• musachiza
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-05-28
  • จำนวนเรื่อง : 176
  • จำนวนผู้ชม : 354800
  • ส่ง msg :
  • โหวต 112 คน
musachiza
สิ่งที่มีอยู่จริงย่อมถูกค้นพบได้เวลาใดเวลาหนึ่ง และสิ่งที่ถูกค้นพบแล้วก็ย่อมมีอยู่จริงที่ใดที่หนึ่ง
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
วันศุกร์ ที่ 27 มกราคม 2555
Posted by musachiza , ผู้อ่าน : 2427 , 16:07:38 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน เพลงกระบี่ฯ , ฅนสยาม โหวตเรื่องนี้




2.

 

 เธอไม่ได้เล่าเรื่องเธอกับชายแปลกหน้าคนนั้นให้ใครฟัง

แต่มันก็ยังฝังอยูในความรู้สึกของเธอ..เธอจำดวงตาและใบหน้าของเขา

มันติดตาและรู้สึกมีความสุขเมื่อนึกถึง...มันไม่มีเหตุผล

แต่มันก็มิได้มีบาปอันใดนี่ ที่เธอจะคิดถึงเขา ..เธอคงมีความรักแล้วละ

เธอบอกตัวเอง..และยิ้มกับดอกบัวจากอียิปต์ในอ่าง หน้าประตู

 ซึ่งเป็นของฝากจากบรรดาลูกศิษย์ที่เดินทางมาเรียน

มาถกเถียงวินิจฉัยข้อศาสนากับพ่อของเธอ

ผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือยอมรับว่าเป็น ปราชญ์แห่งอิสลาม

ทั่วจากอัฟริกาจรดอัฟกานิสถาน

 

เวลาที่พ่อของเธอสอนศาสนาที่กล่าวถึงคัมภีร์ในบทที่ว่า

พระเจ้าทรงซื้อวิญญาณของมนุษย์เพื่อแลกกับสวรรค์

ที่พระองค์เตรียมไว้ตอบแทน เธอคิดว่ามันช่างเป็นข้อตอบแทนที่คุ้มค่าจริงๆ

ที่พระเจ้าทรงเมตตาต่อมนุษย์เธอมิได้ติดใจมีปัญหาใดๆกับคำบรรยาย

เรื่องสวรรค์ ทีเสมือนพระเจ้าจะพูดถึงแต่ความรู้สึกของผู้ชาย

ก็พระเจ้าทรงเลือกศาสดาที่เป็นผู้ชายให้เป็น

ผู้รับคัมภีร์มาถ่ายทอดต่อมนุษยชาตินี่

พ่อเธอมักมีเหตุผลอธิบายเสมอในการไต่ถาม

เธอไว้ใจในสัญญาของพระเจ้าที่กล่าวว่า

 พระองค์นั้นคือผู้ตอบแทนอันเที่ยงธรรมยิ่ง

และคัมภีร์ของพระองค์นั้นไม่ขัดแย้งกัน 

ใช่เธอยินดีขายวิญญาณของเธอให้แก่พระเจ้า

เพื่อหวังผลตอบแทนในโลกหน้าอันถาวร

โดยไม่ลังเลใจแม้แต่น้อย ราวกับนักรบที่เข้าประจัญบานทะยาน

สู่สนามรบประสานดาบสร้างประกายแสงแรกแห่งศาสตราวุธ

พลีชีพในสมรภูมิ อย่างเด็ดเดี่ยวโดยไม่รีรอใดๆ 

เพื่อให้คนข้างหลังได้หึกเหิม

ช่างเป็นการตัดสินในอันแน่วแน่ และน่ายกย่องกระไรเช่นนั้น 

แม้จะไม่มีใครจารึกชีวิตแรกที่พลีไปในสนามรบ 

...แต่พระเจ้าทรงจดจำเขา

เธออยากมีหัวใจเยี่ยงวีรบุรุษเหล่านั้น

...แต่พระเจ้าให้เธอเกิดเป็นหญิง

ที่ต้องถูกดูแลโดยบุรุษอย่างถนุถนอม โอกาสการพลีชีพเช่นนั้น

คงไม่ได้เกิดขึ้นกับเธอแน่

ตราบใดที่ยังมีชายมุสลิมผู้ศรัทธาเหลืออยู่ในโลก

เธอเชื่ออย่างนั้น

 

พ่อของเธอมักกล่าวถึงชื่อชายคนหนึ่ง

 จากตระกูลที่ชื่อว่า “บ่าวของผู้ทรงให้อย่างมากมมาย”

