• มัชฌิมา
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : much_shima@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-02
  • จำนวนเรื่อง : 300
  • จำนวนผู้ชม : 263684
  • ส่ง msg :
  • โหวต 243 คน
มัชฌิมา
. . เรื่องเล็ก เก็บมาเขียน . .
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม 2552
Posted by มัชฌิมา , ผู้อ่าน : 1912 , 20:05:17 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

..

ฤดูกาลเรียนต่อ ย่างกรายมาถึง

 สิ่งหนึ่งที่ได้ยินจากคนรอบข้างที่มีลูกหลานอยู่ในวัยเรียน

 ไม่ว่าจะเป็นญาติ เพื่อนฝูง เพื่อนบ้านและใครต่อใครอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันก็คือ

เรื่องที่ว่าด้วยการหาที่เรียนต่อ การสอบ การติว การวิ่งเต้นหาเส้นสายและหาเงินจ่ายใต้โต๊ะ 

ซึ่งประเด็นที่คาใจฉันเสมอมาก็คือเรื่องหลังนี่แหละ 

ทำไมพ่อแม่จำนวนมากจึงยอมจ่ายเงินก้อนโตเพียงเพื่อลูกหลานของตัวจะได้เรียนในโรงเรียนนั้นๆ 

โรงเรียนทีดูเหมือนว่าสามารถให้วิชาความรู้แก่ลูกหลานได้ดีเลิศ

เพื่อที่จะได้เรียนต่อและเรียนต่อในสถาบันที่เป็นที่ยอมรับมีชื่อเสียงดีมีมาตรฐานทางวิชาการ

เป็นใบเบิกทางให้ชีวิตเพื่อจะได้มีการงานที่คิดว่าดี เพราะได้ชื่อว่าเป็นคนมีการศึกษาดี

 … อย่างนั้นรึเปล่า

 

ทำไมพ่อแม่จำนวนมากยอมรับโรงเรียนที่มีครูบาอาจารย์เห็นแก่เงินยอมรับเงินใต้โต๊ะ

 ยอมให้ใช้เส้นสายอย่างไม่ค่อยยุติธรรมนัก

ทำไมคุณพ่อคุณแม่ทั้งหลายจึงยอมรับวิธีการที่ทุจริตตั้งแต่ต้น

 ตั้งแต่ลูกยังไม่ได้เข้าไปนั่งเรียนในรั้วสถาบันนั้นๆด้วยซ้ำไป

  และทำไมจึงมั่นใจนักหนาว่าสถาบันนั้นๆ จะให้การศึกษาแก่ลูกตัวได้ดีที่สุด

  ในเมื่อเริ่มต้นจากความไม่สุจริต

มันจะเป็นโรงเรียนที่ดีได้ยังไงกัน

 

ฉันละไม่เข้าใจจริงๆ

 

..  การศึกษา ไม่ได้ดูกันที่ผลการเรียนในใบประกาศนียบัตร เท่านั้นนะ ..





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
palm วันที่ : 14/08/2010 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/promporn
   ถนนบ้านเรียนไม่ง่ายที่จะเดินจริง ๆ ค่ะ แต่เราสองแม่ลูกก็จะพยายามเดินจนถึงปลายทางให้ได้ คอยดูสิ...

ดูถูกทั้งตัวเองทั้งลูกตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ปลายทางจะเป็นยังไง
ความภาคภูมิใจในความสามารถของลูกไม่เหลือ เพราะพ่อแม่ที่คิดแต่วิ่งเต้นใต้โต๊ะพวกนี้ล่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
ครูเอ วันที่ : 30/05/2010 เวลา : 13.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/larnpikul

แล้วทีโรงเรียนพลตำรวจ ยัดกันเป็นแสนล่ะ โรงเรียนนายสิบ โรงเรียนนายร้อย มีบ้างรึเปล่า หนอ ต้นทางขี้โกง ปลายทางจะเป็นเช่นไร..เฮ้อ ประเทศไทย

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
มัชฌิมา วันที่ : 27/03/2009 เวลา : 13.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

ขอบคุณทุกๆ ความคิดเห็นนะคะ
เห็นด้วยกับคุณพี่คนโท ค่ะ ว่าเอนทรีนี้ความคิดเห็นดีๆ ทั้งนั้นเลย


