• มัชฌิมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : much_shima@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-02
  • จำนวนเรื่อง : 300
  • จำนวนผู้ชม : 258424
  • ส่ง msg :
  • โหวต 243 คน
มัชฌิมา
. . เรื่องเล็ก เก็บมาเขียน . .
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม 2552
Posted by มัชฌิมา , ผู้อ่าน : 2032 , 11:05:52 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

  • ..

    หากถามว่า..ฉันเชื่อเรื่องดวงรึเปล่า
    ตอบว่า เชื่อเรื่องดวง เพราะเชื่อในเรื่องกรรม
    เชื่อเรื่องผลของกรรม เชื่อเรื่องของชาติภพ เชื่อเรื่องชาตินี้ชาติหน้า
    เชื่อเรื่องกรรมเก่า กรรมใหม่ กรรมปัจจุบัน
    เชื่อว่าดวงของคน เป็นไปตามผลของบุญของกรรรม

    แต่ถ้าถามว่า เชื่อเรื่องการดูดวงหรือเปล่า
    คงตอบเป็นเชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง
    เชื่อว่า วิชาดูดวง วิชาโหราศาสตร์ เป็นเรื่องของสถิติและหลักจิตวิทยาต่างๆ
    ซึ่งคำว่าสถิติอาจหมายถึง โดยรวมๆ เป็นไปตามสถิตินั้น และย่อมมีที่แตกต่างบ้าง

    แล้วหมอดูล่ะ เชื่อไหม...
    ก็คงตอบว่า มันแล้วแต่ว่า คนทำนายเป็นใคร
    ลักษณะการทำนายเป็นอย่างไร ใช้หลักวิชาแบบไหน
    ซึ่งคำว่าหลักวิชาที่ว่า ฉันหมายถึงหมอดูแบบที่ฉันได้ยินได้เห็นอยู่ทั่วๆไป
    ดูแบบโหรผูกดวงไทย ดูไพ่ยิปซี ดูแบบนั่งทางในมีองค์มีเทพ เป็นร่างทรง
    ดูกราฟ วันเดือนปีเกิด หมอดูไพ่ป๊อก ดูโหงวเฮ้ง ดูลายมือ ดูแบบดวงจีน
    หรือดูแบบแปลกๆ อย่างหมอดูลายเท้า หมอดูใบไม้ หมอดูออร่า ดูด้วยตาที่สาม

    ขนาดเชื่อบ้างไม่เชื่อบ้าง ฉันก็ไปนั่งให้เขาทำนายทายทักมาไม่น้อยเลยนะ
    ญาติผู้ใหญ่พาไปบ้าง ไปกับเพื่อนฝูงคนรู้จักบ้าง หรือบางทีอยู่ๆ ก็มีคนแปลกหน้าเดินมาทัก ทายนั่นนี่
    ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง อึ้งๆ บ้าง เพราะเรื่องบางเรื่องมันเป็นเรื่องที่ยากจะเดาได้ตรงแบบนี้
    บางครั้งก็ยิ้มๆ บางครั้งก็ฮาแตกน้ำหูน้ำตาไหล ก็นะ..มันไม่ตรงเลยซักนิด
    ทั้งเรื่องอดีต นิสัยใจคอและแนวโน้มที่น่าจะเป็นในอนาคต ..เอ่อ..คุณหมอพูดถึงคนอื่นรึเป่า!

    แต่ไม่ว่าจะทำนายออกมาดีร้ายยังไง ฉันไม่ค่อยจะเก็บมาใส่ใจนักหรอกนะ
    .
    .

    ความที่มีเพื่อนฝูงที่ชอบดูหมอดูอยู่ไม่น้อย ถูกชักชวนไปดูไปฟังเป็นเพื่อนบ่อยๆ
    ทั้งได้รับการบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับหมอดูมามากมาย
    เห็นหมอดูหลากหลายประเภท หมอดูที่ดีๆ แนะนำทางดีๆ มีอยู่เยอะ
    หมอดูที่แอบอ้างวิชาโหราศาสตร์มาบังหน้าทำมาหากินหลอกลวงไปวันๆ ก็มีอยู่ไม่น้อย
    และไอ้หมอดูประเภทที่ว่านี้ก็มักจะทำมาหากินกับความทุกข์ของชาวบ้านเสียด้วย
    ฉันเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ที่ไปดูหมอดู ก็เพราะมีความทุกข์ใจ ต้องการที่ปรึกษา ต้องการที่พึ่งทางใจ
    อาจมีบ้างที่ไปดูเล่นๆ ดูเพื่อเป็นแค่แนวๆ ว่าน่าจะดำเนินชีวิตอย่างไรต่อไป
    อย่างที่ว่า หมอดูที่ดูแม่นและแนะแนวทางที่ดีที่ควร ก็มีอยู่เยอะ
    ถ้าไปเจอหมอดูแบบนี้ในเวลาที่มีปัญหาชีวิต ก็ถือว่าเป็นเรื่องดีไป
    แต่ถ้าไปเจอหมอดูประเภทหวังดีประสงค์รวย หลอกเรียกเงินทองทำพิธีนั่นนี่..
    ก็ถือว่าซวยซ้ำซาก ซึ่งเห็นกรณีแบบนี้บ่อยๆ
    อย่างเพื่อนของฉันบางคน (หลายคน) ปกติแล้วเป็นคนทำงานทำการเก่ง
    เป็นคนที่มีสถานภาพทางสังคมที่จัดว่า ดีมาก มีความรู้ มีการศึกษา
    แต่เมื่ออยู่ในภาวะอ่อนแอ มีปัญหาชีวิตรุมเร้า .. ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน
    เมื่อได้ยินข่าว ได้คำแนะนำมาจากใครต่อใครว่า หมอดูคนนั้นคนนี้ดูแม่นนะ
    พอไปเจอ ไปดู เขาพูดมีหลักมีการ ดูว่าจะเข้าอกเข้าใจ พูดตรงใจ
    เกิดความเชื่อถือศรัทธา เขาให้ทำอะไรเขาพูดอะไร ก็ลืมพิจารณา
    หลงทำตามคำเขาถึงขั้นหมดเงินหมดทองกันไป ...... ทุกข์หนักกว่าเดิมอีก
    .
    .