“ผู้ทรงให้อย่างมากมาย” เป็นนามหนึ่งของพระเจ้า

ในอีกหลายๆนามของพระองค์

ตระกูลเขาเป็นนักวิชาการศาสนา

 

....แล้วจะมีบุคคลใดน่ายกย่องในสังคม

เท่ากับผู้เรียนรู้คัมภีร์และสอนคัมภีร์ของพระเจ้าอีกเล่า

 ..นั่นคือมุมมองของเธอ

ที่คล้อยตาม คำสอนของท่านศาสดามูฮัหมัดเสมอ

หัวหน้าเผ่านี้เปิดสำนักสอนศาสนาอันเลื่องชื่อ

ในวิชาการสาขาหลักการยึดมั่น 

และการมอบเอกภาพในการศรัทธาแด่พระเจ้า

 เขามีลูกชายที่แก่กว่าเธอราวยี่สิบปี

 

 พ่อของเธอมักกล่าวถึงลูกชายของตระกูลเผ่านี้เสมอ

จนเสมือนเขาเป็น แบบอย่างของคำว่าเด็กเก่งสำหรับเธอ

เช่นพ่อเธอว่า เขาท่องจำคัมภีร์อัลกุรอานได้ทั้งเล่ม ตั้งแต่วัยสิบขวบ

เธอจำได้ตอนนั้นเธออายุราวเจ็ดขวบ

 พ่อบอกว่าเขาคนนั้นชื่อมูฮัมหมัด

"ชื่อเดียวกับท่านศาสดาของเรา" 

ความสามารถของเขาที่เธอได้ยินพ่อเธอกล่าวถึง

สร้างแรงบันดาลใจให้เธอท่องคัมภีร์กุรอานจำทั้งเล่มได้

ในวัยสิบขวบ เช่นเดียวลูกชายคนเก่งของเพื่อนต่างเผ่าของพ่อ

 

 

 ครั้งสุดท้ายที่เธอได้ยินพ่อเธอกล่าวถึงเขา

คือ เขาเป็นเด็กหนุ่มที่เก่งมาก แม่นยำในเรื่องคัมภีร์ในทุกโองการ

และจดจำแยกแยะวจนะของท่านศาสดาได้อย่างชัดเจน

แม้อายุยังน้อย และเขายังตระเวนเดินทางไปเรียนศาสนา

กับผู้รู้ทั่วแผ่นดินตะวันออกกลาง

 ในสาขาต่างๆจากผู้มีแนวคิดที่เด่นชัดที่ถูกร่ำลือกัน

โดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากในการเดินทาง

และคัดลอกหนังสืออันเป็นหลักฐานสำคัญๆไว้หลายเล่ม

วันนั้นเธอได้ยินพ่อเธอกล่าวถึงมูฮัมหมัด อีกครั้ง

ว่าได้เดินทางกลับมายังเมืองของเขา

จบจากการศึกษาจากสำนักต่างๆ

และเริ่มเผยแพร่ศาสนาอิสลามในแนวทางของเขา

ซึ่งเป็นแนวที่กลั่นกรองจากหลักฐานอันชัดแจ้งตามที่ท่านศาสดา

มีคำรับรองไว้ คือ ตั้งแต่ยุคสามร้อยปีนับตั้งแต่ยุคท่านศาสดา

ซึ่งถือว่าเป็นแนวทางอิสลามที่บริสุทธิ์ 

คือยุคของท่านศาสดา ยุคสหายของศาสาดา

 ยุคลูกศิษย์ของสหายของท่านศาสดา

ตามหลักวิชาการว่าด้วยการวิเคราะห์

 หลักฐานของอิสลามที่ต้องสืบค้นให้ไปถึง

 

 