เจ้าของบล็อกงานรุมทึ้ง
ไม่ได้เข้ามาตอบเลย ทำได้แค่เปิดอ่านแว๊บๆ
ขออภัยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
patijjachon วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 19.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/patijjachon
ปฏิจจชน ... คนที่ยังเป็นหนี้แผ่นดิน

เห็นด้วยอย่างแรงครับ

#187 ผมเป็นคนยกมือ (คลิ้ก) เองครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

ความเห็นในเอนทรีนี้ดีๆ ทั้งนั้นเลย

เป็นคนหนึ่งที่ต้องเขียนเงินบริจาคก่อนลูกสอบ (เลยเขียนไปน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ อิอิ)

ถามว่าจำเป็นไหมที่จะต้องมาเรียนที่นี่
มันก็มีคำตอบเป็นเหตุผลหลายข้อเลย
แต่ข้อหลักๆ ก็คือ ไม่แน่ใจคุณภาพการสอนของโรงเรียนแถวๆ บ้าน และโรงเรียนเป็นทางผ่านที่เรารับ-ส่งลูกได้ สรุปคือวิชาการ-ความปลอดภัย-ความสะดวก น่าจะเป็นตัวเลือกลำดับต้นๆ ของเรา

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
นักล่าของเก่า วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sirawit

ผมอยู่เชียงใหม่ มีโรงเรียนดีๆ อะไรให้เข้าได้บ้างละ ถ้าเป็นรัฐบาล ก็มี ประถมแห่งหนึ่งประจำจังหวัด ค่าเทรมเบาๆ แต่ใต้โต๊ะ การส่อนก็พื้นๆ แน่นอน มีแต่เอกชนที่พอมีคุณภาพบ้าง เป็นบางโรงเรียนนะ บ้างโรงเีรียนก็แย่ๆ มาก ๆ ถึงที่สุด หรือ จะให้เรียนโรงเรียนเทศบาล ที่ต้องรับสมัครครูอยู่ทุก เทอม มีโรงเรียนเทศบาลอยุ่แห่งหนึ่ง จ้างครูจบใหม่ ป ตรี ให้ทำงาน 5 วัน ตกอยู่แค่วันละ สองร้อยบาท ได้สองพันกว่าๆ แล้ว ครูจะมีใจที่ไหน ไปดูแลเด็ก ท้องก็หิว เด็ก ก็ซน วิชาการก็เอาไปตามราคาที่จ่ายได้ใช่ปะ ลูกอยู่อนุบาล ของเทศบาล ครูนั่งจับกลุ่มคุยกันต้อนมารับเด็ด นั่งนินทา พ่อแม่ผู้ปกครองเด็ก เซ็ง เลยจำเป็นต้องเลือกโรงเรียนมีชื่อเสียง แพงจริง แต่ดูแล้ว ก็ดูแลเอาใจใส่ ดีกว่า การพัฒนาของเด็ก เร็วขึ้นมากๆ การเป็นพ่อ เป็นแม่ ต้องยอมเจ็บ เพื่อการศึกษาของลูก ๆ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 15.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ขอแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมอีกสั๊กนิดนะคะว่า ....

... ปัจจุบันนี้ ...อย่าไปให้ความสำคัญกับโรงเรียนมากนักเลยค่ะ การเรียนรู้มีได้ทุกทิศทาง..

ถ้าผู้ปกครองมั่นใจ ในการอบรมเลี้ยงลูก สอนลูกด้วยตนเอง การเรียนแบบอัธยาศัย ก็มีแล้วค่ะ...

ลองศึกษารายละเอียดดูนะคะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
มรณฐิโต วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ok-na

โรงเรียนวัดลิงขบ
เป็นโรงเรียนเดียวกับไกรทองหรือเปล่า

แล้วสอนปราบจรเข้หรือเปล่า

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
สงราษฎร์ วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 11.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Leo