    ถึงฉันจะไม่ค่อยเก็บคำพูดคำทำนายของหมอดูมาใส่ใจก็จริง แต่ฉันก็สนใจศาสตร์เหล่านี้ไม่น้อยเลย
    เวลาพูดคุยกับหมอดูฉันจึงชอบซักถามเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยไปตามเรื่อง
    เปิดหนังสืออะไรที่ไหนเจอเรื่องของหลักการดูดวงแขนงต่างๆ ฉันก็จะอ่านไว้ประดับความรู้
    โดยเฉพาะเรื่องที่มองเห็นและสังเกตกันได้ไม่ยากอย่างโหงวเฮ้ง
    แทบไม่ต้องรู้ข้อมูลอะไรมาก ไม่ต้องรู้วันเดือนปีเกิด ไม่ต้องรู้จักชื่อด้วยซ้ำไป
    ก็สามารถคาดเดานิสัยใจคอของคนคนนั้นได้ประมาณหนึ่งแล้ว

    ฉันรู้สึกสนุกกับการสังเกตและศึกษาคน ตามแนววิชาโหงวเฮ้งที่อ่านจากหนังสือ
    จากตำหรับตำราที่เห็นได้ทั่วไปตามร้านขายหนังสือและตามเว็บไซท์ต่างๆ
    ประกอบกับหลักจิตวิทยาแบบง่ายๆ แบบที่ฉันคิดอุปโลกเอาเองน่ะ...
    ฉันก็เดาๆ อะไรได้ใกล้เคียงนะ แต่เป็นเรื่องง่ายๆ เช่น อีตาคนนี้ต้องขี้หลีแน่ๆ
    เฮียคนนั้นราศีดี๊ดี รวยแหง น้องคนนั้นไม่ค่อยแข็งแรงหรอกเป็นภูมิแพ้
    พี่คนนั้นตอนเด็กๆ คงลำบากน่าดูแต่ตอนแก่จะรวยโคด ... อะไรแบบนี้เป็นต้น

    แล้วอยู่มาวันหนึ่ง ....เพื่อนสาวของฉันคนหนึ่งบอกกับฉันว่า
    " นี่เธอ อาจารย์ของชั้น (หมายถึงซินแสประจำตระกูล )
    อยากให้เธอเรียนเป็นหมอดูนะ ไปเรียนนะ นะ นะ "
    ค่าเรียนไม่แพง เพื่อนออกเงินให้ด้วย เพียงแต่กรุณาไปเรียนนะ นะ นะ
    เหตุผลเพราะอาจารย์ดูดวงของฉันแล้วดวงเป็นหมอดูได้ และจะเวิร์คมาก
    อ๊ะ ..ได้ยินได้ฟังดังนั้น ฉันก็ไปเรียนด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งยวด

    ฉันคิดว่า เมื่อฉันรู้หลักวิชาที่ถูกต้องแล้ว
    ทีนี้เวลาเพื่อนฝูงมีปัญหาชีวิต จะได้ไม่ต้องไปโดนหมอดูแย่ๆ มันหลอกลวงอีก
    วิชาที่ฉันไปเรียนนั้นเรียกว่า วิชาเลขศาสตร์
    ซึ่งเป็นพื้นฐานของวิชาดูดวงในแบบต่างๆ ที่เป็นศาสตร์ของไทย
    (แล้วฉันจะค่อยๆ ทะยอยเขียนเรื่องวิชาเลขศาสตร์ในบล็อกต่อๆ ไปนะคะ)