เธอได้ยินเสียงพ่อเธอชื่นชมความกล้าหาญ

และการลุกขึ้นเป็นปฏิปักษ์อันแข็งกร้าวต่อผู้ที่ทำอุตริกรรม

ในศาสนาอิสลาม กับแขกที่เดินทางมาเยื่อมจากหลังม่าน

ที่กั้นประตูส่วนของบ้านที่แยกพื้นที่กันระหว่างชายหญิง

 ดูพ่อเห็นด้วยกับการใช้ความรุนแรงในบางเรื่อง

ที่เขาลงโทษผู้ประพฤติผิดที่ตั้งภาคีต่อพระเจ้า

ด้วยการไปเคารพสักการะสุสานและสิ่งอื่นๆ

 โดยชูคัมภีร์อัลกุรอานเป็นหลักฐาน

และอ้างการรับรองจากวจนะของท่านศาสดา

ว่าเป็นสิ่งต้องห้ามในศาสนานี้

และกล่าวต่อหน้าผู้คนด้วยว่า ถ้าเขามีอำนาจละก็

เขาจะลงโทษคนที่ทำผิดประเวณี ด้วยการขว้างให้ตายด้วยหิน

ตามที่พระเจ้ามีดำรัสไว้ในคัมภีร์ของพระองค์

 มีแนวร่วมมากมายที่เคยแต่เฝ้าดูความงมงายแหลวแหลก

ที่ออกนอกลู่ทางของอิสลามมานาน

โดดเข้าสนับสนุน เป็นศาสนุศิษย์

จนเกิดความสั่นไหวทางการเมืองแก่เจ้าชาย

เจ้าเมืองผู้ปกครองอันเหลวแหลก

ผู้ยินดีรับใช้ผู้ล่าอาณานิคมจนทิ้งบัญญัติของพระเจ้า

เพื่อแลกกับตำแหน่งและอำนาจบารมีในแคว้นย่อยๆของตน

เพื่อแลกความสุขอันสั้นๆแห่งโลกนี้ 

พวกเขาจะมีเกียรติ์เสียยิ่งกว่าจะอยู่แบบนี้

หากพวกเขายอมพลีชีพสู้ตายในการต่อต้านกับนักล่าอาณานิคม

และพระเจ้าได้เตรียมสวรรค์แก่พวกเขา หากพวกเขาตายไป

เพราะปกป้องแผ่นดินและศาสนาของพระเจ้า

ซึ่งพระเจ้าจะให้เกียรติ์เขาในฐานะนักรบญีฮาด

 

วันหนึ่งพ่อเธอเรียกเธอเข้ามาพบ บอกชวนเธอ

ให้ร่วมเดินทางไปอีกหัวเมืองหนึ่ง

เพื่อไปฟังการโต้แย้งกันในเรื่องศาสนา 

ระหว่างมูฮัมหมัด ชายผู้เป็นขวัญใจของพ่อเธอและตัวเธอ

เธอดีใจมาก เขาคงอายุได้ราว สี่สิบแล้วกระมัง 

เธอนึกในใจไปต่างๆนาๆ

 

ขณะที่เธอเดินทางไปบนหลังม้าร่วมกับกองคาราวานอูฐที่ต่อกันเป็นทิวแถว

เข้ามาที่เมือง ของเจ้าชายแห่งแค้วนใหญ่ ผู้มีอำนาจบารมี

จัดงาน ให้มีการโต้กันในเรื่องศาสนา 

เพื่อหาหลักฐานว่าแนวทางของใครที่ชัดเจนกว่า

 ตัวของเจ้าชายนั้นได้ปักใจเชื่อซะแล้วว่าแนวทางของ

นักวิชาการ หนุ่มใหญ่ที่ชื่อมูฮัมหมัดนี้ ช่างบริสุทธิ์และชัดเจน

ในคำอธิบายพร้อมหลักฐาน

 ที่มาจากคัมภีร์และวจนะของท่านศาสดา

อย่างแท้จริง ตามที่เจ้าชายได้ทดสอบเขา

 

