม้ว่าอยากจะ
ให้ทาน เพื่อขูดเกลา ความขี้เหนียว ในจิตใจ ของเขา ก็ยังมีปัญญา รู้จักเหตุผลว่า
ควรให้ ไปในรูปไหน มิใช่เป็นการให้ไปในรูปละโมบบุญหรือเมาบุญ เพราะว่ากุศล
ไม่ได้เป็นสิ่งที่หวานเหมือนกับบุญ จึงไม่มีใครเมา และไม่ทำให้เกิดการเหลือเฟือ
ผิดความสมดุลขึ้นในวงสังคมได้เลย นี่เราพอจะเห็นได้ว่า ให้ทานเอาบุญ กับ
ให้ทานเอากุศลนั่น ผิดกันเป็นคนละอันอย่างไร

ในการรักษาศีล ก็เป็นทำนองเดียวกันอีก รักษาศีลเอาบุญ คือรักษาไปทั้งที่ไม่รู้จัก
ความมุ่งหมายของศีล เป็นแต่ยึดถือในรูปร่างของการรักษาศีล แล้วรักษาเพื่ออวด
เพื่อนฝูง หรือ เพื่อแลกเอาสวรรค์ ตามที่ นักพรรณนาอานิสงส์ เขาพรรณนากันไว้
หรือ ทำอย่างละเมอไปตามความนิยมของคนที่มีอายุล่วงมาถึงวัยนั้นวัยนี้ เป็นต้น
ยิ่งเคร่งเท่าใด ยิ่งส่อความเห็นแก่ตัว และความยกตัว มากขึ้น เท่านั้น ยิ่งมีความ
ยุ่งยากในครอบครัว หรือวงสังคม เกิดขึ้นใหม่ๆ แปลกๆ เพราะ ความเคร่งครัด
ในศีลของบุคคลประเภทนี้อย่างนี้ เรียกว่ารักษาศีลเอาบุญ ส่วนบุคคลอีกประเภท
หนึ่ง รักษาศีลเพียงเพื่อให้เกิดการบังคับตัวเอง สำหรับจะเป็นทางให้เกิดความ
บริสุทธิ์ และความสงบสุขแก่ตัวเองและเพื่อนมนุษย์เพื่อใจสงบ สำหรับเกิดปัญญา
ชั้นสูง นี้เรียกว่า รักษาศีลเอากุศล รักษามีจำนวน เท่ากัน ลักษณะเดียวกัน ในวัด
เดียวกัน แต่กลับเดินไป คนละทิศละทาง อย่างนี้เป็นเครื่องชี้ ให้เห็นภาวะ แห่ง
ความแตกต่าง ระหว่างคำว่า บุญ กับคำว่า กุศล คำว่า กุศลนั้น ทำอย่างไรเสีย ก็
ไม่มีทางตกหล่ม จมปลักได้เลย ไม่เหมือนกับคำว่า บุญ และกินเข้าไป มากเท่าไร
ก็ไม่มีเมา ไม่เกิดโทษ ไม่เป็นพิษ ในขณะที่ คำว่า บุญ แปลว่า เครื่องฟูใจนั้น คำว่า
กุศล แปลว่า ความฉลาดหรือ เครื่องทำให้ฉลาด และ ปลอดภัย ร้อยเปอร์เซ็นต์