    วิชาเลขศาสตร์ เป็นวิชาทีว่าด้วยความหมายของตัวเลข
    ตัวเลข 0 ถึง 9 ซึ่งแทนความหมายดาวแต่ละดวง
    ตัวเลขเหล่านี้..อยู่ในชีวิตของเรา ไม่ว่าจะเป็น วันเดือนปีเกิด
    บัตรประชาชน เบอร์โทรศัพท์ ทะเบียนรถ เลขที่บ้าน เลขบัญชีธนาคาร
    รหัสเอทีเอ็ม พาสเวิร์ดที่เราชอบใช้ หรือชื่อเสียงเรียงนามของเรา
    หากถอดรหัสออกมา แปลความหมายออกมา .. มันบอกอะไรเกี่ยวกับชีวิตเราได้อย่างน่าทึ่ง
    มันเป็นเรื่องสถิติ เป็นเรื่องจิตวิทยา เป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ครูบาอาจารย์
    ที่ฉันรู้สึกทึ่งและสนุกสนานกับการเรียนรู้มากๆ
    จบคอร์สจากอาจารย์ท่านนี้แล้ว ฉันจึงหาตำหรับตำรา หาหนังสือจากสำนักต่างๆมาอ่านอีกมากมาย

    .
    .

    แล้วเริ่มจากการดูดวงให้เพื่อนฝูง ญาติพี่น้อง เพื่อนบ้าน เพื่อนของเพื่อน
    ก็ต่อยอดไปเป็นดูให้ใครก็ไม่รู้ที่เขาได้รับการแนะนำบอกต่อจากเพื่อน จากญาติ
    ปากต่อปากกันไป โทรมาบ้าง เมล์มาบ้าง นัดแนะไปดูให้ที่บ้านบ้าง ร้านกาแฟบ้าง
    กลายเป็นว่าเดี๋ยวนี้ฉันไม่ค่อยได้ทำงานการอย่างอื่น

    ฉันได้คุยกับคนแปลกหน้าหลายร้อยคนในเวลาไม่กี่เดือน
    มีคำถามมีปัญหาสารพัดสารพันซึ่งหลักใหญ่ใจความก็ไม่พ้นเรื่องของ
    การงาน การเงิน ความรัก สุขภาพ การศึกษา การลงทุน ญาติพี่น้อง พ่อแม่ ลูกน้อง ลูกจ้าง . . .
    ตัวอย่างคำถามก็จะประมาณนี้เช่น .. หนูจะตกงานรึเปล่าคะพี่ ,
    แบบผมควรลงทุนในเรื่องอะไรดีครับ , สามีใช่คู่แท้ไหมคะ,
    จะไปเรียนเมืองนอก จะจบได้รึเปล่าคะ, หนี้สินของป้าจะหมดเมื่อไหร่ล่ะน้อง,
    คนใช้ไว้ใจได้ใช่มะ, ชีวิตคู่เป็นยังไงบ้างคะ, จะได้เลื่อนตำแหน่งรึเปล่าคะ,
    มีเกณฑ์ต้องโยกย้ายอีกไหม, ปีนี้พ่อของพี่มีปัญหาสุขภาพยังไงบ้างครับ ,
    ผมจะมีบ้านเป็นของตัวเองอายุเท่าไหร่ , แก่ๆ จะพึ่งลูกได้มั้ยเอ่ย,
    จะได้เดินทางไกลเดือนอะไรจ๊ะ, . . . . . .และอื่นๆอีกมากมาย

    ซึ่งคำถามที่ได้รับบ่อยที่สุดก็คือ " เมื่อไหร่จะรวยซะที "
    เป็นคำถามที่ฉันไม่ค่อยตอบนักหรอกค่ะ เพราะว่า
    ฉันไม่รู้จริงๆว่า คำว่า "รวย" ของเขานั้นต้องเป็นอย่างไรจึงจะเรียกว่า รวยแล้ว
    ฉันเชื่อว่ามาตรฐานของคำนี้ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป

    แต่สิ่งที่เหมือนๆ กันของคนแทบจะทุกคนที่ดูดวงกับฉันก็คือ
    ทุกคนมีปัญหา มีความทุกข์ร้อน ไม่สบายใจ มองหาที่พึ่งทางใจ
    มองหาผู้รับฟัง มองหาที่ระบายความอัดอั้นตันใจ
    มองหาผู้ที่เขาสบายใจที่จะบอกเล่าเรื่องราวที่บางครั้งไม่อาจพูดจากับคนใกล้ตัวเขาได้

    ฉันมองว่าประโยชน์ของการดูดวงจริงๆ ก็คือเพื่อเสริมกำลังใจให้เจ้าตัว
    ในวันที่ทุกข์ร้อน ในวันที่มีปัญหา ก็จะได้รู้ว่าคุณจะผ่านมันไปได้แน่ๆ . . .
    อนาคตนั้นมีสิ่งดีๆรออยู่ มีความสำเร็จรออยู่

    ชีวิตขึ้นๆ ลงๆ เป็นเรื่องปกติ มีสุข มีทุกข์ เป็นเรื่องปกติ
    ดูดวงไว้เพื่อเป็นแนวๆ ในการดำเนินชีวิตเท่านั้น
    อย่างมงายไม่มีเหตุผลและอย่าประมาทในการใช้ชีวิตก็พอ

    ...