แม้พระองค์จะไม่ใช่นักวิชาการศาสนา

 แต่พระราชบิดาของพระองค์

ก็สอนศาสนาและหลักการจากศาสตร์ต่างๆมากมาย

 เพื่อเป็นพื้นฐานในการเป็นเจ้าชาย

ที่ต้องมีภารกิจทางการเมืองต่อไป

เจ้าชายมองการไกล ในการเข้าหนุน

นักวิชาการศาสนาที่ชื่อมูฮัมหมัดคนนี้

เพราะหากแนวทางของเขาบริสุทธิ์จริง

 มุสลิมในทะเลทรายแห่งนี้ที่มีความรู้ในอิสลามแท้จริง

จากทุกเมืองจะรวมเข้ากันเป็นปึกแผ่น

ด้วยการโน้นน้าวสานุศิษย์ของตนให้เข้ากับแคว้นของเจ้าชาย

เพราะศาสนาอิสลาม อันถูกต้องที่พระองค์หนุนอยู่

และจะมีพลังต่อรองจากกำลังมหาชนทะเลทรายแห่งนี้

ต่อบรรดาพวกล่าอาณานิคมได้มากขึ้น

 กว่าสถานการณ์ขณะนี้ที่อำนาจของเมืองกระจัดกระจาย

ไปอยู่ตามเจ้าเมืองเล็กเมืองน้อย

ที่แยกคนออกเป็นเผ่าๆและเห็นแก่ประโยชน์สุขของตนเอง

และการโต้กันในหลักฐานศาสนาคืนนี้ 

จะทำให้ทุกอย่างพิสูจน์ตัวมันเอง

หากมูฮัมหมัดผู้นี้ พ่ายแพ้ 

เขาก็พ่ายแพ้คนพร้อมกับแนวคิดของเขา

ที่ว่าด้วยหลักฐานอิสลามอันบริสุทธิ์ 

หากพระเจ้าจะประสงค์ให้เป็นเช่นนั้น

ใครจะหยุดยั้งได้ 

และพวกลัทธิวิธีกรรมอุตริ

ที่เกี่ยวกับศาสนาอิสลามก็ยังดำเนินต่อไป

พระองค์ก็มิได้เสียอันใดนอกจากเพิ่มความระวัง

อาณาเขตของพระองค์ให้แข็งแรงขึ้น

แต่ถ้าเขาชนะ ผู้คนจากทุกแคว้นในทะเลทรายแห่งนี้

ที่มีความรู้ในศาสนาอิสลามจะลุกฮือกันมาเข้าข้างชายคนนี้

และชายคนนี้ก็ยืนข้างพระองค์ ตราบใดที่เจ้าชายมิได้ทำอันใด

ขัดต่อหลักศาสนาซึ่งพระองค์เชื่อว่าเขาสันทัดยิ่งในด้านนี้

 



เวทีการวิพากษ์ ศาสนาอิสลามได้ถูกเปิดขึ้น

ในอีกวันหนึ่งหลังจากที่เธอและคนร่วมกองคาราวานเดินทางมาถึง

นักวิชาการต่างๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับเขานั่งรอเขาอยู่ส่งเสียงพูดคุยต่อกัน

แม้จะเป็นอิสลามคนละสายนิกายกันแต่ทุกคนต่างมีแนวทางเดียวกัน

คือร่วมกันคัดค้านในหลายสิ่งที่ชายที่ชื่อมูฮัมหมัด

ผู้จากตระกูล "ผู้เป็นบ่าวของผู้ทรงให้อย่างมากมาย"

แม้แต่คนนิกายเดียวกับเขา

ที่นิยมอุตริกรรมผสมไปกับการนับถือพระเจ้าองค์เดียว

ก็ยังตั้งตนเป็นศัตรูกับเขาและมาร่วมกล่าวหาความผิดแก่เขาด้วย

ร้านรวงข้าวของขายดีคึกคัก ผู้คนแน่นขนัด จับจ่ายซื้อของ

และหนังสือตำรับตำราศาสนาบทกวี

ที่ถูกคัดลอกด้วยมือมาวางขายในงาน

 

ความเงียบเข้ามาเมื่อชายที่ชื่อมูฮัมหมัดขึ้นมานั้ง

เพื่อรอเวลานัดหมายตามข้อตกลง

เพื่อให้เจ้าชายแห่งแคว้นนี้กล่าวเปิดงาน

ในนามของพระเจ้าและการสรรเสริญท่านศาสดา

ผู้คนที่เชี่ยวชาญในด้านศาสนาอิสลาม

ในแบบนิกายของตนตั้งข้อกล่าวหา

บ้างก็ยกปรัชญากรีก จิตวิทยาการปกครอง การเปลี่ยนแปลง

ที่มาพร้อมกับความคิดแบบตะวันตก

ที่แยกศาสนาออกจาการปกครอง

มันน่าฟังมีเหตุผลที่เกี่ยวโยงกันอย่างมากมาย

ที่เข้ามาขยายขอบเขตของศาสนา

ผู้คนต่างก็รอคำตอบจากชายที่ชื่อมูฮัมหมัด

ผู้อาจหาญเขียนตำราและถกเถียงคัดค้านความเป็นไป

ที่กำลังเกิดขึ้นที่เข้ามาเปลี่ยนแปลง

ความเชื่อแบบอิสลามอันบริสุทธิ์ที่เขาอ้างหลักฐาน

 

เขาเริ่มด้วยการสรรเสริญพระเจ้าและบรรดาศาสดาของพระองค์

ตามธรรมเนียมการพูดของนักวิชาการศาสนาทั่วไป

เขาไม่ยอมรับ ปรัชญาใด หรือลัทธิการปกครองใด

เขาถามว่า ทุกคนในที่นี้ปฏิญาณตนว่าอย่างไร

เขากล่าวนำว่า “ไม่มีพระเจ้าอื่นใด” แล้วทิ้งจังหวะรอ

ผู้คนก็กล่าวขึ้นพร้อมกัน ราวกับนัดหมาย รวมทั้งเธอว่า

“นอกจากอัลลอฮ์ และมูฮัมหมัดนั้นเป็นศาสนทูตของพระองค์”