กระบวนการเหล่านี้ เป็นจุดเริ่มไปสู่การคอรัปชั่นทั้งสิ้น...สาเหตุเกิดจาก
1.ความไม่เท่าเทียมกันของมาตรฐานการศึกษา
2.คนไทย ชอบเป็นบุคคลที่เป็นอภิสิทธิ์ชน...
พ่อแม่บางคน ฝากลูกได้ ก็ถือเป็นความภูมิใจ ไปพูดโอ้อวด...และบอกเล่าให้ลูกฟัง..เด็กๆ มันซึมทราบ เรื่องคอรัปชั่น ตั้งแต่เล็กๆ โตขึ้นมันก็เลยมองเรื่องคอรัปชั่น เป็นเรื่องธรรมดา..แบบที่มีผลโพล ออกมาบ่อยๆว่า โกงได้ แต่ขอให้ทำงาน (กูจะบ้าตาย)
และทำให้คนอย่างทักษิณ...ได้รับการยอมรับในสังคม...ทักษิณตายไป..ก็จะมีทายาทของเขา ตามมาอีกมากมาย..หากสังคมไทยยังเป็นอย่างนี้อยู่..

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ครูแดง วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 10.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ครูแดงว่า(ในฐานะเคยเป็นครู)คนที่น่าเขกกบาลก่อนคือ พ่อ แม่ แย่งกันดีนัก แย่งไม่ไหวก้ติดสินบน เจอคนโลภเข้า พระเดชพระคุรเอ๋ย ช่างถ้อยทีถ้อยเจรจา จนน่าอ๊วกแตก
-ค่านิยมนี้มันเริ่มจากโรงเรียนดังๆ ที่คนแย่งกันเข้า ลืมหันมาดูว่าไอ้จบโรงเรียนดังๆ เลวกว่าหมา(ที่ถูกคนยัดเยียด)ก็เยอะ และถ้าเลวแล้วเลวได้ขาดใจจริงๆ
-ลูกครูแดงจบโรงเรียนเทศบาล แต่ทำงานดีๆในกรุงเทพฯ (งานสุจริต) คงเหมือนคุรปรัตยาจบวัดลิงขบอะแหละ
-เรื่องเดียวกันหรือเปล่านะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
trang วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sirinee

ตราบใดทางรํฐบาลไม่เอาจริงเอาจัง
รร เหล่านี้ก็ยังสร้างภาพอยู่ดี
ยังมีอยู่มาก ประเภทสร้างภาพ
รร ของเอกชนบางแห่ง ค่าเทอมเก็บก็แพง เด็กเรียนออกมากไม่ดีเท่าที่ควร แถมจะให้เรียนพิเศษอย่างเดียว จะได้เก็บเงินเพิ่มอีก สิ่งเหล่านี้ถ้าทางรัฐหันมาดู
อย่าเก็บแพงนัก ผู้ปกครองทุกคนเขารออยู่ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
มัชฌิมา วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

สวัสดีค่ะ
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นนะคะ
เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคุณครูว่าปัญหานี้ต้องมองให้ครบวงจร
เอนทรีนี้ดูเหมือนมัชจะใช้คำที่มองแค่ทางโรงเรียน
ด้วยความที่มีเวลาเขียนน้อยจึงตกหล่นไปหลายประเด็น
ซึ่งจริงๆแล้วมัชมองว่าต้นตอของปัญหาทั้งหลายทั้งปวงนั้นเกิดมาจากต้นทางของสังคมคือ ครอบครัว
ค่านิยมของพ่อแม่ ความคาดหวังของพ่อแม่
ทัศนคติที่มีต่อสังคมของพ่อแม่ผู้ปกครอง
พ่อแม่ คิดอย่างไร ก็เลี้ยงดูลูกอย่างนั้น
คาดหวังอย่างไร ก็จัดการอย่างนั้น

ในบางกรณีก็เห็นใจโรงเรียนและคุณครูค่ะ
คุณครูที่ดีมีอยู่มากมายค่ะ โรงเรียนที่ดีก็มีอยู่มากมายเช่นกัน

เอนทรีนี้เขียนขึ้นเพราะรู้สึกว่าสังคมบางส่วนเฉยเมยกับ
เรื่องเงินใต้โต๊ะและระบบเส้นสายไปหน่อย
สงสารเด็กๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

ชอบเม้นท์ ของ คห 4 มั๊กมาก

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ขอต่ออีกนิดนะคะว่า ....