ฉันเก็บบันทึกข้อมูลของดวงทุกดวงไว้
เพื่อศึกษาว่าสิ่งที่ฉันวิเคราะห์ตามหลักวิชามันใกล้เคียงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริงมากน้อยแค่ไหน
ฉันไม่รู้ว่าฉันวิเคราะห์ได้ดีแค่ไหน ไอ้ที่ฉันทำนายทายทักใครเขาไปมันใกล้เคียงความจริงแค่ไหนไม่รู้
สิ่งที่รู้และแน่ใจคือ ฉันเป็นหมอดูที่ปฏิบัติตามคำสั่งสอนของครูบาอาจารย์
ฉันไม่พูดในสิ่งที่จะทำให้คนทะเลาะกัน ไม่ฟันธงว่าใครบ้านไหนจะเตียงหัก
ไม่หลอกลวงว่าจะสะเดาะเคราะห์โศกเรียกเงินเรียกทองจากใคร


ฉันดีใจที่มีส่วนทำให้คนที่มีปัญหาชีวิตเกิดความสบายใจ เกิดกำลังใจ

ฉันดีใจที่มีโอกาสแนะนำเขาให้นำธรรมะมาใช้ในการดำเนินชีวิต

และบ่อยครั้งที่ฉันรู้สึกสะเทือนใจไม่น้อย  . . . . . . . . . . .

เพราะความที่ฉันมีโอกาสได้นั่งฟังสารพัดปัญหาชีวิตของคนจำนวนมาก

ทำให้เห็นความจริงของโลกที่ว่า 

ไม่ว่าจะยากดีมีจน  คนทุกคนล้วนมีความทุกข์ ทั้งนั้น



..





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
มัชฌิมา วันที่ : 09/03/2009 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

สวัสดีค่ะคุณเฟิงสุ่ย ใช่ค่ะ เป็นเรื่องของสถิติ

สวัสดีค่ะคุณปยุต ใกล้เคียงๆ

สวัสดีค่ะคุณ chedta เชื่อเรื่องกรรมเช่นกันค่ะ
(ชื่อคล้ายกัน แต่มัชไม่มีปกร นะคะ )

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
chedtha วันที่ : 08/03/2009 เวลา : 06.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

สวัสดีครับ คุณ มัชฌิมาปกร

"เชื่อเรื่องดวง เพราะเชื่อในเรื่องกรรม
เชื่อเรื่องผลของกรรม เชื่อเรื่องของชาติภพ เชื่อเรื่องชาตินี้ชาติหน้า
เชื่อเรื่องกรรมเก่า กรรมใหม่ กรรมปัจจุบัน
เชื่อว่าดวงของคน เป็นไปตามผลของบุญของกรรรม"

ผมก็คิดเช่นนี้เหมือนกัน
ไม่เคยสนใจอยากดูดวง ไม่เชื่อคำทำนายทายทักของหมอดูเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ปยุต วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 23.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

ถ้าเชื่อเรื่องกรรม
นี่คือคำสอนของหลวงพ่อ...ที่สอนตามคำสอนของพระพุทธเจ้าอย่างรวบรัดและชัดเจน

การแก้กฎแห่งกรรมด้วยการฝึกอารมณ์จิตพระโสดาบัน คือ

๑. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะพิจารณาว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง จงอย่าคิดว่าความตายจะเข้ามาถึงเราในวันพรุ่งนี้ จงคิดว่าความตายอาจจะมาถึงเราวันนี้อยู่เสมอ การ คิดว่าจะตาย จะได้ทำความดี เมื่อตายแล้วควรหนีอบายภูมิ ( นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน )

๒. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะยึดความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ เป็นที่พึ่งด้วยความเคารพ ไม่สงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ความดีของพระอริยสงฆ์ โดยถือเอาพระอรหันต์เป็นสำคัญ จงมอบความนับถือความมั่นใจในพระรัตนตรัยอย่างถวายชีวิต

๓. จงมีสติสัมปชัญญะ ในการปฏิบัติศีลอย่างเคร่งครัด ฆราวาสเฉพาะศีล ๕ เพราะศีล ๕ เป็นศีลของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี ส่วนพระอนาคามีจะทรงศีล ๘ สำหรับพระอรหันต์ฆราวาสไม่มี เป็นอรหันต์วันนี้นิพพานวันนี้ เป็นอรหันต์คืนนี้ ไม่เกินพรุ่งนี้ต้องนิพพาน พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า พระโสดาบันก็ดี พระสกิทาคามีก็ดี มีแค่ปัญญาเล็กน้อย มีสมาธิเล็กน้อย แต่ศีลบริสุทธิ์ แค่นี้ก็เป็นพระโสดาบันได้แล้ว ปิดประตูอบายภูมิอย่างเด็ดขาดแน่นอน