ในการเจริญสมาธิ ก็เป็นอย่างเดียวกันอีก คือ สมาธิเอาบุญ ก็ได้ เอากุศลก็ได้
สมาธิเพื่อดูนั่นดูนี่ ติดต่อกับ คนโน้นคนนี้ ที่โลกอื่น ตามที่ ตนกระหาย จะทำให้
 เก่งกว่าคนอื่น หรือ สมาธิ เพื่อการไปเกิด ในภพนั้น ภพนี้ อย่างนี้เรียกว่า
สมาธิเอาบุญ หรือ ได้บุญ เพราะทำใจให้ฟู ให้พอง ตามความหมายของมัน
นั่นเอง ซึ่งเป็นของที่ปรากฏว่า ทำอันตราย แก่เจ้าของ ถึงกับต้อง รับการรักษา
เป็นพิเศษ หรือ รักษาไม่หาย จนตลอดชีวิต ก็มีอยู่ไม่น้อย เพราะว่า สมาธิเช่นนี้
มีตัณหาและทิฎฐิเป็นสมุฎฐาน แม้จะได้ผลอย่างดีที่สุดก็เพียงได้เกิดในวัฏสงสาร
ตามที่ตนปรารถนาเท่านั้น ไม่เป็นไป เพื่อนิพพาน ส่วนสมาธิ ที่มีความมุ่งหมาย
เพื่อการบังคับใจตัวเอง ให้อยู่ในอำนาจ เพื่อกวาดล้าง กิเลส อันกลุ้มรุมจิตให้
ราบเตียน ข่มขี่มิจฉาทิฎฐิ อันจรมา ในปริมณฑลของจิต ทำจิตให้ผ่องใส เป็น
ทางเกิดของวิปัสสนาปัญญา อันดิ่งไปยังนิพพาน เช่นนี้เรียกว่า สมาธิได้กุศล
ไม่ทำอันตรายใคร ไม่ต้องหาหมอรักษา ไม่หลงวนเวียน ในวัฎสงสาร จึง
ตรงกันข้าม จากสมาธิเอาบุญ

ครั้นมาถึงปัญญา นี้ไม่มีแยกเป็นสองฝ่าย คือไม่มีปัญญาเอาบุญ เพราะตัว
ปัญญานั้น เป็นตัวกุศล เสียเองแล้ว เป็นกุศลฝ่ายเดียว นำออกจากทุกข์
อย่างเดียว แม้ยังจะต้อง เกิดในโลกอีก เพราะยังไม่แก่ถึงขนาด ก็มีความ
รู้สึกตัว เดินออกนอกวัฎสงสาร มีทิศทางดิ่งไปยังนิพพานเสมอ ไม่วนเวียน
จนติดหล่ม จมเลน โดยความไม่รู้สึกตัว ถ้ายังไม่ถึงขนาดนี้ ก็ยังไม่เรียกว่า
ปัญญาในกองธรรม หรือ ธรรมขันธ์ ของพุทธศาสนา ดังเช่น ปัญญาในทาง
อาชีพหาเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เป็นต้น 

ตามตัวอย่าง ที่เป็นอยู่ในเรื่องจริง ที่เกี่ยวกับ การกระทำ ของพวกเราเอง
ดังที่กล่าวมาแล้วนี้ ทำให้เราเห็นได้ว่า การที่เราเผลอ หรือ ถึงกับหลงเอา
บุญ กับ กุศล มาปนเป เป็นอันเดียวกันนั้น ได้ทำให้เกิด ความสับสนอลเวง
เพียงไร และทำให้คว้าไม่ถูกตัวสิ่งที่เราต้องการ จนเกิดความยุ่งยากสับสน
อลหม่าน ในวงพวกพุทธบริษัทเองเพียงไร ถ้าเรายังขืนทำสุ่มสี่สุ่มห้า เอา
ของสองอย่างนี้ เป็นของอันเดียวกัน อย่างที่ เรียกกัน พล่อยๆ ติดปากชาวบ้านว่า
"บุญกุศลๆ" เช่นนี้อยู่สืบไปแล้ว เราก็จะไม่สามารถ แก้ปัญหา ต่างๆ อันเกี่ยวกับ
การทำบุญกุศล นี้  ให้ลุล่วงไป ด้วยความดี จนตลอดกัลปาวสาน ก็ได้

ถ้ากล่าวให้ชัดๆ สั้นๆ บุญเป็นเครื่องหุ้มห่อ กีดกั้นบาป ไม่ให้งอกงาม หรือ
ปรากฏ หมดอำนาจบุญเมื่อใด บาปก็จะโผล่ออกมา และงอกงามสืบไปอีก

ส่วนกุศลนั้น เป็นเครื่องตัด รากเหง้าของบาป อยู่เรื่อยไป จนมันเหี่ยวแห้ง
สูญสิ้นไม่มีเหลือ ความต่างกัน อย่างยิ่ง ย่อมมีอยู่ ดังกล่าวนี้