ผู้บริหารที่มองเรื่องเงินเป็นเรื่องเล็ก

และมีความจริงใจ ใจจริง กับชีวิตเด็กๆ

ยังมีอีกเยอะค่ะ และผู้บริหารประภทนี้

มักจะถูกต่อต้านจากผู้ปกครองเสมอ

เพราะไม่ได้ดั่งใจเค้า เค้าต้องการเอาเงิน

มาให้ เค้าต้องการแค่ให้รับลูกเขา


แต่ผู้บริหาร ขัดใจเขา ...


...

..

อยากฝากไว้กับทุกคนในประเทศนี้..

ปัญหานี้ ต้องมองให้ครบวงจร แล้วจะค้นพบว่า


ต้นเหตุปัญหาที่แท้จริงคืออะไร ไม่ใช่อยุ่ที่โรงเรียงองค์ประกอบเดียว มองให้ทั่วๆๆค่ะ แล้วจะค้นพบ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 09.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

เอ็นทรี่นี้โดนใจคนเป็นครูมากค่ะ...

...

...

ปัจจุบันนี้ มีอาชีพเป็นครู สอนโรงเรียนใหญ่ระดับ
มีนักเรียน เป็นสามพัน สี่พัน โรงเรียนที่ใครๆคิดว่า

เป็นโรงเรียนยอดนิยม ....

...

..

มีหลายสิ่ง หลายอย่างที่อยากบอก

อยากเล่า อยากระบาย ...



1... นักเรียนที่อยู่ในสังคมอย่างมีความสุข

และสามารถเอาตัวรอดอยู่ในสังคมอย่างมีความสุข คือนักเรียน ที่สอบเข้าได้เอง ร่วมทำกิจกรรมของโรงเรียน ได้อย่างพอเหมาะ พอดีลงตัว กับกิจกรรมการเรียน ...


..2. นักเรียน ที่ประสบผลสำเร็จในชีวิต ทั้งชีวิตครอบครัว และการงาน ส่วนมาก ถือว่า เกิน 80 %
ทีเดียว มาจากนักเรียน ที่ คิดเอง ทำเอง แก้ปัญหาเอง และเป็นนักเรียน ที่เอาทุกเรื่อง คือ

เรื่อง การทำความดี จิตสาธารณะ รู้จักคำว่าให้
รับผิดชอบเรื่องเรียน ช่วยเหลือครอบครัว ช่วยเหลือสังคม ตระหนักถึงการบ้านการเมือง เด็กเหล่านี้ค่อนข้าง จะประสบผลสำเร็จในชีวิตสูงมาก..


ประเด็นที่สำคัญ ....

ในเมื่อจุดเริ่มต้น เค้าสอบเข้ายังไม่ได้เลย และพ่อแม่ เอาเงินมาอุ้มเขา ตั้งแต่วินาทีแรก ...

แล้วเด็ก จะเป็นอย่างไร ในวันต่อมา คิดดูเอาเองก็แล้วกัน ...

เด็กจะผยอง ลำพอง เพราะคิดว่าโรงเรียนนี้ฉันซื้อด้วยเงินได้

..

เด็กจะทำตนเป็นมาเฟียอวดร่ำอวดรวย เพราะพ่อแม่ ใส่คำว่ารวยให้ในหัวใจเด็กด้วยการกระทำ

... พ่อแม่ ฆ่าเขาทั้งเป็น ....เค้าเดินไม่เป็น ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าโรงเรียน

...

แล้วลองสรุปดูเอาเองก็แล้วกันว่า ท่านผู้ปกครองทั้งหลาย เลือกเอาเองว่าจะเลี้ยงลูกวิธีไหน

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
tanatach วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 08.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tanatach
การเมืองเรื่องใกล้ตัว  แต่ขอมองอย่างธนธัช // Tanatach  Kosirisant