๔. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะใชักำลังใจ ของพระอรหันต์ไว้ประจำใจ คือขึ้นชื่อว่ามนุษยโลก มันเป็นทุกข์เราไม่ต้องการมัน เทวโลกกับพรหมโลกมีสุขจริง แต่ไม่นาน เราไม่ต้องการมันอีก เราต้องการจุดเดียวคือ นิพพาน อย่างนี้เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์ รักษากำลังใจตามนี้ไว้ เมื่อสิ้นอายุขัยเมื่อไร ก่อนจะตายเป็นอรหันต์เมื่อนั้น แล้วก็ไปนิพพาน

ทั้งหมดนี้...เป็นอริยสมบัติของบุคคล ในการเข้าสู่กระแสพระนิพพานเป็นเบื้องต้น( โสดาบันและสกิทาคามี ) ซึ่งมาจากการที่ละสังโยชน์ได้ ๓ ประการ คือ สักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาส

สำหรับ สักกายทิฏฐิ ในทางปฏิบัติต้องใช้อารมณ์ตามลำดับคือ ใช้อารมณ์ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูงสุด

อารมณ์ขั้นต้น ให้ใช้อารมณ์แบบเบาๆ คือมีความรู้สึกตามธรรมดาว่า ชีวิตนี้ต้องตาย ไม่มีใครเลยในโลกนี้ที่จะมีชีวิตได้ตลอดกาลคู่ไปกับฟ้าดิน ในที่สุดก็ต้องตายเหมือนกันหมด แต่ท่านให้ใช้อารมณ์ที่สั้นเข้ามาอีกคือ ให้ทำความรู้สึกไว้เสมอว่า ความตายไม่ใช่จะมาถึงเราในวันพรุ่งนี้ ให้คิดว่า เราอาจจะตายวันนี้ไว้เสมอ จะได้ไม่ประมาทในชีวิต เป็นอารมณ์ของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี

อารมณ์ขั้นกลาง ท่านให้ทำความรู้สึกเป็นปกติว่า ร่างกายของคนและสัตว์ตลอดจนวัตถุทุกชนิดเป็นของสกปรกทั้งหมด ร่างกายคนและสัตว์มีสิ่งที่น่ารังเกียจฝังอยู่ก็คือ อุจจาระ ปัสสาวะ น้ำเลือด น้ำเหลือง น้ำหนอง เป็นต้น เมื่อมีความรู้สึกตามนี้ ก็พยายามทำอารมณ์ให้ทรงตัว จนเกิดความเบื่อหน่ายในร่างกายทั้งหมด ไม่ยึดถือว่าร่างกายใดเป็นที่น่ารักน่าปรารถนา เป็นอารมณ์ของพระอนาคามี

อารมณ์สูงสุด ทำให้มีความรู้สึกตามนี้ คือมีความรู้สึกว่า ร่างกายนี้ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา เราไม่มีในร่างกาย ร่างกายไม่มีในเรา มีอาการวางเฉยในร่างกายทุกประเภท เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์

คำว่าวิจิกิจฉา แปลว่า สงสัย คือสงสัยในความดีของพระพุทธเจ้า สงสัยในความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า สงสัยในความดีของพระอริยสงฆ์ มีพระอรหันต์เป็นต้น สงสัยว่าพระพุทธเจ้ามีจริงหรือไม่จริง ถ้ามีจริงๆ พระพุทธเจ้าน่ะดีไหม คำสอนของพระองค์ดีจริงๆหรือเปล่า นี่สงสัยพระธรรมเลย แล้วสงสัยว่าพระอริยสงฆ์ในพระพุทธศาสนานี่มีจริงหรือไม่มีจริง หนักๆเข้าก็เลยคิดว่าไม่มี เพราะตัวสงสัย พระพุทธเจ้าจริงๆก็ไม่มี พระไตรปิฎกที่มีอ่านกันอยู่ ก็เป็นพระไตรปิฎกโกหกมดเท็จ ใครเขียนขึ้นมาก็ไม่รู้ เขียนแบบโกหกขึ้นมาว่าโลกนั้นมี โลกนี้มี ระลึกชาติไม่ได้ จิปาถะกันไป เลยสงสัยพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาที่เขาบอกว่า พระสงฆ์น่ะเป็นพระสงฆ์จริงๆ หรือว่าเป็นตัวเบียดเบียนประชาชน ทำให้สังคมมีความทุกข์ มีความเร่าร้อน เพราะพระไม่เห็นจะทำอะไร ได้แต่บิณฑบาต แล้วก็กิน กินแล้วก็นอน นอนแล้วก็บิณฑบาต แล้วก็บอกบุญบ้าง ขอบุญบ้างเรี่ยไรกันบ้าง จิปาถะ ไม่เห็นมีอะไรให้เกิดเป็นประโยชน์ นี่ไม่สงสัยนะ ถึงขั้นไม่เชื่อถือเอาเลย ลักษณะอย่างนี้เป็นสังโยชฃน์ข้อที่ ๒ ที่ทำให้คนเราต้องลงอบายภูมิ ขอยืนยันว่า ถ้ามีอารมณ์อย่างนี้ ต้องลงอบายภูมิ เป็นสัตว์นรก เป็นเปรต เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน แน่นอน