คนปรารถนาบุญ จงได้บุญ คนปรารถนากุศล ก็จงได้กุศล
และปลอดภัย ตามความปรารถนา แล้วแต่ใคร จะมองเห็น
และจะสมัครใจ จะปรารถนาอย่างไร ได้เช่นนี้ เมื่อใดจึงจะชื่อว่า
พวกเรารู้จัก บุญกุศล กันจริงๆ รู้ทิศทางแห่งการก้าวหน้า และ
ทิศทางที่วกเวียน ว่าเป็นของที่ไม่อาจจะเอามาเป็นอันเดียวกัน
ได้เลย แม้จะเรียกว่า "ทางๆ" เหมือนกัน ทั้งสองฝ่าย

วัดธารน้ำไหล

๒๕ มิ.ย. ๒๔๙๓

 

 

คัดจาก หนังสือ ชุมนุมข้อคิดอิสระ พุทธทาสภิกขุ  
พิมพ์ ครั้งที่ ๕ พ.ศ. ๒๕๓๘ โดย สำนักพิมพ์สุขภาพใจ 

..





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
เก็ดถวา วันที่ : 11/11/2007 เวลา : 22.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gedtawa
ความใฝ่ฝันแสนงามแต่ครั้งเคยเนา ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน 

พี่มัชดองจริงๆ ด้วย


ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 20.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

อาโหล...............

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
delicoco วันที่ : 07/11/2007 เวลา : 18.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delicoco

คุณมัชดองบล็อกจริงๆด้วยอะค่ะ
อิอิ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
นานาจิตตัง วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 18.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yorwor
บ้านหลังใหม่ฮะ --- >>>> http://www.oknation.net/blog/mouthshell

เชิญมาอ่าน สัตว์มงคลของจีน

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
มะอึก วันที่ : 02/11/2007 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom


.....สงบแล้ว.....

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
sat11 วันที่ : 30/10/2007 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saturday11


อ้าว...ดองเหยอ...

ธรรมะเต็มตาแต่ทำได้ไม่เต็มที่เพราะกิเลสเยอะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
นานาจิตตัง วันที่ : 29/10/2007 เวลา : 19.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yorwor
บ้านหลังใหม่ฮะ --- >>>> http://www.oknation.net/blog/mouthshell

มาทำความรู้จักกับพี่ มัชฌิมาครับ
และเชิญมาอ่าน กลอนครับ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
ญิบพันจันทร์ วันที่ : 26/10/2007 เวลา : 17.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yipphanchan
ญิบ_พันจันทร์

กุศลผลบุญครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
สงราษฎร์ วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Leo

จะรอวันคุณกลับมาอัพบล็อก..ครับท่าน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ศาลาไทย วันที่ : 24/10/2007 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/salathai
Happiness Always : มีความสุขสม่ำเสมอ

อืม... อ่านแล้วอึ้งไป
อย่าง หนู ศ. สงสัยทำบาปไว้แยะแน่ ๆ เลยค่ะพี่มัช

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
โฟล์คเหน่อ วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 23.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/folkner
..เขียนเพลง เขียนกวี ชีวิตนักดนตรีบ้านนอก..

::::ดองได้ที่ เดี๋ยวจะมาจ้วงไปกิน แหมพูดยังกับบล๊อคเป็นมะม่วง มะดันเลยเนาะ:::

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
pookcl วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pookcl
Why am I feeling so strange

สาธุ...
เชิญดองตามสะดวก....ว่างก็กลับมานะจ๊ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
เก็ดถวา วันที่ : 23/10/2007 เวลา : 19.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gedtawa
ความใฝ่ฝันแสนงามแต่ครั้งเคยเนา ชื่นหวานในใจเราอยู่มิเว้นวัน 

พี่มัชจะไปไหนเหรอคะ


ความคิดเห็นที่ 14 (0)
BlackandWhite วันที่ : 22/10/2007 เวลา : 06.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/blackandwhite


สดับ รับ ฟัง ธรรมะดียามเช้าขอบพระคุณ มากนะครับ

อรุณสวัสดิ์เช้าวันจันทร์ ครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
yai2333 วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yai2333
..Everything can do... If you done..

ทำบุญ...กุศลจะตามมา...