ระบอบการศึกษาของเราน่าเป็นห่วงยิ่ง.........
ทัศนวิสัยของผู้บริหาร...มองเพียงว่าตนเองจะก้าวหน้าได้อย่างไร ?
การรีดนาทาเร้นผู้ปกครอง เอาเงินมาได้มากเท่าไหร่ นั้นหมายถึงความสามารถของผู้บริหาร
ชื่อเสียงโรงเรียนดีเพราะเด็กเก่ง ทุกโรงเรียนจึงมุ่งไปที่เด็กเก่งเพียงกลุ่มเดียว 5-10เปอร์เซ็นต์ของชั้นเรียนเท่านั้น
นอกนั้นถือว่าเป็นเด็กกาฝาก ไร้ค่าต่อสถาบันจึงไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนเท่าที่ควร
มันจึงมีที่มาของคำชื่นชมว่านั้น..ลูกศิษย์ผม...นั้นลูกศิษย์ชั้น
ในเมื่อคุณครูพึงพอใจรับชอบ...คุณครูทั้งหลายมีกี่คนที่หันมาตำหนิตนเองว่าด้อยประสิทธิภาพในกรณีที่เด็กมีปัญหา...ท่านใดกล้าออกมาบอกบ้างว่านั้นลูกศิษย์ผ้มลูกศิษย์ดิชั้น
อย่างดีพวกครูเหล่านั้นทำได้ก็แค่โทษสิ่งแวดล้อมและสังคม...อ้างงานรับผิดชอบมาก
โครงการต่างๆของโรงเรียนมีแต่ชื่อ...หาได้นำไปปฏิบัติจริง
และขอฝากเรื่องนี้นิดหนึ่งถึงคุณครูทั้งหลายว่า...ขณะนี้มีตู้ม้าตู้สล็อตแถวข้างโรงเรียนหลายๆแห่ง..คุณครูคิดจะปกป้องลูกศิษย์ตนเองอย่างไรบ้าง ?
เรื่องนี้ผมคิดว่าจะเขียนต่อ...โรงเรียน วัด ชุมชน ต่างคนต่างอยู่แล้วเราจะพัฒนาไปได้อย่างไร
ธนธัช

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลุงวอ วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 08.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

ใครเป็นคนนำระบบนี้มาใช้ก่อน ครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
วาริท_วิมล วันที่ : 24/03/2009 เวลา : 04.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/waritwimol
Right to Respect

"ในเมื่อเริ่มต้นจากความไม่สุจริต

มันจะเป็นโรงเรียนที่ดีได้ยังไงกัน ..."

โดนใจสุดๆ เห็นด้วยอย่างแรงครับ


น่ากลัวเหลือเกินที่สังคมเห็นเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่อง "ปกติ"
ก็ในเมื่อเด็กเห็นว่าเส้นทางการได้มาของเขามันตุกติก ไม่โปร่งใส เขาก็ไม่เห็นว่าเรื่องทุจริตเป็นเรื่องแปลกอะไร เพราะ "ใครๆก็ทำกัน"...รวมถึงพ่อ แม่ เราด้วยไง
ผมคนหนึ่งละไม่ยอมจ่ายแน่นอน... สอบตามระบบไม่ได้จะให้เรียนโรงเรียนวัดก็ยอม

แต่แท้จริงแล้วการศึกษาบ้านเรานี่มันเป๋ ทั้งระบบจริงๆ ตั้งแต่อนุบาลยันมหาลัย ....
ยิ่งปฏิรูป ยิ่งไปกันใหญ่
เชื่อไหมครับเด็ก ป 4 ทุกวันนี้เรียนเรื่องภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว ......เรียนไปทำไมเนี่ยยยยยยยยยยยยย

ปล.เพิ่งได้รู้จักกันนะครับ แต่ผมถูกใจบทความนี้อย่างแรง เลยขอ add เป็นเพื่อนไว้นะครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
มัชฌิมา วันที่ : 23/03/2009 เวลา : 21.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

ขอบคุณค่ะคุณปรัตยา ที่เล่าให้ฟัง ทำให้ได้เพิ่มมุมมองดีค่ะ จริงๆ แล้วมัชเองก็เรียนและเติบโตมาจากโรงเรียนวัดลิงขบเอกชนประจำจังหวัดบ้านนอกเหมือนกันค่ะ ไม่มีการรับเงินใต้โต๊ะ มีการเปิดรับบริจาคกันให้เห็นๆ ไปเลย แต่เป็นการรับบริจาคหลังจากที่เรื่องของการรับสมัครเข้าเรียนเสร็จสิ้นไปแล้วนะคะ มาเรียนโรงเรียนมัธยมในกรุงเทพก็สอบเข้าเองด้วยมันสมองที่มีอยู่น้อยนิด (ยังอุตส่าห์สอบติดกับเขาด้วย ) พ่อแม่ไม่เคยคิดที่จะใช้เงินหรือใช้เส้นสายอะไรทั้งสิ้น
ไม่ใช่แค่ตัวมัชนะคะ เพื่อนๆ ก็เหมือนกัน ไม่มีใครใช้เส้นสายหรือเงินเลยสักคน
ยังได้รู้ภายหลังอีกว่ามีพ่อแม่ผุ้ปกครองจำนวนมากพยายามใช้วิธีการดังกล่าว แต่ ผอ. ของโรงเรียนปฏิเสธระบบเส้นสายและเงินใต้โต๊ะอย่างน่าชื่นชม
ภูมิใจค่ะ