สีลัพพตปรามาส คือปฏิบัติในศีลให้ครบถ้วนทุกประการ ด้วยความเต็มใจ การปฏิบัติศีลครบถ้วนสำหรับฆราวาส มีศีล ๕ ใช้ได้แน่นอน ถ้าจะทำให้คนดีจริงๆก็มีกรรมบถ ๑๐ ด้วย ถ้ามีทั้งศีล ๕ มีกรรมบถ ๑๐ อย่างนี้จะมีความสุขอย่างยิ่งทั้งปัจจุบันและสัมปรายภพ ถ้าปฏิบัติตนได้อย่างนี้ องค์สมเด็จพระมหามุนี คือพระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า ท่านทั้งหลาย เมื่อตายแล้วจากชาตินี้ก็ดี หรืออีกกี่ชาติก็ตาม จะไม่พบคำว่าอบายภูมิเลย การเกิดเป็น สัตว์นรกก็ดี เป็นเปรตก็ดี เป็นอสุรกายก็ดี เป็นสัตว์เดรัจฉานก็ดี ไม่มีสำหรับท่าน จะเวียนว่ายตายเกิดเฉพาะ การเกิดเป็นคน เป็นเทวดา หรือพรหมเท่านั้น

ความจริงพระโสดาบันไม่ใช่ของสูง เป็นของธรรมดา ที่เรียกกันว่า ชาวบ้านชั้นดี ท่านพระอริยะเบื้องสูงท่านกล่าวว่า ธรรมที่จะทำให้คนเป็นพระโสดาบัน เหมือนกับของเด็กเล่น คือเป็นของทำง่ายๆ เพียงแต่มีพรหมวิหาร ๔ ประจำใจ เราก็เป็นพระโสดาบันได้แบบสบายๆ เมื่อกล่าวโดยสรุป พระโสดาบัน มีอารมณ์โดยย่อดังนี้

๑.มีความรู้สึกว่า ชีวิตนี้ต้องตายแน่

๒.ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า

๓.ฆราวาสมีศีล ๕ ทรงอารมณ์เป็นปกติ

ทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นอารมณ์ในขณะที่ปฏิบัติ เมื่ออารมณ์ทรงตัวแล้ว อารมณ์ที่ปักหลักมั่นคงอยู่กับใจจริงๆ ก็เหลือเพียงสอง ที่ท่านเรียกว่า องค์ ก็คือ

หนึ่ง ยอมรับนับถือพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ สาวกของพระพุทธเจ้าอย่างมั่นคงจริงจัง

สอง มีศีล ๕ บริสุทธิ์ผุดผ่องจริง

สุดท้าย ด้วยคุณบารมี ของพระศรีรัตนตรัย มีพระพุทธรัตนะ ธรรมรัตนะ และสังฆ รัตนะ ทั้งสามประการ จงดลบันดาลให้ ท่านผู้อ่านทั้งหลาย จงมีแต่ความสุขสวัสดิพิพัฒนมงคล สมบูรณ์พูนผล ให้จงเจริญไปด้วยจตุรพิธพรชัยทั้ง ๔ ประการ มี อายุ วรรณะ สุขะพละ และปฏิภาณ ปรารถนาสิ่งใด ขอให้ได้สิ่งนั้น สมความปรารถนาจงทุกประการ ณ กาลบัดนี้ และตลอดไป ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน

สรุปอีกที
การสะเดาะเคราะห์ สำหรับผู้ไม่เชื่อง่ายดายจนเกินไปต้องอย่างนี้
ต้องแก้กฎแห่งกรรมด้วยการฝึกอารมณ์จิตพระโสดาบัน คือ
๑. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะพิจารณาว่า ชีวิตเป็นของไม่เที่ยง แต่ความตายเป็นของเที่ยง จงอย่าคิดว่าความตายจะเข้ามาถึงเราในวันพรุ่งนี้ จงคิดว่าความตายอาจจะมาถึงเราวันนี้อยู่เสมอ การ คิดว่าจะตาย จะได้ทำความดี เมื่อตายแล้วควรหนีอบายภูมิ ( นรก เปรต อสุรกาย สัตว์เดรัจฉาน )....(ตัด สักกายทิฏฐิ)

๒. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะยึดความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ เป็นที่พึ่งด้วยความเคารพ ไม่สงสัยในคำสอนของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระพุทธเจ้า เห็นความดีของพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ความดีของพระอริยสงฆ์ โดยถือเอาพระอรหันต์เป็นสำคัญ จงมอบความนับถือความมั่นใจในพระรัตนตรัยอย่างถวายชีวิต.......(ตัด วิจิกิจฉา)