แล้วจะมาดูว่าดองได้ที่รึยัง...

...

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
moonlight วันที่ : 20/10/2007 เวลา : 06.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangjan
 <º))))>< ใต้ฝันสีทองของ แสงจันทร์  ><((((º>  เรียงคำ...ลำนำเพลง 

อิ่มบุญพูนสุข ด้วยรู้ ละ ลด ซึ่งกิเลส และหมั่นเจริญสติ และสร้างกุศล นี่แล้วก็เป็นสุข
**************************

ขอฝากบทกลอนและเพลงนี้
ให้แก่ใครคนหนึ่ง ที่บอกกับแสงจันทร์ว่า
เหนื่อยนักกับการทำความดี
เหนื่อยกับสิ่งที่ได้พบได้เห็น
อยากบอกให้ใครคนนั้นรู้ว่า ความดีไม่มีวันสิ้นสูญ
หรือเหนื่อยเปล่า ทองแท้นั้นย่อมไม่กลัวไฟ
ขอมอบกำลังใจนี้แด่ใครคนนั้น
ที่แสงจันทร์รักเสมอมิตรแห่งใจ
ว่า อย่าท้อหรือหมดกำลังใจ
ก้าวต่อไปนะ เพื่อนรัก

สวัสดีค่ะ
แวะมาทักทายและตามแอดกันไว้เป็นเพื่อนบ้านนะคะ
หากมีเวลา แวะไปฝากกำลังใจให้ใครคนหนึ่งที่อยู่ข้างบนนี้
ได้มีกำลังใจ ที่จะสู้ต่อไปนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

http://www.oknation.net/blog/sangjan/2007/10/19/entry-1

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
อากาศ วันที่ : 19/10/2007 เวลา : 23.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/RAINSTORM
ขอให้มีความสุข...ทุกวัน...คร้าบบบบ 

อิ่มบุญ ..กุศล

สงบร่มเย็นดีครับ

สวัสดีครับบ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
patijjachon วันที่ : 19/10/2007 เวลา : 22.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

เลิกดองเมื่อไร ... แวะไปบอกด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ฟ้าฤดูร้อน วันที่ : 19/10/2007 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/awake
เตือนตน : จงระวังอย่านำทรรศนะคติหรือความคิดเห็นมาปนกับคำสอน จากคำสอนของท่าน ว.วชิระเมธี

สวัสดีค่ะคุณมัช
แวะมาเยี่ยมทั้งทีจะดองบลอคหรือคะ

ขอบคุณสำหรับคำสอนท่านพุทธทาสนะคะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
delicoco วันที่ : 19/10/2007 เวลา : 12.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/delicoco

ขอบคุณที่นำคำสอนของท่านพุทธทาสมาให้อ่านกันค่ะคุณมัช
...พระผู้ใหญ่วัตรปฏิบัติงามสิ้นไปทีละรูป นึกแล้วใจหายค่ะ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
fonsasami วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fonsasami
http://www.namfardress.com 

อย่าดองนานนะคะ คิดถึงพีมัชคนสวยอ่ะ
มารับบุญกับกุศลค่ะ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
thebeegees วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebeegees

ชอบอยู่แล้วครับของดอง 555

ใจสงบร่มเย็นครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
เจ้าชายเย็นชา วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 13.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aiem

มาซึมซับ บุญกุศลครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
raksanok วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 12.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

ขอบคุณบุญกับกุศลวันนี้ด้วย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ชุติภัทร์ วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/way1
อย่าเพิ่งตัดสินฉัน จากสิ่งที่คุณอ่าน จนกว่าคุณจะได้รู้จักตัวจริงของฉัน

สาธุ...

บุญรักษานะคะพี่มัช

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายสิบหมื่น วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 10.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/namsean
หากแม้นไม่ตายเสียก่อน...ฉันจะคืนสู่รากเหง้าลูกชาวนา

สาธุครับ
แวะมาอ่านสิ่งดีๆ บุญและกุศล ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Supawan วันที่ : 18/10/2007 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ขอบคุณค่ะ ... สำหรับบทความที่น่าสนใจและมีคติสอนใจ

มีความสุขเช้านี้นะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2007 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]