เอนทรีนี้มัชอาจเขียนสั้นๆ ไม่ครอบคลุม
ยังเขียนไม่ได้ดังใจอย่างที่อยากจะพูดทั้งหมด
อันเนื่องมาจากเป็นเอนทรีที่เขียนในระหว่างพักสายตาจากงาน
ตอนนี้ได้เวลาสะสางงานต่อแล้วค่ะ
ไว้ว่างๆ ค่อยเขียนและคุยในประเด็นนี้เพิ่มค่ะ
มีอีกเยอะค่ะ เรื่องระบบการศึกษา
ขอบคุณที่มาแลกเปลี่ยนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
ปรัตยา วันที่ : 23/03/2009 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chief-dan
บล็อคที่หวานแหววแต๋วจ๋าที่สุดในโอเคเนชั่นนะเธอ

ผมเรียนจบจากโรงเรียนวัดลิงขบ โรงเรียนชั้นนำของจังหวัดบ้านนอกที่ผมอยู่ การจ่ายเงินบริจาคให้กับโรงเรียนที่ผมได้เรียนเป็นเรื่องธรรมดามาก ๆ ตั้งแต่สมัยนั้นแล้ว มาจนถึงปัจจุบันการบริจาคก็ยังคงดำเนินอยู่ในโรงเรียนแห่งนั้น โดยที่การบริจาคจะมีใบเสร็จรับเงินให้ทุกครั้ง

อาศัยว่าผมเรียนพอใช้ได้เลยไม่ต้องเสียเงินบริจาคให้กับโรงเรียน ตั้งแต่เข้าชั้นประถม สอบเรียนต่อมัธยม และสอบเรียนต่อชั้นมัธยมปลาย แต่ก็มีเพื่อน ๆ ของผมอีกจำนวนมากที่ต้องเสียเงินบริจาคเพื่อแลกกับที่นั่งในชั้นเรียน

เมื่อครั้งผมเรียนจบมัธยมต้น ผมได้เข้าไปช่วยงานของผู้บริหารโรงเรียน (ผมสอบติดมัธยมปลายเรียบร้อยแล้ว) ในแต่ละวันจะมีผู้ปกครองของนักเรียนจำนวนมากที่สอบไม่ติด มาขอพบผู้บริหาร เพื่อเสนอบริจาคเงินให้กับโรงเรียนแลกกับที่นั่งของลูก ท่าน ผอ. ไม่เคยเรียกรับเงินแต่อย่างใด เพียงแต่สอบถามว่ามีอะไรถึงได้มาขอพบ ผู้ปกครองส่วนใหญ่จะเสนอให้เองว่าจะให้เท่าไหร่ ท่าน ผอ. ก็จะจดเอาไว้ และอธิบายให้ผู้ปกครองฟังว่าต้องขอดูคะแนนสอบของเด็กด้วย ถ้าเด็กเรียนไม่ไหวจริง ๆ ก็คงจะช่วยเหลืออะไรไม่ได้

ในตอนสุดท้าย ท่าน ผอ. ก็จะเอารายชื่อผู้แสดงความจำนงค์ที่จะบริจาคมาเรียงลำดับ โดยยอดบริจาคและคะแนนสอบของเด็ก ถ้าคะแนนต่ำเกินไปก็จะขีดทิ้งไม่ว่าจะยินดีบริจาคเงินเท่าไหร่ก็ตาม เมื่อได้เต็มจำนวนที่รับได้ก็จะทิ้งส่วนที่เหลือไป และติดต่อให้ผู้ปกครองมาบริจาคตามที่เสนอ เป็นอันปิดดีล

ผมเคยถามท่านว่าทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร?