ทุกคนกล่าวได้และกล่าวเป็นประจำอย่างน้อยวันละห้าครั้ง

มันเป็นคำปฏิญาณตนของคนที่นับถือศาสนาอิสลาม

อันเป็นคำแรกที่เขาได้ยินเมื่อเกิดที่พ่อกระซิบแก่บุตรแรกเกิด

และเป็นคำที่ติดปากในชีวิตประจำวัน และเป็นคำสุดท้ายที่จะกล่าว

ทิ้งไว้เป็นพยานเมื่อลาโลก 

 

 

เขาถามว่าคัมภีร์นี้เป็นดำรัสของพระเจ้าใช่หรือไม่

ทุกคนต่างยอมรับ ไม่มีใครคัดค้าน

หลังจากที่เขากวาดสายตาไปโดยรอบ

เขาถามว่าทุกคนอยากจะรักษาและปฏิบัติตาม

สิ่งที่ท่านศาสดามูฮัมหมัดนำมาสอนหรือไม่

หรือจะผสมความคิดกับ ความคิดอื่นๆ

ทั้งเจ้าชายผู้คนและตัวเธอ ต่างตอบว่า ปรารถนาอิสลามที่บริสุทธิ์

เพื่อกลับไปหาพระเจ้าในแนวทางที่ถูกต้องในวันแห่งการพิพากษา

สิ่งที่เขายกขึ้นมาคัดคานนั้นมีเพียง โองการในคัมภีร์อัลกุรอาน

และแบบอย่างของท่านศาสดาที่ปฏิบัติ จากห่วงโซ่สายรายงาน

ที่ถูกสืบสวนแล้ว โดยตัดวิชาการภายนอกออกจากหลักศาสนา

แน่นอนมุสลิมใครจะกล้าคัดค้าน

โองการของพระเจ้าในอัลกุรอานเล่า

มันเท่ากับตกศาสนา

 

 

 ..เธอรู้สึกได้ว่า

ไม่มีใครให้เหตุผลได้ดีและชัดเจนเท่าเขา

หากจะเอามาตรฐานของความเป็นมุสลิมด้วยกันเป็นเครื่องวัด

ความแตกแยกเกิดขึ้นอย่างมากมายไปสู่แคว้นต่างๆหลังจาก

คำร่ำลือในคืนนั้นแพร่ไปถึง

 และเจ้าชายก็เห็นแผ่นดินในแคว้นต่างๆ

ในทะเลทรายแห่งนี้กำลังจะรวมกันเป็นปึกแผ่น

ด้วยกระแสข่าวที่มีแนวร่วมทางศาสนาในทิศทางเดียวกัน

 

ในไม่ช้าก็มีตำราจากนักวิชาการอื่นออกมาโต้แย้ง

กับตำราของมูฮัมหมัด  ผู้นี้ 

ซึ่งบิดาเธอมักเอามาให้เธออ่าน

และถามความเห็นจากเธอ

 เธอยังไม่เคยเห็นตำราเล่มไหนเลย

ที่ออกมาจากการอุดหนุนของเจ้าเมืองที่จ้องจะกำจัดมูฮัหมัด

จะมีหลักฐานใดในเชิงศาสนา อันชัดเจน

 คนเหล่านั้นทำได้เพียงประณามและกล่าวร้าย

ต่อ มูฮัมหมัดในแบบนิยาย

ตามอารมณ์ของพวกเขาจนแทบไม่น่าเชื่อว่า

เงินของบรรดาเจ้าเมืองและพวกนักล่าอาณานิคมจะมีอำนาจ

ทำให้เขาเอาศาสนาและศรัทธาต่อพระเจ้าอันมีค่า

ไปแลกกับสิ่งของเงินทองเกียรติยศอันเล็กน้อยในทางโลกเช่นนั้น

น่าแปลกที่พวกเขาไม่คิดถึงผลตอบแทนอันยิ่งใหญ่

ที่พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะให้พวกเขาในโลกหน้า



 


สองปีหลังจากกลับจากการไปฟังการโต้กันในหลักการศาสนา

ความชื่มชมในมูฮัมหมัดผู้นี้ เพิ่มพูนต่อเธอมากยิ่งขึ้น

ทั้งจากการอ่านหนังสือของเขาและความกล้าทำตามแนวทางของพระเจ้า

อย่างไม่เกรงกลัวผู้ใด และเขาก็รักษาเกียรติ์ของเขาเรื่อยมา

วันนั้นพ่อเธอเรียกเธอเข้าพบ และกล่าวว่า “มีคนมาขอลูก”