๓. จงมีสติสัมปชัญญะ ในการปฏิบัติศีลอย่างเคร่งครัด ฆราวาสเฉพาะศีล ๕ เพราะศีล ๕ เป็นศีลของพระโสดาบันและพระสกิทาคามี........(ตัด สีลัพตปรามาส)
ส่วนพระอนาคามีจะทรงศีล ๘ สำหรับพระอรหันต์ฆราวาสไม่มี เป็นอรหันต์วันนี้นิพพานวันนี้ เป็นอรหันต์คืนนี้ ไม่เกินพรุ่งนี้ต้องนิพพาน พระพุทธเจ้าทรงยืนยันว่า พระโสดาบันก็ดี พระสกิทาคามีก็ดี มีแค่ปัญญาเล็กน้อย มีสมาธิเล็กน้อย แต่ศีลบริสุทธิ์ แค่นี้ก็เป็นพระโสดาบันได้แล้ว ปิดประตูอบายภูมิอย่างเด็ดขาดแน่นอน

๔. จงมีสติสัมปชัญญะ ที่จะใชักำลังใจ ของพระอรหันต์ไว้ประจำใจ คือขึ้นชื่อว่ามนุษยโลก มันเป็นทุกข์เราไม่ต้องการมัน เทวโลกกับพรหมโลกมีสุขจริง แต่ไม่นาน เราไม่ต้องการมันอีก เราต้องการจุดเดียวคือ นิพพาน อย่างนี้เป็นอารมณ์ของพระอรหันต์ ....(ตัด อวิชชา สังโยชน์ตัวสุดท้าย ตกบันไดพลอยโจน เส้นทางลัดตัดเข้านิพพาน)
รักษากำลังใจตามนี้ไว้ เมื่อสิ้นอายุขัยเมื่อไร ก่อนจะตายเป็นอรหันต์เมื่อนั้น แล้วก็ไปนิพพาน

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
ปยุต วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 23.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ajarnyoot

คุณมัช
เดาให้แล้วด้วยวิชา"โหรทายหนู"
ท่านคือนักพยากรณ์ตัวเอ้เลย ถ้าไม่ขี้เกียจเรียนรู้
แถมมีสำนวนการทายเป็นที่ประทับใจแก่ผู้รับการทำนายด้วยล่ะ คือไม่เกรงใจผู้รับฟังเลย ทำนายเป้งๆไปเลยว่าเป็นอย่างไร ข้อสัมมะคัญ เป็นที่ชื่นชอบของมิตรสหายด้วย
ใครไม่เชื่อ ไปเปิดดูดวงวันศุกร์ ยามที่5 ของตำราโหรทายหนูของ อ.ประทีป อัคราฯ ไม่ได้โม้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
feng_shui วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 19.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

หมอดูเป็นเรื่องที่รวบรวมจากสถิติ จึงเป็นที่พึงทางกำลังใจให้คนมีทุกข์ได้ หากไม่งมงายจนเกินไป ค่ะ


.

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
มัชฌิมา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 18.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

สวัสดีค่ะพี่อัง
สวัสดีค่ะคุณนาย-ทิวา เอ๊ย คุณ-นายทิวา
สวัสดีค่ะคุณสีเงิน
สวัสดีเล็ก
สวัสดีค่ะคุณปูนาเจตนาดี และคุณปุ๊บปั๊บ


ความคิดเห็นที่ 14 (0)
อังศนา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam

..พี่อังก็เชื่อเรื่องเวรเรื่องกรรมค่ะ
แต่ก็ชอบดูหมอดูนะคะ แบบว่ามั่งไม่เชื่อมั่ง หนุกๆ
ในกลุ่มเพื่อนสนิทจะชอบชวนกันไปดูหมอเวลาเซ็งๆ
ยามชีวิตอับเฉาหรือมีปัญหา ..นับว่าแก้กลุ้มได้ไม่น้อย!

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
naitiwa วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 15.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naitiwa
...ที่เห็น ที่เป็นไป ใช่ ไม่ใช่ ไม่สำคัญ...

วิถีอนาคต
บางที
ก็เป็นแนวทาง
เพื่อพยายามเข้าใจและทำความเข้าใจ
ด้วยสติที่ตนมี

แหะ แหะ

บางใครเคยบอกมาว่า
ใน ๑๐๐
แยกเป็น
๓๐ ลิขิตฟ้า
๗๐ ต้องทำด้วยตัวเอง

ส่วนจะเป็นได้หรือไม่
ก็อยู่ที่เราแต่ละคนแล้วล่ะครับ

แหะ แหะ
สวัสดีครับ

ปล. ว่าง ๆ มีเวลาตรง ๆ จะไปให้แม่หมอช่วยตรวจนะครับ แหะ แหะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สีเงิน วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 14.53 น.