ท่านตอบผมว่า โรงเรียนวัดลิงขบ มียอดสอบเข้ามหาวิทยาลัยสูงทุกปี โดยเฉพาะคณะยอดนิยมเช่นแพทย์ เภสัช ทันตะ วิศวะ ฯลฯ การที่จะทำแบบนั้นได้ ต้องจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นครูผู้สอน ต้องได้คนเก่งและถ่ายทอดความรู้ได้ดี ซึ่งคนเหล่านี้มีค่าตัวสูง ต้องจ้างแพง วัศดุอุปกรณ์ อาคารเรียน ฯลฯ ต้องมีคุณภาพ ของพวกนี้ต้องจ่ายเงินออกไป ลำพังค่าเทอม (ซึ่งค่อนข้างสูงอยู่แล้ว) และเงินสนับสนุนจากภาครัฐไม่เพียงพอที่จะจัดหามาได้ และโรงเรียนเองก็ต้องมีผลกำไรจากการประกอบการ ดังนั้นเงินบริจาคจึงมาช่วย cover ส่วนต่างตรงนี้

โดยที่โรงเรียนจะ balance สัดส่วนนักเรียนให้มีความเหมาะสม โดยแบ่งการรับนักเรียนออกเป็น 4 กลุ่ม นั่นคือกลุ่มเด็กเรียนดีที่สอบเข้าได้ตามเกณฑ์ของโรงเรียน เด็กกลุ่มนี้ไม่ต้องเสียค่าบริจาค เป็นกลุ่มเป้าหมายที่โรงเรียนต้องการมากที่สุด เพราะยอดเข้ามหาวิทยาลัยมาจากเด็กกลุ่มนี้

กลุ่มที่สองคือกลุ่มบุตรหลานข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และผู้มีชื่อเสียง เด็กกลุ่มนี้คือกลุ่มที่มีคะแนนสอบพอใช้ได้ แต่ยังไม่ดีพอที่จะสอบผ่านเกณฑ์ โรงเรียนจะประกาศให้เด็กกลุ่มนี้ได้เข้าเรียนพร้อม ๆ กับเด็กที่สอบได้ หรือประกาศให้ติดอยู่ในรายชื่อสำรอง เด็กกลุ่มนี้จะบริจาคก็ได้ ไม่บริจาคก็ได้ โรงเรียนคัดเด็กพวกนี้เอาไว้เพราะมีโอกาสสอบติดมหาวิทยาลัยเช่นกัน ที่สำคัญคือสังคมไทยมีลักษณะเป็นสังคมอุปถัมภ์ การที่ลูกเรียนโรงเรียนนี้ ทำให้โรงเรียนได้รับการอนุเคราะห์ด้านต่าง ๆ เป็นพิเศษจากบรรดาผู้ปกครองที่มีพาวเวอร์

กลุ่มที่สามคือบรรดาบุตรหลานศิษย์เก่าและมีผลคะแนนสอบพอใช้ได้ เพราะสมาคมศิษย์เก่าก็มีส่วนสำคัญในการผลักดันโรงเรียนให้พัฒนาไปข้างหน้าได้ โดยเฉพาะศิษย์เก่าก็จบมาจากระบบคัดเลือกของโรงเรียน ทำให้ศิษย์เก่าส่วนใหญ่มีพาวเวอร์สูง เช่นรับราชการในตำแหน่งสำคัญ เป็นนักการเมือง เป็นพ่อค้าคหบดี เป็นผู้มีชื่อเสียง และส่วนใหญ่มีความภักดีกับแบรนด์ของโรงเรียน (royalty) กลุ่มนี้ต้องบริจาค แต่ไม่จำเป็นต้องบริจาคเยอะ เพราะได้โควต้าศิษย์เก่าตุนในมืออยู่แล้ว

กลุ่มสุดท้าย คือเด็กกลุ่มที่ผลการสอบใช้ไม่ได้ แต่ยินดีบริจาคเงินเพื่อแลกกับที่นั่ง เด็กกลุ่มนี้คือรายได้ของโรงเรียน นอกจากนั้นยังจะเป็นศิษย์เก่าที่มีพาวเวอร์ในอนาคต