เธอตกใจ แต่เมื่อเห็นพ่อเธอรู้สึกตกใจไปด้วย 

เธอจีงพยายามสงบจิตใจ

“พ่อคิดว่ามันก็สมควรกับเวลาแล้วลูกก็เป็นสาวแล้ว”

เธอไม่อยากให้พ่อต้องผิดหวัง

และเธอก็ไว้ใจในความหวังดีของพ่อเธอเสมอ

และการเป็นลูกที่ดีนั้น พระเจ้าจะตอบแทนให้แก่เธอ

จะเป็นไรไปเล่าในเมื่อวิญญาณของเธอนั้น

เธอได้ขายให้แก่พระเจ้าไปแล้ว

และการทำให้สิ่งที่พ่อและครอบครัวปรารถนา

 และมีความสุขกันทั่วหน้า

ถ้ามันเป็นความดีที่เธอทำได้เธอก็ไม่น่าจะปฏิเสธนี่

 

เมื่อตั้งสติได้เธอยิ้มให้พ่อเธอคลายกังวล

“เขาเป็นใครหรือพ่อ”เธอถามอย่างสนใจ

ดีกว่าจะต้องตีโพยตีพายทั้งๆที่ยังไม่รู้อะไร

“เถอะน่าลูกรัก พ่อคิดว่าเขาน่าจะเป็นสามีที่ดีของลูกพ่อได้

ลูกจะเห็นเขาวันที่เขามาขอ ถ้าลูกเชื่อใจพ่อและตอบตกลง

เขาก็จะมาทาบทามขอจากพ่อเป็นทางการเพื่อรับรู้เรื่องสินสอด

ให้เป็นไปตามหลัการศาสนา

 ครอบครัวเขายกย่องครอบครัวเราในฐานะ

ที่เป็นครอบครัวนักวิชาการศาสนา ที่คนในตระกูลเขาชื่นชม”

พ่อเธอกล่าวอย่างภูมิใจที่ในเกียรติยศชื่อเสียงของครอบครัว

ที่ท่านรักษาไว้ได้โดยมิได้เสื่อมถอยไปจากสังคมของผู้รู้

เธอนิ่งอึ้งกับการรวบรัดของบิดาที่รอคำตอบที่ชี้นำไว้แล้วนั้น

เพียงแค่เธอปฏิเสธ พ่อเธอก็จะทำตามใจเธอ

แม้ท่านจะต้องเสียหน้าและเจ็บปวดบ้างก็ตาม

 

เธอไม่มีเหตุผลใดจะปฏิเสธเพราะเธอเอง

ก็ยังไม่มีใครในดวงใจนอกจากชายหนุ่มนิรนาม

ที่ทิ้งรอยยิ้มและดวงตาชวนฝันแก่เธอ

เมื่อสองปีที่แล้ว ก็เพียงแค่เดินชนกันในย่านตลาด

 และก็มิได้เห็นเขาอีกเลยนอกจากในความฝันของเธอ

ในบางครั้งที่เขาผ่านเข้ามาหาเธอ

ในยามหลับใหลอันไร้สติขอบข่ายและกฎเกณฑ์ของพระเจ้า

ที่พระเจ้ามิเอาผิดอันใดต่อคนหลับ

และฝันไปว่าได้กระทำผิดในเรื่องต่างๆแม้แต่ฆ่าคนตาย

และในฝันที่เจอเขาคนนั้นเทุกครั้งเขาทำให้เธอมีความสุขเสมอ

“ว่าไงล่ะลูก” พ่อเธอถามซ้ำหลังจากที่รอคำตอบของเธออยู่นาน

“จ้ะ..ได้จ้ะพ่อ หนูตามใจพ่อและรักพ่อนะจ้ะ”

 เธอหอมแก้มพ่อแล้วเดินจากไป 

ปล่อยให้พ่อนั่งยิ้มอยู่ในช่วงเวลาที่สมหวังนั้น

 

 