ผมเชื่อ ว่าทําดีได้ดี ทําชั่วได้ชั้ว
ผมเชื่อ ว่าอิทธิบาท 4 ช่วยให้ประสบความสําเร็จได้
ผมเชื่อ ว่าพรหมวิหาร 4 =ช่วยให้เราอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
a r t l e k l e k วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/artleklek
เขียนในสิ่งที่คิด...ผิดก็ช่าง...ไม่ผิดก็ช่าง!!..

หวัดดีมัช อย่างที่เราเล่าให้ฟังย่อๆเมื่อวานแหละ
เจอเข้าไปอย่างนั้น อึ้ง ทึ่ง เสียว จริงๆ
เอาเป็นว่า ถ้าทำกันขนาดที่เราเจอ ทำเอาเราไม่กล้าดูหมออีก
ความเชื่อต่อเรื่องพวกนี้ลดลงแทบไม่เหลือเลย

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
ปูนาเจตนาดี วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 12.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/puna

เวลาไม่สบายใจ คนเราก็หาที่พึ่งทางใจไปเรื่อย ๆ
เชื่อเรื่องกรรม การกระทำเหมือนกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ปุ๊บปั๊ป วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 12.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/champions

เชื่อเรื่องกรรมค่ะ


ความคิดเห็นที่ 8 (0)
มัชฌิมา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

สวัสดีค่ะคุณชื่อเย็น...
ชอบค่ะ ชื่อน่ารักดีจัง แถมอารมณ์ดีด้วยนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
มัชฌิมา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

สวัสดีค่ะคุณชาลี
ดีค่ะ ..ศึกษาไว้เป็นความรู้ ถือว่าเป็นศาสตร์แขนงหนึ่ง

การดูดวงให้คนอื่นก็เป็นกรรมค่ะ
จะทำนายอะไรแต่ละครั้งต้องรอบคอบระมัดระวังจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
ชื่อเย็นเป็นยามโปรดเรียกพ้มว่ายามเย็น วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/YAM-YAN

ผมเชื่อครับ....เวลาไม่สบายสิ่งแรกที่หมอ...ทำคือ
" ดู "........และค่อยตรวจพร้อมซักอาการ....

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
chalee วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chalee
This land taught me the value of life.

เชื่อเรื่องดวง เพราะเชื่อในเรื่องกรรม
เชื่อเรื่องผลของกรรม เชื่อเรื่องของชาติภพ เชื่อเรื่องชาตินี้ชาติหน้า
เชื่อเรื่องกรรมเก่า กรรมใหม่ กรรมปัจจุบัน
เชื่อว่าดวงของคน เป็นไปตามผลของบุญของกรรรม

---ขอคัดลอกความคิดนี้ เพราะตรงใจ จนไม่ต้องคิดหาคำอะไรมาพูดอีก---
---ทุกวันนี้ก็ศึกษาด้วยตัวเอง แต่ไม่ยังไม่ได้คิดจะดูให้ใครค่ะ---
:)

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
มัชฌิมา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

สวัสดีค่ะคุณเพ็นนี
เห็นด้วยเลยค่ะ ชีวิตมนุษย์ย่อมเป็นไปตามกรรม

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มัชฌิมา วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

สวัสดีค่ะคุณลูกเสือ
ตามความคิดมัช..การทำบุญก็เป็นกรรม
กรรมคือการกระทำ
ผลของกรรม ก็คือผลจากการกระทำ
ทั้งกายกรรม วจีกรรม มโนกรรม
ทำอย่างไร ก็ได้อย่างนั้น
กรรมที่เกิดขึ้นแล้ว คืออดีต ย่อมแก้ไขไม่ได้
ถ้าจะแก้กรรมกันจริงๆ ก็คงต้องเป็นกรรมปัจจุบันนี่แหละ
ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ผลของกรรมย่อมดี
เหมือนที่คุณลูกเสือทำบุญแล้วรู้สึกเป็นสุข
ก็เพราะเป็นการทำกรรมดี
มัชคิดอย่างนี้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เพ็นนี วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanisa
  สิ่งที่ทำแม้ถูกต้อง  แต่อาจไม่ถูกใจใครเลย. 

รวยก็ทุกข์จนก็ทุกข์
เพราะทุกคนเกิดมาตามกรรม

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 06/03/2009 เวลา : 11.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ผมชอบตั้งแต่พารากราฟแรก..
ดวงเป็นเรื่องของ"กรรม"...

ผมไม่แน่ใจว่าการทำบุญ เราจะแก้กรรมได้หรือไม่ แต่ผมมั่นใจว่าการทำบุญ..ทำให้ผมเป็นสุข
เป็นสุขโดยไม่ได้หวังว่าจะแก้กรรม
เพราะผมเชื่อว่ากรรมแก้ไม่ได้
ใครทำกรรมมา ก็ต้องเผชิญกรรม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]