ตอนนั้นผมไม่ค่อยเข้าใจอะไรนักหรอก มาเข้าใจตอนโตนี่เอง ปัจจุบันคนที่เรียนจบรุ่นเดียวกับผมล้วนแต่มีพาวเวอร์ในวงสังคมของจังหวัดที่ผมอยู่ จะติดต่องานอะไรก็ง่ายดายไปหมด เอาง่าย ๆ นักการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดผมเรียนจบวัดลิงขบกว่าครึ่ง ติดต่อราชการก็ได้รับความสะดวกสบาย คิดจะเริ่มธุรกิจใหม่ก็ง่าย ครั้งหนึ่งผมเจอเพื่อนคนหนึ่งเขาพาลูกชายไปฝากเข้าเรียนโรงเรียนวัดลิงขบ โดยใช้สิทธิของศิษย์เก่าและบริจาคเงินนิดหน่อย

ผมถามเค้าว่าทำไปทำไม?

เค้าตอบผมว่า เค้ารู้ดีว่าลูกเรียนไม่เก่ง แต่อยากให้ลูกจบโรงเรียนนี้ เพราะอยากให้ลูกมีเพื่อนที่จบโรงเรียนนี้ อีกหน่อยวันข้างหน้าจะได้สบาย สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้หรือไม่ ก็ไม่เป็นไร

ผมได้แต่คิดว่า อือ จริงของมัน



ที่ผมเล่าให้เจ้าของบล็อกฟัง เป็นเพียง case study ที่เกิดขึ้นจริงในจังหวัดบ้านนอกของผม และเป็น case ของโรงเรียนวัดลิงขบที่เป็นโรงเรียนเอกชนที่มีชื่อเสียงเท่านั้น จังหวัดผมมี 8 โรงเรียนใหญ่ (ทั้งรัฐและเอกชน) จะว่าไปแล้วในสังคมของคนทำงาน ก็มีเพียงศิษย์เก่าของทั้ง 8 โรงเรียนนี้เท่านั้น ที่มีโอกาสดีกว่าคนที่จบมาจากโรงเรียนอื่น ในศิษย์เก่า 8 โรงเรียนก็มีเพียง 4 โรงเรียนเท่านั้นที่กุมอำนาจและเศรษฐกิจของจังหวัด

ผมไม่รู้หรอกว่าสถานการณ์ในโรงเรียนรัฐบาลเป็นอย่างไร การเรียกรับเงินใต้โต๊ะเป็นอย่างไร เงินที่เรียกรับ นำไปพัฒนาโรงเรียนหรือไม่ หรือว่านำไปบำรุงบำเรอความสุขของผู้บริหาร

ความสำเร็จในการศึกษาไม่ได้วัดที่ประกาศนียบัตร แต่มันมีอะไรมากกว่านั้น โดยเฉพาะกับโลกของผู้ใหญ่ในจังหวัดของผม

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
มัชฌิมา วันที่ : 23/03/2009 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/muchshima
  อมยิ้มแก้มตุ่ย...น่ารักกว่า.... ทำหน้ามุ่ย ตั้งเยอะ !!!

ลานเทวา - อนาคตเด็กไทยอยู่ที่ความใส่ใจของผู้ใหญ่วันนี้มั้งคะท่าน




m-o-o-p - เห็นด้วยค่ะว่าพ่อแม่ทำเพราะรักลูก
เพราะความคาดหวังบางอย่าง ทำให้อาจลืมมองบางมุมอย่างเช่นเรื่องจิตสำนึกที่ดี ที่สำคัญพอๆ กันกับเรื่องการเรียนไป
ขอบคุณค่ะที่แวะมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
m-o-o-p วันที่ : 23/03/2009 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/m-o-o-p

เป็นความคิดที่เยี่ยมเลยค่ะ...

เศร้าใจจริง ๆ แต่พ่อแม่คงทำเพราะรักลูกจนไม่ได้นึกถึงเรื่องอื่น ๆ ????

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลานเทวา วันที่ : 23/03/2009 เวลา : 20.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phutanow
 .......ทุกบทคำนำนัยยะ   เถอะเจ้าจงชำระ   มันด้วยใจ.........

อนาคตของเด็กไทย จะอยู่ที่ไหนกันแน่

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]