  มันเป็นบ่ายวันศุกร์ เธอเห็นพ่อของเธอกลับจากมัสยิดมา

พร้อมกับคนชายหญิงหลายคนตามท่านมาบ้าน

หลังจากเสร็จกินในการนมัสการพระเจ้าร่วมกัน

พ่อเธอให้น้องชายเธอมายกขนมน้ำชาและผลไม้

ที่เธอจัดเตรียมไว้ในครัวออกไปเลี้ยงแขก

แล้วเธอก็เข้าไปแต่งตัว

เธอมิได้คลุมฮีญาบที่เป็นผ้าคลุมศรีษะอย่างเดียว

แต่วันนั้นเธอคลุมหน้าของเธอด้วย

เห็นแต่เพียงดวงตาเท่านั้น

บรรดาแขกผู้ชายต่างคุยกันอีกห้องหนึ่ง

ส่วนแขกผู้หญิงที่มาด้วยต่างก็เข้ามาอยู่ในส่วนของผู้หญิง

หญิงสองคนที่มากับฝ่ายชาย แม่เธอแนะนำให้เธอรู้จักว่า

คนที่มีอายุนั้นเป็นมารดาของฝ่ายชาย 

ส่วนที่คนอายุเท่ากับเธอนั้น

เป็นพี่สาวของฝ่ายชาย 

บางอย่างผุดขึ้นมาในใจทำให้ฉงน

แต่เธอทั้งสองคนนั้นต่างก็พูดดี 

ให้เกียรติ์และเอาอกเอาใจเธอเป็นอย่างดี

ผู้เป็นแม่นำของฝากมาให้ฉันเปิดดู 

มันถูกห่อในแบบที่พวกตะวันตกชอบทำกัน

ในนั้นเป็นผ้าไหมจากแดนไกลเนื้อแน่นเป็นมันวาวอันวิจิตร

แล้วเล่าเรื่อง ครอบครัวว่าที่เจ้าบ่าวต่อว่า 

ทำการค้าขายส่งเสบียงอาหารและสินค้า

ให้กับกองทัพอังกฤษที่เข้ามายึดครอง

และไม่ใคร่มีความรู้เรื่องศาสนานัก

 ต้นตระกูลของฝ่ายเจ้าบ่าวสั่งนักหนาว่า

ให้ยึดศาสนาตามแนวทางของนักวิชาการสายครอบครัวของเธอ

และเขาหวังว่าเธอจะทำให้ลูกชายของเขา

 ครองคู่อยู่ในแนวทางของอิสลาม

และเข้าใจในการที่จะใช้ศาสนาเป็นแกนนำชีวิต

ยังว่า บรรพบุรุษตระกูลเขานั้นก็เคยเป็นนักวิชาการศาสนา

ได้กล่าวยกย่องครอบครัวเธอไว้ว่า

 สันทัดในด้านชะรีอะฮ์นิติศาสตร์อิสลาม

ตัดสินตามบัญญัติกฎหมายในคัมภีร์ได้อย่างเที่ยงธรรม

เป็นที่ยอมรับมาแต่โบราณ

ในการอ้างอิงหลักฐานในการสืบสวนอันรอบด้าน

 ที่ตำรารุ่นต่อมามักกล่าวถึงเป็นกรณีตัวอย่าง

มันเป็นความกรุณาของพระเจ้าอย่างหนึ่ง

สำหรับครอบครัวของฝ่ายเจ้าบ่าว

ที่ให้เธอมาเป็นลูกสะใภ้ที่รู้เรื่องศาสนา

และกฎหมายในการครองชีวิตของมนุษย์

มาเป็นแรงถ่วงดุล ความมั่งมีและร่ำรวยที่พระเจ้าประทาน

ให้มาแล้วแก่ครอบครัวฝ่ายเจ้าบ่าว

เธอสรุปได้ว่า แม้ครอบครัวของว่าที่เจ้าบ่าวของเธอ

จะไม่รู้เรื่องศาสนาแต่พวกเขาก็ยอมรับว่า

 การจะได้ไปสวรรค์และสุขสบายกว่าที่เขาเป็นอยู่นี้

ในชีวิตหลังความตายนั้น พวกเขาก็ต้องเลือกทำ

อย่างถูกต้องตามหลักศาสนา

ไม่ใช่ทำไปโดยปราศจากกฎหมายของพระเจ้ารับรอง 

แบบคิดเอาเอง

ไม่ว่าความจริงแล้วครอบครัวนี้จะคิดอย่างไร 

แต่มันก็ทำให้เธอเห็นได้ว่า 

พวกเขายังใฝ่ที่จะอยู่ในทางของอิสลามอันถูกต้อง

และนั่นก็เป็นสิ่งแรกที่สำคัญที่สุด

ที่ทำให้เธอรู้สึกดีกับครอบครัวนี้

 

 

แม่ของว่าที่เจ้าบ่าวชี้ผ่านม่านกั้น ที่แง้มเล็กน้อยพอเห็น

เธอเห็นเด็กหนุ่มหน้าอ่อน

นั่งอยู่ตรงกลางบรรดาผู้ใหญ่อีกสามสี่คน

พ่อเธอคุยกับเขาอย่างถูกคอ และดูตัวเขาและพ่อของเขา

ก็ให้เกียรติ์พ่อเธอเป็นอย่างยิ่ง

แม่ของเจ้าบ่าวบอกเธอว่า เจ้าบ่าวของเธออายุเพิ่งจะยี่สิบ

 อ่อนกว่าเธอสองปี

พูดภาษาอังกฤษได้ทำการค้าขายมาตั้งแต่ยังเด็ก

 ตอนนี้เขารู้กลไกเส้นสายการค้าของครอบครัว

กับกองทัพอังกฤษเป็นอย่างดี

เพราะเขาคลุกคลีกับบรรดาเจ้าหน้าที่

นายทหารเหล่านี้มานาน

เธอมองลอดผ้าม่านไปอีกครั้งหนึ่ง

ดูเขาพูดจาเป็นผู้ใหญ่เกินตัวหรือเขาอาจจะแกล้งทำกระมัง

เธอหลบสายตาปิดม่านเมื่อเห็นเข้ามองมาที่ช่องประตู

 

 

มารดาของผู้เป็นเจ้าบ่าวและพี่สาวไม่ได้

ขอให้เธอเปิดผ้าคลุมหน้าแต่อย่างใด

ทั้งๆที่เธอพร้อมจะเปิดให้ดูใบหน้าของเธออยู่แล้ว

หากหนึ่งในสองคนนั้นอยากเห็น

เพราะมันเป็นที่ๆอยู่ของระหว่างผู้หญิงด้วยกัน

 แต่ญาติฝ่ายเจ้าบ่าวก็มิได้ร้องขอ

 

หลังจากทีแขกเรื่อกลับไปหมดแล้ว

เธอก็เดินเข้าไปหาพ่อเพื่อถามไถ่

พ่อเธอว่า ตกลงเรื่องสินสอดกันแล้ว

อีกหกเดือนเขาก็จะมาแต่งเลย

หลังจากที่ลูกชายเขาเดินทางกลับ

จากการไปดูลู่ทางทางการค้าที่ประเทศอังกฤษ

 

(ต่อตอนหน้า)

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 06/02/2012 เวลา : 02.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

มาแล้วคะ
มาช้าแต่มาอ่าน แม้จะยาววว
แต่อ่านจนจบ
ชายผู้นั้นที่มาขอคือใครหนอ?
แล้วชายนิรนามของเธอเล่า?
..วิ่งไปตอน 3 ดีกว่า

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
Chaoying วันที่ : 31/01/2012 เวลา : 07.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

กลับมาอีก..ลืมเอาโหวตผูกโบว์..มาวางไว้แล้วค่ะ
กำลังเดินป่าอยู่ค่ะ สนุก ..สุขใจ ...ที่ซูดดดด

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Chaoying วันที่ : 31/01/2012 เวลา : 06.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

โอ้ ...ช่างตื่นเต้น ใจระทึก..นางเอกไม่ปฏิเสธพ่อ...ว่าชายนั้นเป็นใคร..ตื่นเต้นจะได้รู้จักคนแปลกหน้า...โชคดีที่เป็นพระเอก หากเป็นผู้ร้าย...งานนี้ ..พ่อต้องรับผิดชอบนะคะ..
ฮาๆๆ สนุกเหมือนกำลังดูหนัง...บังจะเป็นพระเอกหรือเปล่าคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
musachiza วันที่ : 28/01/2012 เวลา : 12.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/musachiza
Bin humzah

ความคิดเห็นที่ 1
น้องจ๋า วันที่ : 27/01/2012 เวลา : 16.33 น.
ขอบคุณครับที่แวะมาอ่าน
เรื่องอันแสนยาวนี้



ความคิดเห็นที่ 2
ฅนสยาม วันที่ : 28/01/2012 เวลา : 04.06 น.
สวัสดีครับ ยาวมากเรยยยใช่ไม๊ครับ
ขอบคุณครับที่มาให้กำลังใจและเยี่ยมเยือนเสมอ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 28/01/2012 เวลา : 04.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

โหวต 7 คน โหวตเรียบร้อยแล้ว...

ตามบัว..2..ต่อครับ..

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 27/01/2012 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

โห หลอกกันนี่นา อิอิอิ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มกราคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        



[ Add to my favorite ] [ X ]